Home Blog Page 26

ที่เที่ยว: ชีวิตที่เป็นไปในดินแดนปลายด้ามขวาน

1

ชีวิตที่เป็นไปในดินแดนปลายด้ามขวาน

สงขลา – ปัตตานี – พัทลุง

00-Review-Cover

สวัสดีครับเพื่อนๆ เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสลงไปทางจังหวัดชายแดนภาคใต้มาครับ
เนื่องจากไปเป็นวิทยากรสอนเรื่อง Photo Stock ให้น้องๆที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มาครับ
เลยได้มีโอกาสไปเที่ยวเดินเล่นถ่ายรูปมาฝากเพื่อนๆกันครับ

โดยทริปนี้ผมได้ไปมา 3 จังหวัดคือ สงขลา(หาดใหญ่) ปัตตานี และพัทลุงครับ
สำหรับการเดินทางเพื่อนผมที่เป็นอาจารย์ที่ปัตตานีเป็นคนจองตั๋วให้ครับ
โดยขาไปเดินทางด้วย Air Asia แลล้วขากลับเดินทางด้วย Thai Smile ครับ
ซึ่งเป็นช่วงที่ทุกปีมันจะมีโปรครับ โดยราคาต่อขาตกราวๆ 1000 บาทเท่านั้นครับ
โดยเครื่องจะไปลงที่สนามบินหาดใหญ่ครับ
เอาหล่ะครับไม่เกริ่นมากให้มากความไปเที่ยวพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ

 

ว่าด้วยการเดินทาง

สำหรับทริปนี้ตอนแรกคุณเพื่อนผมจะขับรถมารับมาส่งตลอดทริปครับ แต่เกิดปัญหาเล็กน้อยหลังจากจองตั๋วไปแล้ว
คือเพื่อนผมมีตารางต้องสอนแทรกขึ้นมาวันที่เค้าจะไปรับผมพอดี ซึ่งแน่นอนตั๋วโปรมันไม่สามารถเลื่อนไฟลท์ได้ครับ
ดังนั้นในวันแรก ผมจะต้องเที่ยวที่หาดใหญ่เองครับ ซึ่งจริงๆแล้วที่สนามบินหาดใหญ่นั้นจะอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเท่าไหร่
และมีพวกรถตู้เข้าเมืองครับ แต่ด้วยความที่ว่าผมแพลนจะออกไปถ่ายรูปมัสยิดกลางจังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่นอกตัวเมืองออกไป
ผมจึงต้องเช่ารถขับแทนครับ ซึ่งการที่จองรถล่วงหน้าไม่นาน ผมจึงเลือกใช้บริการจาก Agency เอาครับ

ซึ่งผมเห็นโฆษณาของ “บินแล้วขับ” ของ แอร์เอเชียช่วงที่ผมไป ฮ่องกง พอดีครับ
เลยขอลองเสียหน่อยว่ามันเป็นยังไงบ้าง จากหน้า Confirm ตั๋วมันจะมี Link ให้กดเข้าไปครับ
แต่ที่ผมไปดูหน้าเว็บของ Air Asia ตอนนี้ที่หน้าเว็บหลักก็มีให้เลือกได้เลยแล้วเหมือนกันครับ
01-Screen shot 2014-08-04 at 11.24.35 PM

ระบุสถานที่ที่เราจะรับและคืนรถ รวมถึงวันเวลาในการคืนรถครับ ซึ่งการคิดราคาก็เหมือนบริษัทรถเช่าทั่วไปคือคิดเป็นรอบ 24 ชม.ครับ
03-Screen shot 2014-08-04 at 11.26.05 PM

 

จากนั้นระบบจะโชว์รถที่มีว่างในวันดังกล่าวมาให้ครับ
04-Screen Shot 2557-10-28 at 4.22.22 PM

 

ซึ่งผมไม่ได้ขับไปไหนไกลมาเลยเลือดเป็น Eco car ครับเพราะถูกสุด 555 (รอบนี้ผมได้รถของ Sixth ครับ)
กรอกข้อมูลทั่วไปให้ครบ และชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิตครับ อ้อราคาจะรวมค่าบริการทุกอย่างยกเว้นประกันชั้น 1 แล้วครับ
ซึ่งประกันนั้นสามารถไปซื้อเพิ่มที่หน้าเค้าท์เตอร์ได้นะครับ

04-Screen shot 2014-08-04 at 11.52.19 PM

 

หลังจากนั้นเราก็จะได้อีเมล์ Confirm ครับ
07-Screen shot 2014-08-04 at 11.54.17 PM

 

 

ว่าด้วยเรื่องที่พัก

สำหรับที่พักแล้ว ที่ปัตตานีผมไปพักที่หอพักอาจารย์ของเพื่อนครับ ส่วนที่พัทลุงก็ไปพักที่บ้านเพื่อนอีกคนครับ
แต่ผมต้องหาที่พักที่หาดใหญ่เองในวันที่เพื่อนผมติดงานพอดีครับ โดยรอบนี้ผมเลือกที่จะพักย่านกลางเมือง โดยเลือกพักที่ ลีการ์เดน ครับ
เป็นตึกสูงกลางเมือง และใกล้ตลาดกิมหยงครับ โดยผมจองตรงกับเว็บไซต์ของ ลีการ์เดน เลยถ้าจำไม่ผิดคืนละประมาณ 1000 บาทครับ
ผมได้พักชั้นที่ 12 ครับ อันนี้เป็นวิวจากห้องพักครับ
07-AW2A2765

 

เหินฟ้าสู่หาดใหญ่

ไฟลท์ที่ผมไปรอบนี้ได้เป็น Bus Gate ครับ
08-AW2A2684

เดินทางไฟล์ทสายๆนิดนึง นึกว่าคนจะไม่เยอะ แต่ไม่ครับคนเยอะน่าดูเลย
09-AW2A2689

ผมชอบบัสเกทอย่างนึงคือได้ใกล้ชิดกับเครื่องบินดีครับ
10-AW2A2693

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1:30 ชม. ก็ถึงสนามบินหาดใหญ่ครับ
รับกระเป๋าเรียบร้อยก็ออกมารับรถที่เค้าท์เตอร์ได้เลยครับ
11-AW2A2697

รอบนี้ได้คันนี้มาขับครับ
12-AW2A2794

หลังจากที่ได้ลองผมว่า Brio คันนี้ไม่เลวเลยครับ การขับในเมืองคล่องตัวดีครับ
เครื่องยนต์สามารถเร่งได้ไม่เลว แต่ถ้าขับถนนใหญ่แบบพวกถนนข้ามเมือง รู้สึกว่ารถมันเบาๆ ลอยๆไปนิดนึง
แต่ก็นะรถ Eco Car นี่นา

 

ไก่ทอดเดชา

หลังจากรับรถเรียบร้อย ผมก็เริ่มทริปด้วยการกินครับ 555
โดยมีเป้าหมายที่ร้านไก่ทอดเดชาครับ อยู่ที่ ถนนชีอุทิศครับ พิกัด GPS ตามนี้เลยครับ 7.003959, 100.473817
13-AW2A2700

มาคนเดียวสั่งได้ไม่เยอะ (แต่ก็สั่งไปซะ 3 อย่าง 555)
มีส้มตำ ไก่ทอด และ เนื้อย่างครับ

15-AW2A2705

14-AW2A2703

16-AW2A2706

เรื่องรสชาติก็ใช้ได้นะ แต่ราคาแอบรู้สึกว่าแพงไปนิดนึงครับ
ทั้งหมดนี้ประมาณสองร้อยกว่าๆครับ ทานเสร็จก็เข้าโรงแรมครับพักแว๊บนึงเตรียมตัวออกไปถ่ายภาพมัสยิดกลางครับ

 

มัสยิดกลางจังหวัดสงขลา

มัสยิดกลางดิย์นุลอิสลาม หรือเรียกสั้นๆว่า มัสยิดกลางสงขลา ตั้งอยู่ที่ ถนนลพบุรีราเมศวร์
ซึ่งเป็นถนนเลี่ยงเมืองเชื่อมหาดใหญ่ และอำเภอเมืองจังหวัดสงขลาครับ
สำหรับมัสยิดกลางฯ นั้นปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา ด้วยครับ
ซึ่งหากหาใน Google map ให้ค้นด้วย สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา นะครับ
เพราะถ้าพิมพ์ มัสยิดกลางสงขลา นั้นมันจะพาไปมัสยิดหลังเก่าครับ
พิกัด GPS จะอยู่ที่ 7.075875, 100.491415 ซึ่งจะอยู่ห่างจากตัวเมืองประมา​ณ 10 กม.ครับ
16_MAP

มัสยิดนั้นเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิมครับ โดยมัสยิดกลางจังหวัดสงขลานั้นถือเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยครับ
มัสยิดแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า “ทัชมาฮาลเมืองไทย”
17-AW2A2725

ยิ่งตอนค่ำๆ ยิ่งสวยครับ
18-AW2A2749
19-AW2A2751
20-AW2A2761

ที่มัสยิดตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่โดยรอบนะครับ
ซึ่งเค้าว่ากันว่าถ้าทำเสร็จเมื่อไหร่จะมีสภาพพื้นที่ประหนึ่งเป็นทัชมาฮาลเลยครับ ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ
หลังจากถ่ายภาพเสร็จผมก็กลับโรแรมและหาอะไรทานแถวๆนั้นครับ

 

ตลาดกิมหยง

สาเหตุหนึ่งที่ผมเลือกที่พักที่โรงแรม ลีการ์เดนก็เพราะว่าอยู่กลางเมืองและใกล้ตลาดกิมหยงครับ
ตลาดกิมหยงเป็นเหมือนศูนย์กลางการค้าขายในหาดใหญ่ ทั้งนักท่องเที่ยวและประชาชนจำนวนมาล้วนมาจับจ่ายใช้สอยกันที่นี่ครับ
สำหรับคนที่จะมาที่ตลาดอาจจะหาที่จอดยากซักเล็กน้อยนะครับ แต่ผมเดินมาเลยไม่มีปัญหาครับ
21-AW2A2790

บรรยากาศรอบๆตลาดครับ
22-AW2A2787
23-AW2A2766
24-AW2A2775
25-AW2A2785
26-AW2A2780
27-AW2A2771

 

พระมหาธาตุเจดีย์ไตรภพไตรมงคล

หลังจากเดินเล่นที่ตลาดกิมหยงเสร็จผมก็กลับมาเอารถไปคืนที่สนามบินแล้วก็รอคุณเพื่อนมารับเพื่อเดินทางต่อไปยังปัตตานีครับ
ซึ่งระหว่างทางไปผมได้แวะไปที่พระมหาธาตุเจดีย์ไตรภพไตรมงคล หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่าวัดสแตนเลสครับ ซึ่งจากตัวเมืองก็ไม่ไกลครับ
ขับรถไปประมาณ 10 กม. เท่านั้นครับ พิกัด GPS ก็ตามนี้เลยครับ 7.015927, 100.519935
28-MAP

ที่ตั้งของ พระมหาธาตุเจดีย์ไตรภพไตรมงคล นั้นจะอยู่บนเขาครับ
แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปเพราะถนนลาดยางอย่างดีจนถึงพระธาตุเลยครับ
29-AW2A2827

เจดีย์สเตนเลสตั้งอยู่บนยอดเขาคอหงส์ เจดีย์องค์นี้ได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์สเตนเลสองค์แรกของโลก

สร้างขึ้นเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติ 60 ปี
โดยมีการวางศิลาฤกษ์ ในวันที่ 28 ก.พ. 2549 และสร้างแล้วเสร็จในเวลาเพียง 160 วันเท่านั้นเองครับ
เจดีย์สเตนเลสเป็นการนำสเตนเลสเส้นกลมหลายขนาดจำนวนมากมาเชื่อมต่อกันเป็นรูปสามเหลี่ยมของเจดีย์
31-AW2A2805
30-AW2A2801

จากนั้นผมก็เข้าไปยังปัตตานีครับ ซึ่งระหว่างทางก็มีด่านตรวจของทหารจำนวนมากครับ
ซึ่งก็คงเพราะด้วยเหตุความไม่สงบด้วยนั่นเองครับ

 

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี

ด้วยความที่ว่าทางใต้นั้นผู้คนจำนวนมากเป็นมุสลิม ดังนั้นจึงมีมัสยิดเป็นจำนวนมาก
ซึ่งที่ปัตตานีเองก็เช่นกันครับ มีมัสยิดกลางจังหวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวปัตตานี
โดยที่ปัตตานีนั้นแตกต่างจากสงขลานิดนึงคือ ตัวมัสยิดจะอยู่กลางเมืองเลยครับ
ซึ่งแตกต่างจากมัสยิดกลางจังหวัดสงขลาที่อยู่แยกออกมา
ทำให้ผมรู้สึกว่ามัสยิดกลางที่ปัตตานีมีชีวิตชีวามากกว่าครับ
สำหรับพิกัดของมัสยิดก็ตามนี้ครับ 6.862194, 101.256151 อยู่ที่ถนนยะรังครับ

มัสยิดแห่งนี้สร้างในปี พ.ศ. 2497 ใช้เวลาดำเนินการสร้างประมาณ 9 ปี
และทำพิธีเปิดโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2506 ครับ
32-AW2A2842
central mosque

ส่วนตัวแล้วถึงแม้มัสยิดที่ปัตตานีจะเล็กกว่าที่สงขลา แต่ผมชอบที่นี่มากกว่าครับ

 

ภัตตาคาร ลอนดอน

จากนั้นคุณเพื่อนพาผมไปทานข้าวครับ เป็นภัตตาคารอาหารจีน ชื่อดังของเมืองปัตตานีครับ
ชื่อ ภัตตาคาร ลอนดอน ซึ่งอยู่ตรงข้ามถัดจากมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีมาไม่ไกลครับ
34-AW2A2899
35-AW2A2896

ที่นี่มักใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานของชาวปัตตานีที่เป็นคนจีนและไทยด้วยครับ
คุณเพื่อนผมบอกว่ามีอาหารที่อร่อยหลายอย่างอยู่ แต่ไปกันแค่สองคนสั่งได้แค่ 2 อย่างก็อิ่มหล่ะครับ
มีขาหมูหมั่นโถว กับ เป็ดล่อนครับ
36-AW2A2892
37-AW2A2894

 

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

จากมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีขับรถตรงไปอีกประมาณ 1 กม.แล้วเลี่ยวซ้ายไปที่ถนนอาเนาะรู
จะเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวครับ พิกัด GPS 6.871078, 101.258549

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง เป็นศาลที่ประดิษฐานรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประเพณีแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวไปตามถนนสายต่างๆภายในตัวเมืองปัตตานี
ทำพิธีลุยไฟบริเวณหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำตานีบริเวณสะพานเดชานุชิต
38-AW2A2875
39-AW2A2878

ภายในก็จะมีผู้ศรัทธาจำนวนมากมากราบไหว้บูชาครับ
40-AW2A2882
41-AW2A2885

และแน่นอนมีให้เสี่ยงเซียมซีด้วยครับ
42-AW2A2880

 

ราดหน้านำรส

ช่วงกลางวันที่ปัตตานีมีราดหน้าร้านเด็ดร้านหนึ่งครับ ชื่อร้านนำรส
ตั้งอยู่ที่ถนนพิพิธครับ พิกัด GPS 6.865540, 101.252936

ถนนกลางเมืองที่นี่จะจอดรถแปลกนิดนึงนะครับ คือเค้าจะจอกรถกันกลางเกาะถนน
ส่วนสาเหตุก็เพื่อเป็นการป้องกันเรื่องระเบิดครับ
43-AW2A2853

ร้านนำรสเป็นคูหาเล็กๆคูหาเดียวครับ
44-AW2A2857

จานเด็ดของที่นี่คือราดหน้าทะเลครับ ตอนผมไปกำลังทำอยู่พอดีเลยครับ
45-AW2A2860
46-AW2A2864
47-AW2A2874
48-AW2A2865

รสชาติก็ไม่เลวครับ แต่ก็ไม่ได้อร่อยเลิศครับ

 

มัสยิดเก่ากรือเซะ

มัสยิดเก่ากรือเซะตั้งอยู่ที่บ้านกรือเซะบนถนนหลวงหมายเลข 42 (ปัตตานี-นราธิวาส)
ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 7 กม.พิกัด GPS 6.872990, 101.302925

ที่แห่งนี้อาจจะเป็นที่รู้จักกับคนทั่วไปจากการเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547
แต่จริงๆแล้วมัสยิดแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่อดีตการณ์เลยทีเดียวครับ

มัสยิดกรือเซะเป็นมัสยิดเก่าแก่ อายุกว่า 200 ปี ซึ่งข้างๆมัสยิดจะเป็นสุสานเจ้าแม้ลิมกอเหนี่ยวครับ
เล่ากันว่ามัสยิดแห่งนี้สร้างโดยลิ้มโต๊ะเคี่ยม ซึ่งเป็นพี่ชายของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
และได้เดินทางมายังปัตตตานี และรักกับธิดาพระยาตานี จนได้แต่งงานกันและได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม
ซึ่งหลังจากอยู่ที่ปัตตานีแล้วลิ้มโต๊ะเคี่ยมต้องการสร้างมัสบิดกรือเซะแห่งนี้

ครั้นเมื่อเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวได้ลงเรือสำเภามาตามให้พี่ชายกลับเมืองจีนแต่ไม่สำเร็จ
เพราะลิ้มโต๊ะเคี่ยมต้องการสร้างมัสยิดกรือเซะให้สำเร็จเสียก่อน
เมื่อไม่สามารถนำพาพี่ชายกลับเมืองจีนได้แล้วนั้น
ลิ้มกอเหนี่ยวจึงได้สาปแช่ง ขออย่าให้สร้าง มัสยิดสำเร็จ และตัวเองได้ผูกคอตายที่ต้นมะม่วงหิมพานต์
ลิ้มโต๊ะเคี่ยมได้จัดการฝังศพน้องสาวไว้ที่หน้า มัสยิดนี้

มัสยิดกรือเซะก็เป็นไปตามคำสาป เพราะไม่สามารถสร้างเสร็จได้
เมื่อจะสร้างต่อก็ให้มีอาเพศ ฟ้าผ่าทุกครั้งจนถึงปัจจุบันก็ไม่มีใครกล้าสร้างมัสยิดกรือเซะต่อ
คงเหลือซากทิ้งไว้ตราบเท่าทุกวันนี้

Krue Se Mosque

สำหรับเมืองปัตตานีนั้นแน่นอนว่าถ้ามองจากคนนอกพื้นที่อาจจะนึกว่าเป็นพื้นที่ที่มีความรุนแรงทั้งจังหวัด
แต่ในความเป็นจริงแล้ว.. จากคำบอกเล่าของเพื่อนผมที่เป็นอาจารย์ที่ปัตตานี บอกว่าเหตุการณ์ความรุนแรงโดยมากจะอยู่บริเวณนอกอำเภอเมือง
ในพื้นที่ห่างไกลเสียมากกว่า นานๆจึงจะมีเหตุการณ์ในตัวเมือง ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นเหตุการณ์เล็กๆ เพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์เท่านั้นครับ

  

มุ่งหน้าสู้พัทลุงแวะวังเจ้าเมืองเก่า

หลังจากผมเสร็จภาระกิจในการเป็นวิทยากรที่ปัตตานีแล้วผมก็ชวนคุณเพื่อนที่เป็นอาจารย์ไปเยี่ยมบ้านเพื่อนอีกคนที่อยู่ที่พัทลุงครับ
พัทลุงเป็นจังหวัดเล็กๆที่อยู่ระหว่างนครศรีธรรมราชกับจังหวัดสงขลาครับ เล็กจนเพื่อนผมบอกว่ากระพริบตาทีเดียวก็ขับรถข้ามตัวเมืองแล้ว 555
แต่จริงๆในพัทลุงเองก็ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

หลังจากผมขับรถจากปัตตานีมาถึงพัทลุงใช้เวลาประมาณ 3 ชม.เอาของไปเก็บที่บ้านเพื่อนก็ขับรถออกไปเที่ยวกันครับ
ที่แรกที่ไปคือวังเจ้าเมืองเก่าครับ วังนี้ตั้งอยู่บนถนนอภัยบริรักษ์ อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ 8 กม.อยู่ก่อนถึงหาดลำปำครับ
พิกัด GPS 7.623972, 100.145582
50-AW2A2947

วังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งอดีตเคยเป็นบ้านพักของเจ้าเมืองพัทลุง
ในอดีตเคยถูกใช้เป็นที่ว่าราชการและเป็นที่พักอาศัยของเจ้าเมืองพัทลุง
แต่ในปัจจุบันทายาทตระกูล “จันทโรจวงศ์” ซึ่งเป็นตระกูลของเจ้าเมืองพัทลุงผู้สร้างวังนี้ขึ้นมา
ได้มอบวังนี้ให้เป็นสมบัติของชาติ และกรมศิลปากรซึ่งได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานวังเก่า
เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 2535 และวังใหม่ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2526
51-AW2A2938
52-AW2A2936
53-AW2A2926

ที่วังแห่งนี้บางครั้งจะมีคนเรียกว่า วังเก่าวังใหม่
เนื่องจากภายในพื้นที่จะมีวังใหม่ที่สร้างด้วยปูนอีกหลังหนึ่งอยู่ทางด้านหลังด้วยครับ
54-AW2A2915
55-AW2A2922

ปัจจุบันที่วังแห่งนี้ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน เว้นวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-12.00 น.และ13.00-16.00น.
คนไทยเสียค่าเข้าชม 5 บาท ส่วนชาวต่างประเทศ 30 บาท น่าเสียดายที่วันที่ผมไปเป็นวันอังคารจึงไม่ได้เดินเข้าไปชมภายในครับ
แต่ผมก็เดินเล่นไปทางด้านหลังซึ่งติดริมน้ำแทนครับ
56-AW2A2909
57-AW2A2903-Pano

 

ทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำอันแสนสมบูรณ์

ก่อนถึงหาดลำปำจะมีถนนหลวงสายหนึ่งที่ขนานไปกับหาดนั่นคือถนน 4007 ขับไปประมาณ 20 กม.
ก็จะถึงแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของพัทลุงครับนั่นก็คือ ทะเลน้อย ครับ
ทะเลน้อย เป็นทะเลสาบน้ำจืด มีคลองนางเรียมยาว 2 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างทะเลน้อยกับทะเลสาบสงขลา
ทะเลน้อยถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก ทั้งระบบนิเวศ สัตว์ป่า สัตว์น้ำ พรรณพืช โดยเฉพาะนก ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากครับ
ซึ่งที่ทะเลน้อยก็จะมีประชาชนจำนวนมากมาพักผ่อนหย่อนใจที่นี่ครับ
58-AW2A2956
59-AW2A2975
60-AW2A2981

อาคารที่เห็นนี้เป็นอาคารที่ทางจังหวัดสร้างขึ้นเป็นที่ประทับของ (ถ้าผมจำไม่ผิด) สมเด็จพระเทพฯ สมัยที่มีลงพื้นที่ที่ทะเลน้อยครับ
61-AW2A2957

สำหรับใครที่เดินทางมาที่นี่และต้องการพักที่ทะเลน้อยก็มีห้องพักไว้บริการเช่นเดียวกันนะครับ
62-AW2A2977
63-AW2A2979

 

ปอ..ปุย สุดยอดกุ้งแม่น้ำยักษ์

หลังจากเดินเล่นเสร็จผมก็มาหาของกินแถวหาดลำปำครับ ที่หาดลำปำก็จะเหมือนชายหาดที่จังหวัดอื่นๆ คือจะมีร้านอาหารเรียงรายอยู่เต็มไปหมด
เพื่อนผมที่เป็นเจ้าถิ่นพาผมมาร้าน ปอ..ปุย เพื่อกินกุ้งแม่น้ำยักษ์ครับ ยักษ์ขนาดไหนเดียวมาดูกันครับ
สำหรับร้านนี้พิกัดจะอยู่ประมาณนี้ครับ 7.628994, 100.153999
อันนี้คือหน้าร้านครับ
64-AW2A2988

แต่กุ้งที่นี่อาจจะไม่ได้มีทุกวันนะครับ เพราะเป็นกุ้งธรรมชาติครับ
ที่ชาวบ้านแถวนี้ไปจับมาครับ ซึ่งถ้าช่วงไหนฝนตกหนักๆ จะไม่มีกุ้งครับ ดังนั้นก่อนไปก็ลองโทรถามตามเบอร์ในรูปข้างบนก่อนได้นะครับ
กุ้งที่ผมสั่งกิโลละ 1200 บาทครับขนาดก็ ประมาณแขนคนเลยทีเดียวครับ
65-AW2A2992

เอาเทียบกับ iPhone ให้เห็นกันจะๆครับว่าใหญ่ขนาดไหน กุ้งตัวขนาดนี้ตกตัวละ 400 บาท (3 ตัวโล)
ซึ่ง Size นี้ที่ผมเคยกินที่อยุธยาตัวละไม่ต่ำกว่า 1200 บาทแน่ๆ หลังกินผมก็สงสัยว่า 1 กิโลของที่นี่ทำไมถึงได้กุ้งที่ตัวใหญ่มากถึง 3 ตัว
ซึ่งถ้าเทียบกับที่แถวอยุธยาแล้ว คำว่ากุ้ง 3 ตัวโลของที่นู้นกุ้งมันเล็กกว่านี้มาก เลยเริ่มสงสัยว่าที่ผ่านมาเราโดนโกงน้ำหนักมาตลอดใช่มั๊ย ??
69-AW2A3003

ผมซัดคนเดียวไป 3 ตัวเล่นเอาอิ่มไปเลยครับ ส่วนนี่เป็นอาหารอื่นๆที่สั่งกันมาครับ
มีข้าวผัดปู ลูกชิ้นทอด และปลาอกแตก (เมนูนี้แนะนำอร่อยมาก)
68-AW2A2998
67-AW2A2997
66-AW2A2995

 

ยกยอ ด้วยยอยก วิถีแห่งการประมง

ที่พัทลุงมีกิจกรรม Unssen อยู่อย่างหนึ่งครับ นั้นคือการชมวิถีชีวิตของชางบ้านที่นี่ในการทำประมงที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก นั่นคือการ “ยกยอ” นั่นเองครับ
ยอ เป็นเครื่องมือทำการประมงอันใหญ่(มาก) ที่ชาวบ้านที่นี่คิดค้นขึ้นมา ดูจากขนาดและน้ำหนักของยอแล้วไม่น่าจะยกขึ้นจากน้ำได้เพียงคนเดียว
แต่ด้วยภูมิปัญญาในการจัดสร้างทำให้สามารถยกยอยักษ์ได้ด้วยคนเพียงคนเดียว
“ยอยักษ์” นี้อยู่ที่ปากประ จังหวัดพัทลุงครับ ซึ่งการไปชมความงานนั้นจะนิยมไปในช่วงเช้าครับ
โดยสถานที่ที่แนะนำคือที่ WETLAND CAMP อยู่ที่พิกัด 7.733327, 100.150953 ครับ
ซึ่งที่นี่จะมีบ้านพักอยู่จำนวนหนึ่งครับ แต่ผมไม่ได้พักที่นี่นะครับ เพราะผมพักที่บ้านเพื่อนแล้วตื่นเช้ามาที่นี่แทนครับ
ซึ่งเราสามารถจองเรือ เพื่อนั่งเรือไปชมวิถีชีวิตชาวบ้านในการยกยอได้ครับ
แต่น่าเสียดายวันที่ผมไปนั่นปรากฎว่าฝนตกครับ ไม่มีทั้งพระอาทิตย์ขึ้น และชาวบ้านก็ไม่ออกมายกยอครับ
จึงได้แค่ถ่ายภาพบรรยากาศแบบเย็นๆมาแทนครับ
70-AW2A3005
71-AW2A3008

ไว้มีโอกาสใหม่ผมคงต้องกลับมาแก้มือที่นี่อีกครั้งครับ

 

ร้านต้นฉบับติ่มซำ

หลังจากผิดหวังจากการไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ปากประแล้วผมก็กลับเข้าเมืองมาทานติ่มซำครับ
โดยคุณเพื่อนพาไปที่ร้าน ต้นฉบับติ่มซำครับ พิกัดอยู่ที่ 7.614671, 100.082258
สำหรับติ่มซำที่นี่รสชาติกลางๆครับ ไม่ได้อร่อยเลิศ แต่ก็โอเคให้ได้บรรยากาศมาทานติ่มซำทางใต้ได้ครับ
72-AW2A3011
73-AW2A3013
74-AW2A3018
75-AW2A3021
76-AW2A3025
77-AW2A3035

จากนั้นคุณเพื่อนที่ปัตตานีก็ขับรถมาส่งผมที่สนามบินหาดใหญ่ก็เป็นอันปิดทริปเยือนดินแดนด้ามขวานของประเทศไทยครั้งนี้ครับ
หวังว่าคงถูกใจเพื่อนๆทุกคนนะครับ สำหรับวันนี้ก็ขอลาไปแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณที่ติดตามชมครับ และสวัสดีครับ

ชวนเพื่อนแบกเป้ กิน-เที่ยวฮ่องกง 3 วัน 2 คืน

0
Promote banner ฮ่องกงทริป

Promote banner ฮ่องกงทริป

หวัดดีคะเพื่อนๆ

วันนี้มาเป็นก๊วน นัดเดอะแก๊งแบบฉบับกินๆเที่ยวๆ ไปฮ่องกง (Hong Kong) ทริปนี้จองไว้นานมากแล้ว จังหวะดีฝุดๆฮ่องกงเกิดมีประท้วง เราเลยต้องเช็คและเตรียมตัวกันมากกว่าทริปอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงแรมที่พัก สายการบิน การเดินทางในประเทศฮ่องกง เป็นต้น มาดูกันว่าาเราเตรียมตัวอะไรกันบ้าง ก่อนจะเตรียมใจ อิอิ

  • โรงแรมที่พัก : เราเลือกจองใกล้สถานี “Prince Edward” ดูอยู่หลายที่มาสรุปลงตัวที่ โรงแรมแลนเดอร์ โฮเต็ล ปริ๊นซ์ เอดเวิร์ด (Lander Hotel Prince Edward) จองผ่าน airasiago > แอร์เอเชียโก

ขั้นตอนการจองโรงแรมผ่าน airasiago ง่ายๆก็เหมือนกับจอง online ทั่วๆไปคะ

1.เข้าที่ แอร์เอเชียโก

2.เลือก ว่าเราจะจอง โรงแรม หรือ เที่ยวบิน หรือ เที่ยวบิน+โรงแรม (กรณีนี้ เราเลือกโรงแรมอย่างเดียว)

3.เลือกย่านที่ต้องการ

4.เลือกวันที่เช็คอิน เช็คเอาท์ > ง่ายๆคือนอนกี่คืน นั่นเอง

5.ระบุจำนวนห้อง แบ่งเป็น ผู้ใหญ่กี่คน เด็กกี่คน

6.จะแสดงราคา เราก็กรอกข้อมูลชื่อ นามสกุล และข้อมูลการชำระเงิน

7.กรณีมีส่วนลดก็ระบุได้เลย ครั้งนี้เราได้คูปองส่วนลดจาก airasiago ^ ^

airasiago.com
airasiago book

เมื่อจองเสร็จจะแสดงภาพแบบนี้คะ

www.airasiago.com
Booking Complete By Airasiago
  • สายการบิน : แอร์เอเชีย airasia บินเช้าตรู่วันศุกร์ กลับ วันอาทิตย์ค่ำๆ

ขั้นตอนการจองตั๊วเครื่องบน  airasia ก็ง่ายๆก็เหมือนกันคะ

1.เข้าที่ web www.airasia.com

2.เที่ยวบิน ระบุเมือง ประเทศ ต้นทาง และ ปลาย พร้อมวันเดินทาง

สำหรับการเดินทางครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก airasia งาน blogger ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือน พฤษภาคม 2014 ที่ผ่านมา เราเลยไม่มีภาพการจองประกอบนะคะ

AIRASIA-ฮ่องกง
AIRASIA-ฮ่องกง
  • แลกเงิน : ปกติจะไปแลกที่ ซุปเปอร์ริช Super Rich มีหลายสาขาอยู่คะ รอบนี้ฝากเพื่อนแลกไป อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 4.2 HKD
  • เช็คอากาศ : กันหน่อย web ที่เช็คเรื่องอากาศมีเยอะนะคะ ใช้ได้ทั้ง web หรือ application ตามสะดวกของเพื่อนๆนักเดินทาง ช่วงที่ไปก็อากาศร้อนประมาณ 26-28 C วันที่ไปตามข้อมูลที่ดูก็มีฝน (พกร่มเล็กๆกะทัดรัด) http://www.accuweather.com/th/hk/hong-kong-weather
  • การเตรียมตัวอื่นๆทั่วไป : เช็คอากาศ,ปลั๊ก (สิ่งนี้เวลาเดินทางไปพบว่า”ลืม”เอาไป หุหุ) ยาประจำตัว,กระเป๋าเล็กไว้สำรองถ้าไปช้อบปิ้ง,พาสปอร์ต (วันหมดอายุต้องไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจาก”วันเดินทางกลับ”) ส่วน”วีซ่า” ประเทศฮ่องกงไม่ใช้คะ

เร่ิมจากยาตัวช่วยประจำตัว-อาหารเสริมต่างๆ โดยเฉพาะเวลาเดินทางไปต่างประเทศ “แลคโตดูโอ” โบรไบโอติก ตั้งใจเตรียมไปเพื่อช่วยเรื่องระบบการย่อย โดยเฉพาะอาการไม่สบายท้อง พวก ท้องอืด,ท้องเฟ้อ,ลมหรือก๊าชในท้องบางครั้งบางเกินไป อาจเกิดจากการนั่งรถเครื่องหรือนั่งรถเป็นเวลานานๆ หรือพวกกินแล้วนอน 555+ (ก็ทริปกินอะนะ ต้องมีตัวช่วยบ้างอะไรบ้าง)

“แลคโตดูโอ” โบรไบโอติก กินง่ายๆแค่เคี้ยว ช่วยแก้ปัญหาท้องเสียที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง อาหารการกินแปลกๆที่ร่างกายอาจไม่คุ้นเคยเท่าไหร่นัก จำเป็นต้องมีตัวช่วย เพราะถ้ามาท้องเสียที่ต่างแดนคงเที่ยวไม่สนุกแน่คะ คิดถึงตอนไปซื้อยาที่ฮ่องกงก็น่าจะลำบากมากๆ แลคโตดูโอ นี้ง่ายต่อการพกพาเม็ดเล็ก การเดินทางทุกทริปจึงขาดไม่ได้ ^^

LACTODUO

LACTODUO
LACTODUO

ยาสามัญประจำบ้าน อันนี้ส่วนใหญ่ถ้าเดินทางจะมีติดไปด้วยทุกทริป “ไทลินอล” แก้ปวด แก้ไข

ไทลินอล-Tylenol

ยาทาแก้ปวดเมื่อย “Muscell” ใช้ทาตามจุดที่เราปวดเมื่อย ไม่ว่าจะเป็นคอ ขา บ่า ไหล่ ทาได้หมด ที่สำคัญกลิ่นหอมแบบเบาๆทริปที่ต้องเดินเยอะ เราพกพาไปด้วยทุกทริป

มาเที่ยวครั้งนี้ก็ตั้งใจจะซื้อยานวด ยาทา ที่สรรพาคุณใกล้เคียงกัน แถบประเทศฮ่องกง จีน ญี่ปุ่น ขอบอกว่าเยอะและคุณภาพเป็นเลิศมาก หาซื้อง่ายมากๆ

Muscell-Muscell
Muscell-Muscell

อย่าลืมปลั๊กแปลงของประเทศฮ่องกงฮ้าบ หน้าตาตามนี้เลย ^ ^

ปลั๊ก_ประเทศฮ่องกง
ปลั๊ก_ประเทศฮ่องกง
  • สุดท้ายก็ต้องเป็น”เตรียมใจ” 555+

ณ วันแรกของการเดินทาง เราบิน Flight แรกของ airasia  06.35  – 10.15 (ดอนเมือง-ฮ่องกง) 

เวลาที่สายการบินระบุ เช่น “10.15” เป็นเวลาที่แสดงตามเวลาปลายทางของประเทศนั้นๆ (เวลาฮ่องกงเร็วกว่าไทย 1 ชม)

มาถึงก็เตรียมหาซื้อบัตรปลาหมึก Octopus Card (กรณีคืนเจ้าบัตรนี้จะเสียค่ามัดจำบัตร 9 เหรียญฮ่องกงนะคะ) บัตรนี้เวลาซื้อราคา 150  เหรียญฮ่องกง (มีเงินในบัตร 100 เหรียญ และเป็นค่ามัดจำบัตร 50 เหรียญ)

Octopus ประเทศฮ่องกง
Octopus ประเทศฮ่องกง

เคาน์เตอร์ที่ไปซื้อก็ตามภาพนี้เลยคะ ลงมายังไงก็เห็น เพราะเค้ามีเคาน์เตอร์ใหญ่มาก และมีจุดให้สอบถามที่เป็นตู้ Enquiries  ข้างๆจะมีพนักงานนั่งอยู่และพูดภาษาอังกฤษได้สบายๆ เราเสียอีกฟังมะทัน  555+

Octopus_Enquiries
Octopus_Enquiries
Train-Ticket-Hong-Kong
Train-Ticket-Hong-Kong

เตรียมหาวิธีเดินทางเข้าเมือง ให้ตามป้าย To City เลยนะคะ เรานั่งเข้าเมืองด้วยรถบัสคะ สาย  A21 ถ้าซื้อ Octopus แล้วสามารถใช้บัตรดังกล่าวทาบได้เลยนะคะ ไม่ต้องซื้อตั๋วรถบัสอีกเหมือนเราก็ได้คะ

ค่าตั๋วรถบัสเข้าเมืองจาก สนามบัตรฮ่องกง ราคา 33  เหรียญฮ่องกงนะคะ (สถานที่ซื้อก็เดินออกมาตามทาง จะเห็นช่องด้านซ้ายมือ)

ทางเดินตามภาพนี้เลยจ้า >>>

ทางเดินเข้าเมือง-จากสนามบิน
ทางเดินเข้าเมือง-จากสนามบิน

ตั๋วรถบัสสาย A21

bus-to-city-A21
bus-to-city-A21

ซื้อเสร็จมาเดินมาเรื่อยๆจะมีป้ายบอกนะคะ ยืนรอคิวคะ แบ่งเป็นล็อคๆตามป้ายรถบัสเลยคะ (รถบัสประมาณ  10-15 นาทีจะมา พลาดไปคันหน้าก็มาใหม่ตรงเวลามากคะ เรามาได้คันที่2)

เวลาจะลงก็ให้ดูว่าลงป้ายการจอดที่เท่าไหร่ หน้าจอจะแสดงไว้ว่า next station เป็นอะไร แสดงเป็น”ภาษาจีน-ฮ่องกง” ต่อด้วย”ภาษาอังกฤษ” ลำดับที่เราลงเป็น 5 คือ cใช้เวลาประมาณ 50 นาที

A21-to-city
A21-to-city

ข้อมูลจากการเตรียมตัวการเดินทางก็น่าจะพอให้ข้อมูลเพื่อนๆนักเดินทางที่เตรียมจะเดินทางกันไม่มากก็น้อยนะคะ เรื่องเล่าจากนี้ก็คงเป็นการกินๆเที่ยวๆแบบสบายๆไม่เร่งรีบ เราเป็นมนุษย์ตื่นไม่เช้า ไม่เที่ยวแบบอัดแน่นอะไรมากมาย เอาสบายๆ (จริงๆมันใกล้กับคำว่าขี้เกียจ ป่าวมะชัวร์นะ อิอิ)

 

 

 

พาลูกเที่ยว:Malaysia ตะลุย Lego Land Park & Legoland Hotel กัน

4
leogoland hotel,วิธีเดินทางไปlego lannd,พาลูกเที่ยวมาเลเซีย,พาลูกเที่ยว,Lego Land,เที่ยวเลโก้แลนด์,กินเที่ยวมาเลเซีย,เที่ยวรัฐยะโฮร์

พาลูกเที่ยวมาเลเซีย,พาลูกเที่ยว,Lego Land,กินเที่ยวมาเลเซีย,เที่ยวรัฐยะโฮร์

สวัสดีครับ

รีวิวนี้เป็นตอนพิเศษ กับทริปพาลูกเที่ยวที่ผ่านมา เป็นการพาปันปันไปเที่ยวจนถึงที่รัฐยะโฮร์กันเลย เป้าหมายชัดเจนมากอยุ่แล้วคือเราจะพาเค้าไป เที่ยว Lego Land นั้นเอง
ขอบอกว่าที่นี่มีอะไรดีๆเยอะเลย ทั้งความน่ารัก สวนสนุกและสวนน้ำที่เหมาะสมกับเด็กทุกเพศทุกวัย เอาว่าไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงแล้วดีกว่าไปดูกันเลย

Hong Kong 360 In the Air พาปีนเขาถ่ายรูปในฮ่องกง

3

Hong Kong 360 In the Air พาปีนเขาถ่ายรูปในฮ่องกง

00-Review-Cover

พูดถึงฮ่องกง เราก็คงนึกถึงประเทศที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า และแออัด (ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ)
แต่ในความแออัดนั้นมันก็ซ่อนความสวยงามความคลาสิคไว้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ
แต่ด้วยความที่ประเทศนี้เป็นเกาะเลยทำให้ฮ่องกงมีพื้นที่ที่เป็นภูเขา และมีจุดถ่ายภาพมุมสูงสวยๆอยู่ไม่น้อยเลยครับ
ซึ่งแน่นอนว่าเรามักจะนึกถึง The Peak หรือ Victoria Peak กันเป็นส่วนมากเพราะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทั่วไปไปเที่ยวกัน

แต่ๆๆๆๆ วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปเดินเล่นถ่ายภาพในจุดอื่นที่ต่างออกไปบ้างครับ
โดยทริปนี้ผมได้เดินทางไปตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม 2014 ที่ผ่านมาครับ ซึ่งจริงๆเป็นหน้าฝนครับ
แต่ผมถือว่าโชคดีไม่น้อยกับการไป 8 วัน 7 คืน ผมเจอฝนที่ทำให้ออกไปถ่ายภาพไม่ได้เพียงแต่วันเดียวเท่านั้นเองครับ

ทริปนี้ถือเป็นอีกทริปที่จัดขึ้นเพื่อไปเก็บภาพมาเพื่อนำมาขายโดยเฉพาะครับ ดังนั้นรีวิวนี้จะไม่ได้มีที่กินที่เที่ยวนะครับ
แต่จะเน้นไปที่จุดสำหรับการถ่ายภาพเป็นหลักครับ โดยผมจะพยายามลงพิกัด และวิธีการเดินทาง
เพื่อว่าเพื่อนๆอยากจะตามรอยไปเก็บภาพบ้างนั่นเองครับ

และอย่างที่บอกในหลายๆจุดที่ผมไปถ่ายภาพเป็นมุมสูงจากภูเขา
ผมเลยขอตั้งชื่อตอนเกร๋ๆ ว่า Hong Kong 360 In the Air ครับ
ถ้าพร้อมแล้วก็ออกเดินทางไปด้วยกันเลยครับ

 

ว่าด้วยการเดินทาง

ปัจจุบันการเดินทางไปยังฮ่องกงมีมากมายหลายสายการบินครับทั้งสายการบิน Low cost หรือสายการบินแบบ Full Service ครับ
ซึ่งแต่ละช่วงเวลาก็ล้วนมีราคาที่แตกต่างกันไป ของแต่ละสายการบิน แล้วแต่ว่าช่วงไหนสายการบินใดมีโปรอะไรออกมาบ้าง
และหากจะต้องไปเช็คราคาจากหน้าเว็บทุกเว็บก็คงไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ครับ เพราะค่อนข้างเสียเวลา
ปัจจุบันก็มี Search Engine สำหรับการหาตั๋วเครื่องบินมากมาย เช่น www.expedia.co.th เป็นต้นครับ

แต่สำหรับทริปนี้ผมเป็นทริปที่ผมแพลนล่วงหน้ามาตั้งแต่ปีก่อน (จริงๆไม่ได้แพลนอะไร แต่เห็นตั๋วถูกเลยบินไปครับ)
ซึ่งตอนนั้นผมจองตรงกับโปรของ Air Asia ไว้ครับไปกลับราคาเพียงคนละประมาณ 3,700 บาทเท่านั้นครับ

01-AirTicket

ว่าด้วยเรื่องการจองที่พัก

ก่อนหน้านี้ผมได้ไปฮ่องกงมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองครั้งผมเลือกที่จะนอนพัก Hostel ครับ โดย Hostel ดังๆ
ที่คนไทยนิยมก็มีอยู่ทั้งแถว Mong Kok และย่าน Tsim Sha Tsui ครับ สำหรับคนที่มีงบจำกัดการพัก Hostel ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีครับ
เพราะราคามันถูกจริงๆตกคืนละประมาณ 300-700 บาทเท่านั้นครับ แต่ครั้งล่าสุดผมมีความทรงจำที่ไม่ค่อยดีกับการพักที่ Hostel ย่าน Tsim Sha Tsui ครับ
มีความรู้สึกว่าที่นอนไม่สะอาดเลยครับ นอนแล้วพอกลับมาขาขึ้นตุ่มเต็มไปหมด เหมือนว่ามีตัวเหลือบ ตัวไร มากัดครับ ซึ่งกว่าจะหายก็ใช้เวลาไป 2-3 เดือนเลยทีเดียวครับ (จริงๆเพราะไปเกามันด้วยหล่ะครับ)

ครั้งต่อมาผมจึงเลือกที่จะลองหาโรงแรมในการพักแทนครับโดยผมเลือกที่จะพักย่าน Tsim Sha Tsui
เพราะใกล้กับจุดถ่ายรูปตรง Avenue of Star ครับ และการข้ามไปฝั่งฮ่องกงก็สามารถเดินไปขึ้น Ferry ที่ราคาถูกกว่าการใช้ MTR ด้วยครับ
(แต่ก็ช้ากว่านะครับ แต่ผมมีเวลาค่อนข้างมากอยู่แล้วครับ เลยไม่เป็นประเด็น)
แต่ด้วยความที่ว่าผมไม่เคยจองและพักโรงแรมที่ฮ่องกง เลยไม่แน่ใจว่าจะจองที่ไหนดีผมเลยใช้บริการของ www.expedia.co.th ในการหาโรงแรมครับ
ซึ่งที่หน้า Expedia เราสามารถใส่ว่าเราต้องการหาโรงแรมย่าน Tsim Sha Tsui  ได้เลยครับ
ไม่ต้องใส่ Hong Kong แล้วไปเลือกทีหลังครับ จากนั้นใส่วันที่เข้าพักและจำนวนคนไปได้เลยครับ

02-Expedia1

หลังจากนั้นระบบจะดึงข้อมูลขึ้นมาครับ.. ซึ่งแน่นอนผมกดให้เรียงตามราคาครับ 5555
ซึ่งจากที่ดูถ้าโรงแรมเป็น 2 ดาวจะเป็นพวก Hostel หรือ Guest House ครับ
ซึ่งผมไม่เอาผมจึงไปคลิป Filter ตรงว่า 3 Stars ครับ ก็จะได้ List โรงแรมออกมาครับตามนี้ครับ

03-Expedia2

แต่ส่วนใหญ่เวลาจองผมจะชอบดูจากแผนที่ครับ เพื่อดูว่าโรงแรมไหนอยู่ตรงไหนซึ่ง Expedia ก็มีให้ดูครับ
โดยเรากดที่ View Map ได้ครับ ซึ่งเราจะได้หน้าจอที่เป็นแผนที่ แล้วจะมีโรงแรมแต่ละแห่งปรากฎลงบนแผนที่เลยครับ
เราสามารถกดตรงจุดเพื่อดูว่าจุดไหนเป็นโรงแรมไหน และราคาเท่าไหร่ครับ
เมื่อเจอโรงแรมที่ถูกใจทั้งราคาและสถานที่แล้วก็สามารถคลิกเพื่อจองได้เลยครับ

04-Expedia3

หลังจากนั้นก็เข้าหน้าจอรายละเอียดของห้องพักที่เราจะจองครับ ซึ่งจะมีราคาหลายแบบ รวมทั้งเงื่อนไขที่แตกต่างกัน
เช่นบางห้องราคาถูกแต่ยกเลิกไม่ได้ หรือบางห้องแพงขึ้นมาเล็กน้อยแต่สามารถยกเลิกได้เป็นต้นครับ อันนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคนครับ

05-Expedia4

และด้านล่างของจอจะมีข้อมูลทั่วไปของโรงแรมให้ครับ

06-Expedia5

รวมไปถึง Guest Review ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างมีประโยชน์ในการเลือกโรงแรมไม่น้อยครับ

07-Expedia6

จากนั้นก็จะเป็นการกรอกข้อมูลส่วนตัวและชำระเงินครับ
และเมื่อจองเสร็จก็จะมีเมล์ Confirm ส่งมายัง อีเมล์ของเราครับ
เพียงเท่านี้เราก็ได้โรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

การเดินทางเข้าเมือง

สำหรับการเดินทางเข้าเมืองจากสนามบินนั้น มีหลายวิธีครับ
วิธีที่เร็วที่สุดคือ การนั่ง Airport Express ครับ ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่พักในย่าน Central Hong Kong ครับ
แต่ผมพักอยู่ที่ย่าน Tsim Sha Tsui การนั่ง Airport Express จะไม่ค่อยสะดวก
เพราะเมื่อมาลงที่ Hong Kong แล้วจะต้องเดินต่อไปประมาณ ครึ่งกิโลเมตร เพื่อต่อ MTR จาก Central ย้อนกลับไปยังฝั่งเกาลูนครับ
ดังนั้นการเดินทางไปที่พักของผม ผมจึงเลือกเดินทางเข้าเมืองด้วย รถเมล์ครับ
(ที่สนามบินนั้น MTR ไปไม่ถึงครับ ต้องนั่ง Bus ออกมานิดนึงก่อนครับ ซึ่งผมว่ามันก็ไม่สะดวกอยู่ดีครับ)

08-HK

เมื่อเราออกจาก Terminal มาแล้ว หากเราเดินตรงต่อไปอีกฝั่งหนึ่งของ Terminal จะเป็นสถานี Airport Express (ทางขวาของรูป)
ให้เราเลี้ยวขวามา (ทางด้านล่างของรูป) จะเจอป้ายรถเมล์เต็มไปหมดครับ
ให้เราหาป้ายที่เป็นสาย A21 ครับ รถเมล์สายนี้จะวิ่งมาที่ฝั่งเกาลูนวิ่งบนถนนนาธาน
ผ่านตั้งแต่ย่าน Mong Kok ไล่มาจนย่าน Tsim Sha Tsui เลยครับ

สำหรับเรื่องบัตร MTR ผมขอไม่พูดแล้วล่ะกันนะครับ เพราะทุกรีวิวมีแนะนำไว้หมดแล้วครับ

การติดต่อสื่อสาร

ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือดูจะเป็น สิ่งที่ขาดไม่ได้เสียแล้ว รวมถึงเวลาเดินทางไปต่างประเทศด้วย
ที่ฮ่องกงนั้นสามารถหาซื้อ ซิมโทรศัพท์มือถือได้จากร้าน IT และพวกร้านสะดวกซื้อทั่วไปครับ
แต่ว่า แต่ละร้านจะมีขั้นต่ำในการเติมเงินที่ไม่เท่ากันครับ (ซึ่งบางร้านที่ผมเจอคิดขั้นต่ำถึง 300 HKD) ซึ่งผมว่ามันมากไปครับ
ช่วงที่ผมไปผมเลยใช้บริการของ Discover Hong Kong Tourist SIM Card ครับ
สามารถดูรายละเอียดได้จาก Link นี้ครับ

08_02-Sim

โดยผมไปซื้อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตรง Victoria Harbour ครับ
ตอนที่ผมไปผมใช้แบบ 8 Day Pass เฉพาะฮ่องกงราคา 96 HKD ใช้ได้ 5 GB ครับ
แต่ล่าสุดเหมือนมันจะขึ้นราคา แต่ซิมสามารถนำไปใช่ที่มาเก๊าได้ด้วยแทนครับ ก็ลองดูกันนะครับ
เรื่องสัญญาณของเจ้านี้ ผมให้แค่พอใช้ได้ครับ ในที่หลักๆมีสัญญาณโอเคเฉยๆครับ

เอาหล่ะครับทั้ง ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก การเดินทาง การติดต่อสื่อสารครบถ้วนแล้ว ก็ออกเที่ยวกันเลยครับ 🙂

Victoria Harbour, Avenue of Star and Symphony of Light

จุดแรกเป็นจุดที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันอยู่แล้วเพราะถือว่าเป็นหนึ่งใน Landmark ของฮ่องกงเลยทีเดียวครับ
ซึ่งใครที่เดินทางมาฮ่องกงครั้งแรกล้วนต้องมากันทั้งนั้นครับ นั้นคือบริเวณ Victoria Harbour ครับ

การเดินทาง : นั่ง MTR มาลงที่สถานี Tsim Sha Tsui ออกที่ทางออก L6 แล้วเดินลอดอุโมงค์ข้าม Salisbury Road มาครับ
พิกัด GPS : 22.292974, 114.169603 / N22°17.57844,E114°10.17618

ตรงนี้ในการเลือกมุมถ่ายภาพต้องดูดีๆนะครับ เพราะมันเป็นท่าเทียบเรือด้วย ผมถ่ายๆภาพอยู่ดีๆ
เจอเรือวนมาจอดส่งคนโดนบังมุมหมดเลยครับ 555
หรือทางเลือกอีกทางหนึ่งคือให้ขึ้นไปชั้นสองครับ
แต่วันที่ผมไปมีฝนปรอยๆลงมาผมเลยเลือกที่จะถ่ายภาพจากด้านล่างแทนครับ

09-HK2014-0023
10-HK2014-0027
11-HK2014-0030
12-HK2014-0040

สำหรับการแสดง Symphony of Light จะแสดงตอน 2 ทุ่มนะครับระยะเวลาแสดงประมาณ 15 นาทีครับ

The Victoria Peak

จุดต่อมาก็ยังคงเป็นจุดที่เป็นที่นักท่องเที่ยวรู้จักดีครับ นั่นก็คือ The Peak หรือ Victoria Peak นั่นเองครับ
จุดนี้ถือว่าเป็นจุดมุมสูงหลักของฮ่องกงที่นักท่องเที่ยวทั่วไปจะขึ้นไปเที่ยวและเก็บภาพกันมากที่สุดครับ

การเดินทาง : การเดินทางที่ง่ายและเร็วที่สุดคือการนั่ง Tram ขึ้นไปครับ โดยสามารถนั่งรถเมล์สาย 15C จาก บริเวณท่าเรือ Central Ferry ไปได้ครับ
ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็จะถึงสถานี Peak Tram ครับ แต่ถ้าไปในช่วงเวลาเย็นๆ จะต้องรอคิวขึ้น Tram ค่อนข้างนานครับ

อีกวิธีที่ผมใช้คือนั่งรถเมล์สาย 15 ยาวขึ้นไปที่ The Peak เลยครับ โดยขึ้นรถเมล์จาก Central Ferry ได้เช่นกันครับ
หรือใครที่นั่ง MTR มาก็สามารถนั่งจากสถานี Central ไปได้เช่นกันครับ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ​ 20-30 นาทีในการขึ้นไปถึง The Peak ครับ
วิธีนี้จะประหยัดกว่า นั่ง Tram ขึ้นไปครับ

สำหรับวิธีที่ผมเดินทาง เนื่องจากผมพักที่ย่าน Tsim Sha Tsui
ผมเลยเลือกที่จะนั่งเรือข้ามฝากจากฝั่งเกาลูนไปฝั่งฮ่องกงครับ (ถูกกว่านั่ง MTR ไป นืดนึง) และถือว่าได้นั่งเรือชมวิวด้วย
อ้อเรือ Ferry ที่นั่งข้ามไปจะมีชั้นบนชั้นล่างนะครับ ชั้นล่างจะถูกลงไปอีก แต่ไม่แนะนำนะครับ เพราะเหม็นน้ำมันมากครับ

วิวจาก Ferry ครับ
13-HK2014-0049

หลังจากนั่งรถเมล์สาย 15 ขึ้นไปแล้วจุดแรกที่ผมไปเดินเล่นคือ Sky Terrace ครับ
เป็นจุดที่ผมไม่ได้ขึ้นมาในสองครั้งที่แล้ว ครั้งนี้เลยแวะขึ้นไปชมวิวครับ ค่าขึ้น 45 HKD หรือไม่ถึง 200 บาทครับ
ในมุมของคนชอบถ่ายรูป ส่วนตัวผมว่าคุ้มนะสำหรับวิวที่สวยขึ้นอีกเยอะครับ

Victoria Peak Hong Kong

แถมภาพพาโนรามาให้ครับ

15-HK2014-0070-Pano

ที่ Sky Terrace ปัจจุบันห้ามใช้ขาตั้งกล้องนะครับ จะขาเล็กขาใหญ่ห้ามหมดครับ (เมื่อก่อนให้ใช้ครับ)
แต่ว่าที่ผมไปตอนแรกใช้ไม่มีใครมาว่าครับ แต่ผ่านไปซักพักนึงมีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าห้ามใช้ครับ
จากตอนแรกที่ผมว่าจะเก็บภาพ Twilight ที่จุดนี้เลยต้องพับโครงการไปครับ

แต่ผมไปพบว่ามีอีกจุดหนึ่งเป็นมุมที่สวยไม่น้อยเลยครับ แต่จุดนี้จะต้องเดินจาก The Peak ไปอีกประมาณ 15 นาทีครับ
ตามแผนที่นี่เลยครับ พิกัดจะอยู่ประมาณนี้ครับ 22.278526, 114.146334 ซึ่งทางเดินไปเป็นทางเดินง่ายมากครับ
คนพิการที่นั่งรถเข็นก็สามารถไปได้ครับ เพราะเป็นทาง Slope พื้นปูนอย่างดีตลอดทางครับ

16-Map

ตรงจุดนี้จะเป็นจุดที่อยู่มุมเขา และด้านหน้าเปิดเป็นหน้าผาพอดีจึงไม่มีต้นไม้มาบังมุมครับ
ผมเลยมาตั้งกล้องถ่ายภาพตรงนี้ครับ รวมถึงตั้งกล้องสำหรับถ่าย Day to night Timelpase มาด้วยครับ

มุมค่อนข้างกว้าง ไม่มีต้นไม้ไหล่เขามาบังเหมือนตรง Sky Terrace ด้วยครับ

Victoria Peak Hong Kong

Hong Kong Skyline

ฟ้าเริ่มมืดหล่ะครับ สังเกตดีๆว่าจริงๆแล้วมุมนี้เป็นมุมฝั่งตรงข้ามพระอาทิตย์ตกนะครับ
คุยกับคนที่อยู่ที่ฮ่องกง เค้าบอกว่าจริงๆแล้วที่ The Peak นั้นเป็นมุมที่ช่างภาพที่นี่จะมาถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นกันครับ
เรียกว่าเป็นจุดเดียวสำหรับการถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นในมุมสูงของฮ่องกงเลยครับ
แต่ว่าการเดินทางขึ้นมาค่อนข้างลำบากนิดนึง เพราะช่วงเช้าต้องนั่ง Taxi อย่างเดียวเลยครับ

Hong Kong Skyline at Dusk

พาโนรามาบ้าง
Hong Kong Skyline at Dusk Panorama

เริ่มมืดหล่ะครับ
Hong Kong Skyline aerial
22-HK2014-0239

ตึก Transformer

ตึกนี้เป็นตึกที่อยู่มานอกเมืองนิดนึงครับ ซึ่งเป็นตึกที่ไม่ได้มีจุดเด่นอะไรมากมายครับ
แต่เป็นฉากที่เรื่อง Transformer ภาคล่าสุดใช้เป็นจุดถ่ายทำครับ ผมเลยบรรจุตึกนี้ลงโปรแกรมในการไปเยี่ยมชมซักหน่อยครับ

พิกัด GPS : 22.284506, 114.212476 / N22°17.07036, E114°12.74856
การเดินทาง : นั่ง MTR มาลงที่สถานี Tai Koo ออกที่ทางออก B แล้วเดินตามถนน King’s Road ประมาณ 230 เมตรเท่านั้นครับ

23-Map

แต่เนื่องจากที่นี่เป็นตึกพักอาศัยนะครับ ดังนั้นใครอยากจะไปเก็บภาพคงต้องให้ความเคารพสถานที่นิดนึงครับอย่าไปรบกวนเค้ามากครับ
เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะโดนไล่ออกจากตึกออกมาได้ครับ อย่างขาตั้งกล้องถ้าจะใช้ก็อย่าไปเกะกะคนที่เดินไปเดินมาแถวนั้นครับ

Hong Kong Residential Building
Hong Kong Residential flat

Braemar Hill

Braemar Hill เป็นอีกจุดที่เหมาะในการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกครับ พิกัดที่ผมให้ไว้จะเป็นสุดสายของรถเมล์เท่านั้นนะครับ
ซึ่งจากจุดนั้นเราจะต้อง Trekking ขึ้นเขาไปอีกครับ ทางจะต้องมุดกิ่งไม้ มีปีนเขาเล็กน้อยครับ ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาทีในการขึ้นไปครับ
ซึ่งทางขึ้นผมอธิบายไม่ถูกจริงๆครับ 5555 แต่มันจะมีทางที่ Trekking ขึ้นไปได้ครับ ทีคนทำสัญลักษณ์ลูกศรบอกไว้ครับ

พิกัด GPS : 22.283387, 114.198732 / N22°17.00322, E114°11.92392
การเดินทาง : นั่ง MTR มาลงที่สถานี Causeway Bay ออกที่ทางออก E แล้วนั่งรถเมล์สาย 25 (จะเป็นรถเมล์เล็ก) ไปจนสุดสายครับ
ค่ารถ 9.6 HKD ผมไม่ชัวร์ว่า ไปกลับ หรือ เที่ยวเดียวครับ จากนั้นก็ Trekking ขึ้นไปต่อครับ

สำหรับจุดนี้เป็นจุดสำหรับถ่ายพระอาทิตย์ตกครับ ดังนั้นใครมีอุปกรณ์อะไรก็ขนไปได้เลยครับไม่ว่าจะเป็น ND หรืออะไรก็แล้วแต่ถ้าฟ้าเป็นใจได้ใช้แน่นอนครับ
แต่ผมไม่มี 5555 ผมเลยรอให้แสงอ่อนลงมาหน่อยแล้วถ่ายมาครับ ภาพนี้ถ่ายมาตรงๆเลยครับ ไม่ได้ทำ HDR แต่อย่างใด

Sunset in hong kong city Skyline

ภาพนี้ลองใช้ฟังก์ชั่น HDR ของกล้องดูครับได้เป็น JPG มาแล้วเอามาปรับพวก Contrast เล็กน้อยครับ

HDR: Sunset in hong kong city Skyline

จากนั้นก็รอจนถึงช่วงพระอาทิตย์ตกครับ

hong kong Skyline from braemar hill
Hong Kong Skyline at Dusk
Hong Kong city Skyline
31-HK2014-0330

Mong Kok Shopping Street

ย่าน Mong Kok เป็นอีกย่านหนึ่งที่น่าสนใจของฮ่องกง เพราะเป็นจุดที่มีร้านค้าให้เลือกชมและช๊อปปิ้งมากมายครับ
ผมเองก็ไม่พลาดที่จะไปเก็บบรรยากาศมาให้เพื่อนๆชมกันครับ

พิกัด GPS : 22.319281, 114.169994 / N22°19.15686, E114°10.19964
การเดินทาง : นั่ง MTR มาลงที่สถานี Mong Kok ออกทางออก D3 ครับ

จุดเด่นของย่านมงก๊กคือป้ายโฆษณาจำนวนมากี่ยื่นออกมาอยู่กลางถนนครับ
ผมว่ามันคลาสสิคดีครับ ผมมีโอกาสไปถ่ายที่นี่ทั้งกลางวันและกลางคืนเลยครับ

32-HK2014-0353

ผมไปเดินที่นี่ช่วงบ่ายวันอาทิตย์มาคนเยอะมากครับ
33-HK2014-0347
Mongkok shopping street

ช่วงที่ผมไปเริ่มมีกลุ่มประท้วงออกมาบ้างแล้วครับ แต่ช่วงนั้นยังไม่เป็นข่าวที่เมืองไทยเท่าไหร่
ไม่เหมือนช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่การประท้วงรุนแรงขึ้นมากครับ

35-HK2014-0351

ที่มงก๊กนี้ผมได้มีโอกาสมาแวะตอนช่วงกลางคืนอีกครั้งนึงครับ ก็สวยงามคลาสสิคไม่น้อยเลยทีเดียวครับ
ผมว่ามันก็คงประมาณเดียวกับเราไปเดินเล่นที่ย่าน Dotonbori ที่เมือง Osaka นั่นหล่ะครับ

Mongkok Hong Kong

ที่ย่านมงก๊กมีอีกจุดที่ขาช๊อปปิ้งชอบมาเดินกันคือ Lady Market ครับอยู่ติดอยู่บนถนน Tung Choi Street ซึ่งขนานกับรูปข้างบนครับ
แล้วแถวๆย่านนี้ จะมีร้านบะหมี่ถูกๆอยู่ครับ สมัย 9 ปีก่อนที่ผมมาจำได้ว่าบะหมี่น้ำชามใหญ่มากแค่ 10 HKD เท่านั้น รอบนี้ผมไปทานราคาอยู่ราวๅ 18-25 HKD ครับ
ซึ่งก็ถือว่าถูกกว่าย่าน Tsim Sha Tsui ที่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 40-50 HKD++ ครับ

Fei Ngo Shan

ที่ฝั่งเกาลูนเองก็จะมีภูเขาแห่งหนึ่งครับที่สามารถขึ้นไปถ่ายภาพมุมสูงของฮ่องกงได้ครับ
เขาแห่งนี้ชื่อว่า Fei Ngo Shan ครับ ซึ่งที่นี่เองบางครั้งคนฮ่องกงเองยังไม่ค่อยรู้จักเลยครับ
แต่บรรดาขาถ่ายภาพที่นี่เค้าไม่พลาดครับ

พิกัด GPS : 22.353237, 114.221117 / N22°21.19422, E114°13.26702
การเดินทาง : นั่ง MTR มาลงที่สถานี Diamond Hill ที่สถานีจะมีท่ารถ Taxi อยู่ครับ แล้วต่อ Taxi ขึ้นมาระยะทางประมาณ 7-8 กม.ครับ
ค่ารถ Taxi ประมาณ 70 HKD หรือ 300 บาทครับ จริงๆสามารถนั่งจากที่อื่นมาก็ได้นะครับ แต่ตอนผมเรียกจากมงก๊กผมพยายามเอาแผนที่ให้ Taxi ดูเค้าไม่ยอมไปครับ
ส่วนหนึ่งก็เพราะพูดจีนกับเค้าไม่รู้เรื่องด้วยหล่ะครับ แต่ตรง Diamond Hill มันเป็นท่ารถดังนั้นเค้าต้องไปอยู่แล้วครับ เพราะรถมันจอดเรียงหนึ่งกันอยู่ครับ

38-map

แต่ที่นี่ตอนขาลงจะต้องเดินลงเข้าเอานะครับระยะทางประมาณ 4 กม.ครับ
เห็นว่าทางลงอาจจะไม่เหนื่อยนัก แต่การเดินลงเข้าก็ทำเอาเมื่อยเข่าไม่น้อยหล่ะครับ

Fei Ngo Shan นั้นก็เป็นจุดสำหรับถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกเช่นเดียวกันครับ
แต่จะไม่ได้เป็นมุมย้อนแสงเต็มๆเหมือนที่ Braemar Hill ครับ

39-HK-051-FeiNgoShan-JPG 2 (0.00.01.27)

ที่ Fei Ngo Shan นั้นจุดถ่ายรูปจะเป็นริมหน้าผาซึ่งจะมีลมตีขึ้นจากหน้าผามาเรื่อยๆครับ
ดังนั้นอาจจะต้องหามุมตั้งกล้องดีๆครับ เพราะบางทีแค่เราถอยมา 2-3 ก้าวก็จะพ้นลมแล้วครับ
และที่นี่จะอยู่ค่อนข้างไกลดังนั้นเราต้องใช้เลนส์เทเล ซึ่งมีโอกาสที่เจอลมแล้วภาพจะสั่นได้ง่ายครับ

พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าหล่ะครับ

Hong Kong Skyline Kowloon
Hong Kong Skyline Kowloon
Hong Kong Skyline Kowloon

ฝั่งเกาลูนเองนั้นเป็นฝั่งที่เป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ครับ
ซูมเข้าไปจะเห็นว่าที่ฮ่องกงนี้ถือเป็นประเทศที่มีความหนาแน่นของประชากรมากทีเดียวครับ

43-HK2014-0412

Hong Kong Central

บางครั้งการถ่ายภาพเมือง การถ่ายจากมุมในเมืองเลยก็สวยไม่แพ้การถ่ายภาพมุมสูงเลยครับ
ทริปนี้นอกจากการปีนเขาแล้วผมเองก็ได้มีโอกาสไปถ่ายภาพเมืองฮ่องกงจากพื้นถนนมาไม่น้อยเช่นกันครับ
ซึ่งย่านที่สามารถไปเดินเล่นถ่ายภาพได้อย่างชิวๆ ก็คือย่าน Central , Hong Kong และ Admiralty นั่นเองครับ

Bank of China – Landmark of Hong Kong

พูดถึงฮ่องกงตึกที่คนพูดถึงกันมากที่สุดก็คือตึก Bank of China นี่แหละครับ
ที่มีทรงและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ ผมมีโอกาสเดินใต้ตึกแล้วถ่ายภาพนี้มากครับ

พิกัด GPS : 22.279143, 114.161034 / N22°16.74858, E114°9.66204
44-HK2014-0482

Hong Kong Central

กลางเมืองฮ่องกงจะมี Sky Walk ให้เดินเล่นได้ครับซึ่งจุดต่างๆแถวนี้ก็ล้วนเป็นจุดถ่ายรูปที่ดีทั้งนั้นเลยครับ
พิกัด GPS : 22.285807, 114.155638 / N22°17.14842 , E114°9.33828

Hong Kong Central Skyline
Hong Kong at dusk
47-HK2014-0506

เดินมาไม่ไกลก็มีอีกจุดให้ถ่ายครับ ผมให้เวลาแถวนี้หลายวันเลยครับ ในการค่อยๆเดินเก็บภาพแต่ละมุมให้ครบ

48-IMG_9971
Hong Kong Central
Hong Kong Central Skyline

Hong Kong Admiralty

ถัดจากสถานี Hong Kong เดินมาอีกหน่อยจะเป็นสถานี Admiralty ซึ่งก็เป็นจุดที่สวยในการถ่ายรูปเช่นกันครับ
จริงๆแล้วตรงจุดนี้ผมตั้งใจจะมาถ่ายช่วง Twilight เช่นกันครับ แต่ว่าวันที่ผมจะไปถ่ายนั้นฝมดันตกครับเลยอดถ่ายเลย
ภาพที่ถ่ายมาเป็นภาพของวันก่อนหน้าที่ผมมา Survey สถานที่ครับ
พิกัด GPS : 22.279830, 114.165158 / N22°16.7898 , E114°9.90948

Hong Kong Skyline

Hong Kong Skyline

เป็นยังไงบ้างครับกับภาพจากฮ่องกงชุดนี้
จริงๆแล้วทริปนี้ ผมมีไปเดินเล่นที่วัดหวังต้าเซียน วัดนางชี และนั่งกระเช้าไปไหว้พระใหญ่ที่หมู่บ้านหนองปิงด้วยครับ
แต่ผมเห็นว่าเกือบทุกรีวิวมีเขียนถึงที่เหล่านี้อยู่แล้วเพื่อไม่ให้รีวิวนี้ยาวไปผมเลยขอตัดออกไปนะครับ
ผมว่าที่ฮ่องกงยังมีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปอีกมากเลยครับ ไว้มีโอกาสผมจะไปเก็บภาพมาฝากเพื่อนๆกันอีกนะครับ

และหวังว่าสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆที่ผมเอามาให้ชมในวันนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ ให้เพื่อนๆสามารถเลือกได้ในการไปเที่ยวฮ่องกงนะครับ
สำหรับวันนี้ผมคงต้องลาไปแต่เพียงเท่านี้ครับ
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามชมครับ

ที่พัก Two Villas Holiday: The Best Budget Honeymoon Villa in Phuket

0

00-Review-Cover

สวัสดีเพื่อนๆทุกคนครับ…

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสเดินทางไปยังจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นทริปที่เดินทางเป็นประจำทุกปี
เนื่องจากบ้านคุณภรรยาอยู่ที่ภูเก็ตและ เป็นช่วงวันทำบุญวันที่อากงภรรยาเสีนด้วยนั่นเองครับ

ซึ่งที่ผ่านมาในปีนี้ผมล้วนเดินทางเพื่อไปทำงานถ่ายภาพมาตลอด
เลยคุยกันว่าทริปนี้หลังจากไปทำบุญกันแล้วก็จะไปหาที่พักสบายๆ เพื่อไป วิ๊ดวิ้วๆ ฮันนีมูนกันบ้าง อะไรบ้าง
ทริปฮันนีมูนที่ผ่านมาของผมไปที่นิวซีแลนด์มาครับ แต่ไปกัน 5 ชีวิต 555

ก็ดูที่พักอยู่หลายที่จนมาเจอที่พักแห่งหนึ่งที่เป็น Villa ที่ราคาไม่แพงนักครับ
ผมจึงให้ฉายาไปว่าเป็น The Best Budget Honeymoon Villa ครับ
ซึ่งที่นี่ก็คือ Two Villas Holiday นั่นเองครับ ซึ่งตอนไปพักผมก็ได้มีโอกาสถ่ายภาพที่พักมาฝากเพื่อนๆกันครับ
ถ้าพร้อมกันแล้วก็ไม่ชมพร้อมๆกันเลยครับ

สำหรับการเดินทางไปยังภูเก็ตในครั้งนี้ผมใช้บริการจาก Thai Smile ครับ
ซึ่งฝูงบินส่วนหนึ่งเริ่มย้ายมาประจำการที่สนามบินดอนเมืองครับ..
โดยโปรโมชั่นเปิดตัวคือ บินตกเที่ยวละ 1000 บาทเท่านั้นเองครับ

ปล. ช่วงเดือนกันยายน ถือว่าเป็นช่วง Low Season ซึ่งแต่ละสายการบินมักจะมีโปรแบบจองใกล้ๆ
และจ่ายไม่แพงเสมอๆครับ

สำหรับในส่วนของวันแรกที่ผมไปถึงผมขอไม่พูดถึงนะครับ เพราะเป็นภารกิจของครอบครัวในการเยี่ยมญาติครับ
ไม่ได้มีไปเที่ยวที่ไหนครับ ตัดฉับมาหลังจากทำบุณเสร็จแล้วเลยครับ…
สำหรับที่ Two Villas Holiday นั้นจะมีอยู่หลายโครงการครับ โดยโครงการที่ผมไปพักมานั้นจะเป็นโครงการที่อยู่ทางตอนใต้ของภูเก็ต
นั่นคือที่หาดในหานครับ ซึ่งจะตั้งอยู่ที่ถนนไสยวน แถวตำบลราไวย์ครับ

 

01-map

สำหรับคนที่มี GPS ก็สามารถใส่ พิกัดลงไปได้เลยครับ 7.792041 , 98.319331
หรืออีก format นึงก็ตามนี้ครับ N07°47.52246 E098°19.15986

นมัสการ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง

แต่ก่อนที่ผมจะเข้าที่พักผมได้แวะไปไหว้หลวงพ่อแช่มที่วัดฉลอง หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ วัดไชยธาราราม ก่อนครับ
ซึ่งวัดนี้เป็นวัดที่คนถูเก็ตให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากครับ ปัจจุบันบรรดาบริษัททัวร์ส่วนใหญ่ ก็มักจะนำวัดนี้บรรจุไว้ในโปรแกรมด้วยครับ
วัดนี้อยู่ไม่ไกลจากบริเวณห้าแยกวัดฉลองมากนัก ซึ่งก็เป็นทางที่ผมต้องผ่านก่อนที่จะเข้ารีสอร์ทอยู่แล้วครับ
02-AW2A2501

03-AW2A2502

ซึ่งภายในวัดฉลองจะมี พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมี
ซึ่งเป็นที่ประดิษฐสถานของ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากศรีลังกาด้วยครับ
04-AW2A2495

05-AW2A2503

Two Villas Holiday: The Best Budget Honeymoon Villa in Phuket

หลังจากไหว้ฆลวงพ่อแช่ม ที่วัดฉลองเสร็จผมก็เดินทางเพื่อไปเช็คอินที่ Two Villas Holiday ครับ
โดยจุดที่เราต้องเดินทางไปนั้นเราจะต้องไปที่ Office ของโครงการก่อนครับซึ่งจะอยู่บนถนนไสยวนเลยครับ
อยู่ติดกับธนาคารกรุงศรีฯ ซึ่งการเดินทางนั้นหากไม่มีรถส่วนตัวแล้วผมว่าอาจจะลำบากไปซักนิดครับ

ซึ่งหากผู้ที่จะไปพักแล้วอยากไปเที่ยวเล่นในภูเก็ตด้วยนั้นผมแนะนำให้เช่ารถมาด้วยนะครับ
แต่ถ้าใครที่จะมาพักผ่อนเป็นหลัก ผมว่าอาจจะไม่จำเป็นครับ เพราะที่นี่เมื่อมาถึงที่รีสอร์ทแล้ว
จะมีรถรับส่งบริการของทางริสอร์ทไปยังจุดหลักๆอยู่ครับ ดังนั้นอาจจะใช้วิธีเรียก Taxi หรือ รถลีมูซีนของโรงแรมไปรับ-ส่งจากสนามบินได้ครับ
แต่ต้องบอกก่อนว่าราคา Taxi ของภูเก็ตค่อนข้างแพงครับ เท่าที่ผมเคยเห็นป้ายราคาในสนามบินนั้น
ราคาสำหรับการเรียกไปส่งแถวทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ตสูงถึง 1200-1500 บาทเลยทีเดียวครับ
เรียกว่าเช่ารถขับเองยังน่าจะคุ้มกว่าครับ หรืออีกหนึ่งทางเลือกที่พึ่งมีเร็วๆนี้คือ การใช้บริการ UBER ครับ
เพราะ UBER เองพึ่งไปเปิดบริการที่ภูเก็ต ซึ่งปกติแล้วการเรียกรถรับ-ส่งสยามบินนั้น UBER จะคิด Flat Rate ที่ 1000 บาท
แต่ราคานี้คือราคาที่กรุงเทพฯ ผมไม่แน่ใจนะครับว่าที่ภูเก็ตจะติดราคาเดียวกันหรือไม่ครับ
ซึ่งหากหากเพื่อนๆโหลด App และใช้งานเป็นครั้งแรก แล้วใส่ Promotion Code uberWelcome200 ไป
จะได้ credit ฟรีสำหรับกรเดินทาง 200 บาทครับ ซึ่งผมว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่าใช้บริการ Taxi ที่ภูเก็ตอีกครับ

กลับมาเรื่องที่พักต่อครับ
หลังจากเราเดินทางไปที่ Office ของ Two Villas Holiday แล้ว
ทางพนักงานจะจัดเตรียมเอกสารให้เราครับ อันนี้เป็นภาพภายใน Office ครับ
06-AW2A2511
07-AW2A2507

ที่เมื่อซักครู่ผมบอกว่าสำหรับคนที่ไม่ได้นำรถมาเองนั้นทางรีสอร์ทจะมีรถบริการไปจุดใกล้ๆ
อันนี้คือตารางการเดินรถครับ หลักๆ คือไปเที่ยวหาดในหาน และไปชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ ครับ
สำหรับการไปหาดในหานจะมี 2 เวลาคือ 9:00 และ 11:00 ครับ และมีรถรับกลับที่พักตอนประมาณ 14:00

และช่วงเย็นการไปชมพระอาทิตย์ตกนั้นก็จะมีรถไปส่งตอน  17:00 และรับกลับตอน 19:00 ครับ
ส่งอันนี้ผมค่อนข้างชอบครับ เพราะแม้ว่าผมมีรถส่วนตัวไป แต่บริเวณแหลมพรหมเทพที่จอดรถช่วงเย็นค่อนข้างหายากครับ
ตอนแรกผมเองก็ว่าจะใช้บริการอยู่ แต่โชคร้ายครับวันที่ผมจะไปนั้นฝนตกอย่างหนักครับ เลยไม่ได้ไป T__T

08-AW2A2513

หลังจากกรอกข้อมูลเสร็จทางรีสอร์ทจะพาเราไปยังที่พักครับ..
ซึ่งที่พักในโครงการที่ในหานนั้นจะมีหลากหลายโครงการเลยทีเดียวครับ..
แต่เบื้องต้นนั้นที่ Two Villas Holiday จะมี Villa ทั้งหมด 3 สไตล์ครับ
คือ Onyx Style, Oxygen Style และ Oriental Style ครับ

โดยตัวโครงการจริงๆแล้ว ตอนเริ่มโครงการจะเป็นลักษณะ วิลล่าจัดสรร คือเป็นโครงการสร้างที่พักที่ขายขาดครับ
แต่ว่าที่โครงการเองจะรับบริหารสำหรับเจ้าของที่ต้องการนำมาปล่อยเช่าอีกทีนึงครับ
โดย Villa จะมีขนาดตั้งแต่ 2 ห้องนอนจนใหญ่สุดที่ 4 ห้องนอนครับ

สำหรับครั้งนี้ผมไปกับสองคนจึงพักที่วิลล่าหลังเล็กที่สุดคือ แบบ Onyx Style ครับ
09-AW2A2654

10-AW2A2647

11-AW2A2648

12-AW2A2651

สำหรับที่โครงการที่นี่เมื่อเข้าพักจะได้ชุดกุญแจ และโทรศัพท์มือถือครับ
โดยที่ทางโครงการจะเติมเงินไว้ให้จำนวนหนึ่งเราสามารถใช้งานได้เลยครับ โดยหากต้องการโทรหาที่ Office ให้กด 1 แล้วโทรออกครับ
ซึ่งผมว่าก็เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวแบบต่างประเทศครับ เพราะมาถึงไม่ต้องหาเบอร์โทรให้วุ่นวาย ทางรีสอร์ทเตรียมไว้ให้เลยครับ

สำหรับที่โครงการมีข้อห้าม 2 เรื่องครับ
คือห้ามนำสัตว์เลี้ยงมา และห้ามนำทุเรียนมาทานครับ ไม่งั้นโโนปรับ 2000 บาทนะคร้าบบบ
13-AW2A2563

เอาหล่ะครับถ้าพร้อมแล้วก็เข้ามาดูภายในพร้อมๆกันเลยครับ
14-AW2A2561

Villa ของโครงการ Two Villas Holiday นั้น เนื่องจากตัวโครงการพัฒนามาเพื่อขายด้วยดังนั้น
ลักษณะวิลล่าจะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครันเสมือนอยู่ที่บ้านเลยครับ ซึ่งพอเราเปิดประตูเข้ามาส่วนแรกจะเป็นส่วนของครัวครับ
ซึ่งมีอุปกรณ์ทำครัวที่ครบถ้วน สามารถหาซื้ออาหารมาทำเองได้เลยครับ หรือจะโทรสั่งทางโครงการก็มีบริการเช่นกันครับ

15-AW2A2560

อีกมุมนึงที่มองมาจากภายในวิลล่าครับ
16-AW2A2587

ถัดจากส่วนของครัวมาก็จะเป็นในส่วนของโต๊ะทานข้าว และห้องรับแขกครับ
17-AW2A2565

18-AW2A2574

19-AW2A2605

20-AW2A2554

ภายนอกจะเป็นสวนและสระว่ายน้ำครับ
21-AW2A2523

ที่โครงการนี้จะเน้นความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมากครับ ดังนั้นตัวกำแพงที่เชื่อมของแต่ละวิลล่าจึงค่อนข้างสูงครับ สูงประมาณ 2.5 เมตรครับ
ส่วนตัววิลล่าแบบ Onyx ที่ผมพักจะเป็นเป็นลักษณะวิลล่าแฝดครับ คือจะมีกำแพงเชื่อมกับวิลล่าข้างๆครับ
22-AW2A2531

23-AW2A2534

24-AW2A2525

25-AW2A2529

กลับมาภายในวิลล่าอีกทีครับ..
ในส่วนของครัวนั้นฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้องนอน 2 ครับ ซึ่งปกติแล้วถ้าไปพักสองคนห้องนี้จะไม่เปิดนะครับ
อันนี้ผมขอให้เค้าเปิดเพื่อถ่ายรูปฝากกันมาครับ ส่วนตัวแล้วผมว่าห้องนี้ดูอึดอัดไปซักเล็กน้อยครับ
เนื่องจากกำแพงด้านหนึ่งเป็นกำแพงที่เชื่อมกับวิลล่าอีกหลังหนึ่งครับ เลยไม่มีหน้าต่างทำให้แอบรู้สึกว่าห้องแคบครับ

26-AW2A2580

แล้วห้องนี้จะมีห้องน้ำอีกหนึ่งห้องพร้อมฝักบัวอาบน้ำครับ
แต่ห้องน้ำนี้จะสามารถเข้าจากครัวได้ด้วยครับ แต่เช่นกันครับหากเรามา 2 คนห้องน้ำนี้จะถูกปิดไว้ครับ
ซึ่งทำให้กรณีที่มีแขกมาเยี่ยมเยียนอาจจะไม่สะดวกนักเพราะแขกที่มาจะต้องไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องนอนใหญ่ครับ
27-AW2A2581

มาดูห้องนอนใหญ่กันบ้างครับ ทางเข้าห้องนอนใหญ่จะอยู่ตรงส่วนของห้องนั่งเล่นครับ
28-AW2A2514

ห้องนอนใหญ่นี้ที่ปลายเตียงก็จะเป็นประตูกระจกสามารถกระโดดลงสระว่ายน้ำส่วนตัวได้ทันทีครับ
29-AW2A2515

สำหรับคนที่ไปฮันนีมูน แบบที่ผมไปครั้งนี้ สามารถ Request ให้ทางโครงการจัดแต่งความสวยงามของห้องเป็นพิเศษได้ครับ
30-AW2A2517

31-AW2A2520

32-AW2A2522

33-AW2A2547

ส่วนที่อยู่ด้านหลังหัวนอนก็จะเป็นตู้เสื้อผ้าซึ่งมีอุปกรณ์ อำนวยความสะดวกครบครันครับ
ทั้งตู้เซฟ เสื้อคลุมอาบน้ำ รวมถึงมีเตารีด และมีบริการ Loundry ด้วยครับ
และก็จะมีทางเชื่อมไปยังห้องน้ำครับ ซึ่งเมื่อเปิดเข้าไปก็จะมีอ่างน้ำอ่างใหญ่อยู่ครับ โครงการนี้จะเป็นอ่างธรรมดานะครับ
แต่ถ้าเป็นโครงการ Oxygen และ Oriental จะเป็นอ่างจากุชชี่ครับ
34-AW2A2538

มองไปทางฝั่งซ้ายจะเป็นอ่างล้างหน้า และส่วนของชักโครกครับ
35-AW2A2540

มองไปมาทางฝั่งขวาจะเป็นส่วนของโต๊ะแต่งหน้า และส่วนอาบน้ำฝักบัวซึ่งเป็นแบบ Rain Shower ครับ
ซึ่งก็มีอุปกรณ์การอาบน้ำให้ครบครัน ตั้งแต่ไดร์เป่าผม ชุดแปรงสีฟัน ยาสีฟัน หมวกอาบน้ำ คัตตันบัด
36-AW2A2542

37-AW2A2543

ตัวครีมอาบน้ำและแชมพูของที่นี่จะมีกลิ่นสมุนไพรครับ
ส่วนตัวแล้วผมชอบนะ เป็นสมุนไพรที่หอม ไม่ได้กลิ่นสมุนไพรจ๋ามากเหมือนบางที่ครับ
38-AW2A2582

ช่วงตอนเย็นวันแรกผมเลือกที่จะนั่งเล่นที่รีสิร์ท แล้วสั่ง BBQ มาทานครับ
แล้วกะว่าเย็นอีกวันที่ไปที่แหลมพรหมเทพครับ แต่ปรากฎว่าคิดผิดเพราะเย็นวันที่สองฝนตกหนักซะงั้น 555
สำหรับเซต BBQ นั้นสามารถสั่งที่ทางโครงการได้ครับ สนนราคาเริ่มต้นที่ 1500 บาทสำหรับสองคน
ซึ่งที่ผมได้มาก็จะประมาณนี้ครับ มีกุ้งประมาณ 10 ไม้ ปลาหมึก 10 ไม้ มีปลากระพงเผา และมีปูม้า สำหรับส่วนที่เป็น ซีฟู๊ดครับ
และจะมีอักส่วนที่เป็น BBQ คือไก่บาร์บีคิวครับ

39-AW2A2599

40-AW2A2623

ซึ่งเราสามารถนัดเวลาที่จะทานอาหารได้เลย แล้วทางโครงการจะนำของมาให้เราก่อนถึงเลาประมาณครึ่งชม.
โดยทางแม่บ้านจะทำการจุดเตาให้เรา ส่วนการปิ้งจะปิ้งเองหรือให้ทางแม่บ้านปิ้งให้ก็ได้ครับ
ส่วนผมมีคนปิ้งส่วนตัวมาครับ เลยเลือกที่จะปิ้งเองครับ อิอิ

40-AW2A2617

ระหว่างที่ให้คุณภรรยาปิ้งผมก็เดินเล่นถ่ายรูปวิลล่าในช่วงแสงเย็นครับ
42-AW2A2593

43-AW2A2601

44-AW2A2610

45-AW2A2611

46-AW2A2613

ถ่ายรูปเสร็จก็ใกล้ได้เวลากินพอดี อิอิ
47-AW2A2624

พร้อมแล้วมาทานกันดีกว่าครับ
48-AW2A2629

49-AW2A2627

50-AW2A2631

51-AW2A2635

52-AW2A2633

เรื่องความสดของอาหารซีฟู๊ด อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ แต่ไม่ได้สดเหมือนแบบว่าตักขึ้นจากบ่ออะไรอย่างนั้น
ส่วนรสชาติผมว่าอร่อยเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น BBQ ไก่ หรือน้ำจิ้มซีฟู๊ดถือว่าทำได้ดีครับ
ส่วนตัวแล้วถ้าเทียบปริมาณ คุณภาพและราคา ผมให้ผ่านเลยครับ ถือว่าไม่แพงเลย

53-AW2A2637

หลังจากอิ่มก็เป็นเวลาพักผ่อนแระ… ตรงนี้แอบไม่รีวิวให้เพื่อนๆจินตนาการเอาเองครับ 5555

Cooking & Serve breakfast in villa by our maid

ตัดกลับมาที่ ส่วนของอาหารเช้า
ที่นี่ไม่ได้มีพื้นที่ส่วนกลางให้นะครับ แต่จะเป็นลักษณธว่าแม่บ้านเข้ามาเตรียมอาหารเช้าให้เราเลยตาม Concept ที่ว่า Cooking & Serve breakfast in villa by our maid
เราเพียงแต่นัดเวลาว่าจะทานอาหารประมาณกี่โมง ทางแม่บ้านจะมาล่วงหน้าประมาณครึ่งชม. แล้วเตรียมอาหารให้เราครับ
โดยตอนที่แม่บ้านมาเค้าจะกดกริ่งแจ้งเราครับ ซึ่งเราจะไปเปิดประตูทักทาย หรือนอนต่อก็ได้
ซึ่งไม่นานเกินรอตามเวลานัดพอผมเปิดห้องนอนออกมาอาหารก็ถูกเซตวางไว้ที่โต๊ะเรียบร้อยครับ
54-AW2A2640

ซึ่งอาหารหลักๆ เลือกได้ระหว่าง American Breakfast หรือ
A la cart แบบพวกข้าวผัดผัดมาม่า อะไรอย่างนั้นซึ่งผมอยู่ 2 คืนก็เลยลองทั้งสองแบบเลยครับ
ซึ่งวันไหนเราอยากทานแบบไหนก็ให้แจ้งกับทาง Office ไว้ได้เลยครับ โดยใช้โทรศัพท์มือถือที่เค้าให้ไว้นี่แหละครับโทรไปโลด

55-AW2A2641

56-AW2A2681

57-AW2A2683

ป่าหล่าย แหล่งซีฟู๊ด และอาหารท้องถิ่นราคาเป็นกันเอง

สำหรับคนที่มีรถและอยากออกมาหาอาหารทานนั้น ผมมีแหล่งอาหารท้องถิ่นและซีฟู๊ดราคาไม่แรงมากมาแนะนำครับ
นั่นก็คือแถวๆ หาดป่าหล่ายนั่นเอง… จากแผนที่ที่ผมโพสไว้ บริเวณป่าหล่าย จะอยู่ระหว่างตัวเมืองกับ ห้าแยกวัดฉลองครับ
วิธสังเกตทางเข้าง่ายๆคือ ทางเข้าจะมีป้ายสวนสัตว์ภูเก็ตอยู่ครับ
01-map

ปกติแล้วถ้าทานซีฟู๊ดผมจะชอบไปทานที่ร้าน ป่าหล่ายซีฟู๊ดครับ
แต่รอบนี้ผมนัดเพื่อนๆที่ภูเก็ตไปทานกันเค้าชวนไปทานอีกร้านครับ เป็นร้านที่เน้นอาหารพื้นเมืองมากกว่าครับ
ชื่อร้านหมอมุดง

ปกติแล้วเมื่อเราขับรถเข้าไปทางซอยป่าหล่ายหากตรงไปจนสุดหาด (ประมาณ 2 กม.)
จะเป็นร้านป่าหล่ายซีฟู๊ดที่ผมมาทานบ่อยๆครับ
แต่ก่อนสุดทางมันจะมีทางเลี้ยวซ้าย ถ้าขับเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 1 กม. ก็จะเจอร้านหมอมุดงครับ
ซึ่งต้องมองดีๆนิดนึงเพราะเป็นร้านที่ไม่ค่อยมีป้ายบอกทาง 5555

58-Map

หน้าร้านจะประมาณนี้ครับ
58-2-AW2A2679

ที่นั่งภายในส่วนใหญ่จะเป็นเพิงริมทะเลครับ
58-3-AW2A2677

 

อาหารที่สั่งก็ประมาณนี้ครับ
เริ่มจากผักเหลียงผัดกุ้งเสียบ (เมนูนี้ผมชอบมากมาใต้ทีไรต้องสั่งทุกครั้งครับ)
59-AW2A2657

 

ตามมาด้วยหอยชักตีน (อันนี้คุณภรรยาชอบ 55)

60-AW2A2660

 

ยำตะไคร้

 

 

61-AW2A2663
น้ำพริกกุ้งเสียบ

 

62-AW2A2666

 

ปลาทรายทอดขมิ้น
63-AW2A2669

ส่วนจานนี้ของเด็ดครับ เป็นปลาทูยัดไส้
เป็นการเอาปลาทูมาควักเนื้อออกเอาไปคลุกกับเครื่องแกงทำคล้ายๆกับห่อหมก
แล้วนำเนื้อยัดกลับเข้าไปที่ตัวปลาครับ

64-AW2A2672

และปิดท้ายด้วยน้ำแกงนิดนึงครับกับแกงส้มชะอม

65-AW2A2676

 

ทั้งหมดนี้ (บางอย่างสั่ง 2  จาน) ทานกัน   5 คนบวกเด็ก 1 คนราคาประมาณ  1,200 บาทครับ
ตกคนละ 200 นิดๆครับ

หลังจากเม้าท์มอยซักพักก็แยกย้ายกันกลับครับ
ผมกลับไปที่รีสอร์ทตอนแรกว่าจะไปที่แหลมพรหมเทพ แต่อย่างที่บอกครับฝนตกหนักช่วงเย็น
ก็เลยเปลี่ยนเป็นนั่งเล่นในวิลล่าแทนครับ

ซึ่งจะว่าไปก็ดีเหมือนกันครับเพราะว่าทำให้ผมได้พักผ่อนจริงๆ ค่อยเหมือนมาฮันนีมูนกะคุณภรรยาหน่อย 555

บทสรุป Two Villas Holiday Onyx Style : The Best budget private pool villa for honeymoon.

สำหรับ Two Villas Holiday Onyx นั้นหากคุณต้องการความหรูหราฟู่ฟ่า.. แบบโรงแรม 6-7 ดาวที่นี่คงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องนัก
แต่หากมองว่าเพื่อนๆต้องการความเป็นส่วนตัวในการมาพักผ่อนหรือมาจู๋จี๋กับคู่รักในงบประมาณที่ไม่มากนัก
พร้อมกับได้เป็น pool Villa แล้วหล่ะก็ ที่ Two Villas Holiday ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีครับ
เพราะราคาห้องอยู่ราวๆ 4000-5000  บาทเท่านั้น หรือหากเป็นช่วงโปรโมชั่นอาจจะมีราคาต่ำไปถึง 3000 ก็มีครับ

รวมไปถึงว่าหากมาเป็นกลุ่มเพื่อน ครอบครัวเองที่ Two Villas Holiday ก็มีทางเลือกของวิลล่าในรูปแบบที่ใหญ่ขึ้นมา
พร้อมกับราคาเฉลี่ยต่อหัวต่อคืนอยู่ที่ราว 1xxx บาทโดยประมาณครับ ซึ่งส่วนตัวแล้วผมว่าคุ้มค่าทีเดียว

แต่การมาที่พักที่นี่จะสมบูรณ์ยิ่งขึ้นและสะดวกยิ่งขึ้นหากว่ามีรถยนต์ส่วนตัวครับ
เพราะถึงแม้ทางโครงการจะมี Shuttle ไว้บริการแต่บางครั้งหากเราไปเที่ยวในที่ไกลๆก็ค่อนข้างลำบากครับ

สำหรับวันนี้คงขอจบรีวิวไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ
แล้วรีวิวหน้าผมจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวที่ต่างประเทศอีกครั้งแน่นอนครับ
สำหรับวันนี้ขอบคุณสำหรับการติดตามและสวัสดีครับ 🙂

เมื่อฉันติด The Voice ในเย็นวันอาทิตย์และ…หิวมาก

2
the voice thailand season 3

the voice thailand season 3

(ขอบคุณภาพและคลิปทั้งหมดจาก เว็บไซต์ thevoicethailand นะครับ )
อะแฮ่ม…วันนี้อาจจะแปลกๆบ้างกับชื่อที่จั่วหัวไว้ วันนี้ผมอยากเขียนเรื่องเบาๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับท่องเที่ยวกันบ้าง ผมเขียนขึ้นในวันว่างๆวันครอบครัวอย่างวันอาทิตย์ ที่ไม่อยากไปไหนเลย ลองอ่านกันดูเพลินๆนะครับ

ช่วงที่ผ่านมาผมเอง ไม่ค่อยได้อยู่บ้านนัก ออกทริปตลอดเวลา พอช่วงไหนอยู่บ้านจะรู้สึกสำคัญ และอยากให้เวลาตรงนี้กับคนในบ้านมากๆครับ ยิ่งช่วงนี้ทุกๆวันอาทิตย์ ไม่ว่าจะไปไหนก็ตามจะกลับมาให้ทันก่อนช่วง 5  โมงเย็นเพราะตอนนี้ติดรายการ The Voice  Thailand Season 3 ระดับแฟนเหนียวหนึบคนนึงเลยทีเดียว ติดตามดูกันมาถึง Season ที่ 3 แล้วขนาดนี้
The Voice เป็นรายการ ประกวดร้องเพลง ที่น่าจะ Hot ที่สุด มีคนเชียร์ ให้กำลังใจ มากที่สุดในชั่วโมงนี้แล้ว ( ใจนึงคิดถึงอีกรายการอย่าง  X Factor ครับเสียดายที่ยังไม่มีใครซื้อลิขสิทธ์มาทำในเมืองไทย..ซักที อยากดู V. Thai จริงๆนะครับ) ด้วยความที่จุดขายของรายการที่แสนจะแข็งแรงที่ให้ผู้สมัครข้าร่วมอย่างที่รู้ๆว่าไม่ต้องสนใจใดๆทั้งนั้น ทั้งหน้าตาชื่อเสียงเรียงนามยังไม่รู้ด้วยซ้ำ (เพราะโค๊ชทั้ง 4 หันหลังให้หมด) วัดกันด้วยเสียงร้องล้วนๆใน รอบคัดเลือกอย่าง Blind Audition ที่ทำให้คนธรรมดาหรือนักร้องอาชีพที่ร้องเพลงกลางคืน ได้มีเวทีแจ้งเกิดในวงกว้างกัน คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกับมาก  โดยส่วนตัว ขอพูดถึงที่สุดในดวงใจของแต่ละทีมโค๊ชที่ผมแอบเชียร์สักนิด แบบทีมละคนแล้วกันนะครับ บอกก่อนว่านี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆไม่มีได้มีมาตรฐานใดๆที่จะบอกว่าคนไหนจะได้แชมป์หรือไม่ เพราะจะว่าจริงๆพยากรณ์กนตอนนี้ก็ดูจะเร็วไปซักนิด เพราะฉะนั้นห้ามมาว่าเค้าน่ะ อิอิ

คนแรกเลย ที่ผมฟังเสียงเค้าแล้วขนลุกมากๆ คือ พืช ภาคิน คือเสียงพี่เค้าที่สุดของที่สุดแล้ว ช่างเป็นคนที่ร้อง(หรือจะเรียกว่าเคี้ยว)เพลงได้อร่อยสุดๆเลย กับเพลง You Are So Beautiful กับลีลาเคี้ยวเพลงได้สุดๆมาก เล่นกีต้าร์เอง ลูกเล่นและการ Present Show ของตัวเองเรียกว่าแพรวพราวที่สุด สุดท้ายเลือกโค๊ชแสตมป์ ถือเป็นอีกคนที่มีแววเข้ารอบลึกๆได้  ไม่เชื่อดูคลิปกันดูดีกว่า

คนต่อมา  เป็นของโค๊ชโจ้บ้าง ปีนี้ผมคาดหวังอยากให้โค๊ชโจ้ โจอี้ บอยมีโอกาสทำแชมป์กับเค้าบ้าง ทุกๆปีลูกทีมนี้มีสีสันจัดจ้านตามโค๊ชสม่ำเสมอมาตลอดสองปี อย่างปีแรกกับเก่ง ธชยก็เกือบจะได้เป็นแชมป์อยู่แล้วเชียว  กับปีนี้ผมเทใจเชียร์สาวไทยหน้าฝรั่งอย่าง สาว อิงกฤต ที่พึ่งจะผ่านรอบ Battle ไปหมาดๆสัปดาห์นี้เลย แบบที่ส่วนตัวขอเรียกว่าไม่ยากเกินคาดเดา (แบบว่าเชียร์สุดใจอ่ะนะอาจจะเอียงกันบ้าง อิอิ) ลองดูคลิปได้เลยถือว่าปีนี้ผมเชียร์น้องเค้าสุดใจเลย


คนที่ 3 สำหรับทีมโค๊ชก้องบ้างครับ ถ้าทีมแสตมป์มีคุณพีช ภาคิน ของก้องสำหรับผมก็มีคุณ แนท บัณฑิตา นี้ละครับที่ทั้งพลังเสียง ทั้งสไตล์การร้อง ลีลาแบบมืออาชีพที่สุดคนนึง ตอนที่เค้าร้องเพลงไทยเดิม คือแบบว่าขนลุกตั้งแต่กระหม่อมไปถึงลันหลังกันเลย พลังเสียงช่างน่าขนลุก และLook ของเธอช่าง R&B ซะเหลือเกิน ฝรั่งโค๊ดๆคร้าบ ไม่เชื่อ ลองดูคลิปจิ๊

คนสุดท้ายเป็นของโค๊ชคิม จริงๆปีนี้ผมก็อยากให้ลูกทีมของโค๊ชคิมได้เป็นแชมป์กับเค้าบ้างเช่นกัน เพราะทีมนี้นาจะเรียกทีมนักร้องเสียงมหากาฬกันได้ทุกคน เป็นคุณลักษณ์ประจำตัวโค๊ชมาตั้งแต่ Season แรกแล้วด้วยซ้ำ ถือว่าเป็นอีกทีมที่เลือกยากมาก อย่างที่บอก ผมเอาความชอบเพลงจากในรอบแรกมาเป็นตัวตัดสินล้วนๆ ทีมนี้ผมชอบ กีต้าร์ที่สุด ด้วยเพลงตัวรอบ Blind Audition จริงๆครับ เพลงนี้ส่วนตัวก็ชอบมากอยู่แล้วยิ่งเป็นคนนี้ร้องยิ่งแล้วใหญ่ ไม่เชื่อลองฟังกันดูครับ

foodpanda.co.th,สั่งอาหารออนไลน์

และสัปดาห์แรกนี้ผมก็มานั่งเฝ้าหน้าจอเช่นกัน เรียกว่าเฝ้าจนไม่อยากไปไหนกันเลย เลยปรึกษากันเองว่างั้นเรามาสั่งอาหารมากินกันในบ้านเลยไหม เพราะปรกติ เวลาประมาณนี้จะเป็นเวลาหม่ำข้าวของปันปันเค้าละครับ คุ้นๆว่ามีเพื่อนแนะนำเว็บนึง หากเราอยากสั่งอาหารหลายๆอย่างจากหลายๆร้านโดยการทำรายการออนไลน์ที่เดียวเลยและได้มาพร้อมๆกัน มากกว่าจะมานั่งนึกที่ละร้าน เลยหลังบ้านไปถามได้ชื่อมาคือ www.foodpanda.co.th นั้นเอง อย่างที่บอกว่าหิวมากครับ ที่หิวเพราะพอเราลอง Search หาดูมันเจอหลายร้านมากๆเลย ที่เราสามารถสั่งกันได้

foodpanda.co.th,สั่งอาหารออนไลน์
สุดท้ายก็สั่งทั้ง ข้าวมา3 ชุด (บอกแล้วว่าหิวมาก ^_^)
foodpanda.co.th,สั่งอาหารออนไลน์

ทั้งเบอร์เกอร์ 1 เซ็ท
foodpanda.co.th,สั่งอาหารออนไลน์

ตบท้ายด้วย แม๊คนักเก็ต

ทั้งหมดมาจ่ายเงินปลายทาง ประสบการณ์กินข้าวจากนอกบ้านแต่มาส่งถึงในบ้านประทับใจดีครับ ใช้เวลาประมาณ​30 นาที ทั้งหมดก็มาส่งกันครบถ้วนจ่ายเงินเมื่อรับของ
ก็สบายใจดีครับ มีโอกาสคงได้ใช้บริการอีกหากต้องติดชิดริมขอบทีวีกันแบบนี้อีก เป็นความประทับใจ ดีทีเดียว ยิ่งเวลาหม่ำไปดู The Voice ไปพร้อมๆกัน Fin มากครับ

และตอนนี้(วันที่ 19 กย.2557) มาถึงรอบ Battle รอบแรกแล้ว สำหรับ คนที่ตามชม The Voice มาจะรู้ว่ารอบนี้ถือเป็นรอบเฉือนคมกันสุดๆเลย และถือเป็นรอบที่มีสีสันมากที่สุดในรายการสำหรับผมเลย เพราะลูกเล่นมากมายในการชิงไหวชิงพริบกันของโค๊ชหลังจาก Blind Audition แล้วรอบนี้ละ การขโมย หรือ จะเรียก Steal ถือเป็นสีสันของรายการมาตั้งแต่ Season 2 แล้ว เพราะซัดกันในเพลงเดียวกัน คนละท่อน ถือว่าเฉือนกันได้ตลอดเวลาจริงๆครับ
และอาทิตย์นี้ก็เกิดการ Steal ขึ้นถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นคู่ของ Coach คิ้ม คู่ของ เบียร์ – ภัสรนันท์ อัษฎมงคล VS บอส – ปาลีรัตน์ ก้อนบาง ที่สุดท้าย บอสได้ไปต่อ แต่เบียร์ก็ถูกโค๊ชโจดี้ Steal ไปทำให้มีสิทธิ์ลุ้นกันต่อสำหรับใครๆที่เป็นแฟนเบียร์นะครับ


รอบ Battle ครับ
และการ Steal ครั้งที่สอง ก็เกิดขึ้นกับทีม โจอี้ ในคู่ของ จิมมี่ – สุรชัย มาลัยยะ VS อิงกฤต – อิงกฤต วิทซานี่
จริงๆคู่นี้สูสีจริงๆครับทั้งคู่เลย ส่วนตัวไม่ต้องถามว่าผมเชียร์ใครเพราะด้านบนๆบอกไปแล้ว และอิงกฤตผ่านเข้ารอบ Knotout ต่อไป แต่จิมมี่ก็ถูกโค๊ชคิ้ม Steal คืนกันบ้าง
สรุปสองทีมนี้เค้าผลัดกันแลกลูกทีมกันใช่ไหมมม

สัปดาห์หน้าคงจะยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีก เพราะคู่เด็ดๆยังเหลืออีกเพียบเลย จะเป็นยังไงต้องรอชมกันต่อครับ ผมน่ะไม่พลาดแน่ๆ
จบแล้วบทความสั้นๆที่อยากหยิบเรื่องเบาๆมาเล่าบ้าง หวังว่าใครที่ติดตามชม The Voice เช่นกันคงจะมีคนที่เอาใจช่วยอยู่เช่นกัน หวังว่าจะสมใจกันทุกคนนะครับ
วันนี้ลาไปก่อนเดี๋ยวไว้ช่วงใกล้ๆพีคของรายการอาจจะมาเขียนถึงอีกทีครับ ขอบคุณมากๆครับ ^_^

คู่มือ เตรียมพร้อม พาลูกเที่ยวญี่ปุ่นตะลุยโอซาก้าแบบฉบับกระเป๋า

1
วิธีเดินทางเข้าเมืองจากสนามบินคันไซ,jr pass,วิธีเดินทางใช้ Jrpass,เข้าเมืองโอซาก้า,Kansai Area Pass, jrpass

วิธีเดินทางเข้าเมืองจากสนามบินคันไซ,jr pass,วิธีเดินทางใช้ Jrpass,เข้าเมืองโอซาก้า,Kansai Area Pass, jrpass

สวัสดีครับ
บทความนี้เกิดขึ้นจากการที่ รีวิวแรกที่ผ่านมากับทริป พาลูกเที่ยว: ญี่ปุ่นครั้งเดียวไม่พอ(จริงๆ) ครั้งแรกกับโอซาก้า 4 วัน 3 คืน
หลังจากรีวิวนี้ออกไปมีคนสอบถามเข้ามามากมายเลยทีเดียวว่า จากสนามบินเข้าเมืองยังไง ตอนพาเด็กไปตอนนี้ควรจะเตรียมเสื้อกันหนาวไหม หรือเลยไปถึงควรเตรียมเงินซักเท่าไหร่ดีถ้าพักที่นี่…นู้น…นั้น ฯลฯและอีกหลายๆคำถาม วันนี้ผมเลยขอดึงส่วนของที่เขียนไปแล้วในรีวิวนั้นออกมาขยายความให้ตอบทุกๆคนที่อาจจะอยากทราบ และupdate เนื้อหาเพิ่มเติมที่ได้จากทริปที่สองที่ผ่านมาเติมเข้าไปอีกหน่อยให้สมบูรณ์จะได้ช่วยตอบคำถามกันได้ครับ
เอาละมาลองอ่านกันดูเผื่อจะมีประโยชน์สำหรับใครที่กำลังจะไปโอซาก้าในช่วง เดือนแห่งใบไม้แดงนี้นะครับ

รีวิวบ้าน พฤกษ์ลดา มหาชัย บ้านของคนสมุทรสาคร

0
รีวิวพฤกษ์ลดา มหาชัย,รีวิวบ้านแลนด์แอนด์เฮ้าส์,บ้านเดี่ยวย่านมหาชัย,บ้านLand&Houses

รีวิวพฤกษ์ลดา มหาชัย,รีวิวบ้านแลนด์แอนด์เฮ้าส์,บ้านเดี่ยวย่านมหาชัย,บ้านLand&Houses
รอบนี้ทาง One22 ได้ไปถ่ายภาพโครงการบ้านพฤกษ์ลดา มหาชัย จังหวัดสมุทรสาครกันครับ เช่นเคยไหนๆไปแล้วก็หยิบมาเล่าให้ทุกๆคนได้ลองอ่านกันดูอีก ช่วงนี้จะมีบ้านของ Land & Houses ออกมาหลายโครงการหน่อย ลองค่อยๆพิจารณากันดูนะครับ ไม่ให้เสียเวลามาเริ่มกันเลยดีกว่า

ที่บ้าน: พฤกษ์ลดา บางใหญ่ บ้านหลังแรกแห่งการเริ่มต้น

0
รีวิวบ้าน,รีวิวบ้านพฤกษ์ลดา,รีวิวบ้านพฤกษ์ลดาบางใหญ่

preaklada_บ้านพฤกษ์ลดา บางใหญ่

บ้านคือวิมานของเรา …คำๆนี้ยังใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย
ยิ่งเมื่อเรามีงานการที่มั่นคง มีคนรัก และ เราทุกคนก็จะเริ่มอยากสร้างครอบครัวกันทั้งนั้น 
การมีบ้านหรือจะเรียกว่าวิมานของเราสักหลัง ย่อมเป็นฝันของทุกๆ คนแน่นอน
ช่วงที่ผ่านมา one22 มีโอกาสได้แวะเข้าไปถ่ายงานที่ โครงการ พฤกษ์ลดา บางใหญ่ ไหนๆก็ต้องเข้าไปถ่ายบ้านให้โครงการอยู่แล้ว เลยคิดว่าถ้าเก็บมาเล่าให้กันฟัง ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับพวกเราที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกในย่านนี้กัน ถือเป็นตัวเลือกก่อนจะไปชมด้วยตัวเอง ลองอ่านและพิจารณากันดูครับ ภาพค่อนข้างเยอะ ดูกันว่าชอบไม่ชอบอย่างไร ติชมกันได้นะครับแต่อยากให้สุภาพเท่านั้นเอง  หลังบรรทัดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ