ไทย-ลาว:เวียงจันทร์ และแล้วก็ถึง ตอนที่ 3

มาถึงตอนที่สามแล้วครับ ตอนที่แล้วเราเข้าลาวกันหล่ะผ่านทาง หนองคาย ผมแนะนำวิธีการทำใบผ่านแดนไว้ ตามไปอ่านกันได้ที่นี้เลยครับ
ขอเล่าการข้ามฝั่งเล็กน้อย หลังจากได้ใบผ่านแดนแล้ว เราสามารถมายื่นเข้าคิวเอกสารกันตรงจุดผ่านแดนได้เลยครับ จะมีเจ้าหน้าทีตรวจใบผ่านแดนของเราและ เก็บสำเนา ที่เราถ่ายเอกสารมาไว้ 1ใบ จากนั้นใบจริงๆจะstamp ให้ แล้วเราก็เก็บไว้ใช้อีกครั้งตอนขากลับนะครับ
หลังจากนั้น คุณก็เข้ามารอเพื่อนขึ้นรถข้ามแดนได้เลย โดยที่จะมีจุดให้รอและซื้อตั๋วรถ เพื่อข้ามสะพาน เสียคนละ 30 บาทได้ แต่รถที่จะข้ามไปตอนแรกผมก็เข้าใจว่าต้องเป็นรถ โดยสารเฉพาะจริงๆเท่านั้นแต่เอาเข้าจริงๆ เป็นรถตู้จากลาวบ้าง รถบัสบ้างขึ้นอยู่ว่า รถอะไรผ่านมากก่อนเราก็ได้ขึ้นก่อน เจ้าหน้าทีแกจัดให้เลย เพราะงั้นขาไปผมนั่งรถตู้ลาวข้ามไปครับ
เอาล่ะต่อกันเลย รูปทั้งหมดของวันนี้ เชิญครับ

This SimpleViewer gallery requires Macromedia Flash. Please open this post in your browser or get Macromedia Flash here.
This is a WPSimpleViewerGallery

ผมรีวิว เวียงจันทร์วันแรกไว้ที่นี้เลยและอีกตอนที่นี้เช่นกันสำหรับห้องพักที่เวียงจันทร์ “ผมรีวิวไว้ที่นี่เลยครับ

  • Share/Bookmark

*Trip ไทย-ลาว (อุดร-หนองคาย-เวียงจันทร์) 1st ตอนที่2

หายไปนานไป up แต่ใน pantip จนลืมที่นี้เลย มาแล้วครับ ต่อกันเลย

Day 2 อุดร-หนองคาย-เวียงจันทร์

ไปกันต่อครับเป้าหมายต่อไป หนองคายกันล่ะ

 


การทำใบผ่านแดน

ขอเล่าเกี่ยวกับการทำใบผ่านแดนเพื่อจะเป็นประโยชน์กับท่านที่กำลังจะไปนะครับ จริงๆการทำใบผ่านแดนนี้นั้น ทำที่บริเวณ ใกล้ๆสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว 1 ก็ได้นะครับไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปในตัวเมืองที่เทศบาล แต่ราคาอาจจะไม่เท่ากันเท่านั้นเอง ผมก็ไม่ได้เข้าไปถามนะครับแต่เจ้าหน้าที่ที่รับทำให้แกบอกว่าประมาณ 100กว่าบาทได้ อันนี้ลองไปถามกันดูอีกทีนะครับ ส่วนการทำที่เทศบาล เนื่องจากเวลาที่ผมไปถึงเกือบจะ11โมงแล้ว คนค่อนข้าง หนาตาที่เดียวเพราะเป็นวันหยุดยาวๆคนไทยเยอะทีเดียว หลังจากสอบถามและยื่นบัตรประชาชน ให้เจ้าหน้าที่รับเรื่องก็จะนำไปทำเอกสาร สำหรับท่านที่มี passport ไม่จำเป็นต้องทำนะครับไปที่ด่านได้เลย เจ้าหน้าที่ก็จะstamp ให้เลย เจ้าหน้าที่บอกว่าวิธีนี้ก็อาจจะเสียเวลาหน่อยถ้ามีคนเยอะๆ ทำ ใบผ่านแดนจะเร็วกว่า จริงเท็จประการใดลองกันดูนะครับ
สำหรับการทำใบผ่านแดนนี้มีวิธีอยู่ 2 แบบแล้วแต่สะดวกคือ
แบบแรกซึ่งเป็นแบบที่ผมเลือก คือยื่นแค่บัตรประชาชน หรือจะใช้ passport ยื่นก็ได้แล้ว รอครับไม่ต้องมีรูปก็ได้ แต่ถ้าอยากเร็วกว่านี้ ก็เอารูปมาเองเลยก็ได้ เสร็จแล้วก็กรอกเอกสาร ทำเรื่องขอข้ามแดน เจ้าหน้าที่ก็ stamp ผ่านได้เลยโดยไม่ต้องคีย์เข้าคอม เจ้าหน้าที่จะใช้เครื่องพิมดีดพิมให้เลยพร้อมตราประทับ  อันนี้จะเร็วกว่าแบบแรกเยอะครับ เวลาที่คิวเยอะๆยาวอย่างวันที่ผมไปกว่าจะเสร็จเกือบชั่วโมงเลย เสร็จแล้วก็จ่ายตัง ถ้าจำไม่ผิดรู้สึก จะ 40-50 บาทเท่านั้นครับ แล้วก็ไปที่ด่านได้เลยครับ อ้ออย่าลืมถ่ายเอกสารใบแผนแดนที่เราได้มาด้วยนะครับ 2 ใบครับ ใช้ยื่นให้เจ้าหน้าที่ ทั้ง 2 ฝั่งครับ เราเข้าทางไหนต้องกลับที่ด่านนั้นเท่านั้นนะครับอยู่ได้เฉพาะเมืองที่เราเข้าไป และในเวลาได้แค่ 3วัน2คืนเท่านั้นครับ  

  • Share/Bookmark

*ที่พัก:โรงแรมดอกไม้แดง (Royal Hotel) ลาว โรงแรมเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของลาว

ที่พักที่ 2 ที่มารีวิวหนนี้ ขอข้ามไปรีวิวต่างประเทศกันเลย ไฮโซไหมครับ

โคมไฟหัวเตียง
โคมไฟหัวเตียง

เนื่องจากtrip ที่ไป ลาว เวียงจันทร์มาทำให้ผมได้มีโอกาสไปพักที่นี้ ต่อจากคืนแรกที่พักที่อุดร นาข่าบุรีรีสอร์ท
“โรงแรม ดอกไม้แดงครับ(royal hotel)” โรงแรมนี้เป็นโรงแรมแห่งนึงที่น่าจะเก่าแก่ที่สุดของเวียงจันทร์ ช่วงที่ผมไปพักเป็นช่วงที่เค้าปรับปรุงใหม่หมดทุกอย่าง และมีบางชั้นปิดเพราะยังทำไม่เสร็จ ด้วยซ้ำเรียกว่า กลิ่นสียังติดผนังกันทีเดียว
จะว่าไปจริงๆโรงแรมนี้ตอนแรกผมไม่ได้ตั้งใจจะพักแต่เนื่องจาก ที่ๆจองไว้ตอนแรก ถูก cancel (ได้ยังไงกันเนี่ย)ทำให้เราต้องเสียเวลาหาที่พักใหม่และจากคำแนะนำของ giude จำเป็นของเรา “พี่สอน” บวกกับ บริษัททัวร์ที่เราติดต่อตอนแรกให้ช่วยเหลือจองที่พักให้ก็แนะนำที่นี่เช่นกัน เราเลยมาพักกันที่นี้ และเกิดเรื่องราวมันๆตื่นเต้นๆขึ้นมา ใครอยากทราบตามไปอ่านได้ที่นี้ครับ
Trip ไทย-ลาว (เวียงจันทร์-หนองคาย)ตอนที่ 5 กลับมาที่โรงแรมกันต่อ
ผลจากการ ปรับปรุงใหม่ ทำให้ตัวโรงแรมภายนอกดูใหม่มากๆอย่างที่บอกไปแต่บางอย่างเมื่อสัมผัสด้วยตัวเองจริงๆ ผมว่ายังต้องการปรับปรุงมากกว่าแค่ภายนอกเท่านั้น เช่นห้องน้ำเวลาที่เราเปิดไฟ พัดลมระบายอากาศในห้องน้ำจะติดทันทีแต่เสียงนี้บอกได้ทันทีว่า ใช้มานานมากๆเเล้วทีเดียวเสียงดังมากครับ ห้องพักที่นี่รูปทรงแปลกๆจะสี่เหลี่ยมก็ไม่เชิง 5เหลี่ยมก็ไม่ใช่ น่าจะ 6-7เหลี่ยมน่าจะได้
อุปกรณ์ทุกอย่างครบครัน แต่ตอนเข้าใช้ห้องน้ำครั้งแรกน้ำอุ่นไม่ออกต้องตามช่างมาทำให้ถึงจะเรียกว่าได้สัมผัสน้ำเกือบอุ่น จนเช้านู้นล่ะถึงจะได้ใช้น้ำอุ้นจริงๆ

รวมๆผมว่าเป็นโรงแรมที่แค่พอได้ครับไม่ประทับใจเท่าไหร่ เทียบกับเงินที่จ่ายไปเกือบ 1500 ฿ (42$) เนื่องจากไม่ได้เทียบกันกับที่อื่นๆในเวียงจันทร์ ผมขอวัดจากราคา+ค่าเงินที่เปรียบเทียบกันของไทย ผมก็ยังคิดว่าเราน่าจะได้โรงแรมที่น่าจะดีกว่านี้นะครับ
ส่วนการบริการ ถือว่าผ่านได้ตามาตรฐานโรงแรม ดีๆ ส่วนของการตกแต่งและสภาพแวดล้อมของสถานที่ ถือว่าโอเคเลยทีเดียวโดยเฉพาะถ้าคุณอยากได้ที่พักใกล้ๆศุนย์กลาง ไม่ห่าง บขส และที่สำคัญใกล้ ประตูชัยมากๆ แบบว่าเดินมาหน้าโรงแรมเห็นประตูชัยชัดเจน แค่เดินอึดใจนึงก็ถึงแล้วครับ
รวมๆก็แค่พอได้ครับกับที่พักเก่าแก่ที่สุดแห่งนึงของเวียงจันทร์ ได้ตรงบรรยากาศ ความเป็นเวียงจันทร์เต็มๆใกล้ศูนย์กลาง แต่ให้พักอีกไหม ขอบายแล้วครับ

  • Share/Bookmark

*ที่เที่ยว:Trip ไทย-ลาว (กรุงเทพฯ-อุดร-เวียงจันทร์-หนองคาย-นครพนม) 1st

และแล้วก็มาถึงครับ trip 1ใน 2 ที่อยู่ในแผนมาค่อนปี ที่บอกว่า 1ใน2 ก็เพราะจะมีtrip ไทย-ลาวอีกครั้งเร็วๆนี้ หนหน้านั้นจะตะลุยกันไปให้ถึงหลวงพระบางที่มีคนไทยไม่น้อยไปกันมาแล้ว  ไว้กลับมาเมื่อไหร่จะเล่าให้ฟังอีกทีนะครับ เอาล่ะกลับมาหนนี้กันก่อนหมาดๆเลย
สำหรับ trip นี้ ผมวางกันไว้หลายแผนมากกว่าจะมาลงตัวที่ กรุงเทพฯ-อุดรธานี-เวียงจันทร์-หนองคาย-นครพนม-กรุงเทพฯ เพราะเวลาที่มีไม่เยอะนัก คือ 23-26 ตค และเป้าหมายคือของ trip คือต้องไปทำธุระที่นครพนมอันเป็นจุดหมายปลายทาง ก่อนจะขับยาวรวดเดียวถึงกรุงเทพฯ ที่นครพนมอาจจะไม่แวะเที่ยวเพราะไปทำธุระเท่านั้นจริงๆ อาจจะมีแวะเล็กๆน้อยๆตามเวลาจะอำนวยอีกที
เดี๋ยวเล่าเสร็จจะแยกภาพเป็น เฉพาะ แกลลอรี่ แต่ล่ะที่ไว้อีกทีแล้วกันนะครับเพราะถ่ายรูปมาเยอะมากที่เดียวเกือบ 800 รูป ให้คุ้มกับเพราะพึ่งถอยเมมมาใหม่ เลยอัดเต็มทีเลย
Day 1:Start โคราช-อุดรธานี
ผมเลือกเดินทางแต่เช้ามากกว่าจะออกกลางคืนเพราะเราขับรถกันไปเองและไม่อยากเพลียมากนัก ออกจากบ้าน 7.30 ผมเริ่มตามภาพแล้วกันนะครับ อ่านกันไปดูไปเพลินๆครับ

นาข่าบุรี รีสอร์ท websiteที่พักสำหรับคืนแรก ครับ อ่านรีวิวที่พักได้ที่นี่ครับ
รวมภาพวัวๆที่ outlet village น่ารักดีครับ

  • Share/Bookmark

Categories

ความคิดเห็นของคุณ