Home All Storys รีวิว บัตร KTB TRAVEL CARD ประสบการณ์จริง เอาไปใช้เองจริงที่ญี่ปุ่น

รีวิว บัตร KTB TRAVEL CARD ประสบการณ์จริง เอาไปใช้เองจริงที่ญี่ปุ่น

0
รีวิว บัตร KTB TRAVEL CARD ประสบการณ์จริง เอาไปใช้เองจริงที่ญี่ปุ่น,ktb,travel,card,one22,family,japan,ญี่ปุ่น

ชอบช่วยเราแชร์นะคะ

รีวิว บัตร KTB TRAVEL CARD ประสบการณ์จริง เอาไปใช้เองจริงที่ญี่ปุ่น,ktb,travel,card,one22,family,japan,ญี่ปุ่น

รีวิวแบบเรียลๆกับ รีวิว บัตร KTB TRAVEL CARD ประสบการณ์เอาไปใช้จริงที่ญี่ปุ่น ผมพกพาบัตรนี้ไปเพราะเหตุผลง่ายๆ คือน้องที่สนิทกันเค้าเล่าให้ฟังว่าเอาไปใช้ที่ญี่ปุ่นน่าจะ work เพราะตัวบัตรไม่เสียค่ารูด และสามารถแลกเปลี่ยนเงินตราผ่าน App ได้เลย โดยที่เราไม่ต้องถอนเงินมา จะแลกก่อน หรือ ระหว่างเดินทางก็ได้ ฟังๆทีแรกยังงงๆอยู่ เพราะไม่เข้าใจ Concept แต่สุดท้ายก็ไปทำนะ เพราะอยากลอง ตอนไปทำบัตรที่ธนาคารเลยได้ทำความเข้าใจกับบัตรมากขึ้น ขอสรุปย่อๆ ตรงนี้ดีกว่า เผื่อคนที่สนใจจะได้เข้าใจก่อนทำครับ

ตัวบัตร KTB TRAVEL CARD  เป็นบัตรประเภทเดียวกันกับ Debit Visa ออกมาเพื่อเจาะผู้ใช้ที่ชอบเดินทางต่างประเทศที่ไม่อยากจะพกเงินสด หรือ
แลกเงินไปเยอะๆ ตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งของบัตรมากครับ หลักๆหยิบข้อดีที่ไปใช้ที่ญี่ปุ่นมานะครับ

อ่อฝากรีวิวล่าสุดกับ รีวิวเที่ยวคันไซใช้ pass ไหนดี กันได้ครับ สำหรับคนจะไปเที่ยวย่านนี้ช่วยได้แน่นอนครับ มะ ต่อกันดีกว่าเนอะ

ประสบการณ์จริง จ่ายเองรูดเองหมด มาดูกัน

รีวิว บัตร KTB TRAVEL CARD ประสบการณ์จริง เอาไปใช้เองจริงที่ญี่ปุ่น,ktb,travel,card,one22,family,japan,ญี่ปุ่น

สามารถรูดจากเครื่องรูดบัตรที่ใช้ในญี่ปุ่นได้หมดทุกครั้ง ผมใช้ประมาณ 5 ครั้งจาก 5 เหตุการณ์และระหว่างทริป ก็มีการแลกเงินเข้าบัตรเรื่อยๆ ไม่ได้แลกทีเดียว ดังนี้

รีวิว บัตร KTB TRAVEL CARD ประสบการณ์จริง เอาไปใช้เองจริงที่ญี่ปุ่น,ktb,travel,card,one22,family,japan,ญี่ปุ่น

ครั้งที่1 รูดที่คาวากูจิโกะ รูดตอนจ่ายตังร้านสะดวกซื้อข้างทาง เค้ามีเครื่องรูดบัตรปรกติเราก็ยื่นไป ผลลัพธ์ก็จ่ายได้เลยครับตามภาพที่เห็นครับ  ไม่มีค่าธรรมเนียมการรูดแต่อย่างใด ดีงามจริงๆ

รีวิว บัตร KTB TRAVEL CARD ประสบการณ์จริง เอาไปใช้เองจริงที่ญี่ปุ่น,ktb,travel,card,one22,family,japan,ญี่ปุ่น

ครั้งที่ 2  ผมรูดตอนเติมน้ำมันที่ปั้มในโอซาก้า ทีแรกก็ลังเลเพราะไม่แน่ใจว่าที่ปั้มเค้าจะรับไหม สุดท้ายก็ลองดู ปรากฎได้นะ จ่ายผ่านและไม่มีค่าธรรมเนียมการรูดแต่อย่างใดเช่นกัน

รีวิว บัตร KTB TRAVEL CARD ประสบการณ์จริง เอาไปใช้เองจริงที่ญี่ปุ่น,ktb,travel,card,one22,family,japan,ญี่ปุ่น

ครั้งที่ 3 ผมรูดตอนจ่ายค่าเช่ารถที่ขับมาโดยต้องมาจ่ายที่ปลายทางที่เราคืนรถ ผมรับรถเช่าจากโตเกียว เราใช้รถยาวๆ หลายวัน มีทั้งค่าบัตรทางด่วน ETC CARD ที่เช่ามาติดรถ รวมกันกับค่ารถเช่ารถด้วย

รีวิว บัตร KTB TRAVEL CARD ประสบการณ์จริง เอาไปใช้เองจริงที่ญี่ปุ่น,ktb,travel,card,one22,family,japan,ญี่ปุ่น

ผมมาคืนที่ Toyota สาขาโอซาก้า ก็ลองใช้อีกครั้ง ผ่านด้วยดี จ่ายได้ และไม่มีค่าธรรมเนียมการรูดอีกเช่นกัน ดีงามครับ

ครั้งที่ 4 ใช้ซื้อของที่ Outet ใกล้สนามบินคันไซ ซื้อรองเท้า Adidas ที่นี่เค้าจะสอบถามเราด้วยว่าให้เค้ารูดเป็นเรทเงินเยน หรือให้ Convert เป็นเงินไทยไปเลย ผมเลยให้รูดเป็นเยน ก็ทำให้ไม่ต้องเสียเงินค่า Convert อีกรอบประหยัดได้อีก ชอบมาก

ครั้งที่ 5 ที่สนามบิน Kansai International Airport ถือว่าเป็นการจ่ายที่พลิกแพลงที่สุดและยังจ่ายได้อีกต่างหาก เลิฟสุดๆ ไปเลย เล่ายาวหน่อยนะครับ

หลังผ่าน ตม.เข้าไปแล้ว ด้วยความที่เงินเยนยังเหลือ ก็เลยหาที่ใช้ จนไปเจอร้านซื้อของฝากมาฝากให้คนที่เมืองไทยได้ ก็จะจ่ายตังแล้ว
ตอนจ่ายเงิน ผมก็นึกได้ว่าเงินเยนในบัตรยังเหลือนี่น่า ไหนๆ แล้วขอจ่ายผ่านบัตรได้ไหม พนักงานก็รับบัตรไปเช็คแล้วก็บอกว่ารูดได้ไม่มีปัญหา แต่เงินในบัตรไม่พอ

ผมเลยสอบถามต่อว่า ถ้าผมจ่ายเงินผสมระหว่างบัตรกับเงินสดที่เป็น yen ล่ะ หลังสื่อสารกันพักนึง เจ้าหน้าที่มองหน้าผมแบบงงๆ แต่สุดท้ายก็ตอบกลับมาว่า ได้!!
จากนั้นเค้าก็เริ่มที่การรูดวงเงินในบัตรนี้ก่อนจนหมด (บัตรผมมีเศษทศนิยมอยู่ด้วยนะ เช่น เหลืออยู่ 3100.50 Yen เค้าก็ถามว่าจะให้ตัดหมดเลยไหม แน่นอนผมก็อยากรู้ว่าทำได้ไหม แน่นอน ได้สิครับ เลิฟมาก) จากนั้นก็มาจ่ายเป็นเงินสดที่ขาดอยู่ได้ จนสุดท้ายผมก็เคลียเงินในบัตรจนหมด สะดวกดีมาก จริงๆ เราจะเหลือเงินที่แลกใส่บัตรเก็บไว้ก็ได้แต่ส่วนตัวอยากรูดให้หมด จะมาคราวหน้าค่อยว่ากันใหม่ดีกว่า

สรุปทั้ง 5 ครั้งผมใช้ได้โดยเฉพาะครั้งสุดท้ายที่มีการพลิกแพลงก็ยังสามารถอยู่ดี ถือว่าบัตรทำการบ้านมาดีมากครับ ลองดูราคาวันนี้(18/01/2019)ที่ผมกำลังเขียนรีวิวจะเห็นว่าตรงญี่ปุ่นนี้ใกล้เคียงกันเลย ประเทศอื่นๆ อาจไม่ได้ถูกกว่าเจ้าสีเขียวที่ผมใช้บ่อยๆ แต่ก็ใกล้เคียงกันกว่าไปแลกที่ bankเองมากนัก แต่ญี่ปุ่นนี้คุ้มจริงๆครับ

รีวิว บัตร KTB TRAVEL CARD ประสบการณ์จริง เอาไปใช้เองจริงที่ญี่ปุ่น,ktb,travel,card,one22,family,japan,ญี่ปุ่น

สรุปข้อดีของบัตรดังนี้

  1. บัตร KTB TRAVEL CARD ทำให้เราไม่จำเป็นต้องพกเงินสดเดินทางไปในประเทศที่เค้าใช้ 10 สกุลเงินดังนี้ USD, GBP, EUR, HKD, JPY, AUD, SGD, NZD, CAD และ CHF โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศยุโรป EUR ที่มีความเสี่ยงเรื่องคนไทยเราไปโดยล้วงกระเป๋า กรีดกระเป๋า ขโมยเงินบ้าง ลดลงได้เลย แต่นะ ถ้าเราเก็บบัตรไว้ในกระเป๋าตังก็เสี่ยงเหมือนเดิมเพราะถ้าโดนล้วงไปก็จบอยู่ดี เพราะงั้นให้ดีถ้าไปในประเทศกลุ่มเสี่ยง ก็แยกต่างหากกับที่เก็บเงินสดจะดีกว่าครับ
  2. อัตราแลกเปลี่ยนต่ำกว่าเวลาเราแลกกับธนาคารเองโดยตรงครับ และต่ำระดับเดียวกันกับ ตามตู้แลกเงินดังๆ อย่าง Superrich ทั้งสีเขียวและสีส้มบางทีผมว่ามันต่ำกว่าด้วยซ้ำในบางช่วงเวลาอันนี้เรา เช็คผ่าน แอฟได้เลย แลกได้ตลอด 24 ชม.
  3. การใช้งานง่าย สามารถแลกเงินเข้าบัตรได้ผ่าน แอฟ KRUNGTHAI NEXT มีให้โหลดทั้ง Ios & Android วันไหนเงินลดลงมาต่ำๆ เราแลกเก็บไว้ก่อนได้เลย แลกเท่าไหร่ในแอพก็โชว์เท่านั้น วันไหนอยากขายก็ทำได้ง่ายขายผ่านแอพได้เลย
  4. สมัครง่ายดี ไม่ต้องใช้เครดิตใดๆ เพราะไม่ใช่บัตรเครดิต จึงไม่ต้องยื่นเอกสารเยอะแยะ แค่ไปเปิดบัญชีกับธนาคารกรุงไทย พร้อมฝากเงินขั้นต่ำ 500 บาท จากนั้นก็ยื่นบัตรประชาชน สมัครใช้แค่นี้เลยครับ ง่ายมาก ระยะเวลาราวๆ 1-3 อาทิตย์บัตรก็ถูกจัดส่งมาที่บ้านครับ
  5. ฟรีค่าธรรมเนียมออกบัตรอยู่ในตอนนี้ (01/2019) ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี
  6. เวลารูดจ่ายไม่ต้องมีการทำธุรกรรมใดๆที่ใช้ OTP เพราะงั้นไม่ต้องกังวลว่าเราจะต้องรับรหัสผ่านมือถือระหว่างการรูดแต่อย่างใดครับ
  7. ตอนนี้ไม่มีค่าธรรมเนียมการกดเงินสดที่ต่างประเทศทั้ง 10 สกุลเงิน จากปรกติจะคิดครั้งละ 100 บาท อันนี้เริ่ดขึ้นไปอีก อ่อตอนกดให้เลือกเป็น ประเภทบัญชีกระแสรายวัน (Current หรือ Checking Account) เท่านั้นนะครับอย่าเลือก Saving นะครับ
  8. ใช้ซื้อของที่รับสกุลเงินทั้ง 10 ในเว็บไซต์ต่างประเทศหรือในแอพได้ เช่น aliexpress ตอนเลือกจ่ายให้เลือกเป็นสกุลเงินใดเงินนึงใน 10 สกุลนี้นะครับ ถึงจะจ่ายได้
  9. สามารถแลกเงินเก็บไว้ในอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุด ตามสกุลเงินที่เปิดให้แลกครับ เราเลือกทยอยแลก หรือ ทยอยขายได้เอง
  10. เปิดปิดบัตรผ่านแอพได้เองเลย

ข้อเสียบ้าง

  1. จริงๆ ผมว่ามันก็ไม่เชิงเป็นข้อเสียนักนะครับ เพราะมันน่าจะเป็นเรื่องปรกติ คือตัวบัตรถูกออกแบบมาให้เรารูด หรือ กดเงินในต่างประเทศเท่านั้นจึงไม่สามารถกดเงินหรือรูดเงินสดในไทยได้ครับ
  2. บัตรมีอายุน้อยไปหน่อย สำหรับผม แค่ 2 ปีเอง น่าจะนานกว่านี้หน่อย และก็เลยทำให้เงินที่เราแลกเก็บไว้ในแอพหรือในบัตรก็มีอายุเท่านี้ด้วยเช่นกัน เพราะงั้นอย่าลืมแลกกลับถ้าใช้ไปจนจะครบสองปีนะครับ
  3. ต้องลงแอพเพื่อการใช้งานเท่านั้น ไม่งั้นใช้ไม่ได้เพราะตัวบัตรไม่มีเงินถ้าไม่เติมเข้าไป วิธีเติมก็คือเอาเงินเข้าบัญชีที่ผูกกับบัตรจากนั้นก็มาแลกในแอพอีกที

มาถึงวิธีการบ้างจะไปเปิดบัตรต้องมีอะไรบ้าง 

  1. ต้องเปิดบัญชีกับธนาคารกรุงไทยเพื่อให้ผูกบัญชีเงินฝากเข้ากับตัวแอพและบัตรได้ ไม่งั้นเราก็ไม่มีที่แลกเปลี่ยนเงินเข้าบัตรสิจริงไหมครับ จำเป็นทั้ง ตอนซื้อ และตอนขาย
  2. ใช้บัตรประชาชนพร้อมกำเงินไป 500 บาท (เงินยังอยู่ในบัญชีปรกติ) จากนั้นก็รอครับบัตรจะเดินทางมาถึงบ้านเราในเวลา 1-2 อาทิตย์ กรณีอยากให้พิมพชื่อตัวเองลงไปก็ทำได้อาจจะใช้เวลามากขึ้นอีก 1 สัปดาห์
  3. ตอนสมัครเค้าจะให้เรากดพิน 6 หลัก เหมือนเวลาสมัครบัตร ATM ปรกติเพราะฉะนั้นห้ามลืมเป็นอันขาดเพราะต้องไปกดเวลาจ่ายตังหรือกดตังในตู้ที่ต่างประเทศนั้นเอง

จบแล้วคับเป็นรีวิวสั้นๆ ที่หยิบเอาเรื่องใกล้ๆตัวอย่างการแลกเงินที่คุ้มค่าสุดมาฝากกัน ผมเองคงใช้บัตรนี้ยาวๆ ไปตราบใดที่ยังเดินทางต่างประเทศอยู่บ่อยๆ และตัวธนาคารไม่เรียกเก็บค่าบัตร ค่าธรรมเนียมแบบนี้ต่อๆไป ก็ยิ่งดีครับ สำหรับคนสนใจ สามารถเข้าไป กดไปดูรายละเอียดกันได้ที่นี่นะครับ บอกทุกอย่างครบหมดแล้ว

หากมีคำถามเพิ่มเติมทิ้งไว้ใต้รีวิวเลยครับยินดีตอบตามจริงทุกอย่างเลย  ส่วนตัวผมชอบที่เราไม่ต้องไปเป็นหนี้บัตรทั้งหลายนัก หลายๆทริป เรามักจะรูดแล้วกลับมานั่งจ่ายค่าเที่ยวหลังจากกลับมา วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่ช่วยประหยัดและยังไม่ฟุ่มเฟื่อยการใช้จ่ายได้อีกด้วย ใช้เท่าไหร่จ่ายจริง ตัดจริงตามนั้นครับ

 

หวังว่ารีวิวนี้จะช่วยให้เราได้มีวิธีประหยัดจากบัตรเครดิตทั้งหลายกันนะครับ

สวัสดีครับ

Comments