Home Blog Page 24

ที่บ้าน:รีวิวบ้านพฤกษ์ลดา เพชรเกษม สาย4

0
รีวิวบ้าน,พฤกษ์ลดาเพชรเกษมสาย4,รีวิวบ้านและคอนโด,บ้านแลนด์แอนด์เฮาส์,รีวิวบ้านย่านพชรเกษม,reviewland&houses,reviewPruklada,บ้านใหม่ย่านเพชรเกษม

 

 รีวิวบ้าน,พฤกษ์ลดาเพชรเกษมสาย4,รีวิวบ้านและคอนโด,บ้านแลนด์แอนด์เฮาส์,รีวิวบ้านย่านพชรเกษม,reviewland&houses,reviewPruklada,,บ้านใหม่ย่านเพชรเกษม

บ้าน คือที่พักพิงแสนสำคัญ เมื่อเรานึกอยากจะสร้างครอบครัว การมีบ้านเป็นวิมานซักหลัง ย่อมเป็นฝันของทุกๆคนอย่างไม่ต้องสงสัย

one22 พอดีมีโอกาสได้แวะเข้าไปถ่ายภาพ โครงการ พฤกษ์ลดา เพชรเกษม สาย 4 เลยเก็บมาเล่าสู่กันฟังใ ห้ทุกๆคนที่กำลังลังเลในการเลือกบ้านซักหลัง ได้เก็บข้อมูลกันก่อนเข้าไปดูสถานที่จริงกันนะครับ

สำหรับการจะเลือกหาบ้านหลังแรก แน่นอนว่าควรจะต้องพิจารณาความพร้อมของตัวบ้านและเข้าไปเลือกชมด้วยตัวเองก่อนเป็นสำคัญ ลองอ่านและพิจารณากันดูครับ เพื่อบ้านในฝันของเรา

Journey of Japan Snow: ญี่ปุ่นมนต์เสน่ห์แห่งเหมันต์ฤดู

1

Journey of Japan Snow

ญี่ปุ่นมนต์เสน่ห์แห่งเหมันต์ฤดู

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน หลังจากตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาจนกระทั่งช่วงต้นปีนี้
เป็นช่วงที่ผมอยู่ประเทศไทยได้เดินทางในประเทศมาหลากหลายที่ตามที่ได้มารีวิวให้เพื่อนๆได้ชมกันไปบ้างแล้ว

วันนี้จะเป็นทริปต่างประเทศทริปแรกของปี 2015 โดยประเทศแรกสำหรับปีนี้ที่ผมได้ไปคือประเทศญี่ปุ่นครับ
ซึ่งครั้งนี้ ผมเลือกที่จะไปในช่วงฤดูหนาว โดยเป้าหมายหลัก ของทริปนี้คือ การไปชมงาน Light-up ที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ครับ
ซึ่งทริปนี้ตอนแรกเกือบจะล่มไปแล้ว เพราะผมจองตั๋ว AirAsiaXไม่ทัน
ซึ่งตอนนั้นมีโปรเปิดตัวของสายการบิน Air Asia X ราคาไปกลับประมาณแค่ 8,000 บาทเท่านั้นเองครับ
แต่ตั๋วที่เหลือ กับวันที่มีการจัดงาน Light up นั้นไม่พอดีกัน อีกอย่างคือจอนนั้นหาที่พักที่ชิราคาวาโกะไม่ได้ด้วย
จนตอนแรกก็เลยล้มเลิกความตั้งใจไปแล้ว แต่พอดีได้เจอเพื่อนคนนึงที่เชียงใหม่ เค้ามีทริปไปงานนี้พอดี
และช่วงนั้น การบินไทย ออกโปรโมชั่น ไปกลับ ราคาประมาณ 17,000 บาท ซึ่งแม้ไม่ได้ถูกมากมาย
แต่ก็ถือว่าถูกสำหรับสายการบินไทย และราคาพอๆกับ ที่ผมไปญี่ปุ่นในครั้งก่อน ก็เลยรื้อแผนไปเที่ยวขึ้นมาอีกครั้งครับ

โดยทริปนี้ ผมนั่งเครื่องไปลงที่ สนามบินคันไซที่โอซาก้า และกลับจากสนามบินนาริตะที่โตเกียว
คล้ายๆกับการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งก่อนเลยครับ
เพียงแต่ครั้งนี้ ผมมาในฤดูหนาว ซึ่งก็พบว่า มันเป็นฤดูที่มีเสน่ห์ ไม่แพ้ฤดูอื่นๆเลยครับ

เอาหล่ะครับพร้อมกันแล้ว ออกเดินทางไปพร้อมพร้อมกันเลยดีกว่าครับ
กับทริปต่างประเทศทริปแรกของปี Journey of Japan Snow: ญี่ปุ่นมนต์เสน่ห์แห่งเหมันต์ฤดู
000-Review-Cover-Version2

เหินฟ้าสู่ญี่ปุ่นด้วยการบินไทย

ตามที่เกริ่นไปครับ คิดถึงผมเดินทางด้วยการบินไทย เป็นโปรโมชั่นเดินทางสองคนในราคา 17,000 บาท
ซึ่งโปรโมชั่นนี้ ช่วงนี้มีออกมาอีกเช่นกัน และถูกลงไปอีก ประมาณ 1,000 บาทน่าจะเพราะเพราะน้ำมันโลกราคาตกลงนั่นเองครับ
ใครสนใจลองดูตามลิงค์นี้ได้ครับ JAPAN GREAT ATTRACTION 2 FOR 2

ถึงราคาจะไม่ได้ถูกที่สุด แต่ถ้าเทียบว่าได้บินการบินไทย ด้วยบริการต่างๆ ผมว่าก็คุ้มอยู่ครับ
ซึ่งถ้าใครบินไปลง หรือกลับจากที่นาริตะ ก็จะบินด้วยเครื่อง A380 ด้วยครับ
ผมมีโอกาสได้นั่งเครื่อง A 380 ตอนขากลับ เป็นครั้งแรกครับ
เครื่องลำใหญ่มากนั่งสบายน่าดูเลยครับ ส่วนขาไปผมบินไปลงคันไซก็บินด้วยเครื่องลำนี้ครับ
001-JapanSnow15-0001

 

 

เตรียมตัวเรื่องการติดต่อสื่อสาร

สมัยนี้ ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้การใช้อินเตอร์เน็ต แทบจะกลายเป็นอีกส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันไปแล้ว
ปกติแล้วการเปิด sim ในญี่ปุ่น เป็นเรื่องค่อนข้างยุ่งยาก สำหรับชาวต่างชาติ
จึงทำให้มีการบริการทั้ง Data Sim และ Pocket Wifi สำหรับการใช้ Internet ในญี่ปุ่น
ซึ่งในสมัยก่อน ก็จะมีเคาน์เตอร์บริการที่สนามบิน
แต่ด้วยการที่คนไทยเดินทางไปเที่ยวในญี่ปุ่นค่อนข้างมาก
ทำให้มี บริษัทมาเปิดให้บริการให้เช่า Pocket Wifi ที่ประเทศไทยครับ

ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้ผมเลือกที่จะใช้บริการจาก BS Mobile หรืออีกชื่อคือ Sumurai Wifi ครับ
โดยค่าบริการจะเป็นค่าบริการเหมาจ่ายเป็นรายวัน ตอนผมไปราคาอยู่ที่
1-7 วันแรกราคาวันละ 200 บาท และหลังจากนั้น ราคาวันละ 100 บาท
ผมไป 15 วันราคาอยู่ที่ 2,200 บาท ซึ่งในการใช้งานสามารถแชร์ใช้งานได้มากถึง 10 เครื่องเลยครับ

แต่ตอนผมไป จะไปกันสี่คน แต่ผมเช่าตัวPocket Wifi ไป 2 เครื่อง
เนื่องจากตอนเที่ยวในเมือง ผมจะแยกกันเที่ยวครับ
ซึ่งเฉลี่ยค่าใช้จ่ายแล้วก็แค่คนละประมาณ 1,100 บาทเท่านั้นเองครับ

002-JapanSnow15-2695
003-JapanSnow15-2697

ตอนที่จะเช่าทางบริษัทเค้าจะถามว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง เพื่อที่เค้าจะเลือกเครื่องให้ตรงกับจุดที่เราจะไปครับ
โดยทางบริษัทเขาแนะนำให้ผมนำไปใช้ 2 รุ่นคือ Wifi Walker กับ EMobile
ซึ่งปกติแล้วถ้าเที่ยวในเมืองเป็นหลักเค้าจะแนะนำ EMobile ครับเพราะจะเร็วกว่า
แต่ถ้ามีออกไปนอกเมืองเค้าจะแนะนำ Wifi Walker เพราะสัญญาณจะครอบคลุมกว่านั่นเองครับ

และถ้าใครเดินทางที่สนามบินสุวรรณภูมิ เขาจะมีบริการรับส่งเครื่องที่สนามบินเลยครับ
แต่ถ้าใครเดินทางที่สนามบินดอนเมือง เค้าจะส่งไปรษณีย์ EMS มาให้ครับ
หรือ สามารถไปรับที่ออฟฟิตเขาก็ได้อยู่ที่สีลมครับ

 

เดินทางเข้าสู่โอซาก้า พักที่ Business Hotel Mikado

หลังจากนั่งเครื่องจากเมืองไทยประมาณ 6 ชั่วโมง เราก็เดินทางถึง สนามบินคันไซ
ซึ่งการเดินทางเข้าสู่ ตัวเมืองโอซาก้านั้น มีหลากหลายวิธีมากครับ ทั้งรถบัสและรถไฟ
รถไฟเองมีทั้งของ JR และของเอกชนให้เลือกครับ

สำหรับครั้งนี้ ผมเลือกที่จะไปพัก แถวแถวย่านชินเซไกที่โรงแรม Business Hotel Mikado
เพราะที่พักค่อนข้างถูก ซึ่งก็คงเพราะย่านนี้เป็น Red Zone (ออกแนวพัฒน์พงศ์บ้านเราครับ)
แต่จากการที่ได้ไปพักแถวนี้ ส่วนตัวแล้วก็ไม่ได้รู้สึกน่ากลัวอะไรครับ

เป็นห้องเดียวแบบญี่ปุ่นราคาคืนละ 2,000 เยนหรือแค่ 550 บาทเท่านั้นเองครับ

004-JapanSnow15-0003

สภาพห้องถือว่าโอเคเลยครับมีโต๊ะทำงานเล็กๆพอให้วางโน้ตบุ๊คทำงานด้วยครับ
บริเวณนี้ มีโรงแรมอื่นๆที่เป็นสไตล์เดียวกันอีกหลายที่เลยครับ
ถ้าใครอยากได้โรงแรมถูกๆที่โอซาก้าโซนนี้ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยครับ
การเดินทางก็สะดวก เพราะสามารถขึ้นได้ทั้งรถไฟใต้ดิน (สถานี Dobutsuen-mae) หรือ JR (สถานี Shin-Imamiya)
ซึ่งอยู่ห่างจากสถานี Namba แค่ 2 ป้ายเท่านั้นเองครับ

สำหรับการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นนั้นจะมีหลากหลายทางเลือกในการเดินทางครับ
พวก Pass ต่างๆก็มีมากเสียจนงงงวยเต็มไปหมด ยังไงลองเลือกดูนะครับ
ในโซนโอซาก้าที่ผมใช้ส่วนใหญ่จะเป็น Osaka Amazing Pass และ Kansai Thrugh Pass

แต่ครั้งนี้ผมใช้แค่ Kansai Thrugh Pass เอาไว้ใช้ในวันที่ไปเกียวโตและโกเบครับ
ส่วนวันอื่นๆด้วยความที่ผมไม่ได้ไปเที่ยวหลากหลายที่มากผมใช้เป็นบัตรเติมเงินทั่วไปครับ
ซึ่งผมมี Pasmo Card อยู่ครับ (เหมือน Rabbit บ้านเรานั่นแหละครับ) เป็นบัตรของรถไฟใต้ดินที่โตเกียว
แต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่ญี่ปุ่นพึ่งทำการ Integrate บัตรเติมงานทั่วญี่ปุ่นให้สามารถใช้เดินทางได้เหมือนกันหมดครับ

ชมวิวย่านการค้าที่ Floating Garden Observatory at Umeda Sky Building

ที่แรกที่ผมไปเที่ยวคือจุดชมวิวที่ Umeda ครับ จริงๆแล้วผมเคยมาที่นี่แล้ว
แต่ครั้งนั้น ไปถ่ายภาพช่วงเย็นครับครั้งนี้ผมเลยเลือกที่จะมาในช่วงกลางวันบ้าง
ซึ่งก็ไม่ผิดหวังครับ สำหรับใครจะมาที่นี่ก็ให้นั่งรถใต้ดินไปที่สถานี Umeda แล้วเดินออกทาง Exit 5 นะครับ
จากนั้นเดินต่อไปประมาณ 500 เมตรลอดอุโมงค์ก็จะถึงตึกครับ

อ้อใครไปที่นี่ ให้เตรียมเสื้อกันหนาวไปให้ดีนะครับ
ด้านบนตึกที่เป็นจุดชมวิวลมแรงและหนาวมากๆครับ
005-JapanSnow15-0006
006-IMG_0056
007-JapanSnow15-0009-Panorama
008-JapanSnow15-0057
009-JapanSnow15-0043-Panorama

วันที่ผมไปตอนแรกๆก็แดดดีครับ แต่ถ่ายไปถ่ายมา เมฆมาครับแถมไม่ใช่เมฆฝนซะด้วยเป็นเมฆที่พัดหิมะมาแทนครับ
จากแดดเปรี้ยงๆกลายเป็นฟ้ามืดสนิท หิมะถล่มลงมาเลยครับ แต่ก็ตกอยู่ไม่นานแปร๊บเดียวลมก็พัดเมฆดำๆไปทางอื่นแทน
แต่หิมะก็ยังคงตกเรื่อยๆครับ มารู้ทีหลังว่าจริงๆแล้วที่โอซาก้าไม่ค่อยจะมีหิมะตกเท่าไหร่

แบบนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีในการมาเที่ยวทริปนี้ เพราะผมมาทริปลุยหิมะนั่นเอง 5555

 

ชีวิตและความเป็นไปที่สถานี Umeda

ทริปนี้จริงๆแล้วผมวางแพลนมาค่อนข้างหลวมมากครับ
ช่วงอยู่ในเมืองส่วนใหญ่ผมไม่ค่อนจะไปไหนเท่าไหร่ เนื่องจากเน้นมาเป็นงาน Time-lapse เป็นหลักครับ
โดยส่วนมากแล้วผมมักจะอยู่ตามที่ชุมชน เช่นสถานีรถไฟใหญ่ๆในแต่ละเมืองครับ
ซึ่งการถ่าย Time-lapse ก็ทำให้ผมเอง ใช้เวลาอยู่กับที่ต่างๆเป็นเวลานาน
ซึ่งก็ทำให้ผม ได้เห็นวิถีชีวิตของคนในเมืองต่างๆได้ชัดเจนขึ้นทีเดียวครับ

หลังจากที่ผมถ่ายภาพบนจุดชมวิวเสร็จ เพื่อนผมสองคนก็แยกไปหาซื้อกล้องมือสองกันครับ
ผมกับเพื่อนอีกคนก็เลยมาเดินเล่นแถวๆสถานี Umeda กันครับ

010-IMG_1292
011-IMG_1692
012-IMG_8814
013-JapanSnow15-0086
014-JapanSnow15-0094
015-IMG_8645
016-IMG_9588

ที่ญี่ปุ่นการเดินทางส่วนมากแล้วก็จะใช้รถไฟอย่างที่ทราบๆกันครับ
โดยที่สถานีใหญ่ๆก็มักจะมีสถานีรถบัสอยู่ด้วย ซึ่งส่วนมากรถบัสจะใช้ในการเดินทางสั้นๆเสียมากกว่าครับ
อารมณ์ประมาณว่าใช้สำหรับ Feed คนเข้าระบบรถไฟอะไรอย่างนั้นครับ

ซึ่งจากการถ่ายภาพ ผมพบว่าคนญี่ปุ่นนั้นไม่ค่อยจะสนใจคนอื่นๆครับ (ถ้าเราไม่ได้ไปเกะกะระรานใครเข้า)
อย่างการถ่ายภาพผมสามารถตั้งขาตั้งกล้องได้เกือยทุกที่ที่เป็นที่สาธารณะ โดยมีข้อแม้ว่าเราจะต้องไม่ไปเกะกะคนอื่น
ซึ่งถ้าหากเราเริ่มจะไปเกะกะคนอื่นเข้า จะมีเจ้าหน้าที่มาเตือนเราครับ

 

Shinsekai (new world)

ด้วยความที่ว่าครั้งนี้ผมพักในย่านชินเซไก ผมเลยมีโอกาสได้มาถ่ายภาพช่วงเย็นที่นี่ครับ
เพราะช่วงบ่าย หลังจากไปช้อปปิ้งแล้วผมเอาของมาเก็บที่โรงแรม ก็เลยเดินออกไปถ่ายภาพในย่านนี้เสียเลยครับ
ได้คุยกับพี่ ที่ทำงานที่ญี่ปุ่นคนหนึ่ง เขาบอกว่า ในย่านนี้จะเป็นย่านพิเศษ
ที่มีการขายบริการอย่างถูกต้องตามกฎหมายเห็นพี่เค้าบอกว่า จะมีสัญลักษณ์ เป็นโคมเขียวหรือโคมแดงนี่แหละครับ
ซึ่งห้ามไปถ่ายรูปสาวๆในร้านเด็ดขาดนะครับ เพราะถ้าไปถ่ายรูป อาจจะโดนยากูซ่าเข้ามาเล่นงานครับ

แต่จุดที่ผมไปเดินเล่น ก็ไม่เจอนะครับ ผมก็ไม่ได้สนอะไรเพราะมัวแต่หามุมถ่ายรูปอยู่ครับ
020-IMG_2358
017-JapanSnow15-0122
019-IMG_3126
018-JapanSnow15-0133-Panorama

 

 

 

Dotonbori/Namba

ย่านนี้ก็เป็นอรกจุดหนึ่งที่ไม่มาไม่ได้ครับ ถึงผมเองจะเคยมาแล้ว เพราะย่านนี้ถือเป็นย่านที่มีความคึกคัก
แถมยังเต็มไปด้วยของกินอร่อยๆมากมายเลยครับ ผมเองก็มาฝากท้องที่นี่หลายมื้อเลยครับ
และแน่นอนผมเองที่มาก็เพราะต้องการจะมาถ่าย Time-lapse นั่นเอง 5555
021-JapanSnow15-0140
022-IMG_4411
023-IMG_3920
024-IMG_4156

 

 

วัดทอง Kinkakuji

วันต่อมาเป็นอีกวันที่ผมตื่นเต้นมากในการที่จะไปที่เกียวโต
เพราะว่าเป็นอีกหนึ่ง Hilight ที่ผมลุ้นมากๆในการมาทริปครั้งนี้
คือผมเห็นภาพวัดทองที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ มันสวยมากๆๆๆเลยครับ

ซึ่งก่อนมาก็ไม่รู้หรอกครับว่าหิมะจะตกวันไหนยังไง
อาศัยดูจากพยากรณ์เอาครับ โดยผมเลือกที่จะนอนที่โอซาก้ายาวไปเลย
แล้วดูว่าวันไหนหิมะตกกลางคืน วันรุ่งขึ้นก็จะรีบเข้าไปแต่เช้าครับ
ส่วนวันไหนหิมะไม่ตกก็จะไปเที่ยวที่อื่นๆแทนครับ

ซึ่งคืนที่ผ่านมาก็มีหิมะลงมาที่วัดทองครับ
ผมก็ไม่รอช้าที่จะไปเกียวโตในวันรุ่งขึ้น ซึ่งตอนเช้าจากการดู Live Camera ก็เห็นแล้วว่ามันมีหิมะที่วัด
แต่มีไม่มากเท่าไหร่ แต่ปรากฎว่าผมไปไม่ทันครับ ผมไปถึงประมาณ 9 โมงครึ่ง (วัดเปิด 9 โมง)
ปรากฎว่ามันละลายไปหมดแล้ว เลยอดได้ภาพที่อยากได้เลยครับก็เลยได้แค่ถ่ายรูปเล่นขำๆ เพราะเอาจริงๆ
ผมได้ภาพฟ้าสวยๆ ตั้งแต่การมาที่นี่ครั้งก่อนไปแล้วครับ

025-IMG_4739
026-JapanSnow15-0177

 

 

ย้อนอดีตที่ Gion

ที่เกียวโตนั้นมีสิ่งที่ขึ้นชื่ออีกอย่างของที่นี่คือ เกอิชา ครับ..
ซึ่งปัจจุบันยังพอมีให้เห็นอยู่บ้างแต่ก็ถือว่าน้อยลงมากๆแล้วครับ เพราะการที่จะเป็นเกอิชาได้นั้นเรียกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ
ต้องมีการสอบเป็นขั้นๆไป และต้องมีการลงเรียน และมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากครับ ทำให้ปัจจุบันจึงไม่ค่อยเหลือเกอิชาเท่าไหร่แล้วครับ

ซึ่งที่ที่จะพอเห็นได้ก็คือย่าน Gion ที่เกียวโตนี่หล่ะครับ โดยย่านนี้ยังคงตัวตึกรามบ้านช่องในแบบอดีตไว้อยู่ครับ
ผมเองโชคไม่ดีเท่าไหร่ที่ไม่เจอเกอิชาเลยครับ โดยที่นี่เราจะพบเห็นคนญี่ปุ่นจำนวนมากแต่งตัวในชุดประจำชาติหรือชุดกิโมโนมาเดินเล่นกันครับ

027-IMG_6060
028-IMG_5356
029-IMG_5755

 

 

เกียวโตทาวเวอร์ Kyoto Tower

ที่ญี่ปุ่นเองมันจะมีการสร้างหอคอยในหลายๆเมืองเพื่อทั้งเป็นจุดชมวิว และใช้ในงานด้านต่างๆ เช่นงานวิทยุอะไรอย่างนั้นครับ
ที่เกียวโตเองก็เช่นกันมีหอคอยเกียวโตอยู่ครับ ตอนแรกผมก็ไม่ได้กะจะไปหรอกครับ แรกทีเดียวผมกะจะไปถ่ายภาพช่วงเย็นที่วัดคิโยมิตซึ หรือวัดน้ำใสครับ
แต่ปรากฎว่าไปแล้วมันซ่อมอยู่ครับ (จริงๆซ่อมมานานแล้ว) แต่รอบนี้มีเครนอันใหญ่ๆอยู่เต็มเลยครับ ผมเลยเปลี่ยนใจไม่ได้แวะเข้าไป
แต่เดินเล่นถ่ายรูปแถวนั้นแทน และก็จะไปขึ้นรถไฟกลับโอซาก้าครับ แต่ตรงสถานีมันมองเห็น kyoto Tower พอดีผมเลยอดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปมานิดหน่อยครับ

030-JapanSnow15-0238
031-JapanSnow15-0246

 

 

Byodoin Temple, Uji Kyoto

เพื่อนๆเคยสงสัยมั๊ยครับว่าที่หลังเหรียญ 10 เยนที่มีรูปวัดอยู่คือวัดอะไร
คำตอบคือ มันคือวัด Byodoin นั่นเองครับ วัดนี้เป้นวัดที่ผมตั้งใจจะไปตั้งแต่ครั้งก่อนแล้วครับ
แต่ครั้งที่แล้วที่ไปมันปิดซ่อมครับ ครั้งนี้ผมเลยมีโอกาสกลับไปแก้มือที่นี่อีกครั้งหนึ่งครับ

ซึ่งก็ไม่ได้ผิดหวังเลยครับ.. แม้วันที่ไปเมฆจะเยอะไปซักนิดแต่ว่าก็มีช่วงที่มีแสงส่องมาให้ถ่ายรูปอยู่บ้างครับ
ค่าตั๋วธรรมดานั้นจะสามารถเข้ามาเดินที่สวนและ พิพิธภัณฑ์ แต่ถ้าจะเข้าไปเดินดูในตัววัดนั้น
จะต้องซื้อตั๋วต่างหากครับและจะต้องเข้าเป็นรอบๆไป รอบละประมาณ 40 คนครับ ซึ่งภายในเค้าจะห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด
032-JapanSnow15-0279
033-JapanSnow15-0306
034-JapanSnow15-0343
035-JapanSnow15-0360
036-JapanSnow15-0405

 

 

ศาลเจ้าจิ้งจอก Fushimi Inari

หลังจากเดินเล่นที่วัดเบียวโดอินเสร็จผมก็นั่งรถไฟย้อนไปที่ตัวเมืองเกียวโต
แรกทีเดียวว่าจะไปเดินเล่นที่วัดเงิน Ginkakuji แต่ว่าเห็นสภาพอากาศไม่ค่อยดีเลยเปลี่ยนใจมาที่ศาลเจ้าจิ้งจอก Fushimi Inari แทนครับ
ได้มีโอกาสแวะกินปลาไหลย่างเจ้าดังด้วยครับ ถ้ามาทาง JR ออกจากสถานีแล้วเดินไปทางซ้ายจะเป็นร้านหัวมุมพอดีครับ
แต่ถ้ามาด้วยรถไฟเอกชน ออกจากสภานีเดินไปที่ทางเข้าศาลเจ้าร้านจะอยู่หัวมุมด้านขวาตรงข้ามทางเข้าด้านข้างพอดีเลยครับ
037-JapanSnow15-0407

วันที่ผมไปเค้ามีจัดงานวัดกันด้วยครับ คนเยอะมากๆๆๆเลยครับ
ตอนแรกเรียกว่างงเลยว่าทำไมอยู่ๆวันนี้ที่นี่คนเยอะจัง 555 ก็เดินเล่นกันแปร๊บนึงครับ
แล้วก็นั่งรถไฟกลับโอซาก้า และไปซ๊อปปิ้งกันครับ
038-IMG_7656
039-JapanSnow15-0464
040-JapanSnow15-0456
041-JapanSnow15-0498

 

 

Kobe Port Tower

วันต่อมาผมเดินทางไปเมืองโกเบกันครับ.. โดยโปรแกรมหลักคือไปกินเนื้อโกเบครับ 555
โดยช่วงเช้าผมไปเดินเล่นในเมืองที่โอซาก้าแถวสถานีรถไฟ Umeda เพื่อรอเพื่อนอีกกลุ่มที่ไปเที่ยวที่ปราสาทโอซาก้าครับ
เพราะว่าการเดินทางไปโกเบเราก็ต้องขึ้นรถไฟไปจากที่สถานี Umeda นี่แหละครับ

หลังจากกินเนื้อโกเบเสร็จผมก็ไปเดินเล่นหามุมภ่ายภาพซึ่งครั้งนี้ผมเลือกที่จะไปที่ Kobe Port Tower ครับ
เพราะครั้งก่อนผมได้ขึ้นเขาไปชมวิวที่ Venus Bridge มาแล้วนั่นเองครับ
Kobe Port Tower เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองโกเบ ถือเป็นหอคอยแรกที่สร้างขึ้นโดยใช้โครงสร้างหลักเป็นท่อครับ
ซึ่งพอใช้สีแดงทาลงไปมันช่างตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าดีจริงๆเลยครับ จริงๆที่หอคอยนี้สามารถขึ้นไปชมวิวได้ด้วยนะครับ
แต่ผมยังไม่ได้ขึ้นไปครับ ไว้ครั้งหน้าไปคงมีโอกาสขึ้นไปชมวิวจากหอคอยนี้บ้างครับ
042-JapanSnow15-0513
043-JapanSnow15-0523
044-JapanSnow15-0524

 

 

มุ่งหน้าสู่หลังคาแห่งญี่ปุ่น เขตจุบุ เมืองทาคายาม่า

วันต่อมาผมมีคิวเดินทางไปยังเมืองทางตอนกลางของญี่ปุ่นซึ่งอยู่ในเขต Japan Alps ครับ
ซึ่งบริเวณโซนนี้ได้ชื่อว่าเป็นหลังคาของญี่ปุ่นครับ และเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ที่ผมจะไปดูงาน Light Up ด้วยครับ
โดยการเดินทางจากโอซาก้าไปนั้นผมเลือกที่จะใช้รถบัสครับ โดยขึ้นจากที่สถานี Namba ที่เดียวกับอาคาร OCAT ที่สำหรับขึ้นบัสไปสนามบินนั่นหล่ะครับ
แม้ว่าตัวสถานีจะเชื่อมกับรถไฟใต้ดิน Namba แต่ผมแนะนำว่าให้ขึ้น JR มาที่นี่ครับจะไม่ต้องเดิน เพราะถ้านั่ง Subway มาจะต้องเดินราวๆ 10 นาทีนู่นเลยครับ
รายละเอียดการเดินทางและการสำรองที่นั่งดูได้จากที่นี่ครับ Nouhibus

ใช้เวลาเดินทางราวๆ 4 ชั่วโมง ผมก็ไปถึงเมืองทาคายาม่าราวๆบ่ายสองโมงครับ
ก็นัดรถที่โรงแรมให้มารับตอน 5 โมงเย็นระหว่างนั้นผมเลยฝากกระเป๋าที่ locker แล้วไปเดินเล่นในตัวเมืองทาคายาม่าครับ
วันที่ผมไปถึงนั้นหิมะลงค่อนข้างหนักเลยครับ

045-JapanSnow15-0576

 

ที่ทาคายาม่านั้นจะมีโซนเมืองเก่าให้ไปเดินเล่นได้ครับ
พวกผมก็ไม่พลาดกัน ตัวเมืองเองไม่ได้ใหญ่มากสามารถเดินถึงได้เลยครับ

046-JapanSnow15-0592
047-JapanSnow15-0599

 

จริงๆแล้วที่ทาคายาม่ามีที่เที่ยวหลายที่อยู่ครับ แต่ครั้งนี้ผมมาแค่มาพักในการจะเข้าไปชมงาน Light up ที่ชิราคาวาโกะเฉยๆครับ
คิดว่าคงต้องหาโอกาสกลับมาเยี่ยมที่นี่อีกครั้งแน่ๆครับ
048-JapanSnow15-0577-Panorama

 

สำหรับที่พักคืนนี้ของผมเป็น Ryokan Murayama ครับเป็นห้องพักไสตล์ญี่ปุ่น แน่นอนว่ามีออนเซนให้แช่ด้วยครับ
การที่เที่ยวหนาวๆมาทั้งวัน การได้มาแช่ออนเซนนี่มันสบายตัวมากๆเลยครับ หลังจากอาบน้ำอาบท่ากันเสร็จเราก็ทานข้าวเย็นกันที่โรงแรมเลยครับ
โดยของขึ้นชื่อของที่นี่คือเนื้อฮิดะครับ อาหารเย็นเซตที่นี่ราคาจะอยู่ราวๆ 2,000 – 3,000 เยน ดูในรูปตอนแรกนึกว่าน้อย
แต่ที่ไหนได้ตอนเสิร์ฟมาเยอะมากๆครับ เรียกว่าคุ้มค่าสุดๆเลยครับ
049-JapanSnow15-0609

 

 

Shirakawago Light-up

วันต่อมาผมไปรับรถที่เช่าเอาไว้เพื่อเดินทางไปยังหมู่บ้านชิราคาวาโกะครับ
โดยช่วงเช้าทางโรงแรมที่ผมพักจะมี Shuttle Bus บริการมาส่งที่สถานีรถไฟในเมืองครับ
ซึ่งที่ที่ผมเช่ารถก็อยู่ตรงข้ามสถานีนั่นหล่ะครับ ตอนแรกผมเช่นรถไว้ 6 วันเพราะว่าหลังจากนี้จะขับไปนากาโน่ และไปขับรถวนรอบฟูจิซังครับ
แต่หลังจากดูพยากรณ์แล้วอากาศที่ฟูจิปิดครับ เลยตัดสินใจทิ้งห้องที่จองไว้ และลดวันที่เช่ารถเหลือแค่ 3 วันเข้าโตเกียวไปก่อนครับ

ชิราคาวาโกะ อยู่ห่างจากทาคายาม่าไปราวๆ 40-50 กม. ครับ
ขับรถไปชั่วโมงนิดๆก็ถึงครับ สำหรับคนที่เอารถไปนั้นในวันที่มีการจัด Light up เค้าจะห้ามจอดรถในหมู่บ้านครับ
รวมถึงที่จอดรถใกล้ๆ ก็จะกันไว้สำหรัที่จอดรถบัสในช่วงเวลาหลังบ่ายสามโมงด้วยครับ
โดยเค้าจะมีแผนที่ให้เราเอารถไปจอดอีกจุดนึงครับ ซึ่งเค้าจะมีบริการรถ Shuttle Bus จากที่จอดรถไปที่หมู่บ้านถึง 2 ทุ่มครึ่งครับ

พวกผมไปถึงตั้งแต่ตอนที่ที่จอดรถที่ต้องจอดยังไม่เปิด เลยต้องไปจอดที่จุดจอดรถบัสที่เค้าจะให้จอดได้ถึงบ่ายสามก่อน
แล้วค่อยมาย้ายรถอีกทีครับรายละเอียดลองดูได้ที่ http://www.japan-guide.com/e/e5956.html ครับ
อันนี้เป็นภาพระหว่างทางเดินจากที่จอดรถบัสเข้ามาที่หมู่บ้านครับ
050-JapanSnow15-0613
051-JapanSnow15-0635
052-JapanSnow15-0654
058-JapanSnow15-0938

 

วันที่ผมไปหิมะตกเกือบทั้งวันครับแรงบ้างเบาบ้างสลับกันไป นานๆจะมีพระอาทิตย์ออกมาอวดโฉมซักที
053-JapanSnow15-0682
054-JapanSnow15-0683

 

จากนั้นผมก็รีบขึ้นไปที่จุดชมวิวเพื่อไปจองที่ก่อนครับ
เป็นทางเดินขึ้นเขาไม่ได้ไกลมากแต่ก็ทำเอาเหนื่อยอยู่ 5555
แต่ระหว่างทางก็มีมุมสวยๆให้ถ่ายภาพเยอะเลยครับ
055-JapanSnow15-0707
056-JapanSnow15-0723
057-JapanSnow15-0782

 

ด้วยความที่หิมะตกหนักมาก ที่จุดชมวิวบางจุดจะไม่สามารถเข้าไปได้ครับ
เค้าจะมากั้นเอาไว้ เพื่อรอเจ้าหน้าที่มาเคลียร์หิมะให้ก่อนแล้วจึงเปิดให้เราเข้าไปถ่ายรูปได้ครับ
ตรงจุดหลักตอนที่ผมไปถึงเค้าก็ยังไม่เปิดให้เข้าไปครับ ผมเลยตัดสินใจไปตั้งขาอีกจุดหนึ่งแทนครับ
มุมอาจจะสู้ตรงจุดหลักไม่ได้ แต่ก็สวยงามไม่แพ้กันเลยครับ

แต่วันที่ผมไปค่อนข้างน่าเสียดายที่ตอน Lightup ฟ้าเปิดอยู่แค่แป๊บเดียว
หิมะก็พัดถล่มจนมองไม่เห็นภูเขาด้านหน้า เลยได้รูปมาไม่สุดเท่าไหร่
เรียกว่าอยากจจะกลับมาแก้มืออีกครั้งเลยครับ

059-JapanSnow15-0738
060-JapanSnow15-0820-Panorama1
061-JapanSnow15-1014
062-1E8A6129
063-1E8A6452

หลังจากถ่ายภาพเสร็จแล้วตอนแรกว่าจะเดินลงเขาเลยแต่ปรากฎว่าคนเยอะมากๆครับ
เลยไปนั่งทานข้าวก่อนรอคนซาก่อนค่อยลง ปรากฎว่าข้างล่างคนต่อคิวขึ้นรถบัสไปที่จอดรถเยอะมากๆ
ผมไปถึงตอน 1 ทุ่มแต่ได้ขึ้นบัสราวๆ 2 ทุ่มครึ่งนู่นเลยครับ แต่จากที่ถามๆดูหากเรามาเข้าคิวก่อนสองทุ่มครึ่งตามกำหนดเวลา
เค้าจะมีบัสรับส่งจนคนหมดครับ แต่หลัง 2 ทุ่มครึ่งเค้าจะมีคนมากั้นแถวนะครับ
ดังนั้นทำยังไงก็ได้ให้เรากลับมาถึงที่ขึ้นรถบัสภายในกำหนดระยะเวลาครับ รับรองว่าเค้าไปส่งเราถึงที่แน่นอนครับ

 

มุ่งหน้าสู่นากาโน่เที่ยว Jigokudani Monkey Park ชมลิงหิมะ

วันต่อมาผมขับรถไปที่เมืองยูดานากะในเมืองนากาโน่ ช่วงแรกขับรถลำบากเล็กน้อยก็ต้องขับข้ามภูเขา
และเป็นภูเขาที่มีหิมะตกทำให้ถนนลื่นน่าดูครับ บางช่วงนี้แทบมองทางข้างหน้าไม่เห็นเลยครับ
แต่พอความช่วงที่เป็นภูเขาไปได้ ก็จะเป็นถนนไฮเวย์ขับง่ายครับ
ช่วงเที่ยงแวะกินข้าวที่จุดพักรถพอแดดออกวิวสวยมากๆๆ ครับ
064-JapanSnow15-1055-Panorama2

สำหรับการชมลิงหิมะสำหรับคนที่ขับรถไปนั้นสามารถไปจอดรถใกล้ๆกับทางเข้าได้เลยครับพิกัดจะอยู่ตรงนี้ครับ  36.730268, 138.444453
โดยเราจะต้อง เดินเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กม.ครับ ซึ่งตรงนี้เป็นหิมะทั้งหมดครับ ทางเดินจะลื่นเล็กน้อย แนะนำให้หาที่รัดรองเท้าที่เป็นเหล็กครับ
จะได้ไม่ลื่นซึ่งที่ร้านค้าก่อนทางเข้าก็มีขายครับ ราคาประมาณ 1,500 เยนครับ และที่นี่อากาศค่อนข้างหนาว วันที่ผมไปอุณหภูมิประมาณ -6 ครับ
แต่ถ้าเราเดินเรื่อยๆก็ไม่หนาวเท่าไหร่ อยากจะเหงื่อออกซะด้วยซ้ำครับ

สำหรับใครที่มาที่นี่ ถ้าได้มาวันที่หิมะตกเนี่ย ถือว่าโชคดีมากนะครับ เพราะพอหิมะตกเนี่ยหิมะจะติดที่ขนลิงเวลาถ่ายรูปออกมาจะสวยมากๆเลยครับ
วันแรกที่ผมไปถึงก็หิมะตกพอดีครับ ผมเลยรีบเข้าไปกัน แต่ถือว่าไปถึงช้าไปนิด เพราะอุทยานเกือบจะปิดแล้วครับ แต่ก็ไม่สนครับเข้าไปก่อน
ก็ได้ภาพมาเล็กน้อยครับ แต่ด้วยความที่ไปตอนเย็นเลยเหลือลิงที่แช่ออนเซ็นไม่มากเท่าไหร่ครับ เลยกะว่าวันรุ่งขึ้นตอนเช้าจะเข้ามาที่นี่กันอีกรอบหนึ่งครับ

065-JapanSnow15-1188
066-JapanSnow15-1132
067-JapanSnow15-1233
068-JapanSnow15-1237

 

เห็นว่าลิงน่ารักๆ และคุ้นกับคน เรียกว่าเดินเฉียดไปเฉียดมาตลอด แต่ว่าลิงก็ถือว่าเป็นสัตว์ป่า
มีความดิบและโหดร้ายอยู่ในตัวนะครับ อย่าได้ไปจับเชียวนะครับ
069-JapanSnow15-1109

 

สำหรับวันนี้ ผมเลือกพักที่โรงแรมใกล้ใกล้กับสถานีรถไฟ เพราะว่าตอนแรก ยังไม่แน่ใจว่าจะขับรถมาที่นี่
เลยเลือกโรงแรมที่ใกล้สถานีรถไฟไว้ก่อน ผมเลือกพักที่ Yudanaka seifuso ที่คุณนุเคยรีวิวไว้ครับ
อยู่ที่ คห. 24 เป็นต้นไปนะครับลองไปดูได้ครับ

 

พอเช้าอีกวันผมรีบตื่นแต่เช้าเข้าไปที่สวนลิงอีกครั้งครับ
เพื่อที่จะไปเก็บภาพลิงแช่ออนเซ็นครับ ซึ่งส่วนมากลิงจะมาแช่ช่วงเช้าครับ
เพราะมันหนาวจากอากาศเย็นๆมาทั้งคืนครับ แต่น่าเสียดายที่เช้านี้ไม่มีหิมะแล้วครับ
แดดออกเปรี้ยงเลยครับเลยทำให้ได้ลิงแบบไม่มีหิมะบนหัวครับ

069-JapanSnow15-1367
070-JapanSnow15-1372
072-JapanSnow15-1618

 

แต่ตอนที่ไปผมเห็นช่างภาพญี่ปุ่นคนนึงพอเดินมาถึงจุดที่จะถ่ายลิงแล้ว
เค้าก็แอบกำหิมะก้อนใหญ่มาแล้วโปรยใส่หัวลิงอย่างรวดเร็วเลยครับ แบบว่าแอบตกใจเหมือนกัน..
โดยโปรยใส่เจ้าตัวนี้นี่หละครับ แต่ผมไม่ได้ถ่ายมาเท่าไหร่ เพราะคนญี่ปุ่นคนนั้นเข้าไปแทนที่ที่ผมออกมาแล้วนั่นเองครับ
แบบว่างงเลยว่าลิงตัวที่ผมถ่ายอยู่ก่อนหน้านี้ อยู่ๆหิมะมาจากไหน  555
อันนี้เป็นภาพตอนที่ผมถ่ายก่อนที่คนญี่ปุ่นคนนั้นจะเข้ามาครับ

071-JapanSnow15-1437

ปล. แต่ผมไม่แนะนำให้ทำนะครับ เพราะลิงพวกนี้จะนึกว่าเราจะทำร้ายมันครับ
แต่อันนี้คนญี่ปุ่นเค้าโปรยเร็วมาก แถมลิงหลับตาฟินๆแช่ออนเซ็นอยู่ด้วยครับลิงเลยไม่ทั้ยได้ตั้งตัวครับ

จากนั้นผมก็เดินเล่นถ่ายนั่นถ่ายนี่ไปเรื่อยๆจนเกือบๆเที่ยงครับก็ขับรถจาก Nagano เพื่อเข้าโตเกียวครับ
073-JapanSnow15-1698

 

 

Raining in Tokyo

อย่างที่บอกครับ ตอนแรก โปรแกรมผมขับรถไปถ่ายรูปฟูจิซัง แต่ด้วยความที่อากาศไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่
ผมจึงขับรถเข้าโตเกียวแทนครับ เพื่อไปช็อปปิ้ง และเอาวันที่จะช๊อปปิ้งซึ่งเค้าพยากรณ์ว่าอากาศดีกว่า
ค่อยเช่ารถขับไปฟูจิอีกครั้งครับ สำหรับที่โตเกียวนั้น ผมเลือกที่จะไปพักที่ย่านอะซากุสะ
เพราะเป็นย่านที่ราคาที่พัก ค่อนข้างถูก ตกประมาณ 600 – 800 บาทต่อคนต่อคืนเท่านั้นเองครับ
ตอนแรก ผมว่าจะพักที่ Hostel Khaosan ซึ่งผมเคยพักสาขาซามูไร แต่สาขานี้ตอนนี้ปิดตัวลงไปแล้ว
ส่วนสาขาอื่นๆที่อยู่ใกล้ใกล้กันก็เต็มทั้งหมด ครั้งนี้ผมเลยไปพักที่ Hostel Asakusa Smile ครับ
โรงแรมนี้ จะมีห้องพักอยู่สองตึก ห่างกันประมาณครึ่งกิโลเมตร แต่จะมีที่เช็กอินที่ตึกหลักทีเดียวครับ
โดยรวมแล้วผมว่าที่ Khaosan ดูดีกว่าครับ

Link
Khaosan Hostel
Asakusa Smile

วันแรกในโตเกียวเนื่องด้วยฝนตกผมเลยไม่ได้ไปเที่ยวไหนเท่าไหร่
ผมเลยไปอยู่ตามจุดชุมชนเพื่อถ่าย Time-lapse ครับ
แน่นอนว่าจุดที่ต้องไปคือ 5 แยกชิบูย่า และพอดีกับที่ผมมีนัดพูดคุยกับบริษัทสต๊อคที่ญี่ปุ่น
ซึ่งออฟฟิสเค้าก็อยู่ที่ชิบูย่าพอดีครับ พอคุยเสร็จ ผมก็เลยมาเก็บภาพที่ 5 แยก
ซึ่งผมก็ชอบนะ ได้อารมณ์ดีแปลกดี คนถือร่มเดินข้ามถนนเต็มไปหมดครับ

074-IMG_4560
075-IMG_5008
076-IMG_7302
077-IMG_7597
078-IMG_8076
079-IMG_9586

 

 

สัญลักษณ์แห่งโตเกียว Tokyo Tower

แม้ว่าปัจจุบันที่โตเกียวจะมีหอคอยแห่งใหม่ นั่นก็คือ Tokyo SkyTree
แต่สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของโตเกียวผมว่ามันคือ Tokyo Tower นี่แหละครับ
ที่แทนความเป็นโตเกียวได้เป็นอย่างดีที่สุด และหอคอยนี้ยังอยู่ในย่านกลางเมือง
มีวิวและตึกสวยๆ ล้อมรอบอยู่เต็มไปหมด
ถ้าเทียบกับ Tokyo SkyTree นั้นจะอยู่ในย่านชานเมืองครับ

โดยการถ่ายภาพ Tokyo Tower นั้นสามารถถ่ายได้จากหลากหลายมุมในโตเกียว
มุมที่ผมชอบมากที่สุด คือการถ่ายจากตึก World Trade Center ครับ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการปีนตึกถ่ายภาพ ที่โตเกียว เป็นเมืองที่มีจุดชมวิวบนยอดดอย เป็นจำนวนมาก
สามารถเช็คได้จากที่นี่ครับ Tokyo Observation Deck Guide

สำหรับ World Trade Centre เราสามารถนั่งรถใต้ดินมาที่สถานี Daimon ได้เลยครับ
ถ้าเป็น JR ก็ Hamamatsucho Station ครับ

080-IMG_0763
081-IMG_1549
082-JapanSnow15-1775
083-IMG_1088
084-JapanSnow15-1800

 

 

โอไดบะ เกาะที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์

สัญลักษณ์ของโตเกียวอีกแห่งหนึ่งคือ โอไดบะครับ คำว่าไดบะแปลว่า Fort หรือ ป้อมปราการ
ซึ่งในสมัยเอโดะหรือประมาณ 300-400 ปีที่ผ่านมาได้มีการสร้างเกาะแห่งนี้เพื่อป้องกันภัยทางทะเลครับ
จวบจนปัจจุบันได้มีการถมที่ดินอีกจำนวนมากจนเกาะดังกล่าวเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ และมีการสร้างเมืองมากมายในเกาะแห่งนี้ครับ

ซึ่งที่นี่มีจุดชมวิวสวยๆอยู่ที่ Fuji TV Building ครับ
เพียงแต่ที่นี่ตึกจะปิดค่อนข้างเร็วครับคือประมาณ ​6 โมงเย็นครับ
แต่ผมไปหน้าหนาวก็ถือว่าเป็นเวลาพอดีๆกับการถ่ายรูปช่วง Twilight เลยครับ
ซึ่ง Hilight ของที่นี่คือวิว Rainbow Bridge และ Tokyo Tower ครับ

085-JapanSnow15-1902
086-JapanSnow15-1901

 

แต่จะเห็นว่าปัจจุบันมีการสร้างตึกใหม่ที่กำลังจะมาบัง Tokyo Tower แล้วครับ
เมื่อปีกว่าๆที่ผ่านมามันยังไม่มีเลยครับ แอบน่าเสียดายมุมนี้เหมือนกันครับ
087-JapanSnow15-1904-Panorama

 

 

FujiSan 360: Fumoto

หลังจากเที่ยวขำๆในโตเกียวกันไปแล้วก็ได้เวลาในการออกไปล่าวิวสวยๆกับฟูจิซังอีกครั้งครับ
ฟูจิซังเองนั้นเป็นภูเขาไฟที่มีจุดเด่นมากคือเป็นภูเขาไฟเดี่ยวๆที่โผล่ขึ้นมากลางเกาะคิวชู
ต่างจากภูเขาไฟทั่วโลกหลายๆที่ที่มักจะอยู่ในเทือกเขาครับ ทำให้ฟูจิซังถือเป็นภูเขาไฟที่มีเสน่ห์มากที่สุดแห้งหนึ่งในโลกนี้เลยครับ

และด้วยความที่ว่าฟูจิซังสูงเด่นเป็นสง่าขนาดนี้ทำให้ฟูจิซังสามาถเห็นได้จากหลายๆสถานที่ในญี่ปุ่น
โดยทั่วไปเค้าจะมีระยะในการถ่ายภาพกันครับเค้าจะแบงเป็นระยะ 50, 100, 150, 200 กม.จากฟูจิซังครับ
ซึ่งยิ่งระยะที่ไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งถ่ายยากเท่านั้นเพราะเรื่องสภาพอากาศนั่นเองครับ

สำหรับครั้งนี้ผมเลือกที่จะขับรถวนรอบๆฟูจิในระยะ 50 กม.ครับ
โดยออกจากโตเกียวราวๆ ตีหนึ่งเพื่อที่จะไปถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นครับ
เอาจริงๆอาจจะออกซัก ตี 2 ครึ่งก็น่าจะทันครับ
อันนี้ผมออกไปเร็วแล้วไปหากาแฟทานตามร้านสะดวกซื้อเอาครับ

จุดแรกที่ผมไปคือที่เมือง Fumoto ครับ
Fumotopara Camping Ground (35.400852, 138.561156)
เป็นอีกจุดยอดฮิตที่คนไปถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นกันครับ วันที่ไปได้ทางช้างเผือกติดมาด้วยครับ
088-JapanSnow15-1914
089-JapanSnow15-1926

ถ้าผมจำไม่ผิดคนที่ไม่ได้มาพักที่นี่ จะเสียค่าเข้า 300 เยนครับ
หลังจากพระอาทิตย์ขึ้น ผมรีบออกไปอีกจุดหนึ่งที่ถนนใหญ่ครับ
ซึ่งอาทิตย์ก่อนที่ผมจะไปนั้นจะเป็นช่วงที่เกิด ฟูจิไดมอนด์ (Fuji Diamond) หรือ
วันที่พระอาทิตย์ขึ้นตรงกลางฟูจิซังเลยครับ
แต่วันที่ผมไปพระอาทิตย์ขยับออกไปนิดนึงหล่ะครับ
โดยวันนั้นจุดที่จะเห็นฟูจิไดมอนด์นั้นจะอยู่อีกจุดนึงที่วิวฉากหน้าไม่สวย
ผมเลยเลือกมาถ่ายตรงนี้แทนครับ

090-JapanSnow15-1950
091-JapanSnow15-1973
092-JapanSnow15-2002

 

 

FujiSan 360: Shizuoka

อีกจังหวัดหนึ่งในญี่ปุ่นที่สามารถถ่ายภาพฟูจิซังในระยะใกล้ๆได้ก็คือจังหวัด Shizuoka ครับ
Shizuoka จะอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฟูจิซัง
ซึ่งในหน้าหนาวนั้นสามารถถ่ายภาพได้เกือบทั้งวัน เพราะพระอาทิตย์อ้อมใต้นั่นเองครับ
จุดแรกที่ผมจะไปถ่ายก็คือ ถ่ายฟูจิซังคู่กับรถไฟชิงกังเซนครับ (35.137181, 138.628286)

แต่น่าเสียดายที่ตอนไปถึงฝั่งชิซึโอกะเมฆมาค่อนข้างเยอะครับเลยไม่ได้รูปอย่างที่อยากได้เสียเท่าไหร่ครับ
093-JapanSnow15-2078
094-JapanSnow15-2052

บริเวณนี้จริงๆแล้วถ้าอากาศดีจะมีมุมให้ถ่ายฟูจิซังสวยๆหลายมุมเลยครับ
ทั้งไร่ชา ทางด่วนช่วง Twilight และด้วยความที่เมืองชิซึโอกะเป็นเมืองอุตสาหกรรม
จึงมีมุมถ่ายภาพฟูจิซังกับโรงงานอุตสาหกรรมสวยๆหลายมุมเลยครับ
แต่อย่างที่บอกครับวันนี้โชคไม่ค่อยดีเท่าไหร่ที่เมฆนัดกันมารวมตัวที่ยอดฟูจิซังครับ
แต่เท่าที่ทราบในวันนั้นถ้าไปถ่ายจากอีกฝั่งคือฝั่ง 5 ทะเลสาปจะพอถ่ายได้ครับ

095-JapanSnow15-2115-Panorama
096-JapanSnow15-2137

สำหรับวันนี้ผมเลือกที่จะพักแถวๆเมือง Fuji City ครับ
เพราะว่าเป็นจุดที่สามารถออกไปถ่ายรูปที่จุดต่างๆไม่ไกลมากครับ

 

FujiSan 360: Hakone

วันต่อมาผมตื่นแต่เช้าไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นที่ Hakone ครับ
ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ทัวร์มักจะพานักท่องเที่ยวไปกันครับฮาโกเน่จะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของฟูจิซังครับ
แต่ใครจะมาถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นอาจจะต้องมีรถมาเองครับ เพราะช่วงนั้นยังไม่มีรถสาธารณะไว้บริการนะครับ

อ้อฮาโกเน่ถือเป็นอีกจุดที่อยู่บนที่สูงนะครับ ซึ่งอุณหภูมิแถวนี้จะเย็นมากครับ
ช่วงที่ผมไปถ่ายอุณหภูมิจะอยู่ที่ -4 โดยประมาณครับ

097-JapanSnow15-2207
098-JapanSnow15-2213
099-JapanSnow15-2230
100-JapanSnow15-2267
101-JapanSnow15-2254

 

 

FujiSan 360: Lake Yamanaka

ถ้าเป็นช่วงซากุระบาน หรือช่วงใบไม้แดง แน่นอนว่าในบรรดา 5 ทะเลสาปนั้น
ผู้คนจะมุ่งหน้าไปที่ ทะเลสาปคาวากูชิ กันครับ รวมไปถึงเจดีย์แดงชูเรโตะด้วยครับ
แต่ในหน้าหนาวแล้วจุดที่คนนิยมกันมากที่สุดจะเป็นทะเลสาปยามานากะครับ

ถ้ามาจากโตเกียวแล้วทะเลสาปยามานากะจะถึงเป็นทะเลสาปแห่งแรกครับ
ที่นี่ในช่วงหน้าหนาว ทะเลสาปยามานากะจะกลายเป็นน้ำแข็งครับ ซึ่งก็ถือว่าไฮไลท์สำคัญเลยครับ
ที่นี่ก็เป็นที่ที่ผมตั้งใจจะมามากที่สุดในการมาถ่ายฟูจิซังครั้งนี้ครับ โดยจุดที่ทะเลสาปเป็นน้ำแข็งจะอยู่แถวๆนี้ครับ (35.422914, 138.901475)
ตรงมุมนี้จะมีที่จอดรถให้จอดกันอย่างสบายๆเลยครับ
102-JapanSnow15-2289
103-JapanSnow15-2298
104-JapanSnow15-2339
105-JapanSnow15-2378

 

ด้วยความที่อยากมาที่นี่มาก ผมเลยเดินเล่นที่นี่อยู่นานมากเลยครับ
และมาทริปนี้ผมยังไม่ได้ถ่ายรูปกระโดดเท่าไหร่ เลยบอกคุณเพื่อนที่ไปว่าขอซะหน่อยครับ
115

 

 

FujiSan 360: Lake Yamanaka Panorama View Point

ที่ทะเลสาปยามานากะมีอีกจุดหนึ่งที่เป็นจุดชมวิวครับเรียกว่า Panorama View Point (35.412478, 138.909350)
ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในสิบจุดถ่ายรูปฟูจิซังที่คนนิยมที่สุดเลยครับ
ช่วงที่ผมไปหน้าเรื่องกลายเป็นสีเหลืองทองตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าๆสวยมากๆๆครับ
106-JapanSnow15-2429
107-JapanSnow15-2431-Panorama
108-JapanSnow15-2463

 

 

FujiSan 360: Lake Yamanaka with Goose

อีกจุดที่คนไปเที่ยวทะเลสาปยามานากะนิยมมาคือริมทะเลสาปทางทิศเหนือ (35.428793, 138.858875)
ที่จะมีห่านจำนวนมากอาศัยอยู่ครับ ผมเองก็ไม่พลาดที่จะไปที่นี่เช่นกันครับ
แต่การถ่ายสัตว์บอกเลยว่าไม่ง่ายครับ เราเองอาจจะต้องคอยดูพฤติกรรมมันซักเล็กน้อยถึงจะพอเดาได้ว่ามันจะทำอะไร…
จากนั้นก็เฝ้ารอก็จะมีโอกาสได้รูปสวยๆมาไว้ในครอบครองครับ…
อ้อจุดนี้เป็นอีกจุดที่คนนิยมมาถ่ายภาพช่วงพระอาทิตย์ขึ้นครับ

109-JapanSnow15-2527
110-JapanSnow15-2606
111-JapanSnow15-2610

 

 

FujiSan 360: Lake Yamanaka with Fuji Diamond

หลังจากถ่ายภาพริมทะเลสาปกันเสร็จผมก็ไปนั่งกินข้าวครับ
แล้วก็รอดูสภาพอากาศว่าพอที่จะถ่ายช่วงหัวค่ำได้หรือไม่
ซึ่งถ้าโอเคผมเล็งที่จะไปถ่ายวิวเมือง Fujiyoshida แถวๆเจดีย์แดงชูเรโตะครับ

ระหว่างนั้นผมเลยหาออนเซนแช่ครับ
ผมไปที่ Ishiwari no Yu ครับซึ่งที่นี่มีรถบัสมาส่งถึงที่ด้วยครับ
สามารถดูข้อมูลได้ที่นี่ครับ Onsen Around FujiSan มีหลายที่ให้เลือกเลยครับ

หลังจากแช่ออนเซนซักพักปรากฎว่าเมฆเริ่มมากครับ แผนการที่จะถ่ายฟูจิซังช่วงเย็นเลยต้องล้มเลิกไปครับ
แต่ระหว่างที่อยู่ที่ออนเซนผมเห็นป้ายโฆษณาการถ่าย Fuji Diamond รอบทะเลสาปยามานากะ
ซึ่งเย็นวันนั้นก็มีจุดให้ไปถ่ายรูปด้วยครับ ผมเลยไม่รอช้ารีบบึ่งรถไปครับ ไปถึงก่อนช่วงถ่ายแค่ 3-4 นาทีเท่านั้นเองครับ
ไม่มีเวลาไปหาทำเลถ่ายแล้ว เพราะคนมาจับจองที่ถ่ายรูปกันเยอะมากครับ ก็เลยรีบถ่ายเท่าที่จะถ่ายได้มาครับ
และน่าเสียดายที่ตอนพระอาทิตย์เข้าหลังฟูจิเมฆเยอะไปนิดนึงครับ เลยได้ภาพออกแนวฟุ้งๆไปหน่อยครับ
แต่ก็แอบดูลึกลับน่าค้นหาดีครับ 555

112-JapanSnow15-2677
113-JapanSnow15-2683

หลังจากถ่ายภาพนี้เสร็จผมก็กลับเข้าโตเกียวครับ เพื่อที่จะกลับไทยใวันรุ่งขึ้น

 

บ๊ายบายเจแปน จนกว่าจะได้พบกันใหม่

ก็เป็นอันว่าจบไปแล้วครับสำหรับทริปต่างประเทศทริปแรกประจำปีของผมครับ
กับทริป Japan Snow หวังว่าเพื่อนๆคงจะชอบกันนะครับ สำหรับค่าใช้จ่ายทริปนี้ไม่รวมค่าช้อปปิ้งจะอยู่ที่ 60,000 บาทครับ
ถ้าไม่นับค่าตั๋วเครื่องบินก็จะอยู่ที่ 43,000 บาทเท่านั้นเองครับ อย่างเพื่อนผมคนนึงที่จองตั๋ว  AirAsiaX ทัน ได้ตั๋วไปกลับแค่ 8000 บาท
เท่ากับว่าเค้าใช้เงินไปราวๆ 50,000 บาทกับการเดินทาง 15 วันซึ่งผมถือว่าไม่ได้แพงเลยครับ
เพราะเรื่องกินเราก็กินกันอย่างไม่ประหยัดเท่าไหร่ 555

หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ เป็นหนึ่งในทางเลือกในการไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงหน้าหนาวนะครับ
มีคนเคยมาพูดกับผมว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเสน่ห์เที่ยวได้ทั้งปี อันนี้ผมเห็นด้วยจริงๆครับ
แต่ละฤดูกาลมันมีความสวยงามแตกต่างกันให้เราไปค้นหาได้ตลอดจริงๆครับ

สำหรับวันนี้ก็ขอลาไปแต่เพียงเท่านี้ครับ
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามชมและสวัสดีครับ 🙂

114-

Mercure Pattaya Ocean Resort: รีสอร์ทสวนน้ำใกล้กรุง

0

Mercure Pattaya Ocean Resort

รีสอร์ทสวนน้ำใกล้กรุง

สวัสดีเพื่อนๆทุกคนครับ เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ผมได้พูดคุยกับเพื่อนเก่าคนหนึ่งที่ดูแลรีสอร์ทในเครือ Accor อยู่ครับ
ผมจึงมีโอกาสได้รับเชิญให้ไปพักผ่อนที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพัทยาครับ ซึ่งที่นี่มีสวนน้ำให้เล่นด้วยครับ
ใช่แล้วครับที่นี่คือ Mercure Pattaya Ocean Resort นั่นเองครับ
เอาหล่ะครับไปชมรีวิวพร้อมๆกันเลยครับ 🙂

00-Review-Cover-Version2

 

พาลูกเที่ยว…หืมม สมุย อะไรนะ พาปันไปยาก ไม่จริ๊ง ไม่จริง..

0
พาลูกเที่ยว,สมุย,ศิลาวาดี พูลวิลล่า,สปา รีสอร์ท,Silavadee,pool villa,spa, resort,ที่เที่ยวสมุย,samui,NokAir,trip,tranfer,koh samui

ตี5.45: เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

พาลูกเที่ยว,สมุย,ศิลาวาดี พูลวิลล่า,สปา รีสอร์ท,Silavadee,pool villa,spa, resort,ที่เที่ยวสมุย,samui,NokAir,trip,tranfer,koh samui

ลมปลายฝนต้นหนาว..พัดกระทบหน้าผมเบาๆ ในขณะที่ผมกำลัง ขะมักเขม้น กางขาตั้งวางกล้องอยู่ที่ Silavadee Pool  Spa Resort ที่มีวิวพระอาทิตย์สวยที่สุดแห่งนึงบนเกาะทะเลใต้อย่าง “สมุย” วันนี้ผมมีนัดครับ…นัดกับดวงตะวันตรงหน้าตอนนี้เลย : ) พาลูกเที่ยว,สมุย,ศิลาวาดี พูลวิลล่า,สปา รีสอร์ท,Silavadee,pool villa,spa, resort,ที่เที่ยวสมุย,samui,NokAir,trip,tranfer,koh samui

ไม่ถึง 10นาทีต่อมา…ผมก็ได้รับคำตอบตรงหน้า… พระอาทิตย์มาตามนัดเสมอทุกวัน ไม่เคยผิดนัดสักครั้ง แสงแรกวันนี้ค่อยๆเผยโชว์ตัว ทะลุผ่านกลุ่มเมฆตรงหน้านี้สำเร็จแล้ว…….เยส!!! พาลูกเที่ยว,สมุย,ศิลาวาดี พูลวิลล่า,สปา รีสอร์ท,Silavadee,pool villa,spa, resort,ที่เที่ยวสมุย,samui,NokAir,trip,tranfer,koh samui

6.15 แสงอรุณรุ่ง ส่องทะลุกระจก และผ้าม่านบางๆ เข้ามาถึงภายในห้องพัก แสงแรกของวัน เริ่มขึ้นแล้ว… พาลูกเที่ยว,สมุย,ศิลาวาดี พูลวิลล่า,สปา รีสอร์ท,Silavadee,pool villa,spa, resort,ที่เที่ยวสมุย,samui,NokAir,trip,tranfer,koh samui

แสง…ที่ส่องเข้ามาถึงในห้องนอน…ห้องที่ผมคิดว่า น่าจะมีมุมมีวิวที่สวยที่สุดที่นึงของเมืองไทย อย่าง”เกาะสมุย” พาลูกเที่ยว,สมุย,ศิลาวาดี พูลวิลล่า,สปา รีสอร์ท,Silavadee,pool villa,spa, resort,ที่เที่ยวสมุย,samui,NokAir,trip,tranfer,koh samui

พระอาทิตย์ปลุกปันให้ตื่นแล้วด้วย ซึ่งปรกติเจ้าหนูแม้จะไม่ใช่คนตื่นสาย(มาก)แต่ไม่บ่อยนักที่เค้าจะตื่นเช้าขนาดนี้ได้เองเช่นกัน ฮ่า ฮ่า ตอนนี้หนูน้อยยืนยิ้มแฉ่ง สายตาจดๆจ้องๆอยู่ที่กล้องในมือผม หลังๆ เดี่ยวนี้ปันจะไม่ยอมอยู่แค่ในกล้องพ่ออย่างเดียวแล้ว พยายามขอถ่ายกับเค้าด้วย ^_^ พาลูกเที่ยว,สมุย,ศิลาวาดี พูลวิลล่า,สปา รีสอร์ท,Silavadee,pool villa,spa, resort,ที่เที่ยวสมุย,samui,NokAir,trip,tranfer,koh samui

มองออกไปที่เฉลียงหน้าห้องพักขนาด พระอาทิตย์ขึ้นเต็มใบให้แสงสว่างแก่เราอย่างแข็งขันเต็มที่แล้วด้วย พาลูกเที่ยว,สมุย,ศิลาวาดี พูลวิลล่า,สปา รีสอร์ท,Silavadee,pool villa,spa, resort,ที่เที่ยวสมุย,samui,NokAir,trip,tranfer,koh samui

บรรยกาศในช่วงเวลานี้ ช่างน่ารื่นรมย์หัวใจมาก ในขณะที่เด็กน้อยคนนึงกำลังวิ่งวุ่นไปทั่วห้องเพราะวันนี้ตื่นเช้าเป็นพิเศษ หากหยุดเวลากันได้ผมเองก็อยากให้ช่วงเวลานี้อยู่ไปนานๆ เวลาที่ดีๆของครอบครัว เล็กๆ ของเรา ทริปนี้เรามาใช้เวลา 3 วัน 2 คืนกันที่เกาะสมุย เกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ที่แวะเวียนมาไม่ขาด ก่อนจะไปต่อ ผมขอถอยเวลากลับไปในวันแรกของการเดินทาง  ก่อนที่ทริปแสนวิเศษนี้จะพาเรามาเจอกันที่ เกาะสมุย เกาะสวรรค์แห่งนี้

————————————————————

พาเที่ยวชุมพร เส้นทางสายโรแมนติก พักธูษิฏารีสอร์ท

0

ชุมพร เส้นทางสายโรแมนติก
เมืองต้องห้ามพลาด Dream Destination

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสพาแฟนไปเที่ยวมาครับ
เป็นการชดเชยจากช่วงวันวาเลนไทน์ที่จะถึง ที่ผมจะไม่อยู่ต้องเดินทางไปต่างประเทศครับ
รอบนี้ผมเลยเลือกพาแฟนไปเที่ยวจังหวัดเล็กๆจังหวัดหนึ่งที่ผมเคยไปมาแล้วเมื่อ 5 ปีที่แล้ว
แล้วผมพบว่ามันเป็นจังหวัดที่น่ารัก และมีอะไรให้ค้นหามากมายครับ

และจังหวัดนี้ได้รับการโปรโมตจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในปีนี้
ให้เป็นทั้ง เมืองต้องห้ามพลาด และเป็นเส้นทางสายดอกไม้ หรือ Dream Destination ครับ
ใช่แล้วครับจังหวัดนี้ก็คือ “จังหวัดชุมพร” ครับ
จังหวัดที่หลายๆคนมักใช้เป็นเพียงแค่ทางผ่าน แต่สำหรับผมแล้วตั้งแต่ได้มีโอกาสมาเที่ยวในครั้งก่อน
จังหวัดนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ผมตั้งเป้าว่าจะต้องกลับมาเยือนอีกครั้งครับ

ซึ่งวันนี้ผมได้มีโอกาสกลับมาอีกครั้งครับและก็ยังคงประทับใจไม่เปลี่ยนแปลงเช่นเดิมครับ
ถ้าพร้อมกันแล้วเราก็เริ่มเดินทางไปด้วยกันเลยครับ
000-Review-Cover-Version2

 

 

เหินฟ้าสู่ชุมพรด้วยนกแอร์

ชุมพรเป็นจังหวัดที่อยู่กลางๆทางระหว่างการเดินทางสู่ภาคใต้อยู่ห่างจาก กทม. ราวๆ 400-500 กม.ครับ
ในสมัยก่อนการเดินทางไปยังชุมพรจะใช้รถยนต์ และรถไฟซึ่งถือว่าลำบากไม่น้อยครับ
การจะเดินทางไปยังชุมพร เรียกว่าต้องตั้งใจในการไปอย่างมากเลยครับ
แต่ปัจจุบันนอกจากการเดินทางด้วยรถและรถไฟแล้ว
สายการบินนกแอร์ได้เพิ่มทางเลือกในการเดินทางไปสู่จังหวัดชุมพรครับ
แน่นอนครับการเดินทางก็ไปเริ่มที่สนามบินดอนเมืองครับ
ซึ่งวันที่ผมไปสิ่งที่ผมเห็นแปลกตาไปคือมีการเตรียม Counter Nok Scoot ที่กำลังจะเปิดเส้นทางต่างประเทศเร็วๆนี้ด้วยครับ
001-Chumphon2015-005

สำหรับเคาร์เตอร์นกแอร์จะมีการแยกเส้นทางภาคเหนือและภาคใต้ไว้ครับ
แน่นนอนชุมพรก็จะไปทางภาคใต้ครับ
002-Chumphon2015-001

สำหรับเส้นทางชุมพรนั้นในช่วงแรกที่เปิดนั้นมีไฟลท์ละวันเท่านั้นครับ
และเดินทางด้วยเครื่อง ATR เป็นเครื่องเล็กซึ่งสามารถเดินทางได้ครั้งละประมาณ​ 60 คน
และหลังจากเปิดเส้นทางนี้ไปซักพัก ก็มีการขยายโดยช่วงปลายปีจนทุกเดือนมกราคมจะมี 3 ไฟลท์ต่อวันครับ
และในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมาทางนกแอร์พึ่งมีการเสริมฝูงบินลำใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมครับ
ด้วยเครื่องรุ่น Q400 ครับซึ่งในขาไปผมก็บินด้วยเครื่องใหม่นี่หล่ะครับ
เครื่องที่ผมเดินทางชื่อ “นกข้าวปุ้น” ครับ
003-Chumphon2015-011
004-Chumphon2015-015
005-Chumphon2015-019

เครื่องแบบ Q400 จะเป็นเครื่องแบบใบพัด (น่าจะผสมไอพ่นด้วย) สามารถทำความเร็วได้ราวๆ 500 กม./ชม. ครับ
ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ก็จะเดินทางถึงท่าอากาศยานชุมพรครับ
006-Chumphon2015-021
007-Chumphon2015-047

ท่าอากาศยานชุมพรเป็นท่าอากาศยานเล็กๆ จึงไม่ได้มีงวงช้างมาเทียบเครื่องบินครับ
ก็ให้ลงกันกลางลานนี่แหละครับ
008-Chumphon2015-059

 

การเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง

สนามบินชุมพรนั้นจะตั้งอยู่ที่ อ.ปะทิว ทางตอนเหนือของจังหวัดชุมพรติดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ครับ
ซึ่งจะอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กม.ครับ โดยที่สนามบินนั้นจะมีเคาท์เตอร์ให้บริการต่อรถเข้าเมืองครับ
มีเจ้าเดียวเป็นของ เฟมทัวร์ รถตู้เข้าเมืองราคาอยู่ที่ 150 บาทครับ
ถึงปกติจะมีรถมารอรับตลอดแต่ผมแนะนำให้โทรมาจองล่วงหน้าครับ

009-Chumphon2015-608

และเฟมทัวร์ก็จะมีบริการรถเช่าด้วยนะครับ
แต่มีรถให้เลือกคือ รถกะบะราคาวันละ 1000 บาทครับ
และรถ Honda City ราคาวันละ 1500 บาทครับ
แต่อันนี้แนะนำว่าถ้าได้โปรแกรมแน่นอนแล้วต้องโทรจองนะครับ
เพราะเค้ามีรถแค่อย่างละคันเท่านั้นครับ (เค้าเอารถเจ้าของมาให้เช่าครับ)
ถ้าหมดก็ต้องเช่าเหมาเป็นรถตู้พร้อมคนขับแทนครับ ซึ่งอัตราก็ทั่วไปครับคือวันละ 1800 บาทไม่รวมค่าน้ำมันครับ

ส่วนร้านอาหารก็มีอยู่ 2 ร้านครับ และที่นี่จะมีอีกเค้าท์เตอร์ที่มาเปิดคือเรือลมพระยาครับ
เป็นเรือที่ให้บริการต่อไปยังเกาะเต่า เกานางยวน เกาะพะงัน นั่นเองครับ
010-Chumphon2015-605

 

 

หาดทุ่งวัวแล่น

ที่แรกที่ผมเดินทางไปคือหาดทุ่งวัวแล่นครับ เป็นหาดที่อยู่ก่อนถึงตัวเมืองประมาณ 10 กม.ครับ
หาดทุ่งวัวแล่นมีตำนานว่า เมื่อก่อนมีวัวป่ามาหากินอยู่แถวนี้
แล้ววันนึงมีนายพรานยิงวัวป่าตัวนึงตาย ระหว่างที่นายพรานกำลังถลกหนังวัว
จู่ๆ.. วัวมันก็ฟื้นคืนชีพ แล้วก็วิ่งหนีหายเข้าไปในป่า
จึงเป็นที่มาของชื่อหาดทุ่งวัวแล่นครับ
011-Chumphon2015-121

ที่หาดทุ่งวัวแล่นเป็นหาดที่มีโรงแรมรีสอร์ทมาเปิดไม่น้อยนะครับ
แต่ด้วยความร่วมมือของชาวบ้านที่นี่ ทำให้หาดแห่งนี้ไม่มีกองทัพเตียงผ้าใบและร่มนะครับ
ทำให้ที่หาดแห่งนี้ค่อนข้างสวยและสงบเลยครับ
012-Chumphon2015-063
013-Chumphon2015-068

ส่วนทรายที่นี่ถือว่าเป็นชายหาดที่ทรายนิ่มและสวยมากๆๆๆครับ และน้ำก็ใสสุดๆครับ
014-Chumphon2015-097

โดยนักท่องเที่ยวที่มารีสอร์ทแถวนี้มักจะมีกิจกรรมในการออกไปดำน้ำกันครับ
ส่วนคนที่ไม่ได้ดำน้ำก็จะนอนชิวอยู่ริมหาดกันครับ
015-Chumphon2015-094
016-Chumphon2015-116

ที่นี่ถ้ามีโอกาสแนะนำอย่างมากเลยครับให้มาเที่ยวรับรองไม่มีผิดหวังครับ

 

 

 

สักการะศาลกรมหลวงชุมพร ณ หาดทรายรี

จากนั้นผมและแฟนก็เดินทางเข้าไปตัวเมืองและไปที่หาดทรายรี เพื่อไปสักการะกรมหลวงชุมพรกันครับ
ระหว่างทางเจออนุเสาวรีย์ยุวชนทหารด้วยครับ เป็นการรำลึกถึงเยาวชนทหารในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองครับ
017-Chumphon2015-127

ศาลกรมหลวงชุมพรอยู่ที่ต้นหาดทรายรีครับอยู่ห่างจากตัวเมืองราวๆ 20 กม.ครับ
018-Chumphon2015-160
019-Chumphon2015-147
020-Chumphon2015-129

ที่นี่จะมีพิพิทธภัณฑ์ของเสด็จเตี่ยด้วยนะครับ
จะแสดงถึงประวัติของท่านครับ
022-Chumphon2015-152

ที่นี่ถือว่าชิวเชียวหล่ะครับชายหาดยาวมีคนมานั่งเล่นมากมายครับ
บางส่วนก็มาตกปลากันครับ
021-Chumphon2015-145
023-Chumphon2015-139-Panorama

 

จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกเขามัทรี

ระหว่างทางจากตัวเมืองมายังหาดทรายรีนั้นจะมีจุดชมวิวจุดหนึ่งที่สวยทีเดียวครับ
คือจุดชมวิวเขามัทรี เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาผมเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง แต่สมัยนั้นจุดชมวิวถูกทิ้งร้าง
จนกลางเป็นแหล่งมั่วสุมไปครับ แต่ปัจจุบัน ทางจังหวัดได้มีการปรับปรุงและลงทุนในการเปิดร้านอาหารต่างๆ
จนกลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่สวยงามไปแล้วครับ ซึ่งส่วนตัวแล้วผมดีใจมากเลยครับ
ที่ได้มีการพลิกฟื้นแหล่งท่องเที่ยวดีๆให้กลับมามีชีวิตได้อีกครั้งครับ
024-Chumphon2015-178
025-Chumphon2015-164
026-Chumphon2015-182
027-Chumphon2015-184

ร้านนึงที่น่าสนใจคือร้านขายรังนกครับ
เค้าทำจุดชมวิวออกไปสวยงามเลยครับ

028-Chumphon2015-171
029-Chumphon2015-177
030-Chumphon2015-174

ผมกับแฟนก็เลยนั่งชิวชมพระอาทิตย์ตกที่นี่เลยครับ
โดยข้างล่างจะเป็นวิวปากน้ำชุมพร และหมู่บ้านชาวประมงครับ
031-Chumphon2015-194
032-Chumphon2015-193

ธูษิฏา รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่สุดแห่งความโรแมนติก

สำหรับที่พักนั้นผมเลือกที่จะไปพักที่โรงแรมธูษิฏา ซึ่งเป็นโรงแรมที่ผมเคยพักในครั้งที่แล้วที่ได้มาเยือนชุมพรครับ
และผมค่อนข้างประทับใจโรงแรมแห่งนี้ โรงแรมจะอยู่ที่หาดอณุโรทัย อำเภอทุ่งตะโก ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดชุมพรครับ
ที่โรงแรมนี้ จะมีอยู่สามโซนตั้งอยู่คนละที่กันแต่ใกล้กันครับ
– Tusita in the Garden
– Tusita @ the Beach
– Tusita @ Sea

ซึ่งส่วนตัวแล้วผมชอบโซน @ the Beach มากที่สุดครับ
ซึ่งจะเป็นห้องที่แต่งสไตล์เมดิเตอเรเนี่ยนครับ
ตอนที่ผมไปผมจองผ่านเว็บของโรงแรมเลย http://www.tusitaresort.com
ซึ่งแม้ราคาจะแพงกว่าเว็บเอเยนซี่ แต่ว่ามีโปร พัก 2 คืนจ่าย 1 คืนครับ
ผมเลือกห้องเป็น Beahfront Jacuzzi Suite ครับ

ในวันที่เดินทางไปนั้น ผมไปถึงค่อนข้างดึก ซึ่งบริเวณโซนเดอะบีช จะไม่ค่อยมีร้านอาหาร
ในคืนแรก ผมเลยขอเปลี่ยนเป็นนอนที่โซนสวนแทนครับ
ทางโรงแรมเลยให้ผมนอนห้องแบบ Wimantip in the Garden ซึ่งถือเป็นห้องเกรดเดียวกันครับ
ที่นี่หลังจากเราเข้าห้องแล้ว ช่วงที่เราออกไปทานอาหารเย็น เค้าจะมีการมา Turn Around ห้องให้เราด้วยนะครับ

043-Chumphon2015-224
044-Chumphon2015-230
045-Chumphon2015-232

ห้องนี้จะมีส่วนโซฟา และส่วนของโต๊ะทำงานให้ด้วยครับ
ซึ่งหลังๆผมชอบห้องที่มี โต๊ะทำงานด้วยครับ เพราะผมจะเอา Notebook ไปไว้ Backup ข้อมูลครับ
มีโต๊ะแล้วมันนั่งทำงานเป็นสัดส่วนดีครับ
041-Chumphon2015-226
042-Chumphon2015-228

ส่วนของห้องน้ำจะมีทั้งส่วนที่เป็นฝักบัว และส่วนที่เป็นอ่างจากุชชี่ครับ ซึ่งตัวห้องน้ำจะเป็นส่วน Outdoor ครับ
เรียกว่าได้อาบน้ำท่ามกลางหมู่ดาวเลย แต่ถึงจะ Outdoor แต่ก็มิดชิดดีนะครับ อ้อที่นี่มีห้องชาวน่าให้ด้วยนะครับ
046-Chumphon2015-233
047-Chumphon2015-238
048-Chumphon2015-236

ห้องอาหาร Murraya โรงแรมธูษิฏา

หลังจากเก็บของแล้วผมก็ทานอาหารที่โรงแรมเลยที่ห้องอาหาร Murraya ครับ

033-Chumphon2015-207
034-Chumphon2015-210

สั่งทานกัน 4 อย่าง และขนมหนึ่งอย่างครับ
035-Chumphon2015-213
036-Chumphon2015-214
037-Chumphon2015-217
038-Chumphon2015-219
039-Chumphon2015-223

แล้วก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันครับ 🙂
040-Chumphon2015-221

ราคาอาหารมื้อนี้มาตามนี้ครับ
– กุ้งซอสมะขาม 294.25
– ปลานึ่ง 353.10
– แกงเขียวหวาน 235.40
– หมูย่าง 176.55
– ของหวาน 176.55

วันที่สองหลังจากตื่นมาก็ไปทานข้าวกันที่ห้องอาหาร Murraya ครับซึ่งที่นี่เป็นอาหารจะเป็น A la cart ครับ
แต่สั่งได้เรื่อยๆครับ ที่นี่รอบที่แล้วผมชอบสั่งเป็น ผัดบะหมี่ และข้าวผัดครับ ซึ่งที่นี่เค้าจะทำสไตล์ อินโดนีเซียครับ
รอบนี้ผมก็สั่งเหมือนเดิมครับ
049-Chumphon2015-240
050-Chumphon2015-251

ส่วนคุณแฟนผมสั่งเป็นข้าวต้มปลา และติ่มซำมาครับ ยังๆ ยังไม่พอเธอสั่งไข่ลวกกับเบคอนมาทานด้วยครับ
สุดท้ายทานไม่หมด ผมก็ต้องมาช่วย 5555

051-Chumphon2015-246
052-Chumphon2015-248
053-Chumphon2015-245

ล่องแพ อำเภอพะโต๊ะกับเกษรทัวร์


สำหรับวันที่สองนั้นผมไปล่องแพที่ อ.พะโต๊ะ ครับซึ่ง อ.นี้ตะอยู่บนเส้น 4006 ที่จะเชื่อมไปยังฝั่งอันดามันครับ
ใครที่จะไป อช.หมู่เการสุรินทร์ ก็จะต้องไปผ่านที่ อำเภอนี้นี่แหละครับ
ซึ่งที่นี่สามารถล่องแพได้ทั้งปีครับ และช่วงวันวาเลนไทน์ของทุกปี จะมีเทศกาลด้วยครับ

ที่นี่ถ้าใครอยากล่องแพออกแนว Adventure ให้มาช่วงตุลาคม ครับ
อย่างผมไปช่วงปลายมกราคม น้ำค่อนข้างน้อยแล้วครับ ล่องแพบางช่วงจะมีติดพื้นบ้างเล็กน้อยครับ
รอบนี้ที่ไปล่องแพผมไปของ เกษรทัวร์ ครับซึ่งที่นี่มี Contact กับทาง ธูษิฏา อยู่ครับ
โดยค่าล่องแพ พร้อมอาหารกลางวันจะอยู่ที่หัวละประมาณ 450-500 บาทครับ
ซึ่งเส้นทางที่จะล่องแพมีให้เลือกหลายแบบตั้งแต่ 1-2-4 ชม. รวมไปถึง 2 วันก็มีครับ

054-Chumphon2015-258
055-Chumphon2015-260

แพที่นี่จะเป็นแพที่ทำจากท่อ PVC ครับ
ต่างจากที่ผมไปล่องที่เขาลำรู่ อันนั้นจะใช้แพไม้ไผ่ครับ
056-Chumphon2015-269
057-Chumphon2015-278

เอาหล่ะครับไปล่องแพด้วยกันเลยครับ
058-Chumphon2015-283
059-Chumphon2015-296

ที่ลำธารที่นี่ป่าบริเวณรอบๆ ก็ถือว่าอุดมสมบูณณ์ทีเดียวครับ
060-Chumphon2015-287
061-Chumphon2015-304062-Chumphon2015-319

หลังจากล่องลำธารราวๆ 2 ชม. ขึ้นมาก็มีอาหารกลางวันพร้อมเลยครับ
ซึ่งไม่ว่าจะไปล่องลำธารกี่คนก็จะมีอาหาร 6 อย่างแบบนี้เหมือนกันครับ เพียงแต่อาจจะมีสัดส่วนปริมาณมากน้อยต่างกันไปครับ
รสชาติอาหารบอกได้เลยว่าอร่อยมากกกกกก
มี น้ำพริก ไขเจียวอบ ปลาซอสมะขาม ใบเหลียงผัดไข่ แกงเหลืองหยวกกล้วย แกงจืดผัดสด
063-Chumphon2015-342
064-Chumphon2015-339
065-Chumphon2015-346
066-Chumphon2015-336
067-Chumphon2015-340
068-Chumphon2015-341

ข้าวที่นี่เค้าจะนึ่งแบบห่อใบตองครับ หอมทีเดียว และมีของหวานเป็นเมี่ยงคำครับ
069-Chumphon2015-345
070-Chumphon2015-347

อาหารอร่อยมากจนคุณแฟนต้องขอถ่ายรูปป้าแม่ครัวเป็นหลักฐานซะหน่อย 5555
071-Chumphon2015-351

เที่ยวชมสวนลุงนิล สวนแห่งชีวิตพอเพียง


ที่บริเวณ อ.ทุ่งตะโกนั้นจะมีการเที่ยวอีกแบบหนึ่งที่นิยมกันคือการไปเที่ยวชมสวนครับ
ซึ่งที่ดังๆแถวนี้ก็จะมีสวยนายดำ และสวนลุงนิลครับ ซึ่งผมเคยไปสวนนายดำแล้วครั้งนี้ผมเลยเลือกที่จะไปที่สวนลุงนิลแทนครับ
072-Chumphon2015-378
073-Chumphon2015-354

ที่สวนลุงนิลนั้นจะไม่ได้เป็นสวนเชิงธุรกิจที่จะมีการจัดทัวร์เที่ยวสวนนะครับ (ถ้าต้องการแบบนั้นต้องไปี่สวนนายดำครับ)
แต่ที่นี่ลุงนิลซึ่งเป็นเจ้าของ เมื่อก่อนเคยทำสวนทุเรียน แบบสวนเชิงเดี่ยวแล้วปรากฎว่าเจ๊งครับ
สูญเงินไปหลายล้าน หลังจากนั้นลุงนิลเลยปรับการทำสวนใหม่ เป็นการทำสวนผสมครับ
เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงลง และมีของขายได้ตลอดปีครับ ซึ่งลุงนิลก็ได้จัดเป็นสวนเพื่อการเรียนรู้แทนครับ
จะมีหน่วยงานต่างๆขอเข้าไปดูงานกันเยอะเลยครับ แต่วันที่ผมไปลุงนิลไม่อยู่นะครับ
หากว่าถ้าจะเข้าไปแนะนำให้โทรไปนัดแนะกับลุงนิลให้ดีนะครับ วันที่ผมเข้าไปมีลูกน้องแกอยู่ 2-3 คนที่พาผมชมสวนครับ
โดยสิ่งที่ดังของแกคือการทำสวนคอนโด 9 ชั้น ซึ่งก็คือการทำสวนผสมนะ้นหล่ะครับ
ว่าปลูกอะไรผสมกันบ้างเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตแบบพอเพียงได้ครับ

074-Chumphon2015-356

ปัจจุบันที่สวนลุงนิลได้ทำเป็นธนาคารต้นไม้ด้วยครับ เพื่อเผยแพร่พันธุ์ต้นไม้ให้ชาวบ้านครับ
075-Chumphon2015-370

ที่สวนจะมีการเลี้ยงหมูหลุมครับ แต่เป็นหมูที่เลี้ยงในการนำมูลหมูมาทำปุ๋ยครับ
076-Chumphon2015-377

ธูษิฏา @ The Beach ที่สุดแห่งการพักผ่อน


หลังจากเที่ยวที่สวนลุงนิลเสร็จผมก็เข้าที่พักครับ โดยวันนี้ผมย้ายไปนอนที่ฝั่ง The Beach ที่ผมตั้งใจจะมาพักครับ
ที่นี่จะเป็นอาคารเล็กๆที่มีห้องพักเพียง 5 ห้องเท่านั้นครับ โดยจะอยู่ริมทะเลบนหาดอณุโรทัยครับ
077-Chumphon2015-411

ที่นี่จะแต่งรีสอร์ทแนวโปร่งๆครับ เน้นสีขาวเป็นหลัก
ซึ่งผมว่ามันสบายตาดีครับ
078-Chumphon2015-406
079-Chumphon2015-446
080-Chumphon2015-403
081-Chumphon2015-447
082-Chumphon2015-448
083-Chumphon2015-450

อันนี้เป็นห้องพักผมอยู่ชั้นสองครับเป็นแบบ Beahfront Jacuzzi Suite ครับ
จะแบ่งส่วนรับแขกและส่วนห้องพักออกจากกันครับ
084-Chumphon2015-379
085-Chumphon2015-383
089-Chumphon2015-438

ห้องน้ำก็จะมีอ่างจากุชชี่ให้แช่ครับ ฟินมากๆ 555
086-Chumphon2015-388
087-Chumphon2015-391
088-Chumphon2015-436

ที่นี่จะมีส่วนด้านนอกให้ออกไปชมวิวและนอนเปลยวนด้วยครับ
090-Chumphon2015-468

ช่วงเย็นผมกะแฟนออกไปเดินเล่นกันริมหาดครับ
หาดที่นี่เงียบสงบมากครับ แต่ด้วยความที่หาดค่อนข้างใกล้กับปากน้ำ จะทำให้ช่วงหน้ามรสุมทะเลจะพัดขยะเข้ามาที่หาดเยอะนิดนึงครับ
091-Chumphon2015-418

จากนั้นตอนเย็นผมนั่งทานอาหารที่ริมหาดกันครับ
ซึ่งถ้ามีคนมาเยอะๆเราสามารถปิดรีสอร์ทจัดปาร์ตี้กันได้เลยครับ
มีสระน้ำ มีบาร์ริมทะลเพร้อมเลยครับ 5555
092-Chumphon2015-453
093-Chumphon2015-460

ช่วงอาหารเย็นทางรีสอร์ทมีการจัดซุ้มริมทะเลให้ผมด้วยครับ
แรกทีเดียวผมก็ตั้งใจจะมานั่งทานข้างล่าง
แต่วันที่ผมไปลมค่อนข้างแรงมาก สุดท้ายเลยเปลี่ยนใจไปทานบนห้องแทนครับ
094-Chumphon2015-464
095-Chumphon2015-469
096-Chumphon2015-470
097-Chumphon2015-471
098-Chumphon2015-473

ราคาอาหารมื้อนี้ถูกเหลือเชื่อครับ
ทั้งเซตไม่รวมผัดเหลียง ราคาแค่ 790 บาท/ต่อคนเท่านั้นครับ
หรือถ้าสั่งเฉพาะ Seafood Basket ก็ราคาตะกร้าละ 790 บาทครับ
เรียกว่าราคาไม่แพงเลยครับ และที่สำคัญอาหารทะเลสดมากๆครับ

เช้าวันที่ 3 ช่วงเช้าหลังจากทานอาหารแล้วผมก็นอนเล่นที่รีสอร์ทหล่ะครับ
โดยกลับไปนั่งเล่นที่ส่วนรีสอร์ท The Garden ครับ
100-Chumphon2015-487
101-Chumphon2015-481

ไหว้พระใหญ่ อ.สวี


พอช่วงเที่ยงออกเดินทางกลับไปที่โซนในเมืองครับ ระหว่างทางกลับช่วงเลย อ.สวีไปเล็กน้อย
ผมเจอป้าย The Big Buddha ครับเลยตัดสินใจแวะกันครับ น่าเสียดายที่ที่นี่ไม่ค่อยมีคนดูแล ทำให้สถานที่ดูรกร้างไปนิดนึงครับ
และตอนนี้ยังก่อสร้างไม่เสร็จ 100% ครับ ผมก็คาดหวังว่าอีกหน่อยทางจังหวัดจะสามารถพัฒนาที่นี่ให้ดีได้เหมือนที่เขามัทรีครับ
103-Chumphon2015-496
102-Chumphon2015-499
104-Chumphon2015-489

ชมและชิมกาแฟโรบัสต้าที่บ้านถ้ำสิงห์


ชุมพรเองเป็นจังหวัดที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีเหมาะแก่การปลูกกาแหพันธ์โรบัสต้าเป็นอย่างมากครับ
สมัยก่อนจึงมีการปลูกกาแฟกันเป็นจำนวนมากเลยครับ จนช่วงหนึ่งราคาตกอย่างรุนแรงเนื่องจากกาแฟล้นตลาด
ทำให้รัฐบาลสมัยนั้นได้มีการจ้างโค่นต้นกาแฟกันครับ

ปัจจุบันชุมชนบ้านถ้ำสิงห์ ได้มีการรวมตัวเป็นวิสาหกิจ เพื่อผลิตกาแฟกันครับ
โดยทำเป็นลักษณะสวนผสมปลูกหลายๆอย่างครับ ซึ่งที่นี่จะมีโรงงานขนาดย่อมๆให้สามารถมาเยี่ยมชมได้ด้วยครับ
แต่ปกติแล้วจะเปิดในวันจันทร์ -เสาร์เท่านั้นครับ ซึ่งปกติแล้วประธานกลุ่มจะเป็นผู้นำชมขั้นตอนการผลิตกาแฟครับ
แต่หากเพื่อนๆไปวันอาทิตย์ให้สามารถโทรไปติดต่อได้ครับ ทางประธานจะพยายามจัดหาคนมานำชมให้ครับ

105-Chumphon2015-505
106-Chumphon2015-532

107-Chumphon2015-530
ที่เห็นเป็นตุ่มๆนั่นคือดอกกาแฟนะครับ ทำให้เมื่อดอกบานขึ้นมาจะมีดอกสีขาวบานสะพรั่งเต็มต้นสวยงามมากครับ
จึงทำให้ที่เมืองชุมพรได้รับเลือกเป็นหนึ่งในเส้นทางสายดอกไม้หรือ Dream Destination ของประเทศไทยด้วยครับ

แต่ว่าเวลาที่ดอกกาแฟจะบานจะไม่แน่นอนนะครับ ขึ้นอยู่กับฝน และเมื่อบานแล้วจะบานเพียงสัปดาห์เดียวก็จะโรยครับ
ซึ่งสามารถเช็คได้จาก Facebook ของชุมชนบ้านถ้ำสิงห์ได้ครับ
หลังจากออกดอกแล้วจะใช้เวลาอีก 1 ปีครับจึงจะออกผลครับ
ซึ่งจะเป็นเม็ดๆแบบนี้ครับ ซึ่งเม็ดที่พร้อมเอาทำต่อจะต้องเป็นสีแดงเท่านั้นครับ
108-Chumphon2015-529

หลังจากเก็บเมล็ดมาแล้ว ก็จะต้องเอาเข้าเครื่องกะเทาะเปลือกและแช่น้ำประมาณ 1 คืนครับ
ก่อนที่จะนำไปตากแห้งซึ่งที่นี่เค้าใช้การตากในโรงงานแสงอาทิตย์ครับ โดยจะตากราวๆ 10 วันครับ
109-Chumphon2015-520
110-Chumphon2015-508
111-Chumphon2015-517

และหลังจากนั้นก็จะต้องนำไปเก็บให้เมล็ดแห้งสุดๆอีกราว 4-5 เดือนจึงจะสามารถนำไปคั่วเพื่อชงกาแฟได้ครับ
สรุปแล้วนับจากวันที่ต้นกาแฟออกดอกเราจะใช้เวลาราวๆ ปีครึ่งกว่าจะได้กาแฟที่เรากินกันครับ
วันที่ไปผมได้มีโอกาสชิมกาแฟของที่นี่ครับ ผสมกับน้ำผึ้งเลี้ยงที่ทำน้ำผึ้งจากดอกกาแฟหอมมากๆครับ
112-Chumphon2015-540

วันที่ไปนั้นผมได้มีโอกาสเจอคุณตุ๊กซึ่งเป็นผู้ประกอบการนำเที่ยวภาคพื้นในจังหวัดชุมพรครับ
ซึ่งคุณตุ๊กได้ชักชวนผมให้ไปเดินเล่นที่สวนลุงวิรัช และสวนป้าละมุนครับ ซึ่งเป็นสวนสละครับ
แต่ก่อนไปผมได้แวะไปที่บริเวณถ้ำสิงห์เพื่อไหว้พระกันเล็กน้อยครับ
113-Chumphon2015-547

เยี่ยมชมและชิมสละ จากสวนลุงวิรัช และสวนป้าละมุนครับ


ที่ใกล้ๆชุมชนบ้านถ้ำสิงฟ์ขับรถไปไม่กี่กิโล ก็จะถึงสวนของลุงวิรัช และสวนของป้าละมุนครับ
ที่นี่จะเน้นการปลูกสละเป็นหลักครับ แต่จริงๆแล้วก็จะปลูกเป็นสวนผสมที่มีต้นไม้สวนชนิดอื่นๆด้วยครับ
ที่นี่จะมีลุงวิรัชคอยพาเราเดินเที่ยวชมสวนครับ และใครที่สนใจแกก็จะให้ความรู้ในการไปปลูกสละด้วยครับ
114-Chumphon2015-558

ที่นี่จะมีการปลูกอยู่ 2-3 สายพันธุ์ครับ ซึ่งผมจำไม่ได้หรอกครับว่าพันธุ์อะไรบ้าง
แต่จะมีอยู่พันธุ์นึงที่ลูกจะดก และห้อยตามพื้นดินทำให้ คนที่ปลูกจะต้องทำคานขึ้นมา
เพื่อห้อยลูกสละไม่ให้ตกไปที่พื้นเพราะจะทำให้ผลเสียหายครับ
115-Chumphon2015-553
117-Chumphon2015-567

ที่เห็นสละออกสวยๆแบบนี้เนี่ยจะต้องมีการเด็ดบางลูกออกด้วยนะครับ
เพราะไม่อย่างนั้นสละจะออกลูกมาเยอะมากจนเบียดบังกันเองและจะทำให้ผลสละเล็กลงครับ
ส่วนภาพนี้คือดอกสละที่สามารถนำไปทำพันธุ์ต่อได้ครับ
116-Chumphon2015-561

ระหว่างเดินๆไปเราก็ได้ยินเสียดังตุ๊บครับ… ใช่ครับ เป็นเสียงทุเรียนร่วงจากต้นครับ
เรียกว่าร่วงไม่ไกลจากที่เราเดินเลยครับแอบเสียวๆว่าเดินไปแล้วมันร่วงใส่หัวจะทำยังไง 5555
118-Chumphon2015-576

ด้วยความที่ว่าทุเรียนเป็นต้นไม่ที่ใหญ่โตและสูงมากครับ
ลูกทุเรียนบางลูกอยู่สูงเป็นสิบๆเมตรเลยครับ ซึ่งคนที่ปีนขึ้นไปเด็ดนั้นโยนลงมาจะหนักมาก ไม่สามารถใช้กระสอบในการรับได้
ลุงวิรัชแกเลยประดิษฐ์เครื่องรับทุเรียนให้คนที่ปีนไปเก็บทุเรียนโยนลงมาใส่รถคันนี้ครับ
119-Chumphon2015-581

หลังจากนั้นเราก็เลยรีบเดินหนีดงทุเรียนกลับไปที่ทางเข้าครับ
ลุงแกเลยเอาทุเรียนที่ร่วงมาเมื่อกี้ไปผ่าเพื่อเอามาให้เราชิมกันครับ
ผมเองเป็นคนไม่ทานทุเรียน แต่แฟนทานเลยแบบว่าลาภปากมากๆๆๆ 555

และก่อนกลับก็เลยของลุงๆป้าๆถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเอาไว้ครับ
120-Chumphon2015-590

ร้านอาหารทะเลลุย ริมหาดทรายรี


ตอนแรกมวนรถเข้าไปในเมืองเพื่อจะไปทานข้าวเย็นที่ร้านลำยอง อยู่แถวๆโรงแรมรกตซึ่งพี่ตุ๊กเป็นคนแนะนำมาว่าอร่อย
แต่ปรากฎว่าไปถึงร้านยังไม่เปิดครับ เพราะคนงานที่ไปซื้อของยังไม่กลับ สุดท้ายเลยคุยกับแฟนแล้วตัดสินใจไปทานอาหารทะเลแถวๆหาดทรายรีครับ
ซึ่งวันนี้เราไปทานกันที่ร้านอาหารที่ชื่อว่าลุยครับ เราสั่งกันมา 4 อย่าง มีใบเหลียงผัดไข่ แกงส้มไข่ปลาเซียว เนื้อปูผัดผงกะรี่ และปลาทอดซอสมะขาม
ซึ่งผมชวนคนรถไปทานด้วยกันมื้อนี้ทานกัน 4 คนค่าอาหาร 820 บาทครับ
รสชาติถือว่าอร่อยเลยครับ
121-Chumphon2015-591
122-Chumphon2015-593
123-Chumphon2015-596
124-Chumphon2015-597
125-Chumphon2015-601

หลังจากทานอาหารอิ่มผมก็เดินทางไปยังสนามบินที่ครับซึ่งระหว่างทางผมก็ใช้ App ของ Nok Air ในการเช็คอินไปเลยครับ
ซึ่งหลังจาก Check in แล้วในกรณีที่ใช้ iPhone มันจะโอนข้อมูลไปที่ Passbook ครับซึ่งจะเก็บ e-Bording ไว้เราสามารถเอาตัวนี้ไปยื่นที่สนามบินได้เลยครับ
ก็เป็นอันว่าจบไปอีกทริปหนึ่งสำหรับชุมพรครับ

สำหรับชุมพรแล้วส่วนตัวผมว่าเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้ง อช. หมู่เกาะชุมพร มีเกาะรังนก และจุดให้ไปดำน้ำตื้นจำนวนมากครับ
และเป็นจังหวัดที่มีถนนริมหาดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีชายหาดดีๆ สวยๆ สงบๆ อีกจำนวนมากที่รอให้ทุกคนไปเยี่ยมเยียนครับ
รวมถึงหากใครชอบแนวผจญภัยก็มีกิจกรรมทางธรรมชาติอย่างการล่องแพด้วยครับ
ซึ่งทริปนี้คุณแฟนผมถือว่ามีความสุขไม่น้อยเลยกับการได้ออกมาพักผ่อน สบายๆ และชิวๆครับ

ซึ่งผมยังยืนยันคำเดิมเหมือนครั้งที่มาครั้งก่อนว่า จังหวัดชุมพรเป็นจังหวัดที่เล็กๆ น่ารักๆ และมีอะไรให้ค้นหา
และหากทีโอกาสผมจะต้องกลับมาเยี่ยมเยียนเมืองน่ารักๆแบบนี้อีกแน่นอนครับ
สำหรับวันนี้ก็ขอลาเพื่อนๆไปด้วยพาผมกับภรรยาที่ถ่ายกัน สองเรา ณ เขามัทรี กันครับ
แล้วพบกันใหม่ในทริปหน้าครับ สวัสดีและขอบคุณสำหรับการติดตามรีวิวนี้ครับ 🙂
126-Chumphon2015-161

วันธรรมดาเที่ยว “ทะเลบัวแดง” จังหวัดอุดรธานี

3

วันธรรมดาเที่ยว “ทะเลบัวแดง” จังหวัดอุดรธานี

00-Review-Cover-Version2

สวัสดีครับเพื่อนเพื่อนทุกคน เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสร่วมทริปกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ในการเดินทางไปที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อชมทะเลบัวแดงครับ วันนี้เลยเอาภาพมาฝากเพื่อนๆกันครับ
สำหรับทะเลบัวแดงนั้น ฤดูกาลท่องเที่ยวจะอยู่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จนถึงเดือนกุมภาพันธ์
ดังนั้นช่วงนี้ยังพอมีเวลาให้เพื่อนๆไปเที่ยวชมกันได้นะครับ

ซึ่งทริปนี้ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวมาหลายที่เลยครับ รวมไปถึง อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
ซึ่งเป็นที่ืที่กระทรวงวัฒนธรรม กำลังจะเสนอเพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยครับ
เอาละครับไปรับชมพร้อมๆกันเลยครับ

มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุดรธานี

สำหรับทริปนี้ ผมเดินทางทั้งหมด 3 วัน 2 คืนครับ โดยเดินทางไปจังหวัดอุดรธานี ด้วยเครื่องบิน
ซึ่งจังหวัดอุดรธานี ถือเป็นจังหวัดใหญ่จังหวัดหนึ่งของภาคอีสานตอนเหนือครับ มีหลายสายการบินบินไปลงที่สนามบินแห่งนี้
โดยคลิปนี้ผมบินด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ก็เลยไปขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิครับ

01-IMG_3256
02-IMG_3990

 

เดินทางด้วยบางกอกแอร์เวย์ มีข้อดีอย่างหนึ่งคือทุกที่นั่งสามารถใช้งานเล้าจน์ได้ครับ
โดยเล้าจน์ที่นี่ จะมีแยกห้องสำหรับชั้นธุรกิจด้วยครับ ภาพที่เห็นนี้เป็นของสำหรับชั้นธุรกิจครับ
ที่พิเศษคือมีเก้าอี้นวดให้ด้วยครับ และห้องรับรองค่อนข้างโล่งครับ

03-1E8A1741
04-1E8A1742
05-1E8A1744

 

พูดถึงอาหาร จริงๆแล้วจะใกล้เคียงกับห้องรับรองธรรมดา แต่ห้องของชั้นธุรกิจจะมีอาหารหนักให้ทานด้วยครับ
วันที่ผมไป มี 2 เมนู คือ ข้าวมัสมั่นกุ้ง และ บะหมี่หยกเป็ดอบครับ และแน่นอน
วัตถุดิบที่ใช้ มาจากโครงการเกษตรอินทรีย์สนามบินสุโขทัยครับ
ทั้งนี้สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.kaohomsukhothai.in.th

06-1E8A1745
07-1E8A1746

 

การเดินทางใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงสนามบินอุดรธานีครับ
ซึ่งในช่วงนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีโปรโมชั่นสำหรับการเดินทางไปยังอุดรธานี
เพื่อไปชมทะเลบัวแดง จนถึงวันที่ 25 ก.พ. 58 ดังนี้ครับ

เดินทางวันธรรมดา (อาทิตย์-พฤหัสบดี)
ราคาบัตรโดยสารเพียง เที่ยวละ 1340 บาท จากราคาปกติ 1890 บาท

เดินทางวันหยุด (ศุกร์ – เสาร์)
ราคาบัตรโดยสารเพียง เที่ยวละ 1890 บาท จากราคาปกติ 2590 บาท

และบอร์ดดิ้งพาส สามารถนำไปเป็นส่วนลดแพ็กเกจนำเที่ยวทะเลบัวแดงซึ่งจัดโดย
สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี จากราคาท่านละ 499 บาท เหลือเพียง 249 บาทหรือได้รับส่วนลด 50% เลยทีเดียวครับ
โดยบริการรับ-ส่งจากแมคโดนัลด์ ยูดีทาวน์ ไปสู่ทะเลบัวแดง พร้อมล่องเรือชมบัวแดง
สามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร. 09 4596 3344

ที่พักในเมืองอุดรธานี

สำหรับที่พักในอุดรธานี มีค่อนข้างมากครับ เพราะเป็นเมืองใหญ่ ซึ่งถ้าไปวันธรรมดา
ผมแนะนำว่า อาจจะไม่ต้องจองไปก็ได้ครับ โดยให้โหลด Application Hotel Quickly
ซึ่งเป็นแอพสำหรับการจองโรงแรมแบบด่วนๆครับ แอพนี้จะจองโรงแรมล่วงหน้าได้ไม่เกิน 1 วัน และจองสูงสุดได้ครั้งละ ไม่เกิน 5 คืน
แต่ข้อดีของแอพนี้คือ จะได้ห้องที่ราคาถูกมากเพราะเป็นห้องแบบ Last Mineut Booking ครับ

สำหรับทริปนี้ ทางททท. จัดให้ผมพักที่โรงแรมประจักษ์ตรา ซึ่งราคาของจะอยู่ประมาณ 2000 บาท
วันที่ผมเข้าพัก ผมลองเช็คจากแอพนี้ ราคาผ่านแอพจะอยู่ที่ประมาณ 1200 บาท เห็นไหมครับถูกกว่ากันเยอะเลย
แต่ก็ต้องระวังนิดหนึ่ง เพราะว่า บางวัน บางโรงแรม อาจจะไม่มีห้องให้นะครับ
แต่อุดรธานีเป็นจังหวัดใหญ่ เท่าที่ผมลองใช้แอพนี้โรงแรมดู ถือว่ามีโรงแรมให้เลือกหลายโรงแรมอยู่ครับ

40-1E8A1747
41-1E8A1748
42-1E8A1750

มุ่งหน้าสู่ทะเลบัวแดง

ทะเลบัวแดง อยู่ที่อ.กุมภวาปี ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปประมาณ 50 กิโลเมตรครับ
นั่งรถไปประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึง ซึ่งกันไปเที่ยวที่ทะเลบัวแดง ควรไปช่วงเช้า
เนื่องจากบัวแดงนั้นเป็นบัวกลางคืน หากว่าไปสายบัวอาจจะหุบครับ

บริเวณบึงนั้นจะมีร้านกาแฟของคุณไมค์ ภิรมย์พร มาเปิดให้บริการครับ
เป็นกาแฟสดที่ราคาไม่แพงมาก ตกแก้วละประมาณ 30 บาทเท่านั้นเองครับ
08-1E8A1754

 

สำหรับที่ทะเลบัวแดง นั้นได้รับการประกาศจาก CNN ให้ทะเลสาบที่มีความแปลกประหลาดและสวยงามที่สุด 10 อันดับแรกของโลกด้วยครับ
โดยการล่องเรือชมบัวแดงนั้น จะมีเรือให้บริการ มี 2 เส้นทาง หลักๆคือรอบสั้นและรอบยาว
รอบสั้นราคาเหมาลำละ 500 บาท ส่วนรอบยาวราคา 1000 บาท โดยสามารถนั่งได้ ประมาณ 8-10 คนต่อลำครับ
09-1E8A1755

 

ตัวเรือนั้นจะเป็นเรือหางยาวดัดแปลง ช่วงที่อยู่ใกล้ๆฝั่งที่ยังไม่มีบัว ชาวบ้านจะใช้เครื่องยนต์ในการแล่นเรือ
และเมื่อถึงบริเวณที่บัวขึ้น ชาวบ้านจะใช้ไม้พาย ในการพายแทนครับ
10-1E8A1761
11-1E8A1783

 

บึงที่นี่กว้างประมาณ 20000 ไร่ มีหลายเส้นทางให้เลือกชมครับ โดยเส้นทางยอดฮิต ฉากหลังจะเป็นพระธาตุ
สำหรับวันนี้ผมมาเส้นทางใหม่ ที่ทางจังหวัดพยามปลูกบัวเพิ่มครับ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ก็ถือว่าสวยดีแต่ขาดฉากหลังที่เป็นพระธาตุครับ

13-1E8A1819
14-1E8A1884
15-1E8A1918
16-1E8A1855

 

สมัยก่อน ก่อนที่ที่นี่จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ชาวบ้านจะล่องเรือเพื่อเก็บสายบัว
เพื่อนำไปทำอาหาร และนำไปขาย ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงเห็น ชาวบ้านล่องเรือเพื่อเก็บสายบัวอยู่ครับ
12-1E8A1849

 

สำหรับเทคนิคการถ่ายภาพที่บึงบัวแดงให้สวยๆนั้น ให้เห็นพยามถ่ายให้เลียดน้ำที่สุดครับ
และพยายามใช้เลนซ์ซูมครับ จะทำให้ได้ภาพที่สวยงาม
ปล. แต่ไม่ต้องใช้เลนส์ยักษ์แบบในรูปนี้ก็ได้นะครับ

17-1E8A1807
18-1E8A1942

 

วันที่ผมไปนั้น มีการจัดแถลงข่าวเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ทะเลบัวแดง
โดยมีผู้มาร่วมแถลงข่าว 4 คนคือ
– คุณนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี
– คุณอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้านตลาดในประเทศ
– คุณเพลินพิศ โกศลยุทธสาร ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ส่วนวางแผนกลยุทธ์ส่งเสริมการขาย สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส
– คุณไมค์ ภิรมย์พร ศิลปินชาวอุดรธานี
19-1E8A1909
20-1E8A1916
21-1E8A1926

 

ซึ่งโดยสรุปแล้ว ทางจังหวัดจะสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเพิ่มเติม ให้นักท่องเที่ยว
และจะบริหารจัดการ สถานที่ท่องเที่ยวนี้อย่างยั่งยืน โดยเน้นให้ชาวบ้าน มีส่วนร่วม
เช่น การสร้าง ร้านอาหารให้ชาวบ้าน มาเปิดขาย บริการนักท่องเที่ยว
และเน้นความปลอดภัย โดยบังคับให้มีการใส่เสื้อชูชีพ ก่อนออกเรือทุกครั้ง
รวมไปถึงจะมีการปลูกบัวบริเวณตลิ่งเพิ่มเติม เพื่อให้นักท่องเที่ยว บางคนที่ไม่อยากลงเรือสามารถชมความงามของบัวได้นั้นเองครับ

หลังจากแถลงข่าวเสร็จ ก็ไปทานข้าวกันครับ
โดยอาหารมื้อนี้ เป็นฝีมือของกลุ่มแม่บ้านบ้านเดียม
อาหารส่วนมากเน้นเป็นปลาและสายบัว (ซึ่งคงมาจากบึงนั่นหล่ะครับ)
22-1E8A1953
23-1E8A1955
24-1E8A1956
25-1E8A1957
26-1E8A1958

เยี่ยมชมแหล่งมรดกโลกบ้านเชียง

หลังจาก เที่ยวที่ทะเลบัวแดงเสร็จ ผมจะเดินทางต่อไปที่บ้านเชียงครบ
ซึ่งที่นี่ เป็นอีกที่หนึ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
เป็นอีกจุดหนึ่ง ที่มีความน่าสนใจในการมาเยี่ยมชมไม่น้อยเลยครับ

ที่นี่อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 50 กม. ถ้ามาจากทะเลบัวแดง
จะมีถนนตัดผ่านไม่ต้องอ้อมกลับไปที่เมืองครับ

พูดถึงบ้านเชียง ส่วนใหญ่จะนึกถึง เครื่องปั้นดินเผายุคโบราณ ซึ่งมีลวดลายเฉพาะ
แต่จริงๆแล้ว สิ่งที่ทำให้ที่นี่ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นั่นก็คือ ประวัติศาสตร์และอารยธรรม
เพราะแต่เดิม จะเข้าใจว่า คนแถวแถวนี้ ไม่มีประวัติศาสตร์และอารยธรรมเป็นของตนเอง
แต่ได้รับการสืบต่อมาจากแถวโรมัน อาหรับ อะไรอย่างนั้น

จนกระทั่งมีการขุดค้นพบ ซากอารยธรรมต่างๆ ที่นี่
ทำให้รู้ว่า ที่บริเวณนี้เอง ก็เคยมีมนุษย์มาอาศัยตั้งแต่โบราณแล้ว
จากการตรวจสอบ อายุของโบราณวัตถุ ว่ากันว่าที่แห่งนี้ มีมนุษย์อาศัยอยู่มามากกว่า 5000 ปี
ซึ่งอาจจะนานกว่าประวัติศาสตร์มนุษย์ที่เคยมีการบันทึกไว้เสียอีกครับ

27-1E8A1959
28-1E8A1960
30-1E8A1970

 

ที่นี่จะมีประวัติ ความเป็นมาของการเกิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ รวมถึงการขุดค้นต่างๆ
ทำให้ทราบว่า ที่นี่เกิดขึ้นได้เพราะดำรัสของในหลวงจริงๆครับ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ
เพราะเมื่อก่อนครั้งขุดค้นเจอแรกๆนั้น ทางไทยยังไม่ได้มีการสำรวจอายุของสิ่งที่ขุดค้นอย่างจริงจัง
จนครั้งในหลวงได้เสด็จมาที่นี่และได้มีการถามเกี่ยวกับเรื่องการสำรวจอายุ และทราบว่าเราไม่ได้มีการสำรวจเท่าไหร่
เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง ทำให้ทรงมีดำรัสให้มีสำรวจและร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยทั้งในสหรัฐ และนิวซีแลนด์
ทำให้ทราบว่า จริงๆแล้วโบราณสถานโบราณวัตถุที่มีมีอายุมากกว่า 5000 ปี
และสุดท้าย ก็ได้มีการขอขึ้นทะเบียนที่นี่เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในที่สุด

พิพิธภัณฑ์จะมีการแสดงวิธีในการขุดค้น และการวิจัยต่างๆ ว่ามีการดำเนินการอย่างไร
รวมถึงมีประวัติ ของชาวบ้านเชียงในสมัยก่อนด้วย
31-1E8A1965
32-1E8A1969
29-1E8A1967

เยี่ยมชมแหล่งผลิตเกลือสินเธาว์ สปาเกลือ อ.บ้านดุง

มาจากเยี่ยมชมที่บ้านเชียงเสร็จ ผมก็ได้ไปเยี่ยมชม แหล่งผลิตเกลือสินเธาว์ ซึ่งอยู่ที่อำเภอบ้านดุง
อยู่ทางเหนือของบ้านเชียงไปอีกประมาณ 50 กิโล ที่นี่ถือเป็นแหล่งผลิตเกลือสินเธาว์แหล่งใหญ่ แห่งหนึ่ง ของประเทศ
ซึ่งนอกจากจะผลิตเกลือไว้จำหน่ายแล้ว ยังมีการนำเกลือมาสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยนำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ทำความงาม
และทำสปาด้วยครับ

33-1E8A1977

เกลือนั้นจะมีการเก็บ 2 วิธี คือเก็บดอกเกลือที่ลอยอยู่บนน้ำ
และใช้รถในการเก็บเกลือ หลังจากน้ำแห้งไปแล้ว
34-1E8A1982
35-1E8A2000
36-1E8A1990
37-1E8A2011

หลังจากชมวิธีการผลิตและเก็บเกลือแล้ว เราก็ไปทำสปากันครับ
โดยได้ลอง แช่เท้าและการนำเกลือมาขัดมือครับ
38-1E8A2019

 

นั่งรถรางชมเมืองอุดรธานี

หลังจาก ชม แหล่งผลิตเกลือสินเธาว์ละทำสปาเกลือเสร็จ
ผมก็กลับมาที่ตัวเมืองอุดรธานี และได้มีโอกาสนั่งรถรางชมเมืองครับ
ซึ่งรถราง ตัวเมืองมีให้บริการฟรีทุกวัน โดยขึ้นรถที่ศาลาหลักเมือง
โดยรถรางจะขับผ่านอาคารสถานที่สำคัญๆของเมืองอุดรธานี
ไปสุดทางที่ ศูนย์วัฒนธรรมไทยจีน ศาลเจ้าปู่ย่าอุดรธานี ครับ
39-1E8A2023

 

ซึ่งหากมีเวลาผมแนะนำให้ไปเที่ยวที่ศูนย์วัฒนธรรมไทยจีน ศาลเจ้าปู่ย่าอุดรธานี
ค่อนข้างสวยเลยทีเดียวครับ หากนึกไม่ออก ให้นึกถึงพิพิธภัณฑ์ลูกหลานชาวมังกรที่สุพรรณฯ นั่นหล่ะครับ

หลังจากเยี่ยมชมที่ศาลเจ้าปู่ย่าเรียบร้อย
ผมก็ไปเดินเล่นที่ UD TOWN และทานอาหารเย็นที่นี่ก่อนกลับโรงแรมไปพักผ่อนครับ

 

เยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท

วันที่สาม ของ การเดินทางผมเดินทางไปอ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันตกประมาณ 75 กม.
43-1E8A2050

 

หลังจากผมกลับมาจากทริปนี้ ก็มีข่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมจะเสนออุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท

ไปยัง UNESCO เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
ซึ่งที่นี่ก็ถือว่าเป็นที่ที่มีความน่าสนใจ ทางประวัติศาสตร์อยู่ไม่น้อยครับ

ภูพระบาทจะมีแท่งหิน ที่เกิดจากธรรมชาติ ทำแรงลมและแหล่งน้ำ เป็นรูปทรงประหลาดๆอยู่มากมาย
คล้ายๆที่มอหินขาวในจังหวัดชัยภูมิ แต่สำหรับที่นี่ นอกจากความสวยงามที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติแล้ว
ที่แห่งนี้ยังมีหลักฐาน การดัดแปลงโขดหินและเพิงผาธรรมชาติให้กลายเป็นศาสนสถานของผู้คนในสมัยก่อนด้วยครับ
44-1E8A2058
45-1E8A2060
46-1E8A2062
47-1E8A2067
48-1E8A2071

 

มีการแกะสลักหินเป็นรูปพระพุทธรูป แต่น่าเสียดายที่ส่วนมากจะถูกขโมยมาตัดเศียรพระพุทธรูปไปแล้ว
ภาพที่เห็นอยู่นี้ เป็นการจำลองและสร้างเศียรขึ้นมาใหม่ครับ
49-1E8A2077

 

บริเวณนี้ เป็นจุดที่มีการดัดแปลง สำหรับการมานั่งสมาธิ ที่โขดหินจะมีการทำที่นั่ง
รวมถึงมีการขุดหลุมเล็กๆ สำหรับใส่เทียนเพื่อให้แสงสว่าง และมีใบเสมา อยู่บริเวณนี้ครับ
50-1E8A2080

 

นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนประวัติศาสตร์ อยู่มากมายในบริเวณแห่งนี้ครับ
51-1E8A2090

 

 

 

เยี่ยมชมหมู่บ้านคีรีวงกต ชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

จากอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ขับรถไปทางตะวันตกอีกประมาณ 60 กม.
จะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านคีรีวงกตครับ ซึ่งเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ในช่วงฤดูน้ำจะสามารถมาล่องแพได้
แต่ในฤดูจะมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ คือการนั่งรถอีแต๊ก ล่องลำธารแทนการล่องแพครับ
ซึ่งจะผ่านทั้งลำธาร ทุ่งหญ้า สวนยาง ป่า และภูเขา เรียกว่าชิวทีเดียวครับ

52-1E8A2112
53-1E8A2124
54-1E8A2131
55-1E8A2141
56-1E8A2150

 

น่าจะมาสุดทางที่ต้นน้ำ มีลำธารและน้ำตกให้เล่น
ได้มีอาหาร ฝีมือชาวบ้านให้ทาน เห็นหน้าตาบ้านๆแบบนี้ แต่อร่อยน่าดูเลยครับ

57-1E8A2158

 

ขากลับมาที่หมู่บ้านคีรีวงกตนั้น ที่หมู่บ้านจะมีแปลงทดสอบการปลูกสตรอเบอรี่อยู่ครับ
ปัจจุบันยังเป็นแปลงเล็กๆอยู่ครับ แต่ถ้าประสบความสำเร็จดี ในอนาคตน่าจะมีการขยายไปอีกครับ
58-1E8A2167
59-1E8A2171

 

หลังจากนั้น พวกผมก็กลับเข้าเมืองอุดรธานีครับ และไปทานอาหารเย็นที่ VT แหนงเนืองครับ
ที่นี่ทำเป็นโรงงานใหญ่ ส่งไปขายทั่วประเทศเลยครับ หลังทานเสร็จก็เดินทางไปที่สนามบินอุดรธานีเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯครับ
วันที่ผมเดินทางกลับบ้าน ระบบคอมพิวเตอร์มีปัญหา ทำให้ต้องเช็คอินแบบแมนนวล ทำให้เครื่องบินออกเลทไปนิดหน่อย
แต่สุดท้ายก็กลับมาถึงสุวรรณภูมิตรงเวลา ก็เป็นอันจบทริป อุดรธานีครับ
60-IMG_4354

 

สำหรับ จังหวัดอุดรธานีแล้ว ถึงเป็นจังหวัดที่ มีสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมากครับ
ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และเชิงประวัติศาสตร์ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะเชิญเพื่อนๆไปเที่ยวที่จังหวัดอุดรธานีกันครับ

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่เชิญผมไปร่วมทริปครั้งนี้
และขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลายที่ร่วมสนับสนุนในทริปนี้ครับ โดยเฉพาะสายการบินบางกอกแอร์เวย์

สำหรับวันนี้ ผมขอลาไปแต่เพียงเท่านี้ครับ แล้วพบรีวิวใหม่เร็วๆนี้ ขอบคุณและสวัสดีครับ

ที่เที่ยวสุขใจ ไปกับปัน..ไปเกาะกูดกัน

1
ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก

สวัสดีปีใหม่คร้าบบ

อาจจะช้าไปหลายวันแต่ยังไงบ้านนี้ก็ขอสวัสดีปีใหม่ 2558  สำหรับเพื่อนๆพี่ป้าน้าอา ของปันทุกคนนะครับ ปีใหม่นี้ปันไม่มีอะไรให้ได้นอกจากความตั้งใจจะส่ง ความสุขใจ ความเพลิดเพลิน ที่ปันจะชวนกันไปเที่ยวเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ครอบครัวปันสัญญาว่าจะเก็บเกี่ยวเรื่องราวท่องเที่ยวดีๆที่น่าสนใจ ขยันเอาที่เที่ยวสวยๆ ที่กินดีๆ ที่พักน่านอนมาฝากเช่นทุกๆปีที่ผ่านมานะครับ
ครอบครัวของเราขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายดลบันดาลให้มีความสุขกาย สุขใจกันตลอดปีนี้ไปจนถึงปีหน้าเลยนะคร้าบบบ สาธุ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafah_resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก

และ สำหรับทริปแรกของปีนี้ เป็นทริปใหม่หมาดๆของบ้านเรามาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่พึ่งไปกันมาเลย
กันไกลสุดของทะเลตะวันออกอย่าง เกาะกูด เกาะในฝันของใครหลายคนรวมทั้งของ (พ่อ)ปันด้วยเช่นกันนะครับ เพราะตั้งแต่เที่ยวมานี่คือเกาะที่ ยังไม่เคยได้มาสัมผัสเลยแม้แต่ครั้งเดียว เอาละไม่ให้เสียเวลาอารัมพบทไปมากกว่านี้เราไปเที่ยวกันดีกว่า

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

การเดินทาง

เนื่องจากช่วงวันที่เรามาเป็นวันสิ้นปีพอดี การมาหนนี้จึงตั้งใจจะออกให้เช้าสุดน่าจะปลอดภัยและหนีความคับคั่งบนท้องถนนได้ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆครับ เราขับรถบึ่งกันมาโดยใช้เส้นมอเตอร์เวย์ และขับมาจนสุดทางออกมอเตอร์เวย์ จะสังเกตุเห็นป้ายบอกทางแยกซ้ายไป แกลง-ระยองและวิ่งยาวต่อไปผ่านจันทบุรีจนถึง ป้ายสุดท้ายที่จังหวัดตราดนั้นละครับ รวมระยะทางมากกว่า 380 กิโลเมตรใช้เวลาราวๆ 4-5 ชั่วโมงหากขับที่ 90-120 กิโลเมตร/ชั่วโมงครับ
รถบนท้องถนนค่อนข้างหนาตาแต่ไม่ถึงกับทำให้ติดเสียเวลาแต่อย่างใด มีก็คงเป็นถนนที่ไม่เรียบเลยตั้งแต่แยกออกซ้ายมาทางระยอง เป็นหลุมบ่อและเกลี่ยไม่เรียบ ทำให้กระเด้งกระดอน ในเวลาต้องทำความเร็ว เพราะฉะนั้นอย่าขับเร็วกันนะครับ กับเส้นนี้ ระมัดระวังให้มากครับ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก

ท่าขึ้นเรือไปเกาะกูดน่าจะอยู่ไกลสุดในบรรดาท่าเรือเกาะทั้งหลายของจังหวัดตราด และเนื่องจากมีผู้ให้บริการเรืออยู่หลายเจ้า ทำให้ทุกเจ้าจะมีท่าขึ้นเรือของตัวเอง ณ.ตอนนี้ (ปี2558) มีผู้ให้บริการหลากหลายเจ้ามาก ยิ่งคุณๆหาข้อมูลในเน็ตดู ก็จะพบเยอะมากๆ แต่จะขอแนะนำที่ตอนจะเดินทางมาทำการบ้านหามาอยู่ 3 เจ้าคือ 1.เกาะกูดเอ๊กเพรส จะต้องไปขึ้นที่ท่าเรือน้ำลึก, 2.เกาะกูดปริ๊นเซส และสุดท้าย 3.บุญศิริ นั้นจะต้องไปขึ้นที่ท่าเรือแหลมศอก อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดตราด 30 กิโลเมตร ซึ่งผมก็ใช้บริการเจ้าบุญศิรินี้ละครับ เนื่องจากเป็นช่วงหน้า High และเทศกาลทำให้ราคาโดดขึ้นไปเป็น ไป-กลับ คนละ 1,000 บาท!!! แพงมากกก

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก

โชคดีที่เด็กอย่างปันไม่เสียหากต่ำกว่า 4 ขวบครับ อ่อแต่ถ้าจองผ่านเว็บราคาจะลดลงอย่างน้อย 100 บาท ยังไงใครจะไปลองจองไปก่อนผ่านเว็บอาจจะได้ราคาดีกว่าไปซื้อที่ท่าครับ ลองดูข้อมูลตาม link นี้นะครับ ในภาพปันกำลัง ลั๊นลาสุดๆ พอบอกจะขึ้นเรือถูกใจมากกก
http://www.boonsiriferry.com/en/service/ferry.html

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

นั่งเรือเฟอร์รี่ขนาดลำไม่ใหญ่เท่าที่ขนรถขึ้นได้ อย่างตอนไปเกาะสมุย แต่ก็ปลอดภัยและเรือค่อนข้างใหม่ใช้ได้ ใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมงก็ถึงโดยหากมีผู้โดยสารจะลงเกาะหมากก็แวะได้อาจจะเพิ่มเวลาขึ้นอีก 10นาที ถือว่าเร็วมาก เพราะหากเป็นเรือธรรมดาจะใช้เวลามากกว่านี้อีกเท่าตัว

หลังลงจากเรือ ราคาที่จ่ายมาจะรวมรถรับส่งไปยังรีสอร์ทโดยเราเพียงแจ้งกับรถว่าเราจะไปรีสอร์ทอะไรจะมีแบ่งสายกันวิ่งไปตามจุดและหาดต่างๆทั่วเกาะ อย่างหนนี้ผม มาใช้บริการ “สีฟ้า รีสอร์ท” ( Seafar Resort )รีสอร์ทเปิดใหม่กิ๊กๆแบบ ไม่เกิน 1 เดือนกันเลย ตัวรีสอร์ทจะอยู่ไม่ห่างจากทางเรือน้ำลึก เรียกว่าลงมาบนสะพานปั้บ มองขวาไปก็เห็นตัวรีสอร์ท สีฟ้าเด่นแต่ไกล

ดูจากท่าเรือมองไปที่รีสอร์ทเหมือนจะไม่ไกล แต่นั่งรถก็วนไปมาหลายรอบใช้ได้ ถนนบนเกาะจะเป็นถนนเล็กๆแคบๆวิ่งสวนกันด้านละเลน ใช้เวลาราวๆ 15 นาทีก็มาถึงแล้วละครับ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

ตัวสีฟ้ารีสอร์ท จะแบ่งโซนห้องพักออกเป็น 2 โซนคือ ห้องที่อยู่ริมหาดทรายด้านหน้าจะเป็นบ้านแบบ ตู้คอนเทนเนอร์ และทาสีฟ้าโดดเด่นสมชื่อรีสอร์ท

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

และตัวด้านหลังที่ติดคลองจะเป็นสีน้ำตาลแบ่งกันชัดเจนมาก และห้องพักของเราก็เป็นโซนนี้ละครับ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูดที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

เข้ามาในห้องก็ใหม่ดีนะครับ มีทุกอย่างประมาณครบในมาตรฐาน 3 ดาว

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

เตียงขนาด Queen size มีน้ำอุ่น ขนมและน้ำดื่มให้วันละ 2 ขวด ถือว่าเป็นมาตรฐานทั่วไป ห้องขนาดไม่ใหญ่แต่ก็นอนกันได้ทั้งบ้าน

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

ห้องน้ำขนาดกำลังดีนะครับ อุปกรณ์มีให้ครบ ตัวน้ำร้อน น้ำอุ่นใช้เป็นรุ่นที่ใช้แก๊ส ทางรีสอร์ทแยกตัวเครื่องไว้นอกห้องก็ทำให้ดูปลอดภัยดี วันที่เราเข้าพัก น้ำร้อนต้องปิดๆเปิดๆเป็นระยะตัวควบคุมเหมือนจะทำงานควบคุมได้ไม่ดีนักเลยใช้วิธีปิดเปิดบ่อยๆจะทำให้น้ำร้อนได้สม่ำเสมออันนี้ต้องแจ้งกับทางพนักงานให้มาปรับให้ได้หากเจอแบบเรานะครับ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

สำหรับที่พักบนเกาะกูดนี้ แทบทั้งเกาะจะเน้นขายเป็น Package / คน มากกว่าจะขายเป็นห้อง เพราะความที่เป็นเกาะที่ไกลเลยทำให้ราคาหากซื้อมาพักเป็นคืนๆไปก็ดูจะไม่คุ้มอยู่เหมือนกัน และราคาเฉลี่ยที่พักของที่นี่ดูจะสูงสมกับที่อยู่ไกลสุดของทะเลไทย  อย่างที่นี่ราคา package จะอยู่ที่ 7,000/คน อาหาร ครบ3 วัน แต่ยังไงก่อนมา ราคาจะปรับเปลี่ยนไปตาม season และช่วงเวลา โปรดติดต่อรีสอร์ทก่อนไปนะครับกันเต็มครับ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

มาถึงก็เล่นทรายสนุกกันหน่อย เวลาสนุกกับครอบครัวมีทันทีอย่างที่ตั้งใจกันไว้จะมาปิดท้ายปีกันที่เกาะกูดนี้

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

หาดทรายของตรงท่าเรือน้ำลึกทรายขาวใช้ได้

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

เล่นทรายเบาๆกันปัน มีความสุขในแบบครอบครัวเล็กๆ ของพวกเรา

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

 

หิวๆก็เลยสั่งอาหารมาทานกันดู รสชาติดีเชียวนะ อย่างข้าวผัดสับปะรด ผมเลยสั่งต้มยำซีฟู้ดมาคู่กันอร่อยทั้งคู่เลย

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

บรรยากาศตอนพระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าช่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะเวลาที่อากาศดีขนาดนี้ หน้าหนาวพระอาทิตย์เข้าใกล้โลกของเรามากกว่าทุกฤดูทำให้พระอาทิตย์ดวงโตกว่าที่เคย และวันนี้ก็ลับขอบฟ้าเราไปต่อหน้าต่อตากันเลย

หน้าหาดตอนนี้จึงเต็มไปด้วยโต๊ะตั้งเรียงรายเพื่อให้แขกทุกคนได้ฉลองเวลาพิเศษที่อบอวลไปด้วยความเร้าใจ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

วิวยามอาทิตย์ลับขอบฟ้าช่างโรแมนติกมากก

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

หลายคู่ก็เลือกนั่งชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นกันแบบนี้…

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

 

รีสอร์ทก็มีมุมน่ารักๆจัดเป็นคู่ให้นั่งชิลล์ได้ยามเย็น

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

ยิ่งมีเปลผูกให้นอนมองลูกสีส้มๆค่อยๆหายไปในทะเลยิ่งแล้วใหญ่เลยครับ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

ช่วงเวลาดีๆกับครอบครัว เราจึงสามารถพบเห็นได้แม้แต่ในวันสิ้นปีแบบนี้

ทั้งโรแมนติกและดูอบอุ่นไปพร้อมๆกันเลย

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

บาร์ริมทะเลเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้และในเวลาแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ฝรั่งที่มาต่างก็นั่งฝังตัวเองอยู่หน้าบาร์นั้นเอง

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

คืนนั้นผมไม่ได้อยู่ Count Down แบบที่ตั้งใจไว้ว่าจะฉลองปีใหม่ร่วมกันกับทุกคนที่มาเที่ยว กลายเป็นการหลับข้ามปีกันแทน (^__________^)

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

เช้าแรกปี2558 เช้าวันแรกของปีบรรยากาศทะเลหนาวเป็นยังไงเช้าวันนั้นทำให้ผมได้รู้ อากาศดีจนไม่คิดว่าเป็นทะเลเลย

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

ตัวรีสอร์ทเองจัดอาหารเป็นแบบบุปเฟต์รับรองแขก บอกเลยรสชาติถูกใจคนไทยแน่นอน confirm ด้วยการที่ผมเดินกลับไปเติมอีก 2 รอบแล้ว

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด

อิ่มกันดีแล้วได้เวลาออกเที่ยวแล้ว เราเหมารถพาเที่ยว ให้ทางสีฟ้า รีสอร์ทเป็นคนติดต่อให้ ราคาตั้งแต่เช้าจนถึง บ่าย 2-3 โมงเหมากันที่ 1,000บาท ส่วนตัวคิดว่าไม่แพงนะครับ กับเกาะเล็กๆที่ถนนหนทางไม่ง่ายแบบนี้

ปันกับแม่ปันสนุกสนานกันใหญ่เลย

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ

ทีแรกที่แวะมาเที่ยวคือ “เขาเรือรบ” เห็นชื่ออาจจะงงเล็กน้อย แต่ถ้าเราเดินเข้าไปจนเจอตัวเขาก็หายงง ทันที่เพราะตัวเขาหากมองจากด้านล่างขึ้นไป

เห็นเป็นเรือรบจริงๆด้วยครับ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ

ตัวเขาเหมือนแยกออกมาเป็น 3 ลูกเป็นทรงเรือทั้งหมด จะว่ายังไงดีล่ะมันช่างแปลกมากๆ ยิ่งพอมีการขึง เสาให้เป็นดูคล้ายหัวเรือจริงๆเพราะมีการวางห่วงยางจริงๆเข้าไปยิ่งเหมือนมากๆ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ

ด้านบนปีนขึ้นมาจะมีการอัญเชิญวางพระบรมฉายาลักษณ์ของ กรมหลวงชุมพรตั้งอยู่ เด่นเป็นสง่าราศี เสริมให้เขาทั้งสามลูกนี้ดูมีมนต์ขลังเข้าไปอีก

seafah_resort-9402

ข้างๆกันมีการศาลาและพระพุทธรูปวางติดกัน ชาวบ้านเรียกกันว่าหลวงปู่ศุข ให้กราบไหว้ขอพรกันด้วยนะครับ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า

ใช้เวลาไม่นานเราก็พาปันกลับมาที่รถ เพื่อไปเป้าหมายต่อไปคือ น้ำตกคลองเจ้า น้ำตกชื่อดังประจำเกาะกูด

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ

ช่วงที่เราไปเข้าเป็นหน้าหนาวทำให้น้ำในน้ำตกน้อยกว่าปรกติ

บรรยกาศน้ำตกก็สวยไปอีกแบบ สำหรับใครที่มีเวลาละก็ควรมาช่วงหน้าฝน ประมาณต้นฝนก็น่าจะดูชุมช่ำกว่าตอนเราไปแน่ๆ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

ที่แวะต่อมาเป็นที่ๆประทับใจเรามากที่สุดของวันนี้เลย นั้นคือ “ชายหาดบางเบ้า”

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

เค้าว่าที่ๆหาดขาว น้ำใส สวยที่สุดของเกาะกูดคือที่นี่

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

และจากที่เห็นด้วยตาผมก็เชื่อเช่นนั้น ดูกันเองได้เลย บอกเลยว่าภาพที่นี่ผมแทบไม่ได้ตกแต่งอะไรพิเศษเลยครับ ทะเลกับหาดทรายมันใส และสวยแบบนี้เลย

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

เดินกันมาเรื่อยๆจนสุดหาด มีคลองเล็กคั่นกลาง น้ำก็สีเขียวมรกตดีเชียว

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

บริเวณรอบๆของที่นี่สวยมากๆ เห็นแล้วอยากจะบอกว่าลืมทะเลอันดามันไปพักใหญ่เลย

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

สมแล้วกับที่เคยได้ยินชื่อมานานว่าที่นี่คือเกาะที่สวยสุดของทะเลตะวันออก

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท

หมดช่วงครึ่งเช้ามาแล้วท้องร้องกันดี ก็ต้องหาที่แวะกันแล้ว ที่เกาะแห่งนี้ ร้านอาหาร จะไม่ค่อยมีเปิดบริการ เวลาหาร้านอาหารจึงต้องไปหม่ำกันที่ร้านของรีสอร์ทมากกว่า และรีสอร์ทแรกที่ถือเป็นเป้าหมายของผมก่อนมาที่เกาะกูดเลยคือ ปีเตอร์แพน รีสอร์ท ได้ยินชื่อเสียงมานานได้เวลาเจอของจริงกันแล้ว

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

เดินเข้ามาก็ประทับใจใช่เล่นนะครับ แต่เพราะปีใหม่คนจึงเยอะมาก ตัวคนขับจริงๆเราจะสอบถามพูดคุยเรื่องกินอยู่ต่างๆเค้ารู้ดีมากๆเลย

อย่างร้านที่นี่ก็เป็นคำแนะนำของคนขับหมดเลย และก็ไม่ผิดหวังครับ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส  แดดกำลังดีเลย

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

สวยมากๆ นั่งรอไม่นานพาเหรดอาหารก็ยกมาเสริฟ

รวมๆรสชาติอาหารอร่อยครับ เป็นรสชาติแบบคนไทยปรกติเลย คือไม่ได้ทำให้ฝรั่งกินได้เท่านั้น

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

บ่ายๆเรากลับมาที่รีสอร์ท กันวันนี้คือตั้งใจจะเล่นน้ำกันจนปิดท้ายวัน ปันสนุกสนานกับการเล่นทรายมาก ที่สำคัญหน้าหาดที่นี่ ค่อนข้างยาวใช้ได้ ตัวหาดปลอดภัยไร้กังวล แต่ด้วยความลาดเอียงของหาดบวกกับฤดูน้ำขึ้นน้ำลง หากผู้ปกครองทั้งหลายจะพาเด็กๆไปต้องสอดส่องและระมัดระวังให้ดีๆกันครับ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

หลายคนจึงมาคอยชมตะวันลับขอบฟ้าสวยๆกันที่หน้าหาด ภาพตาหลานช่างดูน่ารักมากจริงๆ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

ดวงตะวันกับผู้คน คงมีความหมายมากมาย เราจึงเห็นคนมีความสุขกับขอบฟ้า ดวงตะวัน และทะเลแบบต่างๆ

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

บรรยากาศวันนี้ดียิ่งกว่าเมื่อวานอีกนะครับที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

มุมสวยๆก่อนตะวันจะลับขอบฟ้าอีกวัน…

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

ปิดท้ายด้วยภาพความประทับใจของวันแรกเริ่มต้นปีกันครับ ด้วยหมู่ดาวยามค่ำที่แข่งกันส่องแสงเป็นเหมือนหิ่งห้อยบนฟ้าแบบนี้

สรุปกันหน่อย

ทริปเกาะกูดเป็นความตั้งใจของพวกเราที่อยากสวนกระแสที่หน้าหนาวต้องไปทางเหนือ กันอย่างเดียว เพราะในความจริงแล้ว ทะเลตะวันออกก็สวนงามไม่แพ้ใครยิ่งหากมาฤดูนี้ พระอาทิตย์ดวงโตสวยงามกว่าทุกฤดูด้วยซ้ำไป และหากมาที่หาดท่าเรือน้ำลึก และพักที่ สีฟ้ารีสอร์ท ที่นี่น่าจะที่ๆเห็นพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าตรงหน้าได้เลย วิวยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าโรแมนติกและน่าประทับใจมาก ตัวชายหาดเนื่องจากมีเวลาเที่ยวอยู่ค่อนวัน ไปได้ไม่กี่หาด หาดคลองพร้าวอันเป็นที่ตั้งของ ปีเตอร์แพน รีสอร์ท ทรายสวยหน้าหาดราบเรียบเหมาะแก่การเล่นน้ำดีมากๆ และที่ผมยกให้เลยคือหาดบางเบ้า ทั้งคนพาไปและผมเองนี่เรียกตกหลุมรักทันทีที่เห็น หาดขาดวนวลตา ทรายละเอียด น้ำทะเลที่ใสราวกระจก มันช่าง Amazing เหลือเกิน ผมต้องยกให้ที่นี่เป็น 1ใน 3 ชายหาดฝั่งอ่าวไทยที่สวยที่สุดที่ผมเคยไปมากันเลย

 

สำหรับตัวที่พัก “สีฟ้ารีสอร์ท” ตัวรีสอร์ทยังใหม่อยู่มากครับ และเป็นธุรกิจของครอบครัวบริหารกันเองทั้งหมด การบริการเองก็ใหม่ตามไปด้วย ยังไม่ครบถ้วนทุกอย่างเป๊ะๆแบบโรงแรมที่เปิดมานาน ส่วนตัวผมว่าด้วยราคาระดับ กลางๆหากเทียบกับรีสอร์ทอื่นๆ ไมไ่ด้ถูกสุด ไม่ได้แพงสุด หากคุณคาดหวังการบริการแบบเป๊ะๆคงจะไม่ได้แบบนั้น แต่ถ้ามองกันที่ความจริงใจ และเต็มใจบริการของเจ้าของ ผมก็ยังนับให้ว่าเป็นรีสอร์ทที่รอวันเติบโตตามเวลาครับ รวมๆถือว่าใช้ได้หากคุณรักแสงแดด สายลม และการบันทึกภาพพระอาทิตย์ดวงโตๆตกตรงหน้าหาด ที่นี่ก็ใช่เลย อาหารรสชาติถูกปากคนไทยแน่ๆ ห้องพักใช้ได้ ใหม่ทุกอย่าง อุปกรณ์ก็มีให้ ขาดเหลือสิ่งใดขอเพิ่มเติมที่ Couter ได้ตลอด ติดใจตรงหมอนนิดหน่อยที่นอนไม่สบายนักหากเปลี่ยนได้จะดีมากครับเพราะหมอนค่อนข้างหยวบเกินไปนิดนอนแล้วรู้สึกแบบนั้น

ที่เที่ยวสุขใจ,สีฟ้ารีสอร์ท,เกาะกูด,Seafar resort,หาดบางเบ้า,ที่เที่ยวเกาะกูด,ที่พักเกาะกูด,เที่ยวกับปัน,ที่พักโรแมนติก,บุณศิริ เกาะกูด,เขาเรือรบ,น้ำตกคลองเจ้า,ปีเตอร์แพนรีสอร์ท เกาะกูด

ท้ายนี้ทริปแรกของปีครั้งนี้สร้างความประทับใจเป็นอย่างยิ่งให้บ้านเรา หวังว่าทริปเล็กๆครั้งนี้คงกระตุ้นให้คุณได้เที่ยวทะเลไทยที่สวยที่สุดไม่แพ้ใครอย่างเกาะกูด นะครับ มีความสุขตลอดปี 2558 ได้เที่ยวได้กิน ได้ช้อป ในที่ๆอยากไปตลอดปีนะคร้าบบบบ

เจอกันใหม่ทริปหน้าครับ

 

 

เปิดประตูสู่ AEC: ศูนย์กลางการค้าชายแดน ณ สระแก้ว โรงเกลือ

0

เปิดประตูสู่ AEC: ศูนย์กลางการค้าชายแดน ณ สระแก้ว โรงเกลือ

Presented by TruemoveH

 

00-Review-Cover-Version2

สวัสดีเพื่อนๆอีกครั้งหนึ่งครับ เมื่อสอง-สาม เดือนก่อนผมได้มีโอกาสชมโฆษณาตัวหนึ่งของ TruemoveH
ที่ ณเดชน์ ได้ไปพิสูจน์สัญญาณของ TruemoveH 4G ที่โรงเกลือ ผมก็นึกขึ้นได้ว่าเคยพูดกับคุณภรรยาตั้งแต่สมัยยังไม่ได้แต่งงานกัน
ว่าจะพาไปเดินเล่นช้อปปิ้งที่โรงเกลือกัน จากวันนั้นผ่านมาประมาณ 5 ปีก็ยังไม่มีโอกาสไปซักที
ก็เลยคิดว่าจะต้องหาเวลาพาไปซะหน่อยแล้ว…

ซึ่งก็พอดีกับที่ทาง TruemoveH ติดต่อผมมาพอดีครับว่าอยากให้ไปช่วยพิสูจน์สัญญาณมือถือและอินเตอร์เนต
ตามสถานที่ต่างๆในประเทศไทย ซึ่งมีโรงเกลืออยู่ในนั้นด้วยจึงเข้าทางผมพอดีที่ขอรับเส้นทางโรงเกลือครับ
โดยทริปนี้ผมไปทั้งหมด 3 วัน 2 คืนครับ ไปแบบไม่ได้จองที่พักใดๆทั้งสิ้นครับ และจะมีการเช็คสัญญาณของ TruemoveH ตามจุดต่างๆครับ

ซึ่งการเดินทางไปครั้งนี้ผมพบว่าที่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้วนั้นเจริญมากขึ้นกว่าสมัย 5 ปีที่แล้วที่ผมได้มีโอกาสเดินทางไปเยอะมากครับ
มีทั้งโรงแรมดีๆ ร้านอาหารดีๆ จำนวนมากเปิดขึ้นมาครับ เอาหล่ะครับไม่ให้เสียเวลาไปรับชมรีวิวพร้อมๆกันเลยครับ

ปล.คลิปที่โพสในกระทู้นี้ทั้งหมดรวมถึงที่ผมโพสในเพจนั้นถือเป็นลิขสิทธิ์ของ TruemoveH ห้ามให้ผู้ใดนำไปเผยแพร่หรือทำซ้ำ นะครับ

 

มุ่งหน้าสู่วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา

สำหรับระยะเวลา 3 วัน 2 คืนที่ผมได้เดินทางไปทริปนี้มีโปรแกรมคร่าวๆดังนี้ครับ

วันที่ 1

– ออกเดินทางจากรุงเทพฯไปเส้นมอร์เตอร์เวย์
– แวะไหว้หลวงพ่อโสธรที่ฉะเชิงเทรา
– เดินทางไปอรัญประเทศ
– ทานอาหารเวียดนามเจ้าดัง “ยายต๊าม”
– (ถ้ามีเวลา) เก็บภาพบรรยากาศบริเวณชายแดนคลองลึก
– พักที่อรัญประเทศ

วันที่ 2

– เก็บภาพบรรยากาศบริเวณชายแดนคลองลึก
– เช้า ช๊อปปิ้งโรงเกลือ
– บ่าย ไปชมปราสาทสด๊กก๊กธม (ถ้าเวลาพอ ต่อไปที่ละลุ)
– เย็นเข้าเมืองสระแก้วขึ้นจุดชมวิวที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา
– พักตัวเมืองสระแก้ว

วันที่ 3

– เที่ยวชมน้ำตกปางสีดา
– ชมผีเสื้อที่อช.ปางสีดา
– กลับกรุงเทพฯ

ผมออกจากบ้านประมาณ 9 โมงเช้าโดยขึ้นทางด่วนไปทางมอร์เตอร์เวย์ครับ
ตอนแรกกะว่าไปเรื่อยๆ ซัก 11 โมงก็น่าจะถึงจังหวัดฉะเชิงเทราครับ
แต่ปรากฎว่ารถติดช่วงออกจากมอร์เตอร์เวย์ครับ เพราะมีการขยายถนนอยู่ครับ
ผมเลยใช้เวลาประมาณ 10 กม.จากมอร์เตอร์เวย์เข้าตัวเมืองไปเกือบ 1 ชม.เลยครับ
สรุปไปถึงวัดโสธรฯ เที่ยงกว่าๆ นู่นเลยครับ

พิกัด GPS 13.674341, 101.067304

สำหรับที่นี่เป็นวัดใหญ่ที่มีผู้คนมาไหว้พระจำนวนมากครับ
จึงมีแก๊งค์ที่จอดรถเกิดขึ้นครับ โดยส่วนมากจะไม่ได้เก็บค่าจอดรถเรานะครับ
เพราะจริงๆแล้วจุดจอดรถหลายๆจุดเป็นที่สาธารณะจอดฟรีครับ (ซึ่งมีป้ายแปะชัดเจนว่าจอดฟรี)
แต่แก๊งค์พวกนี้จะใช้วิธีขอร้องแกมบังคับให้ไปซื้อพวงมาลัยสำหรับไหว้ จากร้านค้าที่เป็นพวกกันครับ
ซึ่งจะคิดราคาพวงมาลัยแพงมากราคาประมาณ 100 บาทครับ (ที่สำคัญเงินไม่ได้เข้าวัดด้วยครับ)

ผมจึงแนะนำว่าจอดไปเลยแล้วเดินเข้าวัดไปเลยครับ
ราคาพวงมาลัยในวัดแค่ 20 บาทแถมเงินยังเข้าวัดอีกตะหากครับ

ปล. เรื่องความปลอดภัยอันนี้พิจารณากันเองนะครับ
แต่ที่ผมไปถึงไม่ได้ซื้อพวงมาลัยจากร้านข้างนอก กลับมารถผมก็ยังอยู่ในสภาพปลอดภัยดังเดิมครับ

 

หลังจากผมไหว้พระเสร็จแล้วก็ออกมาถ่ายภาพวัดจากด้านหลังบริเวณริมแม่น้ำครับ วันนั้นแสงและเมฆสวยทีเดียวครับ

01-SaKaeo2014-001
02-SaKaeo2014-007-Panorama

แลัวก็ถ่าย VDO Timelapse ตามปกติเหมือนทุกครั้งที่ไปเที่ยวครับ
โดยครั้งนี้ผมได้ลองเอา iPhone ถ่ายมาด้วยครับ
เพราะส่วนตัวอยากดูคุณภาพ Timelapse จาก iPhone ว่าจะสามารถเอามาขายได้หรือไม่
แล้วก็เลยถือโอกาสเช็คสัญญาณพร้อมทั้งอัพ คลิป ดูด้วยเลยครับ
ซึ่ง ณ วันที่ทดสอบเนตที่วัดบริเวณด้านหลังแถวๆแม่น้ำนั้น

ผลการทดสอบเป็นดังนี้ครับ
สัญญาณเป็น 3G
Ping 139 ms
Download 3.63 Mbps
Upload 1.78 Mbps

ซึ่งก็สามารถโพสคลิปได้สบายๆครับ

03-1-True

ส่วนคลิปที่ผมเอามา Process ในคอมแล้วก็เป็นแบบนี้ครับ

 

มุ่งหน้าสู่อำเภออรัญประเทศ

หลังจากถ่ายรูปและวิดีโอเสร็จเป็นที่เรียบร้อยผมก็ได้เดินทางต่อไปยัง อ.อรัญประเทศครับ
ซึ่งช่วงออกจากตัวเมืองก็มีทำถนนอีกเช่นกัน ทำให้เสียเวลาไปอีกราวๆครึ่งชม.ครับ
ทำให้ผมไปถึงที่อรัญประเทศเกือบๆ 4 โมงเย็นนู่นเลยครับ

สำหรับการไป อำเภออรัญประเทศสามารถไปได้ 2 ทางนะครับ
ถ้าไปทางลัดหน่อยก็ให้วิ่งเส้น 304 แล้วไปตัดเข้าเส้น 359 ซึ่งจะไปเชื่อมกับเส้น 33 ในช่วงที่เลยตัวเมืองสระแก้วไปแล้วครับ
หรืออีกทางที่เป็นถนนหลักคือ วิ่งเส้น 304 ยาวไปที่อำเภอกบินทร์บุรี แล้วเลี้ยวเข้าเส้น 33 ครับ (ซึ่งเส้นนี้จะอ้อมกว่าประมาณ 25 กม.ครับ)

03-2-Map

 

ยายต๊าม ต้นตำรับอาหารเวียดนามเจ้าแรกของอรัญประเทศ

เนื่องจากไปถึงช้าไปหน่อยสุดท้ายผมเลยตัดสินใจว่าวันนี้จะยังไม่ไปที่โรงเกลือครับ…
โดยเปลี่ยนเป้าหมายไปกินแทนครับ โดยมื้อแรกผมเล็งไปที่ร้านยายต๊ามครับ
ซึ่งเป็นร้านที่ขึ้นชื่อของอ.อรัญประเทศเลยครับ

โดยร้านยายต๊ามจะอยู่ที่ถนนมิตรสัมพันธ์ ซึ่งสามารถเข้าได้จากถนนสุวรรณศร ซึ่งเป็นถนที่มุ่งตรงไปยังโรงเกลือครับ
พิกัด GPS 13.688558, 102.508462
03-SaKaeo2014-092
04-SaKaeo2014-019
05-SaKaeo2014-020

อาหารเวียดนามแถวๆนี้จะไม่เหมือนกับทางอีสานจะครับ
คือเมนูอาหารที่นี่จะมีน้อยมากครับ พวกกุ้งพันอ้อย อะไรแบบนั้นจะไม่มีเลยครับ
อาหารหลักๆที่มีคือ แหนมเนือง ปากหม้อญวณ ทอดมันเวียดนาม ขนมเบื้องญวณ หมูยอ ปอเปี๊ยะ (คือทั้งเมนูจะมีอาหารอยู่ราว 10 อย่างเท่านั้นครับ)

ซึ่งผมได้สั่งมาทาน 3 อย่างครับคือ แหนมเนือง ปากหม้อญวณ และ ทอดมัน ครับ

06-SaKaeo2014-016
07-SaKaeo2014-017
08-SaKaeo2014-018
ราคาอาหารที่นี่ถือว่าถูกมากๆๆๆครับ ทั้งหมดนี้รวมน้ำแล้ว 260 บาทเท่านั้นครับ
กินกันอิ่มไปเลยครับ และแน่นอนเมื่อมาถึงที่ อ.อรัญประเทศแล้วก็เลยขอเช็คสัญญาณซักเล็กน้อยครับ

สัญญาณเป็น 3G
Ping 66 ms
Download 0.78 Mbps
Upload 0.24 Mbps

เรื่องสัญญาณนั้นถือว่าพื้นที่ของร้านอาหารค่อนข้างช้าครับ
แต่น่าจะมาจากร้านอาหารอยู่ห่างจากตัวเมืองออกมาเล็กน้อยทำให้ไกลจากเสาสัญญาณนั่นเองครับ

 

Le Blocs ที่พักสุดฮิบ

สำหรับคืนแรกผมได้ไปนอนพักที่โรงแรม Le Blocs ครับ
ที่นี่เคยได้รับรางวัล Boutique Hotel มาก่อนด้วยครับ
โดยตัวโรงแรมนั้นทำจากตู้สินค้าไซส์ 20 ฟุต หรือตู้ที่เป็นไซส์เล็กนั่นหล่ะครับ
สนนราคาอยู่ประมาณ 1200-1400 / คืน ครับ

พิกัด GPS 13.680275, 102.522381
09-SaKaeo2014-023
10-SaKaeo2014-025
11-SaKaeo2014-029
12-SaKaeo2014-028
13-SaKaeo2014-026
14-SaKaeo2014-027

ห้องพักที่นี่จะมีอยู่ (ถ้าผมจำไม่ผิด) 12 ห้องครับ
ซึ่งวันที่ผมไปห้องผมเป็นห้องสุดท้ายพอดีครับ
จริงๆ แล้วก่อนถึง Le Blocs ผมผ่านโรงแรมอีกที่นึงครับซึ่งดูดีเลยทีเดียวครับชื่อ ลาวิลล่า ครับ
แต่ด้วยความที่ขี้เกียจวนรถกลับไปผมเลยพักที่นี่เลยครับ
ที่ Le Blocs จุดเด่นคือความแปลกของตัวห้องที่ใช้ ตู้สินค้ามาทำเป็นห้อง
และบริเวณโดยรอบนั้นก็ถือว่าจัดสวนได้ค่อนข้างดีครับ
เตียงที่ใช้ก็ใหญ่มาก (น่าจะราวๆ 8 ฟุตครับ ใหญ่กว่า King size ทั่วไปที่ 6 ฟุต)

แต่ห้องที่ผมได้ปรากฎว่ามีปัญหาเรื่องระบบระบายน้ำครับ คือมีกลิ่นดันขึ้นมาในห้องน้ำ
ซึ่งผมมาทราบหลังจากจ่ายเงินอะไรๆไปเรียบร้อยแล้ว เลยต้องทนไปครับ

 

โรงเกลือ ศูนย์กลางการค้าชายแดน โอกาสทางธุรกิจของ AEC

วันรุ่งขึ้นหลังจากทานอาหารเรียบร้อยผมก็ Checkout แล้วไปที่โรงเกลือครับ

ตลาดโรงเกลือ หรือตลาดชายแดนบ้านคลองลึก เป็นตลาดการค้าชายแดนภาคตะวันออกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ตั้งอยู่ใน อ. อรัญประเทศ ใกล้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองคลองลึก ติดกับจังหวัดบันเตียนเมียนเจย ประเทศกัมพูชา
ที่นี่มีร้านค้ามากกว่า 3000 ร้านค้าเลยครับ ทุกๆวันจะมีผู้คนข้ามแดนระหว่าง ไทย-กัมพูชา จำนวนมาก
เท่าที่ผมเห็นคือชาวกัมพูชาจะเอาสินค้าหลากหลายมาขายในเมืองไทย และเท่าที่เห็นจะซื้อสินค่าจำพวกน้ำดื่มกลับไปที่กัมพูชาครับ

บรรยากาศหน้าด้านจะมีพ่อค้า แม่ค้า ชาวกัมพูชาจำนวนมากเดินข้ามชายแดนกันครับ

15-SaKaeo2014-031
16-SaKaeo2014-033
และก็จะเห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (รวมถึงคนไทย) เดินข้ามแดนไปฝั่งปอยเปตด้วยครับ
(คาดว่าส่วนหนึ่งก็คือเดินทางไปที่บ่อนนั่นหล่ะครับ)
จากการสังเกตหลังจากข้ามไปที่ฝั่ง กัมพูชา จะมีตึกโรงแรมใหญ่ๆ ขึ้นเต็มไปหมด ซึ่งก็คงเป็นคาสิโน ครับ
17-SaKaeo2014-035
ผมได้มีโอกาสเก็บภาพ Timelapse ตรงนี้อยู่หลายคลิปเลยครับ
และแน่นอนก็ถือโอกาสในการเช็คสัญญาณของ TruemoveH ไปด้วยครับ
ซึ่งผมปรากฎว่า บริเวณหน้าชายแดนนั้น

สัญญาณเป็น 4G
Ping 31 ms
Download 17.58 Mbps
Upload 16.76 Mbps
17-2-True
17-3-True

หลังจากนั้นผมก็ให้คุณภรรยาไปเดินช๊อปปิ้ง ส่วนผมก็เดินเก็บภาพบรรยากาศไปเรื่อยๆครับ

18-SaKaeo2014-068
19-SaKaeo2014-069
20-SaKaeo2014-037
21-SaKaeo2014-038
22-SaKaeo2014-075
23-SaKaeo2014-042
24-SaKaeo2014-040
25-SaKaeo2014-082
26-SaKaeo2014-048
27-SaKaeo2014-086
28-SaKaeo2014-065
29-SaKaeo2014-059
คุณภรรยาผมดูเธอจะ Enjoy กับการช๊อปปิ้งมากๆครับ
อ้อที่โรงเกลือ ถ้าใครแพ้ฝุ่นแนะนำให้หาหน้ากากมาด้วยนะครับ เพราะฝุ่นค่อนข้างเยอะเลยครับ
ช่วงอยู่ในโซนตลาดผมได้มีโอกาสทดสอบสัญญาณ TruemoveH 4G อีกครั้งพบว่า มันเร็วมากๆครับ

สัญญาณเป็น 4G
Ping 32 ms
Download 26.29 Mbps
Upload 16.22 Mbps
29-2-True

 

เจ๊ราง อาหารเวียดนามเจ้าแรกในสระแก้ว

หลังจากช้อปปิ้งที่โรงเกลือเสร็จก็ใกล้ๆเที่ยงพอดีครับ
ผมก็เลยขับรถกลับไปที่ อรัญประเทศอีกครั้งไปกินอาหารกลางวันครับ
รอบนี้ลองอีกร้านนึงที่อยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้ๆยายต๊ามครับ
ร้านนี้ชื่อเจ๊รางครับ เห็นเขียนว่าเป็นเจ้าแรกของสระแก้ว..
เลยเดาว่าเมื่อก่อนอยู่ที่อื่นแล้วย้ายมาที่อรัญอีกที
เพราะยายต๊ามเขียนว่าเจ้าแรกของอรัญฯ ครับ
30-SaKaeo2014-094
ที่เจ๊รางเมนูอาหารจะคล้ายๆ ยายต๊ามเลยครับ
วันนี้ผมสั่ง 3 อย่างเหมือนเดิมครับ เป็น แหนมเนือง ยำหมูยอ และขนมเบื้องญวณครับ
31-SaKaeo2014-096
32-SaKaeo2014-097
33-SaKaeo2014-099
สำหรับราคาอาหารเมื่อเทียบกันแล้วเมนูต่อเมนู ยายต๊ามถูกกว่าประมาณ 10-20% ครับ
รสชาติอาหารใกล้เคียงกันครับ ส่วนแหนมเนืองร้านเจ๊รางจะ กริลเยอะกว่า เนื้อจะหนุบๆกว่าครับ
เรื่องความสะอาดเจ๊รางจะดูดีกว่าครับ ดังนั้นถ้าไปก็เลือกทานกันตามสะดวกเลยครับ

อ้อสัญญาณมือถือที่นี่ใกล้เคียงกับที่ร้านยายต๊ามครับ แต่ด้วยความที่ว่าติดถนนใหญ่ เลยดีกว่าเล็กน้อยครับ

สัญญาณเป็น 3G
Ping 140 ms
Download 0.98 Mbps
Upload 0.25 Mbps
33-2-True

 

ลาวิลล่า บูทีคโฮเทลแห่งอรัญประเทศ

ที่เมื่อวานผมบอกว่าก่อนไปถึง Le Blocs ผมเจออีกโรงแรมที่น่าสนใจก็คือโรงแรม ลาวิลล่า ครับ
วันนี้ผมเลยแวะไป Survey เสียหน่อยครับ ดูจากสภาพภายนอกตอนแรกผมนึกว่าจะราคาสูงกว่าที่ Le Blocs นะครับ
แต่ปรากฎว่าถูกกว่าครับ ราคาอยู่ตั้งแต่ 850-1380 ในวันธรรมดาและ 960-1680 ในวันหยุดครับ

พิกัด GPS 13.688121, 102.512459
34-SaKaeo2014-111
35-SaKaeo2014-115
36-SaKaeo2014-103
37-SaKaeo2014-106
และที่นี่มีร้านกาแฟชื่อ Coffee Aran ครับ
อ้อโรงแรมและร้านกาแฟเค้าจะตกแต่งด้วยของในตีมอังกฤษๆ นะครับ
มีนาฬิกาไสตล์ยุโรป รวมถึงตู้โทรศัพท์สีแดงบริเวณสวนด้วยครับ
38-SaKaeo2014-107
39-SaKaeo2014-109

 

ชมอารยธรรมขอมที่ปราสาทสด๊กก๊อกธม

หลังจากโด๊ปกาแฟเป็นที่เรียบร้อยผมก็เดินทางต่อไปจุดท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งที่อยู่ไม่ไกลก็คือ ปราสาทสด๊กก๊อกธม ครับ
พิกัด GPS 13.843272, 102.736160

ปราสาทสด๊กก๊อกธม เป็นปราสาทขอมที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกของประเทศไทยครับ
คาดว่าปราสาทได้ถูกสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 14 เพื่อใช้ประดิษฐานรูปเคารพ
และใช้ประกอบพิธีกรรมตามคติความเชื่อตามศาสนาฮินดู
คำว่าสด๊กก๊อกธม หมายถึง “เมืองที่มีต้นกกขึ้นรกในหนองน้ำใหญ่”
ซึ่งปัจจุบันรอบๆ ปราสาทก็ยังคงมีหนองน้ำอยู่ครับ

มีหลักฐานว่าพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 ได้ปฏิสังขรณ์ปราสาทแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ.1595
และกษัตริย์แห่งอาณาจักรขอม เป็นผู้อุปถัมภ์คุ้มครองศาสนา โดยมีพราหมณ์ปุโรหิตเป็นผู้นำศาสนาครับ
40-SaKaeo2014-133
41-SaKaeo2014-136
42-SaKaeo2014-139
การไปเที่ยวปราสาทนี้ถ้าจะถ่ายภาพนั้นควรไปในช่วงเช้าครับเพราะจะเป็นทิศตามแสง
ผมไปบ่ายจะย้อนแสงเล็กน้อยครับ
43-SaKaeo2014-145
แต่การไปช่วงบ่ายก็มีมุมอื่นๆให้ถ่ายตามแสงได้อยู่ครับ 🙂
44-SaKaeo2014-153
45-SaKaeo2014-163
สำหรับที่ปราสาทสด๊กก๊อกธม ก็ถือว่าเป็นจุดที่สัญญาณมือถือและเนตของ TruemoveH แรงใช่ย่อยครับ
หลังจากทดสอบดูได้ผลตามนี้ครับ

สัญญาณเป็น 3G
Ping 43 ms
Download 4.79 Mbps
Upload 4.20 Mbps
45-2-True

หลังจากเที่ยวที่ปราสาทฯเสร็จผมก็เดินทางต่อไปยัง อช.ปางสีดาครับ
ตอนแรกว่าจะไปขึ้นจุดชมวิวครับ แต่พอไปถึงทางพี่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า จุดชมวิวอยู่ไกล
ถ้าไม่ได้พักในอุทยานเค้าจะไม่อนุญาตให้ขึ้นไปครับ ซึ่งผมไม่ได้จองที่พักมาครับ
แล้วไม่อยากนอนเต๊นท์ เนื่องจากยังปวดๆหลังอยู่ครับ ผมเลยตัดสินใจไม่ขึ้นไปครับ
แล้วก็กลับมาพักในตัวเมืองครับ โดยผมไปพักที่โรงแรม ทิพปุระครับ
พิกัด GPS 13.816463, 102.068949
โรงแรมนี้ภายนอกค่อนข้างโทรมเพราะไม่ได้มีการทาสีใหม่ครับ
แต่ภายในถือว่าโอเคเลยครับ

หลังจากหาที่พักเรียบร้อยผมก็ไปหาข้าวเย็นทานครับ
ตอนแรกที่โรงแรมเค้าแนะนำที่ปากซอยจะมีข้าวต้มร้านอร่อยครับ แต่ว่าวันที่ผมไปมันปิดครับ
ผมเลยวนไปหาข้าวต้มร้านอื่นๆทานแทนครับ ซึ่งก็ไปจบที่ ร้านเจ๊ผึ้ง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงแรมครับ
แถวนั้นจะมีร้านข้าวต้มหลายร้านครับ ลองไปเลือกดูกันได้ครับ
45-3-True

สำหรับสัญญาณเนตที่ตัวเมืองสระแก้วหลังจากทดสอบดูที่ร้านเจ๊ผึ้งซึ่งอยู่กลางเมืองเลยได้ผลตามนี้ครับ

สัญญาณเป็น 3G
Ping 45 ms
Download 2.24 Mbps
Upload 2.12 Mbps

45-4-True

 

อุทยานแห่งชาติปางสีดา

วันสุดท้ายของการเดินทางผมวางโปรแกรมเข้าไปที่อุทยานแห่งชาติปางสีดาครับ
โดยจากตัวเมืองจะมีถนนที่สามารถไปที่อุทยานได้เลยครับ โดยขับรถไปประมาณ 20 กม.
จะถึงทางเข้าอุทยานฯ ครับ ซึ่งโดยทั่วไป แล้วจุดที่คนมาเที่ยวกันก็คือ น้ำตกปางสีดาครับ
ที่อุทยานแห่งชาติปางสีดานั้น ที่ดังอีกเรื่องหนึ่งคือการมาชมผีเสื้อครับ
เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้จะเต็มไปด้วยโป่งครับ ซึ่งมีทั้งโป่งธรรมชาติ และโป่งที่เรามาสร้างกันเพิ่มครับ

ผมก็เริ่มจากไปที่น้ำตกปางสีดาก่อนครับ
46-SaKaeo2014-166
น้ำตกปางสีดาเองช่วงที่ผมไปจะเริ่มมีน้ำน้อยแล้วครับ
โดยหากอยากมาเที่ยวน้ำตกเยอะๆ สวยๆ แนะนำให้มาช่วงปลายฝนคือประมาณเดือนตุลาคมครับ
47-SaKaeo2014-169
48-SaKaeo2014-171
49-SaKaeo2014-174
ปกติผมเองชอบถ่ายน้ำตกแบบพริ้วๆครับ เพราะด้วยความที่ว่าจุดเริ่มต้นการถ่ายรูปของผม
มาจากความประทัยใจในวัยเด็กที่เห็นภาพน้ำตกซักแห่งหนึ่งในหนังสือ อสท. นั่นเองครับ
ทำให้เวลาต่อมาผมมักจะถ่ายแต่น้ำตกพริ้วๆครับ แต่ครั้งนี้ผมได้ลองถ่ายน้ำตกแบบหยุดนิ่งดูบ้าง
ก็พบว่าเออมันสวยเหมือนกันแหะ… 🙂

50-SaKaeo2014-179
51-SaKaeo2014-195
52-SaKaeo2014-200
สำหรับที่นี่เนตแรงเหลือเชื่อครับ จนไม่นึกว่าอยู่ในอุทยานแห่งชาติครับ 555
ซึ่งจากการทดสอบก็ได้ผลตามนี้ครับ

สัญญาณเป็น 3G
Ping 36 ms
Download 7.24 Mbps
Upload 0.97 Mbps
52-2-True

พอเดินเที่ยวชมน้ำตกเสร็จผมก็ไปที่จุดชมผีเสื้อครับ
ช่วงที่ผมไปถือว่าเป็นช่วงที่ผีเสื้อน้อยครับ
ถ้าช่วงที่ผีเสื้อเยอะๆจะต้องมาประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ครับ
แต่ที่ว่าน้อยๆ มันก็ไม่ได้น้อยเลยครับ 555

53-SaKaeo2014-219
54-SaKaeo2014-231
55-SaKaeo2014-235

 

ร้านอาหารร่มไทร หน้าอุทยานแห่งชาติปางสีดา

หลังจากเที่ยวภายในอุทยานเสร็จผมก็เตรียมตัวกลับกรุงเทพฯครับ
โดยแวะกินข้าวง่ายๆที่ ร้านอาหารที่อยู่หน้าอุทยานแห่งชาตินี่แหละครับ
ตรงด้านหน้าจะมีร้านอาหารอยู่ 2-3 ร้านครับวันนี้ผมเลือกทานอาหารที่ร้านร่มไทร
ซึ่งเป็นร้านที่ผมเคยกินเมื่อ 5 ปีก่อนครับ

56-SaKaeo2014-253

สั่งกับข้าว 3 อย่างเหมือนทุกมื้อครับ
มีไก่ย่าง ส้มตำ และต้มแซ่บเนื้อครับ สำหรับร้านนี้ผมชอบน้ำจิ้มไก่ย่างครับ
แอบไปดูเค้าทำ เค้าจะเอาแจ่วผสมกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดครับ
แต่คุณภรรยาผมบอกว่าเนื้อไก่มันยุ่ยๆแปลกๆ เหมือนว่าไก่ไม่สดเท่าไหร่ครับ
57-SaKaeo2014-242
58-SaKaeo2014-247
59-SaKaeo2014-250

ตอนไปทริปนี้ Power bank ที่ผมใช้ประจำเกิดปัญหาขึ้นครับ อยู่ๆก็ชาร์จไม่เข้าครับ
แล้ว iPhone ผมเองก็แก่แล้วครับวันๆนึงถ้าในเนต 3G 4G นี่ต้องชาร์จแบตตลอด
ผมเลยแก้ไขโดยเอา Notebook มาชาร์จ iPhone แทนครับ
ช่วงระหว่างรออาหารไหนๆก็เปิด Notebook แล้วผมเลย process Timelpase น้ำตกที่ผมไปถ่ายมาซักครู่
แล้วลองใช้เนต TruemoveH โพสเพื่อเป็นการทดสอบสัญญาณไปเลยครับ
ซึ่งตรงร้านอาหารที่อยู่ด้านหน้าของอุทยานนั้นผลการทดสอบความเร็วของเนตเท่าๆกับที่อยู่ในอุทยานครับ
สามารถอัพคลิปได้สบายมากๆครับ

60-True

แวะซื้อของฝากที่ร้าน ปูกะเอ ที่ฉะเชิงเทรา

ขากลับ ผมกลับทางเดิมครับโดยไปแวะซื้อของฝากที่ร้าน ปูกะเอ สาขา 2 ซึ่งพึ่งเปิดได้ไม่ถึงเดือนเลยครับ
โดยสาขานี้มาสร้างดักหลังทางเลี่ยงเมืองครับ ดังนั้นถ้าเข้ากรุงเทพฯ โดยการไปมอร์เตอร์เวย์ ยังไงก็ผ่านแน่นอนครับ
และที่นี่เป็นจุดสุดท้ายที่ผมได้ลองทดสอบสัญญาณของ TruemoveH ครับซึ่งผลการทดสอบก็เป็นไปตามนี้ครับ

สัญญาณเป็น 3G
Ping 37 ms
Download 5.45 Mbps
Upload 1.71 Mbps
61-True

 

บทสรุปการใช้งาน TruemoveH สำหรับทริปโรงเกลือ

ทั้งหมดนี้เป็นทริปที่ผมได้มีโอกาสเดินทางไปพิสูจน์สัญญาณของ TruemoveH 3G และ 4G LTE มาครับ
ซึ่งในเส้นทางที่ผมไปเที่ยวทั้งหมดนั้น ในแง่ของสัญญาณโทรศัพท์ค่อนข้างครอบคลุมในทุกจุดที่ผมเดินทางไปครับ
ทั้งในจุดท่องเที่ยว และระหว่างการเดินทางครับ คุณภาพของสัญญาณอินเตอร์เนต ในทุกที่ที่ผมได้มีโอกาสไปมาในทริปนี้
ถือว่าสัญญาณแรงมากครับโดยเฉพาะที่โรงเกลือที่มีสัญญาณไปถึง 4G เลยครับ ส่วนที่อื่นๆที่เป็น 3G ความเร็วก็เพียงพอต่อการใช้งาน
โดยเฉพาะงานด้าน Social Media ถือว่าสบายๆชิวๆครับ

มีเพียงที่ร้านอาหารเวียดนามที่ อ.อรัญประเทศเท่านั้นที่ถือว่าสัญญาณไม่ค่อยดี
แต่ก็อาจจะเกืดจากพื้นที่บริเวณนั้นที่หลมุกระทะ และเป็นจุดที่อยู่ห่างจากตัวเมืองไปซักนิดครับ

ส่วนด้านการเดินทางในครั้งนี้
ผมค่อนข้างทึ่งกับ จังหวัดสระแก้ว โดยเฉพาะที่อำเภออรัญประเทศครับ
ที่ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาที่ผมได้มาเยือนครั้งล่าสุด มีความเจริญเกิดขึ้นเป็นอย่างมากครับ

ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการเตรียมพร้อมในการเกิดประตูเข้าสู่ AEC ในปีที่จะถึงข้างหน้านี่นั่นเองครับ
สำหรับวันนี้ผมก็คงขอลาไปแต่เพียงเท่านี้ครับ
ขอบคุณสำหรับการติดตามรีวิว และสวัสดีครับ

62-IMG_2768

ที่พัก : พักผ่อนท่ามกลางกลิ่นอายแดนผู้ดี Thames Valley Khao-Yai

0

Thames Valley Khao-Yai

พักผ่อนท่ามกลางกลิ่นอายแดนผู้ดี

00-Review-Cover-Version2

สวัสดีเพื่อนๆทุกคนครับ ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสพาคุณภรรยาไปเที่ยวฉลองวันเกิด (ของผม)
กันที่เขาใหญ่มาครับโดยทริปนี้ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย
ไปแบบว่าไปพักผ่อนอย่างเดียวครับ ไปนอนเล่นและพักผ่อนที่รีสอร์ทอย่างเดียวเลยครับ

โดยครั้งนี้ผมได้มีโอกาสไปพักที่ Thames Valley Khao-Yai หรือ โรงแรมเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ ครับ
ที่โรงแรมแห่งนี้มีการตกแต่งโดยใช้ Concept ว่า English-style countryside hotel
ทั้งตัวตึก และการตกแต่งต่างๆ เมื่อเราเดินเข้าไปแล้วประหนึ่งว่าได้หลุดไปอยู่ที่อังกฤษจริงๆครับ

ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความครับ
ผมขอพาเพื่อนๆไปผักผ่อนด้วยกันที่ Thames Valley Khao-Yai กันเลยครับ

 

มุ่งหน้าสู่เขาใหญ่.. แวะกิน Rex’s Steakhouse ที่ปากช่อง

สำหรับการไปเขาใหญ่ ก็ไปทางที่ทุกท่านคุ้นเคยครับคือไปตามถนน พหลโยธินจนถึง สระบุรี
แล้วก็ตัดเข้าถนนมิตรภาพครับ วันที่ไปก็ขับกันไปชิวๆครับ โดยไปแวะทานข้าวกลางวันกันที่ อ.ปากช่องครับ
โดยรอบนี้ผมไปแวะทานข้าวกันที่ร้าน Rex’s Steakhouse ครับ

ร้าน Rex’s Steakhouse อยู่ที่พิกัด 14.685776, 101.404613
ถ้ามาจาก กทม. แยกเข้าปากช่องไปประมาณ 4 กม. อยู่ทางขวามือครับ
ร้านจะต้องเข้าซอยไปนิดนึง หน้าร้านจะประมาณนี้ครับ

001-AW2A3205
002-AW2A3204

 
ในร้านจะแต่งด้วยไม้แบบโปร่งๆครับ

003-AW2A3181

 
หลังจากสั่งอาหารกันแล้วร้านจะเสิร์ฟ Starter เป็นสลัดผัก และ ขนมปังครับ

004-AW2A3187
005-AW2A3190

 
แล้วผมก็จัด Buffalo Wing มาเป็นออร์เดิร์ฟครับ
จานนี้แอบไม่ประทับใจ แป้งหนาและรู้สึกว่าทอดมาไม่สุกบางส่วนอ่ะครับ

006-AW2A3193

 
ส่วนเมนคอร์ส ของผมเป็น New York Steak และคุณภรรยาเป็น Pork Chop

007-AW2A3195
008-AW2A3203

 

Thames Valley Khao-Yai: ที่พักท่ามกลางกลิ่นอายแดนผู้ดี

หลังจากทานอิ่มมื้อกลางวันกันแล้วผมก็ขับรถไปที่โรงแรมครับ
ซึ่งก็ไม่ยากเลยครับ ขับมาทางถนนธนะรัชต์ (ถนนที่ตรงเข้า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นั่นหล่ะครับ)
โรงแรมจะอยู่ขวามือที่ กม.18 ครับ โดยสังเกตุง่ายๆคือเลย Palio ไปประมาณ​ 1 กม. เท่านั้นครับ
พิกัด GPS 14.535250, 101.383428

009-AW2A3237

 
หลังจากจอดรถเป็นที่เรียบร้อยทาง รปภ. จะมาสอบถามว่าเรามาพักหรือมาทานอาหารครับ
ถ้ามาพักเค้าจะให้เจ้าหน้าที่มารับกระเป๋า เพื่อจะนำไปให้เราที่ห้องพักครับ
จากนั้นผมก็เดินเข้าไปที่โรงแรมครับ ก็จะเจออาคารหลังเล็กๆ เป็น lobby ของโรงแรมครับ

010-AW2A3236
011-AW2A3239

 
มองหันจากอาคารไปทางด้านหน้าครับ

012-AW2A3234

 
จากนั้นก็ลงทะเบียนให้เรียบร้อยครับ โดยทั่วไปถ้าเราจองมาก่อน
ทางโรงแรมจะแบบฟอร์มที่ใส่ข้อมูลเท่าที่เค้ามีให้เราแล้วครับ
เรามากรอกข้อมูลเพิ่มเติมเฉพาะส่วนที่เหลือเท่านั้นครับ

013-AW2A3209

 
ด้านหลัง Lobby จะมีประตูรั้วสวยๆ กั้นอยู่ครับ
โดยที่โซนหลังประตูนั้นจะให้เข้าเฉพาะผู้ที่มาพักที่โรงแรมเท่านั้นครับ
ส่วนผู้ที่มาทานอาหารที่ห้องอาหาร The Castle Restaurant นั้นจะเดินไปอีกทางหนึ่งครับ
ซึ่งเดี๋ยวผมค่อยพูดถึงทีหลังนะครับ

วันที่ไปนั้นผมไปกับเพื่อนอีก 6 คนครับ ระหว่างที่เราให้คนมากันครบ
ผมเลยไปเดินเล่นถ่ายรูปในโรงแรมมาก่อนครับ

ตัวโรงแรมนั้นจะมีคลองเป็นตัวเอกทอดตัวยาวอยู่ทั้งโรงแรมครับ
เดาเอาเองว่า เป็นตัวแทนของแม่น้ำ Thames ที่อังกฤษครับ
ตัวอาคารของโรงแรมก็จะตกแต่งในไสตล์ของดินแดนผู้ดีอังกฤษครับ

016-AW2A3229
017-AW2A3230
014-AW2A3222
018-AW2A3225

 
หันกลับมาทางด้านหน้าจะเห็นห้องชา (Tea Room) ของโรงแรมตั้งเด่น สะท้อนน้ำอย่างสวยงามอยู่ครับ

015-AW2A3227
019-AW2A3637
020-AW2A3645

 

Clotted cream Tea Room: English High Tea

หลังจากเพื่อนๆผมมากันครบเราก็ไปนั่งจิบน้ำชายามบ่ายหรือ English High Tea กันครับ
ที่โรงแรมจะมีห้องชาชื่อ Clotted cream Tea Room ซึ่งอยู่ติดกับห้องอาหาร The Castle Restaurant นั่นหล่ะครับ
ช่วงที่ผมไปทางเข้าตรงห้องชาปิดครับ เค้าให้ไปเข้าทางเดียวกับห้องอาหารครับ

021-AW2A3465
022-AW2A3458
023-AW2A3459
024-AW2A3461

 
มา Tea Room แต่ไม่ได้สั่งน้ำชามากิน เนื่องจากร้อนมาก 5555
แต่แดดที่ว่าร้อนๆนี้ก็เป็นแดดช่วงเดียวที่มีในตลอดระยะเวลา 3 วันที่ผมอยู่ที่โรงแรมครับ
เลยสั่งเป็น Smoothie มาทานกันครับตกแก้วละ 150 บาทครับ
แก้วแรกเป็น The Castle ซึ่งเป็น Signature ของที่นี่ครับ
ซึ่งเป็น Strawberry Yogurt นมสด และ น้ำหวานครับ

025-AW2A3245

 
ส่วนอีกแก้วเป็น Very Berry ครับ เป็น Raspberry Strawberry Cranberry Yogurt แล Syrup ครับ

026-AW2A3247

 
ส่วนขนมสั่งมาแบ่งกันทานครับมี High Tea Set และ Mille Feuille

027-AW2A3257
028-AW2A3256
029-AW2A3265

 
หลังจากจิบชา (สมูทตี้) ยามบ่ายกันเสร็จเราก็แยกย้ายไปพักผ่อนกันครับ
ซึ่งในครั้งนี้ผมได้มาพักที่ห้องแบบ Deluxe ซึ่งเป็นห้องขนาดเล็กที่สุดของโรงแรม มีขนาด 40 ตารางเมตรครับ
โดยห้อง Deluxe ที่โรงแรมทั้งสิ้นสามแบบตามจุดที่ตั้งครับ
– Deluxe Highgarden
– Deluxe upon Thames
– Deluxe Pond

ห้องที่ผมพักเป็น Deluxe Highgarden ซึ่งเป็นห้องที่อยู่ชั้นล่างของอาคารครับ
โดยห้องนี้การตกแต่งได้แรงบันดาลใจจาก โรงทำขนมปังแบบชานเมืองของอังกฤษครับ
พวกของตกแต่งก็จะเป็นอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำขนมปัง รวมไปถึงต้นข้าวสาลี ครับ
พอเข้าห้องมาจะมี Greeting Card จากโรงแรมวางอยู่บนเตียงครับ

030-AW2A3267

 
บริเวณทางเข้าห้องนั้นจะเป็นโซนรับแขกมี Sofa Bed ตัวโตให้นั่งเล่นครับ
ป้าย Do not Disturb ทำได้น่ารักดีครับโดยเอาไม้ที่เหมือนที่รองนวดขนมปังมาทำครับ
031-AW2A3270
032-AW2A3280
033-AW2A3282

ส่วนที่เป็นเตียงนอนก็เป็นเตียง King Size พร้อมชุดหมอน 4 ใบครับ
เตียงที่นี่ดีเลยครับ นุ่มแต่ไม่ยวบครับ นอนสบายมากไม่ปวดหลังเลยครับ
ทีวีเป็น LED เครื่องใหญ่เบ้งครับ ในห้องมี Wifi ให้ใช้ทุกห้องครับ
ซึ่งจากที่ถามเป็นอินเตอร์เนตของ CAT ครับ

034-AW2A3266
035-AW2A3269
036-AW2A3272

 
ด้านหลัง TV ก็จะเป็นส่วนของห้องน้ำครับ
ซึ่งห้องน้ำของห้องแบบ Deluxe จะเป็นฝักบัวอย่างเดียวนะครับ ไม่มีอ่างอาบน้ำให้ครับ
ผมชอบกลิ่นของสบู่แชมพูที่นี่ครับ เป็นกลิ่นสมุนไพร ซึ่งกลิ่นอ่อนๆกำลังดี ไม่แรงเกินไปครับ
อ้อที่นี่แยกส่วนห้องส้วมและห้องอาบน้ำด้วยครับ

037-AW2A3273
038-AW2A3274
039-AW2A3278

 
ที่มุมปลายเตียงจะมีประตูให้ออกไปนั่งเล่นริมระเบียงชมสวนได้ครับ

040-AW2A3284

อ้อที่โรงแรม Thames Valley นั้นจะมี Minibar ให้สามารถทานได้ฟรีนะครับ
รวมไปถึงมีเครื่องชงกาแฟสดให้ด้วยครับสามารถชงกินกันได้ตามสบายเลยครับ

 

Rose Spa

ที่โรงแรม Thames Valley นั้นจะมีห้องสปาบริการครับชื่อว่า Rose Spa ครับ
จะอยู่โซนด้านหน้าของโรงแรมครับ
041-AW2A3445

 
ราคาเริ่มต้นจะอยู่ราวๆ 1000-4000 บาทครับ มีทั้ง นวดไทย นวดน้ำมัน และ นวดอโรม่าน้ำมันครับ
โดยน้ำมันจะมีให้เลือกได้ 4 กลิ่นครับ
– ไซปรัส+กระดังงา
– มะนาว+ขิง
– ส้ม+สาเวนเดอร์
– โรสแมรี่
042-AW2A3302
043-AW2A3295
044-AW2A3293
045-AW2A3289
046-AW2A3291

 

Glory Suite and Family Suite: Perfect Solution for group of friends and Family

หลังจากนั้นผมก็ออกมาเดินชมภายในโรงแรมต่อครับ
อันนี้เป็นโซนด้านหลังของสปาครับ

047-AW2A3323
048-AW2A3325

 
แล้วก็ได้ไปเดินดูห้องแบบ Glory Suite กับ Family Suite ครับเป็นห้องที่ใหญ่ขึ้นครับ
ซึ่งห้องสามารถนอนได้ 3 คนครับค่อนข้างเหมาะสมกับกลุ่มเพื่อนมาเที่ยวเลยครับ
ห้องแบบ Glory Suite จะคล้ายๆแบบ Deluxe ที่ผมนอนครับแต่ห้องนอนจะมีเตียงเพิ่มครับ
051-AW2A3308
052-AW2A3314

 
สำหรับห้องแบบ Family Suite จะมีส่วนของห้องนั่งเล่นเพิ่มเติมเข้ามาครับ
049-AW2A3338
050-AW2A3330

ห้องทั้งสองแบบที่ห้องน้ำจะมีอ่างอาบน้ำเพิ่มเติมมาจากห้องแบบ Deluxe ครับ

053-AW2A3309
054-AW2A3333

 

Pool Villa

ห้องแบบสุดท้ายที่ผมได้ไปเดินดูมาก็คือห้องแบบ Pool Villa ครับซึ่งอยู่ด้านหลังสุดของโรงแรมครับ
055-AW2A3342

 
ตัววิลล่าจะมีสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลางครับ ปลายสุดของสระว่ายน้ำจะเป็น ห้องนั่งเล่นครับ
แล้วด้ายซ้ายของภาพจะเป็นห้องน้ำ และด้านขวาจะเป็นส่วนของห้องนอนครับ
โดยตรงกลางจะเป็นห้องเปลี่ยนเสื้อประมาณนั้นครับ

056-AW2A3347
057-AW2A3351
058-AW2A3350

 
จริงๆแล้วที่โรงแรม Thames Valley นั้นยังมีห้องอีกแบบครับ
คือห้องแบบ Duplex Suite ครับซึ่งเป็นห้องแบบใหญ่ที่สุดของโรงแรมครับ
แต่วันที่ผมไปพักมีแขกเต็มตลอดครับ เลยไม่ได้ไปแวะเดินชมมาครับ

จากนั้นผมก็ไปนอนพักรอทานข้าวตอนเย็นครับ
ช่วงก่อนทานข้าวเป็นช่วงพระอาทิตย์ตกพอดีครับ
ผมเลยได้เดินถ่ายรูปแสงสวยๆอีกนิดหน่อยครับไปชมกันได้ครับ 🙂

ตรงแถวๆห้องอาหารมีทางให้เดินขึ้นไปด้านดาดฟ้าของอาคารได้ครับ
ผมเลยแวะขึ้นไปถ่ายภาพมุมสูงมาด้วยครับ
059-AW2A3377
060-AW2A3371
061-AW2A3374
062-AW2A3376

 
พระอาทิตย์ตกแล้ววววว แสงสวยมากครับวันนั้น
แต่ถ่ายๆไปแสงเกือบๆหมด ฝนตกซะงั้นเลยครับ 5555

070-AW2A3390
063-AW2A3442
064-AW2A3384
065-AW2A3385
066-AW2A3387
067-AW2A3388
068-AW2A3395
069-AW2A3393

หลังจากฝนตกซู่มาเลยเลิกถ่ายรูปครับไปทานเข้าเย็นเลยดีกว่าครับ
มื้อเย็นสั่งเป็นอาหารฝรั่งมาทานกันครับ…
แต่เห็นผมพูดว่าเป็นอาหารฝรั่งก็จริง แต่รสชาติที่โรงแรมทำ ทำได้รสชาติแบบไทยๆมากครับ
ซึ่งต้องบอกว่าถูกปากผมสุดไปเลยครับ

จานแรกเป็น ลาบปลาแซลมอน จานนี้ Recommended ครับให้ 5 ดาวเลยเป็นจานที่สั่งทานทุกมื้อเลยครับ

071-AW2A3411
072-AW2A3423

 
แล้วก็มีออร์เดิร์ฟเป็น Ceasar Salad กับ ปอเปี๊ยะทอดครับ
ตัวสลัดผักสดมากครับแล้วใส่ชีสให้แบบไม่มีกั๊กครับ ส่วนปอเปี๊ยะถ้าจำไม่ผิดเฉยๆครับ
073-AW2A3412
074-AW2A3425

 
มาดูเมนคอร์สกันบ้างครับ
เริ่มจากเซตไส้กรอกเยอรมันครับ ไล้กรอกหนุบหนับอร่อยดีครับ
แต่มาแค่สองชิ้นแอบรู้สึกว่าน้อยไปหน่อยสำหรับการจะเป็นเมนคอร์สครับ เอ๊ะ.. หรือผมกินเยอะไป 555
075-AW2A3427

 
ตามมาด้วย Fish and Chip ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นปลาด้อดครับ
ตัวปลาสดใช้ได้ แต่ว่าผมรู้สึกว่าการจัดจานมาแบบนี้ทำให้ตัวปลามันนิ่มไม่กรอบเท่าไหร่
เพราะมันสุมรอบกับ Chip ครับ แต่จริงๆอาจจะเพราะผมเสียเวลาถ่ายรูปนานไปเองก็ได้ครับ 555
076-AW2A3413

 
แล้วก็แฮมเบอร์เกอร์ อันนี้เนื้อกริลล์ได้ชุ่มช่ำดีครับถือว่าอร่อยใช้ได้ครับ
077-AW2A3416

 
สุดท้ายเป็น Australian Wagyu Beef Steak ครับ
จานนี้ตัวเนื้อที่ใช้จะออกแนวบางๆ ดังนั้นใครชอบให้เอาไปย่างแบบพวก medium อาจจะไม่ถูกปากครับ
แต่ใครต้องการกินแบบเหมือนกินเนื้อย่าง จานนี้นี่ใช่เลยครับ
จิ้มกับแจ่วอร่อยโหกครับ (บอกแล้วว่าที่นี่อาหารทำรสชาติไทยมากๆครับ)
079-AW2A3420

 
หลังจากทานอาหารจนอิ่มทางโรงแรมทำ Surprise ผมครับ
โดยเอาเค้กวันเกิดและของขวัญมาให้ครับ (มัวแต่อึ้งอยู่เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาครับ 555)
ต้องขอขอบคุณทีมงานของโรงแรมไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ที่แอบเห็นวันเกิดผมในบัตรประชาชนตอนเช็คอิน
แล้วมาทำ Surprise ให้ครับ
ปล. ของขวัญที่ทางโรงแรมให้มาเป็นชาของ Thames Valley ครับซึ่งผลิตโดน Twining ครับ
ซึ่งพอดีเลยผมเอามาชงชาตอนทำบุญบ้านช่วงนี้เลยครับ 🙂

หลังจาก Surprise กันเรียบร้อยผมก็นั่งเม้าท์กับเพื่อนๆอยู่ซักพักครับก่อนแยกย้ายห้องใครห้องมันครับ

 

Western Style Breakfast

เช้าวันที่สองผมได้ตื่นมาถ่ายรูปเล่นช่วงเช้าเล็กน้อยครับ
จากนั้นก็มาทานอาหารเช้ากันครับ อาหารเช้าที่นี่ถือว่าจัดเต็มมากครับ ทั้งปริมาณ และคุณภาพ มาดูกันคร่าวๆครับ
081-AW2A3475
082-AW2A3476
083-AW2A3477
084-AW2A3499

 
มี Live Station ทำเมนูตระกูลไข่ต่างๆครับ ที่พิเศษคือมีทำ ไข่กระทะ ด้วยครับ
และอีกเมนูที่ผมไม่ค่อยเห็นโรงแรมไหนทำคือ Egg Benedict ครับ
080-AW2A3473
085-AW2A3515
087-AW2A3491

 
ผมชอบสลัดผักของที่นี่มากครับ เพราะผักที่ใช้สดมากกกกก… สมแล้วที่โรงแรมอยู่แถวเขาใหญ่ครับ 🙂
086-AW2A3484
088-AW2A3483

 
หลังจากทานข้าวเช้าอิ่มแล้วผมก็ไปเดินเล่นในโรงแรมแล้วก็ไปนั่งเล่นอ่านหนังสืออยู่ที่ระเบียงห้องครับ
เป็นบรรยากาศที่ดีมากครับ นี่ถ้าได้ลมหนาวเหมือนทางยุโรปหน่อยนี่ผมนี้ นึกว่าอยู่ยุโรปจริงๆเลยหล่ะครับ

 

THE CASTLE RESTAURANT

ตลอดระยะเวลาสามวันที่ผมได้มาพักผ่อนที่โรงแรม Thames Valley Khao yai นั้น
ผมฝากท้องไว้ที่ห้องอาหาร The Castle Restaurant โดยตลอดครับ ซึ่งก็ถือว่าไม่ผิดหวังเลยครับ
เพราะทำอาหารรสชาติได้ถูกปากมากๆครับ
ห้องอาหารนี้เป็นห้องอาหารที่คนทั่วไปที่ไม่ได้พักที่โรงแรมก็สามารถมานั่งทานอาหารได้ด้วยเช่นกันครับ
089-AW2A3451
090-AW2A3453

 
ห้องอาหาร The Castle Restaurant ภายในตกแต่งในสไตล์ grand English country home
ทำเพดานสูงๆ และกำแพงเป็นหินครับ ได้อารมณ์เหมือนอยู่ในป้อมปราการทางยุโรปอะไรอย่างนั้นครับ
091-AW2A3454
092-AW2A3455
093-AW2A3456
094-1-AW2A3403
095-AW2A3539
096-AW2A3541

 
เมนูอาหารที่นี่จะมาแบบนี้ครับ
ดูดี และง่ายต่อการเปลี่ยนเมนูดีด้วย 55

097-2-AW2A3595

 
สำหรับมื้อกลางวันวันที่สองสั่งมาประมาณนี้ครับ ลองเมนูใหม่ๆที่ยังไม่ได้สั่งดูบ้างครับ
ส่วนอันไหนที่เมื่อวานกินแล้วอร่อยเราก็เปิ้ลครับ 5555
098-AW2A3518
099-AW2A3523
100-AW2A3527
101-AW2A3533
102-AW2A3535
103-AW2A3579

 
แล้วก็ปิดท้ายมื้อกลางวันกันด้วยกาแฟครับ เท่าที่ทราบได้ยินมาว่า บาริสต้าที่นี่เคยได้รับรางวัล
การทำ Latte Art มาด้วยครับ ทำมาให้หลายลายเลยครับ มีแบบสามมิติด้วยครับ 🙂
104-AW2A3546
105-AW2A3557
106-AW2A3564

 
ส่วนมื้อเย็นวันที่สองหลังจากรู้แล้วว่าพ่อครัวที่นี่ทำอาหารรสชาติไทยๆอร่อยมาก
เลยเน้นสั่งเป็นพวกอาหารไทยจานเดียวมาทานกันครับ แต่มื้อนี้เริ่มขี้เกียจถ่ายรูปล่ะเลยถ่ายมาแค่นิดหน่อยครับ
107-AW2A3596
108-AW2A3600
109-AW2A3604
110-AW2A3608

 

บทสรุป

ทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่ผมได้ไปพักที่ Thames Valley Khao Yai มาครับ
หวังว่าจะถูกใจเพื่อนๆกันนะครับ สำหรับ Thames Valley แล้ว
111-AW2A3449

จุดเด่น

– ความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าพักที่มีการแยกส่วนชัดเจนของผู้เข้าพักและผู้มารับประทานอาหาร
– การบริการดีมาก ให้บริการอย่างเต็มใจ
– บรรยากาศสวยงาม เดินถ่ายรูปเล่นสนุก มุมถ่ายรูปค่อนข้างเยอะ
– การตกแต่ง ตกแต่งในสไตล์หรูหรา ดูอลังกาล ใช้วัสดอุปกรณ์ที่ดี
– อาหารอร่อยมากโดยเฉพาะอาหารรสชาติแบบไทยๆ
– การจัด Layout ของห้องพักทำได้ดี
– Location ของโรงแรมอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ
อาทิ Palio หรือ Primo posto และใกล้ทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

จุดด้อย

– อินเตอร์เนตใช้ของ CAT ซึ่งส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบรู้สึกว่าไม่เสถียรเท่าไหร่ครับ
– ห้องพักแบบที่ผมพักรู้สึกว่าค่อนข้างเล็กไปหน่อย แต่ทดแทนด้วยการจัด Layout ที่ใช้งานได้โดยสะดวกครับ
– การจัดสวนยังไม่ฟูลอาทิ ตรงทางเข้าที่จะมีซุ้มกุหลาบ กุหลาบยังเลื้อยไม่เต็มซุ้ม
และการวางต้นไม้บางจุดยังขัดใจช่างภาพ (อย่างผม) อยู่บ้างครับ เช่นการไล่ความสูงของต้นไม้

 
สำหรับวันนี้ก็คงต้องขอลาเพื่อนๆที่ติดตามชมรีวิวนี้ครับ
ขอบคุณและสวัสดีครับ 🙂
112-AW2A3593