Home Blog Page 22

รีวิวบ้าน:Villaggio บางนา ยกยุโรบเก๋และสวยมาไว้ที่บ้าน

1
รีวิวบ้าน,Villaggio,บางนา,บ้านแลนด์,แอนด์,เฮ้าส์,ทาวน์โฮม,ย่านบางนา,ใกล้เอแบค2,วิลล่า,ส่วนตัว,บ้านสวย,แผนที่villaggio

รีวิวบ้าน,Villaggio,บางนา,บ้านแลนด์,แอนด์,เฮ้าส์,ทาวน์โฮม,ย่านบางนา,ใกล้เอแบค2,วิลล่า,ส่วนตัว,บ้านสวย

 

มาถึงโครงการบ้านใหม่อีกแห่ง หนนี้เป็นแถวย่านบางนา ใกล้ๆกับ ม.เอแบคแบบขับรถผ่านกันเลยครับ  โครงการ Villaggio บางนา ออกตัวเลยว่า ดีใจมากที่ได้เข้าไปถ่ายและเก็บมารีวิวให้พวกเรา  ครั้งก่อนต้องไปถ่าย พฤกษ์ลดา บางนา ด้านในก็เคยเอ่ยถึงที่นี่ไปแล้วว่าถ้าได้เข้าไปถ่ายคงจะดี และเมื่อถึงเวลาจริง ตอนเข้าไปถ่ายงานก็สนุกเหลือหลายครับ เพราะมันสวยมาก สไตล์ Vintage Europe เหมือนหมู่บ้านกลางหุบเขาในยุโรป ยกมาเสริพกันถึงบางนาทีเดียว
เอาว่ามาแล้วอาจจะคิดว่าไม่ได้ชมหมู่บ้านแต่จะพาลนึกถึง Community Mall เก๋ๆสักที จะเป็นยังไงตามผมจากบรรทัดนี้ไปกันเลย จะพาไปชมกันครับ

รีวิวบ้าน: Inizio Salaya

0
รีวิวบ้าน,แลนด์แอนด์เฮาส์,review,inizio,salaya,landandhouses,บ้านแลนด์,รีวิวบ้าน,ย่านศาลายา,ฝั่งธน

รีวิวบ้าน,แลนด์แอนด์เฮาส์,review,inizio,salaya,landandhouses,บ้านแลนด์,รีวิวบ้าน,ย่านศาลายา,ฝั่งธน

รีวิวบ้านอีกหนึ่งโครงการของ Land & Houses หนนี้จะพาไปย่าน ศาลายากับโครงการ Inizio ปิ่นเกล้า-ศาลายา บ้านย่านใกล้เมือง

รอบนี้ทาง One22 ได้เข้าไปถ่ายภาพโครงการนี้มา และ เช่นเคยไหนๆไปแล้วก็หยิบมาเล่าให้ทุกๆคนได้ลองอ่านกันดูมาเริ่มกันเลยดกว่า

Let's Sketch Go! JAPAN :XL SIZE #1

0
Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

อะแฮ่ม สวัสดีครับทุกคนๆ

บทความวันนี้ อาจจะแตกต่างจากทุกๆงานที่ผมเคยทำมา ทั้งรูปแบบและวิธีการเล่าเรื่อง

ก่อนจะพาทุกๆคนไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน อยากบอกเล่าที่มาที่ไปของกว่าจะมานั่งเขียนเล่า ประสบการณ์ครั้งนี้ของผม และ สต๊อบ ให้คุณๆฟังกัน (อาจจะงงว่าสต๊อบเป็นใคร แล้วเกี่ยวอะไรกับผมและการเดินทางครั้งนี้ เอาว่า เด่วผมจะพาไปรู้จักขึ้นเรื่อยๆครับ )

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

Project Let’s Sketch Go! คือการรวมนักวาดภาพ นักเขียน ไปทำทริบที่ ญี่ปุ่นและนำประสบการณ์เดินทางนั้นกลับมาเล่าเรื่องราวต่างๆให้ แฟนๆของทุกคนได้สัมผัส

ความสนุกสนานของการเดินทางในทริบของแต่ละคนที่ไปมา จนสุดท้าย ก็มีโอกาสที่จะรวมเล่มจัดทำเป็นหนังสือชื่อ Let’s Sketch Go ที่กำลังขายดี อยู่ในขณะนี้ ฝากอุดหนุนกันด้วยน้าคร้าบบบ (^_____^)

 

จุดเริ่มต้นของการเดินทาง

หลายคนคงสงสัย โดยเฉพาะหากใครที่อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วว่ามันเกี่ยวอะไรกับผมละเนี่ย

จริงๆ จะบอกว่า โคตะระเกี่ยวเลย เกี่ยวมาตั้งแต่ต้น 5555 (ตู่ไปไหมครับเนี่ย)

แต่ด้วยความเป็นคนไม่ดีของผมอีกนั้นเอง ทำให้เวลาที่ควรจะทำงานนี้สำเร็จ กลายเป็นไม่สำเร็จตามเป้าหมาย ตัวผมเองไม่สามารถพาตัวเองเข้าไปร่วมใน project ที่ดีๆแบบนั้น(สมน้ำหน้าตัวเอง อยากนิสัยไม่ดีเอง )ในส่วนของหนังสือได้สำเร็จ แต่จริงๆถ้ามีเราอยู่ คงจะดูติ่งๆไงไม่รู้ ว่าไหมครับ ไม่เข้าพวกเท่าไหร่นะ

เพราะงั้นหนังสือเล่มนั้น จึงสมด้วยเหตุและผลทุกอย่างแล้วละครับที่จะไม่มีเรา เอาล่ะมาว่ากันถึงทริบนี้กันดีกว่า

ทริบนี้เป็นอีกช่วงเวลานึงที่ไม่ได้เล่าในหนังสือเล่มนั้น เป็นตอนที่การเดินทางของผมและ เจ้าสต๊อบ ไปด้วยกันในการลงไปยังโซนทางตอนใต้ของ ญี่ปุ่นคือ จาก โอซาก้า- นารา-โกเบ-และจบที่โอโนมิชิ ก่อนจะย้อนกลับมาบินกลับที่โอซาก้ากัน  เรื่องของเรื่องทริบนี้ ต้องขอขอบคุณสต๊อบ น้องในออฟฟิศเดียวกัน ที่อยู่ๆในเช้าวันนึงที่แสนร้อนผิดปรกติของ บ้านเรา ระหว่างการประชุมงานกัน สต๊อบก็เอ่ยขึ้นมาว่า “เฮียๆ (ตั้งแต่เกิดมาก็มีมันคนเดียวเนี่ยละครับที่เรียกผมแบบนี้)” ผมจองโปร ทู้ก ถูก ไปญี่ปุ่นเดือนนึงนะครับ จะขอเที่ยวฉลองจบซักหน่อยนะ

ผมกับเพื่อนร่วมงานอีกคนก็มองหน้ากันแล้วก็ไม่ใส่ใจเท่าไหร่ ก็มีถามไปว่า จะอยู่ จะกิน จะนอนยังไง พองาม (คือที่จริงก็ไม่ได้ห่วงมันนักหรอก เป็นผู้ชายเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว มันอยากไปเองนี่หว่า โฮ่ๆ)

หลังประโยคนี้ เราก็ประชุมงานกันต่อ จนเวลาผ่านไปอีก ราวๆ เกือบ 3 เดือน ระหว่างคุยสายตามงานต่างๆกับสต๊อบ อยู่ๆมันก็เอ่ยออกมาว่า ต๊อบไปเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วนะเฮีย

เฮ้ย! มันเอาจริงเว้ย

จากนั้นผมก็เลยเกริ่นออกไปว่า ไหนๆไปแล้ว น่าจะสร้าง งาน สร้าง project ทำไปเลยดีกว่าไหม มันจะได้คุ้มกับเวลาที่เสียไป ร่วม 1 เดือนนะ

ต๊อบได้ยินดังนั้นก็เลยบอกกลับว่า “ได้เลยเฮีย เด่วผมจะไปคิดดู”

และหลังจากนั้นก็อย่างที่ผมบอกไปตอนต้น  Project Let’s Sketch Go! จึงได้เกิดขึ้น ใครอยากรู้เรื่องมากกว่านี้ แนะนำให้ไปซื้อหนังสือซะดีๆนะ ฮี่ๆ ^_^

และแน่นอนเพื่อให้เข้ากับ Concept Let’s Sketch Go! จะรีวิวแบบภาพๆๆอย่างเดียวก็คงไม่ใช่ เพราะงั้นหลังจากนี้คุณๆจะได้เห็นภาพถ่ายจากผม และภาพเขียนจาก สต๊อบ กันนะครับมาดูสิว่านอกจาก ร่วมทางกันแล้ว จะร่วมมือกันได้แค่ไหน โฮะโฮะ ไม่อยากจะคิดเลย

ยังไงก็ตามพวกเรามาเที่ยวญี่ปุ่นกันนะ

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

เริ่มทริบกันเถอะ

หลังจากจุ๊บลา ปัน กับแม่ปัน เพื่อไปญี่ปุ่นดั่งที่ตั้งใจเอาไว้แล้ว ทริป 7 วันของผมกับสต๊อบก็เริ่มต้นขึ้นที่สนามบิน ดอนเมือง กับเที่ยวบิน ThaiAirAsiX ซึ่งก็เราะโปรนั้นเองทำให้ได้ไป เปิดตัวมาราคาไม่ถึง 4,000บาทต่อเที่ยวนี่มันสวรรค์ชัดๆครับ
เที่ยวบิน XJ 611 ออกจากเมืองไทยตอน 16.25 ไปถึงสนามบินคันไซ ตอน 23.50 น. ตรงจุดนี้หากใครอยากรู้ว่าถ้าไปถึงที่นั้นดึกขนาดนั้นจะเข้าเมือง ต่อรถ กันยังไง ผมเคยเขียนอธิบายแบบละเอียดยิบๆไว้แล้ว ที่นี่เลยครับไปอ่านกันดูนะ http://s.one22.com/102vmLb

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

บนเครื่อง มีอาหารเสริพได้หากคุณสั่งมา เสมือนจะรู้ว่า เราจะไม่ได้กินอาหารไทยกันอีกหลยวันมื้อนี้จึงได้สั่งล่วงหน้าก่อนจะมาได้ออกมาเป็น ข้าวเหนียวไก่ย่าง กับน้ำจิ้วแจ่ว แสนแซ่บ

ญี่ปุ่นคืนแรก 

ถ้าใครที่ได้อ่านในหนังสือจะรู้ว่า นักวาดภาพทุกคนหลังลงเครื่องที่คันไซแล้วสิ่งที่พวกเค้าทำกันเป็นอย่างแรกคือหาที่นอนแถวๆสนามบินนั้นแหล่ะ แต่…

ไม่ใช่ผมครับ นอนสนามบินมันธรรมดาไป ดูซำเหมาไปม้างงง

ไฮโซอย่างเรา นู้นต้องลำบากวิ่งกันป่าราบเพื่อไปให้ทันขึ้นรถเที่ยวสุดท้าย และเดินหา ที่นอนที่จองมาในย่านกลางเมืองโอซาก้า อย่าง Umeda นู้นนน

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

นอนในหลอดกัน

และที่นอนของเราในคืนแรกก็คือ.. Capsule นั้นเอง ใช่แล้วที่นอนแบบ CAPSULE INN OSAKA  ไอเดียดีๆแต่เดินทางลำบากๆ แน่นอนไม่ได้มาจากใครนอกจาก น้องรักของผมเอง สต๊อบ ครับผม

ส่วนตัวรู้สึกตลกกับตัวเองมากเหมือนกันเพราะ ใช่ว่าผมเองจะตัวเล็กซะที่ไหน แต่ไหนๆแล้ว เอาล่ะ สักครั้งในชีวิต ที่เราจะได้ลองนอนในที่ๆเกิ๊บเก๋แบบนี้สักครั้ง จะให้พลาดก็ยังไงอยู่

และตามภาพเลย เห็นแคบๆแบบนี้แต่ครบครันทุกสิ่งอย่างจริงๆครับ

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

และนี้คือหน้าตาของ Capsule ที่นอนของเรา ภายในไม่ธรรมดาเลยนะคร้าบบ เห็นเล็กๆแบบนี้มันก็เล็กพริกขี้หนูนะ

Let's Sketch Go,airbnb,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

ย่านที่เราเข้าพักถือเป็นย่านกินดื่มสำคัญของที่นี่ นอนกันตรงแถว UMEDA

อารมณ์ตอนคืนที่เรามาถึง เหมือนเราเดินหาที่นอนย่านพัฒนพงษ์ประมาณนั้นเลย แต่ก็ดีส่วนตัวรู้สึกเหมือนเข้าถึงญี่ปุ่นยังไงไม่รู้ ^_______^

วันที่ 2 นาราสู่ยอดเขา ROKKO ไม่ธรรมดา

หลังตื่นนอน พวกเราทำธุระส่วนตัวกันเสร็จก็ได้เวลาเริ่มต้นทริบอย่างจริงจังแล้ว เป้าหมายแรกของเราคือการ เข้าที่พักแต่เช้าเพื่อเก็บข้าวเก็บของก่อนจะออกเที่ยวต่อ

สำหรับผมแล้วการเดินทางมาญี่ปุ่นหนนี้ไม่ใช่ครั้งแรก หรือจะว่าไปมากี่ครั้งก็ชวนมึนสำหรับเรื่องการขึ้นลงรถไฟในญี่ปุ่น ไหนจะตรงที่พื้นในการยืนเข้าคิวขึ้นรถไฟอีกล่ะ บางจุดยืนเพื่อขึ้นรถแบบนึง บางจุดก็เป็นตัวกำหนดเที่ยวรถไฟที่จะมาเทียบจอดให้เราขึ้น บอกเลยว่างงดีแท้เพราะฉะนั้นเวลามาศึกษาเส้นทางให้ดี ไม่งั้นหลงเสียเวลาเที่ยวกันน่าดูครับ

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

ผมโชคดีที่มากับเจ้าต๊อบ เพราะภาษาที่พอพูดได้ช่วยไว้ได้อย่างยิ่งเพราะก็อย่างที่เรารู้กัน คนญี่ปุ่นไม่ใช่ภาษาอังกฤษ กันเท่าที่ควรแต่ข้อดีคือเค้าเป็นคนมีน้ำใจอย่างแรงๆเลยทีเดียว บางทีภาษาใจและกายก็พาให้เราเดินทางไปตามเป้าหมายสำเร็จได้ เพราะความใจดีของเค้าที่ช่วยเหลือเต็มที่ เช่นมีครั้งนึง ผมกับต๊อบหาทางไม่เจอในรถไฟ เราเลยเดินเข้าไปสอบถามกับคนญี่ปุ่นวัยรุ่น 2คน เชื่อไหมครับ เค้าจูงมือพวกเราลงมาจากขบวนและพาเราเดินไปจนถึงจุดที่ต้องขึ้นเที่ยวรถไฟที่เราต้องไปกันเลย โห้ยยย ซึ้งงใจสุดๆครับ

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

หลังจากเดินพร้อมกับอ่านป้ายเรื่อยๆ เป้าหมายแรกเลย ต้องมาเริ่มกันที่ Osaka Station เพื่อมาออกตั๋ว JR PASS OSAKA กันที่นี่ เนื่องจากเราจองตั๋ว JR จากเมืองไทยมาตอนซื้อเราจะได้เป็น Voucher มาก่อนจากนั้นต้องมาออกตั๋วใช้จริงที่สถานีหลักของเค้า ซึ่งก็คือที่นี่นั้นเอง

Let's Sketch Go,airbnb,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

Let's Sketch Go,airbnb,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

หลังได้ตั๋วแล้วก็พร้อมเดินทาง ตอนซื้อตั๋ว JR PASS จากเมืองไทยมันจะมีให้ซื้อว่าใช้กี่วัน ก็แจ้งเค้าไปจากนั้นพอมาถึงที่นี่แล้วก็ต้องระบุวันกับทางนี้อีกทีเป็นการเฟริมตามที่เราซื้อมา ทีแรกผมเองก็เข้าใจว่าจะซื้อตั๋วแบบนี้ต้องซื้อจากเมืองไทยเท่านั้น เอาเข้าจริงๆ มาซื้อที่สถานีหลักนี้ก็ได้เหมือนกันราคาก็ไม่ต่างกันเลย ก็ขึ้นอยู่กับค่าเงินมากกว่าครับ

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

Planของเราวันแรกนี้เป้าหมายคือการขึ้นเขา Rokko ที่โกเบ แต่จะด้วยความซื่อ หรือจะเซ่อซ่าก็ว่าได้ ดันจองที่พักไว้ที่ NARA อือออ ใครนึกภาพไม่ออกขอให้ดูแผนที่นะครับ จะเห็นว่ามันอยู่กันคนละที่เลย 55 ถามว่าทำไม่ต้องไปจองที่นารา ด้วย หึหึหึ เพราะที่ๆเราจองไปพักหนนี้ ไม่ธรรมดานั้นเอง คุณอาจจะสงสัย เดี๋ยวขอผมอุบไว้ก่อนจะมาเฉลยตอนท้ายดีกว่า ไปกันต่อ

Let's Sketch Go,airbnb,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

หลังจากนั่งรถไฟสองโขยก สามเขยก เราก็มาถึงสถานี OJI อยู่ที่เมือง Nara หลังเก็บข้าวของเข้าที่พักเรียบร้อยก็รีบกุลีกุจอ ออกมาเพื่อมุ่งหน้าไปยัง ROKKO กันเลย ดูเวลาแล้ว มีลุ้นไปถึงน่าจะเกือบเย็นทีเดียว

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

ร่วมหนึ่งชม.กับการต่อรถไฟไปมา เราก็มาถึงสถานี ROKKOMICHI STATION เพื่อมาเข้าคิวต่อรถบัสขึ้นเขาอีกที ข้อดีคือเราไม่ต้องจ่ายใดๆเพิ่มแล้วนะครับ สำหรับการใช้ ตั๋ว JRPASS รวมหมดทุกอย่าง โฮ่ แฮบปี๊สุดๆตรงนี้ล่ะ

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

ขึ้นนั่งรถไม่นาน วนทางขึ้นเขาไปๆมาๆ ก็มายืนณ. สถานีรถรางเพื่อขึ้นไปยังยอดเขา ROKKO กันแล้ว ค่าขึ้นคนละ 1,000 เยน ไม่แพงๆเพราะตัวรถรางก็เท่มากก

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

หน้าตารถราง ดูอนุรักษ์แต่ภายในเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย บางตู้เป็นแอร์ด้วยน้าาา

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

หลังขึ้นมาอากาศบนนี้หนาว  เสื้อกันหนาวที่ผมพกพามาจากบ้านนี้เอาไม่อยู่กันเลย

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

แต่อะไรที่ทำให้เราอดทนยืนรอคอยสั่งลาดวงตะวันกันได้ ก็ตรงวิวนี้เองละครับ

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

ข้างบนมีร้านอาหารน่านั่งมาก วิวก็ดี๊ดี แต่อากาศมันหนาวขนาดนี้นั่งไม่ลงกันล่ะ

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

ขอปล่อยวิวงามขนาดนี้ให้ชมกันยาวๆไปนะครับ เรยกว่าเห็นเมืองโกเบ กันทั้งอ่าวเลย เมฆวันนั้นเองก็สวยมากจริงๆ

หลังจากชื่นชมกันช่ำใจแล้วพวกเราก็ลงมาด้วยรถรางเหมือนเดิม และต่อรถบัสและรถไฟกลับ NARA กันถือเป็นวันที่สมหวังระดับนึงแม้จะเจอกันการเดินทางที่ไม่ได้วางแผนกันมาว่าจะใช้เวลามากขนาดนี้ คุยกันไปมา คิดว่าพรุ่งนี้จะแวะมากันอีกรอบ แต่จะขึ้นไปสูงกว่านี้อีกหน่อย เพราะเขานี้มีจุดให้แวะเที่ยวหลายจุดเลย

Let's Sketch Go,airbnb,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

ที่พักสุดคลาสิกที่สุดในสามโลก (เว่อร์จริงๆ)
กลับมาถึงที่ว่าจะเล่าให้ฟังก็เป็นเรื่องที่พักละครับ บอกเลยว่าประทับใจเราทั้งคู่มากทีเดียว หนนี้เป็นอีกครั้งที่ได้ใช้ www.airbnb.com เว็บไซต์ที่ให้เราพักที่พักในแบบที่หาไม่ได้จากโรงแรมทั่วไป เพราะ นอกจากโรงแรมทั่วไปแล้ว AIRBNB ยังมีบ้านพักที่เค้าเอามาทำเป็นที่พักได้ ด้วยหนนี้เราเลือกที่นี่เพราะ โดเรมอนเลยครับ (เคยทำแนะนำการใช้งานไว้แล้ว

ตามไปดูได้ที่นี่เลย

อ่ะ มันโดเรมอนยังไง อธิบายง่ายๆ คือถ้าใครเคยดูโดเรมอนกันมาก่อน จะรู้ว่า บ้านของโนบิตะ เป็นยังไงการนอนบนเสื่อตาตามิ มันดู ORIGINAL มากถึงมากที่สุด

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

หลังผมเลือกบ้านมาเยอะแยะก็มาสะดุดตากับที่นี่เลย YAMATO Guesthouse Kotone นี่ละครับคือสาเหตุให้เราต้องมานอนกันถึงที่ NARA  บ้านนี้ปัจจุบัน เจ้าของมาทำเป็นโรงแรมขนาดเล็กๆ

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

 

บ้านนี้มีอีกจุดที่ชอบคือ ห้องอาบน้ำ สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ตามบ้านของคนญี่ปุ่นแท้ๆและนี้ก็เป็นเสน่ห์ของ AIRBNB ที่ทำให้เราได้พัก
คือการลงไปแช่ในอ่างอาบน้ำ คลาสิกมากครับ ชอบๆ

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

ตัวบ้านอายุมากกว่า 150 ปีแล้ว แต่ก็ได้รับการดูมาตลอด ทำให้มีสภาพที่ยังใหม่ดีเชียวละครับ

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

ที่ติดใจก็ตรง นอนเสื่อ และมุมนี้มันใช่เลย นี่มันที่นอนของ โดเรมอนชัดๆเลยนี่ 555

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

แสงแดดอ่อนๆในช่วงเช้ายิ่งทำให้บ้านมีเสน่ห์ขึ้นไปอีก

ถือว่าการมาทริบนี้เราใช้ AIRBNB กันทุกที่ๆไป บ้านเก๋ๆ สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ คือเป้าหมายของเราตลอดทริบ

บ้านนี้น่ารักที่มีคนดูแลพูดอังกฤษได้ดีมากเลย แนะนำการเดินทางให้ตลอดเวลา ปรึกษาเส้นทางได้อย่างดีเยี่ยมเลย
Let's Sketch Go,airbnb,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

และสำหรับใครที่ยังไม่เคยใช้บริการและสมัครเป็นสมาชิกของ AIRBNB วันนี้ผมมีทางช่วยให้ง่ายขึ้นได้ ตาม link นี้ไปนะครับ http://goo.gl/Qa1V8I
ถ้าสมัครหรือจองผ่าน link นี้ไปคุณจะได้ส่วนลดราวๆ 25$(850 บาท) เลยเพื่อใช้ในการจองที่พักได้ เป็นระบบ invite Friend ที่ดีมาก
ใครที่ชอบและจองผ่านlink ไปก็ได้ส่วนลด และเมื่อคุณสมัครแล้วก็สามารถนำ link ของตัวเองไปสร้างส่วนลดให้คนอื่นต่อผ่าน link ของตัวเองได้เช่นกัน เป็นการส่งต่อให้กันและกันได้ครับ ส่วนเจ้าของ link เองก็จะได้เป็น Money สะสมในระบบสมาชิก เรียกว่า วินกันทุกฝ่ายครับ แค่สมัครก็ได้แล้วว่าง่ายๆ

Let's Sketch Go,Japan,backpack,เที่ยว,ญี่ปุ่น,โกเบ,นารา,โอซาก้า,เกียวโต,nara,kobe,osaka,นอน,capsule,บ้านพัก,airbnb,บ้าน,โดเรมอน,โนบิตะ,rokko,moutain,Thai AirAsiaX

และสำหรับตอนแรก กับ 2 วันแรกของเราก็จบตรงนี้ ตอนหน้าจะพาทุกคนไปเที่ยวที่ ROKKO และในย่าน โอซาก้ากันต่อ จะเป็นยังไงโปรดติดตามนะครับ

[TummengTravel #12]ปั่นชิค ชิค เลย – เชียงคาน พิชิตภูป่าเปาะ

0

vol12-15

สวัสดีครับ วันนี้มาพบกับ Tummeng Travel อีกครั้งนะครับ

วันนี้จะพาไปปั่นจักรยาน ชิค ชิค ที่จังหวัดเล็ก ๆ ที่ชื่อ จังหวัดเลยครับ  โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง ททท. กับ ทางสายการบินนกแอร์จัดกิจกรรมนี้ขึ้นครับโดยใช้ชื่อว่า ปั่น ชิค ชิค เลย – เชียงคาน พิชิตภูป่าเปาะ ชมฟูจิเมืองเลย

 

ซึ่งเส้นทางจะเป็นอย่างไรตามมาชมได้เลยครับ

_MG_6854

ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองเช่นเคย  สำหรับผู้มีจักรยานก็สามารถโหลดขึ้นเครื่องได้ฟรีครับสำหรับสายการบินนกแอร์

_MG_6859

วันนี้ทางนกแอร์จัดกิจกรรมพิเศษโดยการยก Nok Sky Cafe ที่ปกติบริการบนเครื่องมาบริการที่จุดเช็คอินมีเครื่องดื่ม ชา กาแฟ คอยบริการพร้อม ๆ กับโดนัทให้รองห้องก่อนขึ้นเครื่อง

_MG_6866

_MG_6875

และบริการพิเศษอีกหนึ่งอย่างก็คือ วันนี้สามารถทำบัตรสมาชิกนกแอร์ หรือ นกแฟนคลับได้ที่จุดเช็คอินเช่นกันครับ

_MG_6872

เมื่อถึงเวลาทุกคนเช็คอินกันพร้อมแล้วก็ถ่ายภาพร่วมกัน ก่อนจะออกเดินทางโดยทริปนี้เป็นการปั่นแบบ Bike Safety

_MG_6881 _MG_6882

เราออกเดินทางด้วยเครื่องบินขนาดเล็กที่เป็นรุ่นใบพัดครับ ชื่อ น้องนกข้าวเหนียว เป็นครั้งแรกที่ผมขึ้นเครื่องบินแบบนี้

_MG_6891

แน่นอนบนเครื่องก็ยังมีบริการอาหารว่าง และเครื่องดื่มจาก Nok Sky Cafe เช่นกัน

_MG_6894

ข้อดีของเครื่องบินแบบใบพัดก็คือจะบินไม่สูงมากทำให้สามารถเก็บภาพระหว่างที่บินอยู่ได้ที่เห็นน่าจะเป็นช่วงที่บินผ่าน ภูทับเบิก ดูจากเส้นถนนที่คดโค้งแบบนี้

_MG_6902

ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง ก็มาถึงสนามบินเลยครับ ซึ่งตรงนี้เครื่องบินขนาดเล็กไม่ได้ขนจักรยานมาทั้งหมด จักรยานส่วนใหญ่ไปลงที่สนามบินอุดรแล้วตามมาถึงเลยในเวลาไล่เลี่ยกัน

_MG_6906

วันนี้ดูแล้วฟ้ามีเมฆเยอะ ฝนอาจจะตกไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้แน่ ๆ เก็บภาพ นกข้าวเหนียวอีกครั้ง เพราะขากลับเราไปขึ้นเครื่องที่อุดร ไม่ได้เจอกันนะครับ

_MG_6913

จังหวัดเลยเมืองเล็ก ๆ แต่สถานที่เที่ยวเยอะแยะมากมาย ที่เด่น ๆ ก็มีภูกระดึงเป็นสถานที่ยอดฮิตของนักเดินเขา

_MG_6916

มาถึงโรงแรมจัดการเช็คอินเก็บสัมภาระ แล้วก็ลงมาทานอาหารว่างกันก่อน

_MG_6920

เมื่อใกล้ถึงเวลาปั่นวันแรกในช่วงเย็นนักปั่นก็เริ่มประกอบจักรยานกันแล้วครับ เช็คสภาพเพื่อเตรียมพร้อมในการปั่น

_MG_6927

ใกล้ถึงเวลาทีมงานก็เตรียมความพร้อมในการปั่นรอบเมืองเลยในเย็นนี้

_MG_6929

วันนี้นอกจากนักปั่นจากทางนกแอร์แล้ว ยังมีนักปั่นจากทางเจ้าถิ่นมาร่วมปั่นกันด้วยครับ

_MG_6936

พร้อมแล้วก็เก็บภาพหมู่เป็นที่ระลึก

_MG_6942

เริ่มปั่นออกถนน ก็จะมี มาแชล นำโดยนักปั่นท้องถิ่นที่รู้เส้นทางเป็นอย่างดี  ตามมาด้วยกลุ่มนักปั่นจากนกแอร์ซึ่ง รอบแรกนี้เป็นการปั่นชิค ๆ บางคนอาจจะแต่งกายไม่จัดเต็มมากนักครับ

1435370024-51map-o

_MG_6949

ปั่นกันไปแบบไม่เร่งรีบ กินลมชมวิวกันไปเรื่อยๆ

_MG_6951

_MG_6960

จุดแรกที่แวะพักคือ ศาลหลักเมือง และ ศาลเจ้าพ่อกุดป่อง ไหว้พระกันก่อน

_MG_6971

หลังจากนั้นก็พากันปั่นออกมารอบตัวเมืองเลย ซึ่งระยะไม่กี่กิโลเท่านั้นเอง เพราะเลยเป็นเมืองเล็กๆ

_MG_6980

ปั่นกลับมาที่โรงแรมใช้เวลาในการปั่นทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง เหงื่อซึม ๆเป็นการวอร์มอัพ สำหรับพรุ่งนี้ 70 กิโลเมตร

_MG_6983

_MG_6988

มื้อค่ำพากันไปทานอาหารที่ครัวมะเดื่อ ครับ ก่อนกลับมาพักผ่อนที่โรงแรม พร้อมสายฝนที่โปรยปรายลงมาเล็กน้อย

_MG_6996

ตื่นเช้า เราไปรวมตัวกันที่ ศาลากลางจังหวัดเลย เพื่องานปั่น ครั้งนี้

_MG_6999

คอนเซ็ปต์คือ ต้องปั่นไปให้ถึงจุดชมวิว ฟูจิเมืองเลย ครับ

_MG_7005

เส้นทางและความชันก็ หนักเอาการอยู่ครับ แถมช่วงเช้าวันนี้ ดูท่าจะแดดร้อนมากซะด้วย

_MG_7006

1435370096-0702-o

_MG_7012 _MG_7017

เมื่อพร้อมแล้ว ก็เตรียมตัวปั่นจริงจังกันได้ครับรอบนี้

_MG_7026

วันนี้มีนักปั่นกิตติมศักดิ์ นำโดยท่านผู้ว่าจังหวัดเลย มาร่วมปั่นในช่วงแรกด้วยครับ

_MG_7045

เมื่อถึงเวลา ก็ปล่อยตัวนักปั่นก็เริ่มปั่นกันไปเรื่อยๆ ครับ

ระยะทางช่วงแรกประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นทางเรียบทั้งหมด

_MG_7059 _MG_7066

จุดพักจุดแรก จะมีการต้อนรับโดยเหล่าชาวบ้านที่แต่งตัวคล้ายผีตาโขน มาต้อนรับ ส่งน้ำ ส่งเครื่องดื่มให้ครับ เป็นสีสันอีกแบบหนึ่ง

_MG_7085 _MG_7087

เมื่อพักผ่อนกันแล้ว ก็ออกปั่นไปยังจุดที่สอง ระยะประมาณ 30 กิโลเมตร เช่นกัน เริ่มมีเนินมาบ้างเล็กน้อย แต่สิ่งที่มาเต็ม คือแดด ตอนสาย ๆ แรงมาก นักปั่นบางคนที่ไม่ฟิตร่างกายมาดี ๆ ก็ต้องเลิกปั่นกันที่จุดนี้ครับ

_MG_7084

จุดที่สองที่พัก มีการต้อนรับด้วยชาวบ้านที่แต่งตัวแบบ ไทพวน ซึ่งเป็นชนเผาที่อาศัยอยู่แถบนี้ครับ

_MG_7082 _MG_7076

มีการแสดงรำไทพวน และ รำสาวภูไท ให้ชม ระหว่างรอนักปั่นเข้ามาเช็คพ้อยท์

_MG_7092

จุดสุดท้ายที่จะปั่นไปคือ บริเวณ ผาหินคุณหมิง เมืองเลยครับ ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร มีขึ้นเขา ทางชัน ไม่เหมาะสำหรับมือใหม่ครับ ซึ่งตรงจุดนี้เป็นการแข่งขันสองแบบคือ ระยะทาง 10 กิโลเมตรแรกแข่งทั้งแบบเสือหมอบ และ เสือภูเขา

1435370714-1701-o

_MG_7090

ในส่วนที่สอง แข่งเฉพาะเสือภูเขา ปั่นขึ้นภูป่าเปาะ ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ครับ

ส่วนคนที่ไม่ใช่นักปั่นก็ นักรถอีแต๊กขึ้น ภูป่าเปาะ ซึ่งเป็นจุดชมวิว ฟูจิเมืองเลยครับ

_MG_7099 _MG_7104

การขึ้นภูป่าเปาะนั้นไม่สามารถเอารถส่วนตัวขึ้นได้นะครับ ต้องไปติดต่อชุมชนว่าจะขึ้นไปแล้วจะมีรถอีแต๊ก พาขึ้นไปครับ เป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ชมชุมชน

_MG_7106 _MG_7109

จุดแรกเป็นจุดชมวิว ฟูจิเมืองเลย หรือ ภูหอ ครับ เป็นภูเขาที่มีลักษณะ คล้าย ๆ กับภูเขาไฟฟูจิ ถ้ามาหน้าหนาวคงจะสวยกว่านี้แน่ ๆ

_MG_7111 _MG_7114

นั่งรถอีแต๊กขึ้นไปยังจุดที่สอง และที่สามจะเป็นจุดชมวิว ภูป่าเปาะ ยังมองเห็นภูหอ อยู่ครับ ตรงนี้สามารถมากางเต้นท์นอนได้

_MG_7121 _MG_7129

วิวก็ประมาณนี้ครับ มาช่วงเช้า หรือ ช่วงเย็น จะฟินกว่านี้มาก

_MG_7127 _MG_7130

จุดที่สาม และสี่ ต้องลงเดินกันแล้วครับ เป็นการปีนขึ้นไปยอดภูป่าเปาะ เพื่อจะชมวิว 360 องศา ครับ

บรรยากาศดีๆ แบบนี้ นั่งชมความงาม รับลมเย็นๆได้ครับ

_MG_7132

หลังจากมีการ มอบรางวัลให้แก่นักปั่นกันไปแล้ว ก็ เดินทางไปทานอาหาร แล้ว ตรงไปยัง จุดท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของจังหวัดเลย นั่น คือ เชียงคาน ครับ

_MG_7160

เชียงคาน ชื่อนี้ ผมได้ยินมาประมาณ 6-7 ปีแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้มาซะที

วันนี้มีโอกาสมา ก็เลยเดินสำรวจ กันซะหน่อย ช่วงนี้ เป็นช่วงที่คนมาเที่ยวเชียงคานน้อยครับ ผู้คนเลยไม่พลุกพล่านเท่าไหร่ เดินกันได้ แบบ ชิลล์ๆ พร้อมละอองฝนที่โปรยปรายลงมา

_MG_7168

ที่นี่ยังคงมีวิถีชีวิตแบบเก่า และใหม่เข้ามาผสมผสานกันครับผู้คนท้องถิ่นเริ่มปรับตัวรองรับนักท่องเที่ยวได้ดีมากขึ้น

_MG_7171 _MG_7162

ทำให้เชียงคานยังคงมีเสน่ห์อยู่เสมอสำหรับนักท่องเที่ยว

_MG_7142 _MG_7152

เดินสำรวจไปเรื่อย ๆ แสงตะวัน ก็เริ่มลาลับแสงสีทองสาดส่องมายังพื้นน้ำโขงสวยจับใจมาก

_MG_7145 _MG_7148

ดอกไม้ริมธาร กับ สายน้ำใหญ่ มันช่างเป็นบรรยากาศที่แสนจะทำให้ผู้คนมีความสุขมาก ๆ

_MG_7199

ยิ่งถ้ามีเพื่อนร่วมทางดี ๆ ยิ่งทำให้การเดินทาง มีแต่ความสุข

_MG_7192

สุดท้ายพระอาทิตย์ก็ลาลับไปจนได้หมดไปอีกหนึ่งวัน

_MG_7207 _MG_7210

แน่นอนอีกหนึ่งเอกลักษ์ของเชียงคาน ที่ใคร ๆ มาก็ต้องทำ คือ การตักบาตรข้าวเหนียวในตอนเช้า

_MG_7214 _MG_7215

ไม่ว่าคนไทยหรือต่างประเทศก็ลงมาทำกิจกรรมนี้กันในตอนเช้า

_MG_7219 _MG_7220 _MG_7229

หลังจากใส่บาตรแล้วก็หาอะไรทานก่อนที่นักปั่นบางคนเอาจักรยานไปปั่นเล่น ชมเมืองเชียงคานเพราะโปรแกรมวันนี้หมดแล้ว ตอนบ่ายต้องนั่งรถไปขึ้นเครื่องที่อุดรธานี

_MG_7234

ช่วงบ่าย ทีมนกแอร์เรานั่งรถจากเชียงคานมาขึ้นเครื่องที่อุดรธานี พร้อมจักรยานทุกคันเพื่อกลับกทมครับ

เป็นการปิดทริป ปั่น ชิค ชิค เลย เชียงคาน ที่สนุกเหนื่อย และมันส์มากครับ

ขอบคุณสายการบินนกแอร์ ที่ชวนผมไปร่วมทริปครั้งนี้ด้วยครับ

_MG_7243 _MG_7245 _MG_7250

แล้วพบกันใหม่ ครับ

 

EAT,REST,LOVE IS…ตรัง

8
พาลูกเที่ยว,ตรัง,ยุทธจักรความอร่อย,LetgoSouth,Trang,เลตรัง,ทะเลใต้,เที่ยวใต้,เที่ยวภาคใต้,พาปันเที่ยว,อนันตรา,รีสอร์ท,สปา,สิเกา,anantara,resort,spa,sikao

พาลูกเที่ยว,ตรัง,ยุทธจักรความอร่อย,LetgoSouth,Trang,เลตรัง,ทะเลใต้,เที่ยวใต้,เที่ยวภาคใต้,พาปันเที่ยว,อนันตรา,รีสอร์ท,สปา,สิเกา,anantara,resort,spa,sikao

หลายๆครั้ง…ในการเดินทางที่ผ่านมา ผมมักคิดเสมอว่า..นอกจากจะพาเราไปรู้จักโลก

การเดินทางในแต่ละครั้งก็พาให้เรารู้จักตัวเอง รู้จักเพื่อนมนุษย์

พาลูกเที่ยว,ตรัง,ยุทธจักรความอร่อย,LetgoSouth,Trang,เลตรัง,ทะเลใต้,เที่ยวใต้,เที่ยวภาคใต้,พาปันเที่ยว,อนันตรา,รีสอร์ท,สปา,สิเกา,anantara,resort,spa,sikao

และ..ก็พาเราไปค้นพบ สถานที่ ผู้คน หรือแม้แต่บรรยากาศ ที่สามารถทำให้เรา ตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำอีก ได้ไม่ยาก

พาลูกเที่ยว,ตรัง,ยุทธจักรความอร่อย,LetgoSouth,Trang,เลตรัง,ทะเลใต้,เที่ยวใต้,เที่ยวภาคใต้,พาปันเที่ยว,อนันตรา,รีสอร์ท,สปา,สิเกา,anantara,resort,spa,sikao

อย่างเช่นผมในตอนนี้ กับความงดงามตรงหน้า ผมยืนอยู่ที่หน้าหาดสิเกา จังหวัด ตรัง ในบริเวณ อนันตรา สิเกา รีสอร์ท แอนด์ สปา ตรัง ในเย็นวันนั้น

พาลูกเที่ยว,ตรัง,ยุทธจักรความอร่อย,LetgoSouth,Trang,เลตรัง,ทะเลใต้,เที่ยวใต้,เที่ยวภาคใต้,พาปันเที่ยว,อนันตรา,รีสอร์ท,สปา,สิเกา,anantara,resort,spa,sikao

วันที่ท้องฟ้าโปรยเสน่ห์ ความหวาน..ระบายเต็มท้องฟ้าจรดน้ำทะเล

พาลูกเที่ยว,ตรัง,ยุทธจักรความอร่อย,LetgoSouth,Trang,เลตรัง,ทะเลใต้,เที่ยวใต้,เที่ยวภาคใต้,พาปันเที่ยว,อนันตรา,รีสอร์ท,สปา,สิเกา,anantara,resort,spa,sikao

ทำให้สีสันในยามเย็น ดูแสนแปลกตา และไม่ใช่แค่ผม ยังรวมถึงครอบครัวของเราที่ ก็สัมผัสได้ถึงความสวยงามตรงหน้า

ความสุขของผมและเราก็คงอยู่ตรงนี้ อยู่ตรงที่ได้เห็น เด็กชายเติบโต ไปพร้อมๆกันกับได้พาเค้าไปท่องโลกกว้าง ทุกที่ๆเราไปด้วยกัน ที่ไหนก็ตาม ที่เราได้มีโอกาสพาเค้าไปสัมผัส

ได้ตอบคำถามที่เค้าสงสัย ให้หายสงสัย ได้เล่า ได้สอนให้รู้จักโลกที่เค้าค่อยๆเรียนรู้ทำความรู้จัก

มันก็ช่วยตอบคำถามในใจของเราไปพร้อมกัน ดังเช่นครั้งนี้ ครั้งที่ ความสุขตรงหน้าเกิดขึ้นที่นี่ .. ที่ตรัง

พาลูกเที่ยว,ตรัง,ยุทธจักรความอร่อย,LetgoSouth,Trang,เลตรัง,ทะเลใต้,เที่ยวใต้,เที่ยวภาคใต้,พาปันเที่ยว,อนันตรา,รีสอร์ท,สปา,สิเกา,anantara,resort,spa,sikao

ก่อนจะพาคุณไปรู้จัก ตรัง ต่อเราขอ เท้าความไปก่อนจะมายืนตรงนี้ ไปที่จุดเริ่มต้นการเดินทางของครอบครัว เรา ไปสู่การ พาลูกเที่ยว ตรัง ครั้งแรก

ไปๆ ไปด้วยกันนะครับ

Journey of Western Europe เส้นทางแห่งประวัติศาสตร์และอารยธรรม ตอนที่ 5 สเปน มาดริด ซาราโกซา บาเซโลน่า

1

Journey of Western Europe

Episode 2 Spain Part 3 Madrid Zaragoza Barcelona

ความเดิมตอนที่แล้ว…
–> Portugal Part 1 Lisbon Sintra
–> Portugal Part 2 Tomar Port
–> Spain Part 1 Toledo Segovia
–> Spain Part 2 Cordoba Seville

สวัสดีเพื่อนๆอีกครั้งครับ สำหรับวันนี้ก็จะเป็นตอนสุดท้ายของการเดินทางในสเปนแล้วนะครับ
ซึ่งหลังจากสองตอนแรกที่ผมได้พาเพื่อนๆไปเที่ยวสเปนในภาพของอดีตในเมืองโบราณต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็น โทเลโด ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของสเปนมาก่อน ชม Mezquita ที่เป็นทั้งมัสยิดและโบสถ์ร่วมกันในเมืองคอร์โดบา
พาไปเที่ยวเซบีย่าเมืองที่มีส่วนของเมืองเก่าที่ใหญ่ที่สุดในสเปนและเป็นอันดับสามในยุโรป

ในตอนสุดท้ายนี้ผมจะพาเพื่อนๆกลับมาเที่ยวเมืองใหญ่ของสเปน ไม่ว่าจะเป็นมาดริดซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองหลวง
และบาเซโลน่าที่เป็นเมืองหลวงของแค้วนคาตาลัน ซึ่งมีความพยายามในการแยกตัวไปปกครองตนเองอยู่ครับ
แต่ในความเป็นเมืองสมัยใหม่นั้นก็ยังคงแฝงไว้ถึงความงดงามในอดีตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละเมืองครับ

เอาล่ะครับ ไปรับชมพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ

000-Cover-1433_Spain000-Review-Cover

 

 

มุ่งหน้าสู่ Madrid

หลังจากผมอยู่ทางใต้มาสามวันที่เมืองคอร์โดบาและเซบีย่าในวันที่ 6 ของการเดินทางในสเปน
คราวนี้ก็ถึงคราวที่ผมจะย้อนกลับขึ้นไปเที่ยวทางตอนกลางและตอนบนของสเปนอีกครั้งครับ
โดยที่วันที่ออกเดินทางก็เหมือนเดิมครับ ขับรถย้อนเส้นทางเดิม แค่วันนี้ไม่ได้แวะที่คอร์โดบาเท่านั้นเองครับ

001-1-To Madrid

ก็ใช้เวลาขับรถจริงๆประมาณ  6-7 ชม. เพราะมีแวะเข้าห้องน้ำด้วยครับ
แล้วก็ตอนขับรถออกจากเซบีย่าแล้วแวะห้องน้ำพบว่า ยางรถผมอยู่ๆก็แบนครับ
ตอนนั้นวัดลมยางได้แค่ 15 PSI เท่านั้นเองครับ เรียกว่าขับเร็วๆนี่เสี่ยงต่อยางระเบิดมาก

ก็แอบงงๆว่าลมยางมันหายไปไหน เพราะวันที่ได้รถมาเท่าที่ดูยางก็ยังปกติดีอยู่
ก็เลยเติมลมไปครับ แต่ว่าที่ยุโรปเค้าไม่ได้ใช้หน่วยวัดเป็น PSI ครับเค้าใช้เป็น BAR
ซึ่ง  1 BAR จะเท่ากับราวๆ 15 PSI ครับ ตอนเติมตอนแรกแอบงง ไปเข้าใจว่า  1 BAR คือ 10 PSI
จนเกือบจะเติมลมยางเกินซะแล้ว 555

สำหรับมาดริดนั้นผมมีเวลาอยู่ที่นี่ 2 คืนครับ (แอบรู้สึกว่าน้อยไปหน่อย)
ซึ่งผมเน้นการเดินเที่ยวในย่านกลางเมืองครับ ซึ่งถ้าจัดคอร์สเร่งด่วนเที่ยวแบบชะโงก  2 วันก็พอได้ครับ
แต่สำหรับผมที่เน้นไปถ่ายภาพจริงๆแล้วถ้าจะเที่ยวให้ครบๆซัก 3-4 วันน่าจะกำลังดี
อันนี้คือจุดเที่ยวที่ผมได้ไปมาในทริปนี้ครับ โดยผมพักที่โฮสเทลที่ SOL  เลยครับ

001-2-Madrid

Madrid SOL

GPS : N40°25.01778 W003°42.21042
Metro Station : SOL

สำหรับที่ Madrid นั้นผมพักที่โฮสเทล Pensión Apolo XI ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองที่ย่าน SOL เลยครับ
เดินแค่ 100 เมตรก็ถึงสถานีรถไฟใต้ดินหล่ะครับ ซึ่งที่พักที่นี่ถือว่าโอเคเลยครับ และราคาถูกมาก
3 คนสองคืนอยู่ที่ 90 EUR หรือประมาณ 4,000 บาทในตอนนั้นหรือคนละ 670 บาทต่อคนต่อคืนเท่านั้นเองครับ

แต่ผมพลาดไปอย่างหนึ่งคือเรื่องที่จอดรถที่โรงแรมไม่มีที่จอดรถให้
ผมต้องไปจอดที่จอดรถสาธารณะ ซึ่งกลางเมืองแบบนี้แพงนรกแตกมากครับ (ตอนดูในเว็บมันบอกว่าวันละ 1x EUR)
แต่ผมเจอค่าจอดไปวันละ 32 EUR จอดสองวันเจอไป 64 EUR เกือบๆ  3,000 บาท
เรียกว่าแพงที่สุดเท่าที่ผมเคยจอดมาหล่ะครับ

คุยกับเพื่อนที่ไปด้วยก็ก็ว่าผมพลาดไปนิดนึงที่ตอนมาจากโปรตุเกสควรเที่ยวมาดริดก่อนเลย
แล้วค่อยเอารถเพื่อไปเที่ยวเมืองอื่นๆ ก็ถือว่าจำไว้เป็นบทเรียนหล่ะครับ T___T

สำหรับที่ย่าน SOL นั้นก็เป็นเหมือนย่านกลางเมือง
ถ้าให้เปรียบก็คืออนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่บ้านเรานั่นหล่ะครับ
กม. 0 ของประเทศสเปนก็อยู่ที่นี่ครับ ที่กลางจตุรัสจะมีอนุเสาวรีย์ของ King Carlos III อยู่ครับ

001-1366_Spain

 

002-1368_Spain-Panorama

 

แต่ที่ยุโรปในย่านกลางเมืองเก่านั้นส่วนมากจะเป็นจตุรัสให้คนเดินมากกว่าที่จะเป็นถนนครับ
คนมาเดินเล่นกันมหาศาลมากๆ และในจตุรัสนี้จะมีรูปปั้นหมีพู เอ้ยยย หมีปีนต้นไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกรุงมาดริดนี่แหละครับ

003-1452_Spain

และที่จตุรัสนี้เองก็เป็นจุดที่คนในกรุงมาดริดใช้ในการเฉลิมฉลองงานต่างๆครับ
อย่างงาน Countdown ก็จัดขึ้นที่นี่เช่นกันครับ

 

 Temple of Debod

GPS N40°25.44108 W003°43.06386
Metro Station – Plaza de España

สำหรับวันแรกที่ผมไปถึง Madrid ผมไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน เนื่องจากขับรถมาทั้งวันครับ
พอเช็คอินเสร็จก็พักแป๊บนึงแล้วออกไปถ่ายรูปช่วงเย็นๆเลยครับ โดยวันนี้ผมแพลนไปที่ Temple of Debod ครับ
Temple of Debod จะตั้งอยู่ตรง Oeste Park ครับโดยสามารถนั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่  Plaza de España ได้เลยครับ
จริงๆแล้วที่สถานีก็เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวครับคือ Plaza de Espana ตามชื่อสถานีนั่นหล่ะครับ
แต่ผมไปถึงช่วงเย็นที่ค่อนข้างย้อนแสงแล้วผมเลยยังไม่ได้แวะเที่ยวครับ เดินย้อนขึ้นไปที่ Temple of Debod ก่อนครับ

Temple of Debod เป็นวัดอียิปต์โบราณครับ
จริงๆแล้ววัดนี้เดิมทีเดียวตั้งอยู่ที่ทางใต้ของกรุง Aswan ในประเทศอียิปต์
แต่เมื่อมีการสร้างเขื่อนในเมือง Aswan ทำให้วัดดังกล่าวจะจมลงอยู่ใต้น้ำ
ทำให้ทางการอียิปต์ได้ยกวัดดังกล่าวให้กับสเปน
เพื่อเป็นการตอบแทนที่สเปนเคยช่วยปกปักษ์รักษาวัดอีกแห่งของอียิปต์เอาไว้ครับ

โดยที่ทางอียิปต์ได้มีการแยกชิ้นส่วนของวัดนี้และส่งมาที่สเปน
และได้มีการสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่งครับ
ทำให้วัดแห่งนี้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ความสัมพันธ์อันดีของประเทศสเปนและประเทศอียิปต์นั่นเองครับ

004-1395_Spain 005-1399_Spain-Panorama 006-1442_Spain

 

แต่การที่ผมมาที่ Temple of Debod จริงๆแล้วเป้าหมายหลักไม่ใช้การมาชม Temple of Debod หรอกครับ
แต่ว่าที่ตั้งของวัดนี้มันอยู่บนเนินเขาครับ ซึ่งจากริมเนินมันจะมองเห็นพระราชวังนั่นเองครับ
ผมก็มารอเพื่อที่จะเก็บแสงเย็นที่นี่แหละครับ แต่จากภาพที่ผมถ่ายมาที่ดูเว่อร์วังอลังกาลนั้นไม่ใช่ส่วนของพระราชวังนะครับ
แต่เป็นโบสถ์ครับ Almudena Cathedral ซึ่งเป็นโบสถ์ของวังที่ใช้ในงานพระราชพิธีของราชวงศ์นั่นเองครับ

ส่วนตัววังคืออาคารทรงสี่เหลี่ยมที่เห็นด้านล่างครับ
วังเห็นเล็กๆแบบนี้แต่ภายในนี่อลังกาลมากๆนะครับเรียกว่าแวร์ซายน์นี่ชิดซ้ายไปเลยครับ
ซึ่งผมเองมีแพลนที่จะไปเยี่ยมชมวังในวันรุ่งขึ้นครับ

007-1413_Spain 008-1410_Spain 009-1433_Spain

 

 

Royal Palace of Madrid

GPS : N40°25.07796 W003°42.8598
Metro Station : Opera
Ticket : 10 EUR (2014)

วันรุ่งขึ้นช่วงเช้าผมก็ไปเดินชมพระราชวังของกรุงมาดริดกันครับ โดยการเดินทางก็ไม่ยากอะไรครับ
นั่ง Metro ไปลงที่สถานี Opera ครับแล้วเดินไปทางทิศตะวันตกอ้อมโรงละครโอเปราไป
จะผ่าน Plaza de Oriente เป็นสวนที่อยู่หน้าวังครับ

010-1465_Spain

 

 

รูปทรงของวังจะเป็นสี่เหลี่ยมครับดูจากภายนอกแล้วไม่ได้เริ่หรูอลังกาลเท่าไหร่
011-1475_Spain

 

พอเข้าไปด้านในจะเป็นลานกว้างๆครับไว้สำหรับทำพิธีต่างๆครับ
โดยที่อยู่ติดกันจะเป็น Almudena Cathedral ครับ

012-1492_Spain 014-1518_Spain 015-1499_Spain 016-1507_Spain 017-1503_Spain

 

วังแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยอย่างเป็นทางการของราชวงศ์ของสเปนในกรุงมาดริดครับ
แต่ปัจจุบันนั้นใช้เพียงสำหรับการประกอบพิธีต่างๆของ King Felipe VI เท่านั้นครับ
โดยราชวงศ์นั้นปัจจุบันไปอาศัยอยู่ที่  Palacio de la Zarzuela ครับ
โดยทั่วไปแล้วพระราชวังนี้เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นมีพระราชกรณียกิจครับ
ซึ่งถ้าให้เปรียบกับบ้านเราก็คือพระบรมมหาราชวังที่วัดพระแก้วนั่นหล่ะครับ

สำหรับวังนี้ถ้านับเฉพาะพื้นที่วังแล้วถือเป็นวังที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเลยครับ
การตกแต่งภายในต้องบอกว่าสวยงามอลังการมากๆไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ
การแกะสลักล้วนอ่อนช้อยสวยงามอย่างมากครับ และที่สำคัญผมรู้สึกว่าวังแห่งนี้ยังเป็นวังที่มีชีวิต
ต่างจากพระราชวังอื่นๆหลายๆที่ที่ได้ไปชมมาเช่น พระราชวังแวร์ซายน์ที่แม้จะสวยงาม
แต่ที่นั่นมันดูไม่มีชีวิตเท่าไหร่… ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะพระราชวังมาดริดนั้นยังใช้งานอยู่จริงๆ
แม้จะไม่ได้เป็นที่อยู่อาศัยในปัจจุบันแล้วก็ตาม จึงต่างจากวังในประเทศอื่นๆ ที่ดูเป็นพิพิทธภัณฑ์มากกว่าดูเป็นที่อยู่อาศัยครับ
018-1528_Spain 019-1529_Spain

แต่น่าเสียดายที่พระราชวังนี้ห้ามถ่ายรูปอย่างเด็ดขาดครับ
จริงๆผมก็อ่านข้อมูลที่คนเคยรีวิวมาแล้วหล่ะครับ

แต่วันไปก็เสี่ยงเอาเพราะเค้าไม่ได้มีป้ายห้ามอย่างเป็นทางการ
ผมถ่ายมาได้ 1 รูปตรงบันไดทางขึ้นวัง เพราะเห็นหลายๆคนถ่ายภาพ เลยเอาบ้าง
ซึ่งพอขึ้นไปบนบันไดปุ๊บ ก็มีเจ้าหน้าที่ของวังมาแจ้งทันทีครับว่าที่นี่ห้ามถ่ายรูป

เลยไม่สามารถเอาภาพสวยๆจากในวังมาฝากเพื่อนๆได้ครับ
แต่ผมยังคงยืนยันอยู่ว่า พระราชวังที่นี่เป็นวังที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยครับ
ถ้าใครมีโอกาสไปที่สเปนที่มาดริด ต้องบอกว่าเป็นสถานที่เที่ยวต้องห้ามพลาดเลยครับ

อ้อจริงๆแล้วหลังพระราชวังจะมีสวนให้เดินด้วยนะครับ
แต่จะไม่ได้ใหญ่เท่าสวนที่แวร์ซายน์ครับ

ตอนเดินออกมาจากวังแวะถ่ายรูป Almudena Cathedral มาอีกรูปนึงครับ
จริงแล้วที่ Almudena Cathedral ก็สามารถเข้าไปชมได้นะครับเปิด  10:00-14:30 ทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ครับ

020-1648_Spain

Plaza de Espana

GPS N40°25.40238 W003°42.73428
Metro Station – Plaza de España

หลังจากเดินเที่ยวที่วังเสร็จผมเดินต่อไปทางเหนือของวังประมาณ 200 เมตรก็จะเป็นที่ตั้งของ  Plaza de España
ที่ผมผ่านมาเมื่อวานแต่ยังไม่ได้ถ่ายรูปครับ วันนี้เลยแวะมาเพื่อมาเก็บภาพนิดนึงครับ

Plaza de España ตั้งอยู่ปลายสุดถนน Gran Via ซึ่งเป็นถนนชื่อดังเก่าแก่และเป็นแหล่ง Shopping สำคัญของกรุงมาดริดครับ
ตรงกลางจตุรัสจะมีรูปปั้นของ Miguel de Cervantes Saavedra ซึ่งเป็นนักกวีผู้เขียนบทประพันทธ์ และบทละครชื่อดังของสเปนครับ

021-1675_Spain 022-1677_Spain 023-1697_Spain

Plaza Mayor

GPS N40°24.93168 W003°42.44508
Metro Station – Opera / SOL

บริเวณใกล้ๆกับ SOL จะมีจตุรัสชื่อดังอีกที่หนึ่งคือ Plaza Mayor ครับ
ซึ่งจตุรัสนี้สร้างตั้งแต่สมัย King Phillip III ในราวๆปี 1600 เพื่อเป็นศูนย์กลางทางการค้าของกรุงมาดริดครับ
โดยจตุรัสนี้จะมีตึกเก่าสามชั้นล้อมรอบอยู่โดยหันหน้าเข้ากลางจตุรัสทั้งหมด 237 ห้อง
ซึ่งจตุรัสแห่งนี้ถูกเปลี่ยนชื่อไปมากมายหลายครั้งตามเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในสเปนครับ
โดยชื่อแรกสุดชื่อว่า Plaza del Arrabal

แล้วก็เปลี่ยนเป็นชื่อ Plaza de la Constitución ในช่วงการทำรัฐธรรมนูญของสเปน
ซึ่งระหว่างนั้นก็มีการเปลี่ยนใช้ชื่อหลายชื่อมากอาทิ Plaza Real, Plaza de la República

จนสุดท้ายมากลายเป็นชื่อ Plaza Mayor หลังจากจบสงครามกลางเมืองในปี 1939 ครับ
อ้อรูปปั้นกลางจตุรัสที่เห็นนั้นเป็นรูปปั้นของ King Phillip III ครับ

027-1581_Spain 028-1594_Spain

 

 

 

Botin Restaurant , the oldest Restaurant in the world

GPS N40°24.85572 W003°42.46956
Metro Station – Opera / SOL

จาก Plaza Mayor เดินทางมาทางใต้ประมาณ 200  เมตร
เราจะเจอกับร้านอาหารที่เก่าที่สุดของโลกตั้งอยู่ครับ

โดยคำว่าร้านอาหารที่เก่าที่สุดของโลกนั้นทาง  Guinness World Records
ให้การรับรองและให้คำจำกัดความว่าเป็นร้านอาหารที่เปิดและยังไม่เคยปิดตัวลงเลยจนกระทั่งปัจจุบันครับ
ซึ่งปัจจุบันยังมีการใช้งานเตาแบบดั้งเดิมตั้งแต่เปิดร้านในปี 1725 อยู่ครับ

ราคาอาหารที่นี่ก็ไม่ได้แพงแบบเวอร์วังครับ
แต่ผมไม่ได้ทานเพราะคนต่อคิวยาวมากๆครับ
ที่หน้าร้านเค้าจะมีโมเดลของภายในร้านด้วยครับน่ารักเชียว

024-1609_Spain 025-1621_Spain 026-1624_Spain

Madrid, the Capital of Protest

ช่วงบ่ายเพื่อนผมคนนึงกลับไปนอนพักที่ห้องเนื่องจากหลังเดี้ยงจากการแบกกล้องเที่ยวมาตลอด  2  อาทิตย์ครับ
ส่วนผมก็เดินเก็บภาพในเมืองไปเรื่อยๆครับ
จนประมาณ บ่ายสามโมงผมนั่ง Metro ไปที่ Banco de España เพื่อเตรียมไปหามุมถ่ายภาพช่วงเย็น
ผมก็เจอกลุ่มคนมารวมตัวประท้วงกันครับ

สเปนนั้นได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการประท้วงกันมากที่สุดในโลก
มากจนมีคนตั้งสมยานามเก๋ๆให้ว่า the Capital of Protest กันเลยทีเดียวครับ
ซึ่งผมอยู่ที่สเปนมา 2 อาทิตย์ในวันเสาร์ทั้งสองวันที่อยู่ผมก็เจอการประท้วงตลอดครับ
ซึ่งในช่วงที่ผมไปมีกลุ่มชนกลุ่มหนึ่งที่ต่อต้านราชวงศ์สเปนครับ
พยายามประท้วงและรณรงค์ให้เกิดการทำประชามติเกี่ยวกับราชวงศ์ว่าจะไม่เอาราชวงศ์อีกต่อไปครับ
แต่เท่าที่ทราบการประท้วงนั้นก็ยังไม่สำเร็จครับ ยังคงไม่เกิดการทำประชามติในเรื่องดังกล่าว

029-1711_Spain 030-1723_Spain 031-1765_Spain

Plaza de Cibeles

GPS : N40°25.1601  W003°41.59602
Metro Station : Banco de España

หลังจากไปถ่ายรูปกลุ่มที่เค้าประท้วงกันแว๊บนึงผมก็เดินต่อไปที่ Plaza de Cibeles
เพื่อสำรวจมุมที่จะถ่ายภาพช่วงเย็นครับ เพราะเอาจริงๆแล้วที่มาดริดมีมุมให้ถ่ายภาพเยอะมากแต่ผมมีเวลาแค่ 2 คืน
เลยพยายามหามุมที่จะถ่ายภาพได้เยอะนิดนึงครับ

ที่ Plaza de Cibeles จะมี Landmark ที่สำคัญของกรุงมาดริดคือ The Cybele Palace และ Cybele’s Fountain ครับ

ตัว The Cybele Palace นั้นเดิมทีเป็นไปรษณีย์กลางของมาดริดครับ
ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ในย่าน SOL และเปลี่ยนที่นี่เป็น City Hall แทนในปัจจุบันครับ
032-1734_Spain

วันที่ผมไปน่าเสียดายมากที่มีการประท้วงทางการเลยมีการเอารั้วเหล็กมากั้นตรงน้ำพุครับ
แต่ในความโชคร้ายก็มีโชคดีอยู่บ้างคือเค้าปิดถนนครับ ทำให้ผทแอบเดินข้ามถนนไปตรงน้ำพุได้เลยเลยได้ถ่ายภาพระยะใกล้มาแว๊บนึงครับ
ก่อนที่ตำรวจจะมาบอกว่าไม่ให้ถ่าย 555

033-1760_Spain

จุดนี้เป็นจุดที่ผมรอถ่ายช่วง Twilight ครับ
ซึ่งก็สวยงามตามที่คาดหวังจริงๆครับ
แอบเสียดายที่เข้าไปจ่อถ่ายตรงน้ำพุไปได้เหมือนเมื่อตอนบ่ายแล้ว 555

035-1792_Spain 036-1802_Spain

Puerta de Alcalá

GPS : N40°25.1997  W003°41.32392
Metro Station : Retiro

ถัดจาก Plaza de Cibeles ไปอีกประมาณ 500 เมตรจะมีอีก Landmark หนึ่งของมาดริดคือ Puerta de Alcalá
เป็นเสมือนประตูเมืองครับ ตั้งอยู่ที่ Independence Square ประตูเมืองแห่งนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Neo-Classical
และถัดจากประตูเมืองไปไม่ไกลตรงหน้าสถานี Metro Retiro จะเป็นสวนสาธารณะ Parque del Buen Retiro ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าไปถ่ายรูปเล่นครับ
แต่ผมมีเวลาไม่พอเลยได้แค่ถ่ายรูปประตูเมืองอย่างเดียวครับ ซึ่งหลังจากถ่ายรูปนี้เสร็จผมก็ต้องรีบวิ่งไปถ่าย Plaza de Cibeles ต่ออีกครับ

034-1774_Spain

 

Gran Via Shopping Street

จุดท่องเที่ยวที่เป็นเสมือนสัญญลักษณ์ของกรุงมาดริด ที่บริษัททัวร์ต่างๆนำไปใช้โฆษณาหาใช่วังหรืออนุเสาวรีย์ครับ
แต่เป็นถนน Gran Via นี่แหละครับ ด้วยการที่ที่นี่เป็นแหล่งช๊อปปิ้ง และตัวสถาปัตยกรรมตึกที่ออกแบบได้อย่างสวยงามลงตัว
ทำให้หัวถนนที่นี่เป็นวิวที่บ่งบอกถึงความเป็นเมืองหลวงของสเปนได้อย่างดีที่สุดครับ

คำว่า Gran Via แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Great Way  ครับซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
เพราะมีร้านรวงแบรนด์เนมดังๆมากมายมาเปิดขายที่นี่ครับ และที่นี่นอกจากจะมีแหล่งช้อปปิ้งแล้ว
ยังมีโรงละครจำนวนมากเปิดอยู่ในถนนสายนี้ ซึ่งก็เป็นเสมือน Broadway แห่งสเปนนั่นเองครับ

037-1810_Spain

และที่ Gran Via จะมีจุดชมวิวมุมสูงอยู่ด้วยนะครับ โดยสามารถขึ้นตึก Círculo de Bellas Artes เพื่อถ่ายรูปมุมสูงได้ครับ
ค่าขึ้นแสนถูกเพียง 3 EUR เท่านั้นเองครับ สามารถใช้ขาตั้งกล้องได้ แต่ว่าจุดที่จะถ่ายรูปได้นั้นขาตั้งกล้องไหนก็เอาไม่อยู่ครับ
เพราะกำแพงเค้าทำเฉียงเข้าตึก สูงประมาณ 1.5 เมตรตั้งขาสูงสุดแล้วมุมถ่ายก็ยังไม่ได้ครับ
อย่างภาพนี้ผมเอาขาตั้งกล้องมาเป็นเป็นไม้เซลฟี่แล้วยกสูงจากพื้นประมาณ 2.5 เมตรเพื่อถ่ายให้ได้มุมนี้มาครับ
ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีภาพมุมนี้ที่เป็นช่วงเย็นเท่าไหร่นั่นเองครับ

 

039-1853_Spain

 

มุ่งหน้าสู่ Zaragoza

หลังจากจ่ายค่าที่จอดรถอันแสนแพงที่มาดริดไปแล้ววันที่ 8 ในสเปน
ผมก็ขับรถออกจากรุงมาดริดไปยังเมืองซาราโกซ่า ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ตรงกลางระหว่าง มาดริดกับบาเซโลน่าครับ
เมืองซาราโกซ่านั้นอยู่กลางทะเลทรายทำให้แถวนี้อากาศค่อนข้างร้อนครับ (เอาจริงๆแล้วสเปนก็ร้อนทั้งประเทศ 555)

ผมออกจากมาดริดประมาณเที่ยงครับก็ไปถึงซาราโกซ่าราราวๆบ่ายสามกว่าๆ

040-1-to Zaragoza

 

ที่ซาราโกซ่าผมพักที่โรงแรม  Hotel Paris Centro ซึ่งถือว่าถูกมาก
เป็นโรงแรมมีที่จอดรถใต้ดิน (ต้องเอารถลงลิฟท์) ในราคา 3 คน 57 EUR หรือคนละ 800 บาทเท่านั้นเองครับ

สำหรับที่ซาราโกซ่านั้นผมเที่ยวหลักๆ 2 ที่คือ
พระราชวัง Aljafería Palace และ Basilica of Our Lady of the Pillar ครับ
แล้วก็มีเดินเล่นแถวจตุรัสในเมืองเล็กน้อยครับ

040-2-Zaragoza

 

เมืองซาราโกซ่าที่ผมเห็นนั้นเป็นเมืองที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่จำนวนมากครับ
อารมณ์ Slow life สุดๆครับ แต่ผมไม่ชอบเพราะมันร้อน 55555

 

พระราชวัง Aljafería Palace

GPS N41°39.38658 W000°53.8305
Ticket 5 EUR

หลังจากผมเก็บของแล้วผมก็นั่งรถบัสไปที่พระราชวัง Aljafería Palace ครับ
ซึ่งจากแถวนั้นสามารถนั่งรถบัสสาย 32/33 ได้ครับ

วันที่ผมไปเป็นวันอาทิตย์ซึ่งที่ Aljafería Palace ให้เข้าฟรีครับ
ช่วงที่ผมไปช่วงบ่ายย้อนแสงอย่างเต็มๆเลยครับเลยไม่ได้ถ่ายภาพด้านนอกมาครับ
040-1910_Spain

ปราสาทนี้เป็นปราสาทที่สร้างตั้งแต่สมัยแขกมัวร์ยังคงเรืองอำนาจอยู่เช่นเดียวกับหลายๆปราสาทในสเปนครับ
ดังนั้นสถาปัตยกรรมของปราสาทจึงเป็นออกแนวแขกๆครับอันนี้เป็นภาพในสวนที่อยู่ภายในปราสาทครับ

041-1899_Spain 042-1900_Spain

 

อันนี้เป็นภาพภายในโถงด้านในครับ

043-1895_Spain 044-1892_Spain 045-1903_Spain

 

และเช่นเดียวกันกับที่วังอื่นๆคือที่ห้องโถงพระโรงจะหรูหรามากครับ
โดยเฉพาะในส่วนเพดานจะมีลวดลายแกะสลักไว้สวยงาม
046-1925_Spain 047-1929_Spain 048-1932_Spain 049-1938_Spain

 

Catedral del Salvador de Zaragoza

หลังจากเดินเล่นในพระราชวังเสร็จผมแวะไปเอาขาตั้งกล้องที่โรงแรม
แล้วก็ไปเดินเล่นแถวโบสถ์ประจำเมืองครับ
ที่ซาราโกซ่านั้น โบสถ์ประจำเมืองกลับไม่ใช่โบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองครับ
เพราะที่นี่มีโบสถ์อีกแห่งหนึ่งคือ Basilica of Our Lady of the Pillar ครับ
แต่โบสถ์ทั้งสองแห่งนี้อยู่ใกล้ๆกันครับ
แต่ช่วงที่ผมไปเป็นช่วงเย็นแล้วครับโบสถ์เลยปิดแล้วครับ
เลยถ่ายรูปเล่นแถวหน้าโบสถ์มาแทนครับ

050-1953_Spain 051-1961_Spain 052-1978_Spain 053-2073_Spain

 

Basilica of Our Lady of the Pillar

GPS : N41°39.40656 W000°52.7163
Ticket : Free

พอช่วงเย็นใกล้ๆพระอาทิตย์ตกผมก็ไปถ่าย Basilica of Our Lady of the Pillar ครับ
ซึ่งสามารถเดินถ่ายได้จากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำครับ ที่โบสถ์แห่งนี้เข้าฟรีนะครับ แต่ผมว่าข้างในไม่สวยเท่าไหร่
เรียกว่าสู้โบสถ์ที่ผมไปเที่ยวทางตอนใต้ของสเปนมาไม่ได้เลยครับ
โดยผมเดินถ่ายไล่จากสะพาน Puente de Santiago ผ่าน Macanaz Park ไปยังสะพาน Puente de Piedra

054-1986_Spain 055-1994_Spain 056-2037_Spain 057-2054_Spain

 

 

วันรุ่งขึ้นที่ผมจะเดินทางไปยังบาเซโลน่าช่วงเช้าผมเดินออกมาถ่ายโบสถ์และเดินเล่นในโบสถ์อีกรอบนึงครับ
แล้วก็ไปเก็บของมุ่งหน้าไปยังบาเซโลน่าที่เป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายของประเทศสเปนครับ

058-2078_Spain

 

 

มุ่งหน้าสู่ Barcelona เมืองหลวงแห่งแคว้นคาตาลัน

วันที่ 9 ของการอยู่ในสเปนวันนี้ผมขับรถไปที่เมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่งนั่นคือเมืองบาเซโลน่าครับ
โดยจากซาราโกซ่าขับรถไปราวๆ 300 กม.ครับ

059-1-toBarcelona

แรกทีเดียวก่อนเข้าที่พักผมแพลนว่าจะขับรถขึ้นไปบนเขา
ที่จุดชมวิวครับ แต่ว่าพอมาใกล้ๆเมืองผมรู้สึกว่าร่างกายล้ามากเลยครับ
เลยตัดสินใจไม่ไปครับตรงเข้าที่พักไปเลยครับ
โดยที่บาเซโลน่าผมจัดโปรแกรมไปเที่ยวตามนี้ครับ

Parc Guell
Familia Sagrada
Plaza De Catalunya (la rambla Street)
Ciutadella Park
Mont Juic
Olympic Park
Espana Plaza
Font Magica Montjuic

ซึ่งตอนแรกกะว่าจะจัดชิวๆเที่ยวช่วงสายๆ แล้วกลับมาพักที่ห้องพักแล้วค่อยไปเก็บแสงตอนเย็น
แต่ผมพลาดตอนจองที่พักที่บาเซโลน่าครับ เพราะที่พักในเมืองราคาค่อนข้างสูง
ผมเลยจองไปที่ใกล้ๆกับ Parc Guell ครับเห็นว่าไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้ามาก (ประมาณ ครึ่งกิโลเมตร)
แต่ปรากฎว่าเป็นครึ่งกิโลเมตรที่ต้องเดินลงเขา นั่นแปลว่าตอนขากลับผมจะต้องเดินขึ้นเขาประมาณครึ่งกิโลเมตรเพื่อกลับที่พักครับ

059-2-Barcelona
และที่น่าตบกระโหลกที่พักอีกอย่างหนึ่งคือโฆษณาว่าห่างจาก Parc Guell เพียง 400 เมตร
แต่มันเป็ระยะกระจัดการจะเดินไปจะต้องเดินอ้อมเขาราวๆ 1 กม. แถมต้องขึ้นเขาลงเขาอีกตะหากครับ

และอีกเรื่องที่ผมจะไม่ไปพักที่ Luxury Parc Guell อีกเลยครับ
ผมโดนโกงค่ามัดจำโรงแรมครับ เนื่องจากที่นี่เป็นลักษณะอพาร์ทเม้นท์ให้เช่า
ซึ่งเค้าคิดค่ามัดจำไปประมาณ 80 EUR แต่ในวันที่ผมออกนั้นตัวเจ้าของไม่ได้มาเองแต่ส่งแม่บ้านมา
แล้วพอโทรติดต่อเค้าก็บอกว่าจะโอนเงินมาให้แทน

ซึ่งพอกลับมาพวกผมยังไม่ได้เงิน พอตามไปก็เรื่องมากสุดๆ
บอกว่าโอนวิธีนั้นวิธีนี้ไม่ได้ แถมพอเรารีวิวลง Booking.com ว่าบริการที่พักไม่ดีก็มาว่าเรา
สุดท้ายก็ไม่ยอมโอนเงินค่ามัดจำคืนมาให้ครับ

เลยขอประจานตรงนี้ว่า Luxury Parc Guell ที่บาเซโลน่าไม่คืนเงินมัดจำให้ผม
ใครจะไปพักกรุณาคิดให้ดีๆและรอบคอบก่อนจองนะครับ

 

Familia Sagrada

GPS : N41°24.2166 E002°10.46166
Metro Station :  Sagrada Família (L2, L5)
Ticket : 15 EUR

สำหรับรีวิวที่บาเซโลน่าผมคงไม่ได้รีวิวเรื่องเส้นทางในแต่ละวันนะครับ
เพราะว่าสะเปะสะปะมากครับ ด้วยความที่อากาศร้อนมาก และร่างกายเหนื่อยจัดจึงไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมาจริงจังเท่าไหร่ครับ
เน้นไปเที่ยวเดินเล่นเสียมากกว่าครับ

Familai Sagrada ปัจจุบันน่าจะถือว่าเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองบาเซโลน่า
แต่ไม่ใช่ Cathedral ครับเพราะว่าโบสถ์ที่ยี่ยังสร้างไม่เสร็จ และไม่เคยมีบิชอฟมาอาศัยอยู่
(ปกติแล้วโบสถ์ประจำเมืองที่จะได้ใช้คำว่า Cathedral นั้นจะเป็นโบสถ์หลักที่มีบิชอฟมาอาศัยอยู่ในนั้นครับ)

โบสถ์แห่งนี้เริ่มสร้างในปี 1882 และมีศิลปินเอกของเมืองคือเกาดี้เป็นผู้ออกแบบครับ
ซึ่งแม้ว่าในปัจจุบันเกาดี้จะตายไปแล้ว.. โดยที่โบสถ์ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์
แต่ในทุกวันนี้โบสถ์ก็ยังคงก่อสร้างไปตามที่เกาดี้ได้เป็นผู้ออกแบบไว้ครับ

จากภาพจะเห็นว่าเครนกำลังทำงานอย่างแข็งขันเลยทีเดียวครับ 555

059-2109_Spain 060-2110_Spain

ส่วนหนึ่งที่สร้างได้ช้านั้นก็เป็นเพราะเกาดี้ได้ออกแบบลายละเอียดไว้อย่างมากครับ
โดยเป็นที่คาดการณ์กันว่าโบสถ์แห่งนี้จะเสร็จราวปี 2026 หรือในวันครบรอบ 100 ปีของการจากไปของเกาดี้นั่นเองครับ
เราก็ต้องมาลุ้นกันหล่ะครับว่าโบสถ์จะเสร็จได้ตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ครับ

061-2127_Spain 062-2129_Spain

 

เนื่องจากที่นี่ถือเป็นไฮไลท์หลักของเมืองบาเซโลน่าซึ่งนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเที่ยวที่นี่ครับ
ทำให้ที่นี่นักท่องเที่ยวมาต่อแถวกันยาวมากครับ ผมแนะนำให้จองมาล่วงหน้าก่อนมาซัก 1 วันครับ
เอาจริงๆก่อนถึงซัก 2 ชม.ก็ได้ เพราะตอนที่ผมไปพารู้ว่าต่อแถวนานมากผมเลยเข้าเว็บไปจองคิวในอีก 2 ชม. ข้างหน้า
แล้วไปกินข้าวกลางวันก่อนครับ

แต่บอกได้เลยว่าอย่าตัดใจจากการเยี่ยมชมที่นี่นะครับ
เพราะภายในดูอลังมากครับ และเกาดี้ได้ใส่จินตนาการของแกลงไปอย่างสุดๆจริงๆครับ
รูปอาจจะเยอะนิดนึงนะครับ แต่อยากให้เห็นจริงๆครับ กับจินตนากาลสุดล้ำของเกาดี้

ปล. ผมดูภาพแล้วนึกถึงการ์ตูนประมาณดาร์กอนบอลยังไงไม่รู้
แบบว่าเหมือนเป็นสถาปัตยกรรมจากดาวนาเม็กอะไรอย่างนั้น 555

063-2133_Spain 064-2135_Spain 065-2137_Spain 066-2138_Spain-Panorama 067-2142_Spain 068-2143_Spain 069-2147_Spain 070-2154_Spain 071-2160_Spain 072-2168_Spain 073-2183_Spain

 

 

Barcelona Cathedral

GPS : N41°23.03844 E002°10.57422
Metro Station : Jaume I  (L4)

โบสถ์หลักของเมืองสร้างขึ้นตั้งแต่ราวๆ 800 ปีที่แล้วครับ
แต่ที่นี่ผมไม่ได้เข้าไปด้านในมาครับ ได้แต่ถ่ายรูปแต่ด้านนอกมาครับ

074-2191_Spain 075-2196_Spain

 

 

Ciutadella Park

GPS : N41°23.28936 E002°11.15964
Metro Station :Ciutadella | Vila Olímpica  (L4)

ที่นี่ผมไปเที่ยวหลังจากเดินเล่นที่ Familia Sagrada เสร็จครับ
สามารถเดินไปได้เลยโดยไม่ต้องนั่ง Metro ไปครับ
ซึ่งที่สวนแห่งนี้สร้างตั้งแต่ราวๆปี 1850 ครับ
เมื่อก่อนถือเป็นสวนสาธารณะเพียงสวนเดียวในบาเซโลน่าครับ

ปัจจุบันที่นี่เป้นที่ตั้งของสวนสัตว์ด้วยครับ
ที่กลางสวนจะมีน้ำพุสวยงามเลยครับ

076-2199_Spain 077-2209_Spain

Arco de Triunfo de Barcelona

GPS : N41°23.46252 E002°10.83864
Metro Station :Arc de Triomf  (L1)

ประตูชัยที่บาเซโลน่าถูกสร้างขึ้นในสมัยที่มีการจัดงาน 1888 World Fair ที่จัดขึ้นที่บาเซโลน่าครับ
ซึ่งตั้งอยู่ติดกับสวน Ciutadella เลยครับ

078-2235_Spain 079-2238_Spain

 

Montjuic

GPS : N41°21.84384 E002°10.04958
Metro Station :Plaza Espanya (L1 L3 L8) แล้วต่อรถเมล์สาย 150

อีกจุดที่เป็นสถานที่ยอดฮิตในการมาเที่ยวซึ่งต้องมีเวลาซักครึ่งวันจึงจะเดินหมดคือที่ Montjuic ครับ
Montjuic เป็นเนินเขาที่อยู่ติดทะลเครับซึ่งไม่มีรถไฟ Metro ไปถึงโดยเราจะต้องนั่ง Metro มาลงที่สถานี  Plaza Espanya
เพื่อต่อรถเมล์สาย 150 ครับ โดยที่ Plaza Espana เองก็ถือเป็นจตุรัสใหญ่ที่สำคัญของเมืองบาเซโลน่าเช่นกันครับ

095-2395_Spain

จริงๆแล้วที่ผมจะไป Montjuic นั้นก็เพื่อจะไปหามุมถ่าเมืองบาเซโลน่าในมุมสูงครับ
ซึ่งตอนแรกผมเข้าใจว่าถ่ายมาจากสุดสายที่ Montjuic ครับ แต่ไม่ใช่ครับ
และตอนที่ผมไปตอนเย็นในส่วนปราสาทของ Montjuic ก็ปิดไปแล้วด้วยครับ

ซึ่งที่ Montjuic ในสมัยก่อนเป็นปราสาทป้อมปราการครับใช้ในการป้องกันภัยทางทะเล
แต่ในปัจจุบันในฝั่งทะเลได้กลายเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปไปแล้วครับ
ซึ่งบริเวณรอบๆก็จะมีพื้นที่ให้เดินไปจุดชมวิวท่าเรือได้ครับ ซึ่งมีคนจำนวนมากมานั่งเล่นปิคนิคแถวๆนี้ครับ

080-2248_Spain 081-2267_Spain 082-2276_Spain

 

 

​Olympic Park

GPS : N41°21.88872 E002°9.33624
Metro Station :Plaza Espanya (L1 L3 L8) แล้วต่อรถเมล์สาย 150 (อยู่กลางทางก่อนถึง Montjuic)

เมื่อปี 1994 บาเซโลน่าได้เป็นเจ้าภาพในการจัดกีฬาโอลิมปิคครับ
ครั้งที่ใช้การยิงธนูในการจุดคบเพลิงนั่นหล่ะครับ ซึ่งได้มีการสร้างสนามกีฬา และศูนย์ Press ขึ้นที่ Montjuic นี่ครับ
โดย Landmark หลักๆของที่นี่คือเสาโทรคมนาคมที่ใช้ในการสื่อสารในสมัยนั้น
และสนามกีฬาโอลิมปิคนี่แหละครับ
ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นเสมือนสวนสาธารณะที่คนมาวิ่งออกกำลังกายกันครับ

088-2411_Spain 089-2413_Spain 090-2444_Spain 091-2470_Spain 092-2451_Spain 093-2473_Spain 094-2476_Spain

 

 

National Art Museum of Catalonia / Font Magica Montjuic

GPS : N41°22.1061 E002°9.21564
Metro Station :Plaza Espanya (L1 L3 L8) แล้วเดินหรือนั่งรถเมล์สาย 150 ไปที่ Olympic Park แล้วเดินลงมา

บริเวณส่วนล่างของ Montjuic จะมีที่เที่ยวอีก 2-3 จุดครับนั้นคือ National Art Museum of Catalunya ครับ
ซึ่งบริเวณนี้นี่แหละครับที่เป็นจุดที่สามารถถ่ายวิวเมืองบาเซโลน่าได้ครับ โดยหากเราไปเที่ยวที่ Olypic Park แล้วจะสามารถเดินลงมาได้ครับ
มันจะมีทางเชื่อมอยู่เป็นบันไดเลื่อนครับ หรือจริงๆแล้วเราอาจจะนั่ง Metro มาลงที่ Plaza Espanya แล้วเดินมาก็ได้ครับ
ระยะเดินประมาณครึ่งกิโลเมตรครับ จากนั้นจะเป็นบันไดเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆครับ ภาพนี้เป็นภาพที่ถ่ายมาจาก Plaza Espanya ครับ

096-2528_Spain

 

จริงแล้วตรงทางขึ้นนั้นจะมีน้ำพุอยู่ครับชื่อว่า Font Magica Montjuic แต่วันที่ผมไปเป็นช่วงเย็นซึ่งเค้าปิดน้ำพุไปแล้วครับ
เลยอดได้ภาพสวยๆเลยครับ

บริเวณนี้ช่วงเย็นๆจะมีชาวคาตาลันจำนวนมามานั่งเล่น นั่งร้องเพลงกันครับ วันที่ผมไปมีชาวแขกพาลูกมาพยายามถ่ายแบบด้วยครับ
แต่ดูแล้วเด็กไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าไหร่  555 ผมก็รอให้เค้าถ่ายไปครับ เพราะเค้ามาถ่ายในมุมที่ผมเล็งจะมาเก็บแสงช่วง Twilight พอดีครับ

ด้านล่างสุดของบริเวณนนี้จะมีเสาโรมันอยู่  4 ต้นครับ ซึ่งเป็น Background ของน้ำพุที่ผมตั้งใจจะมาดูในตอนแรกครับ

102-2578_Spain

แล้วพอเลยขึ้นไปจะมีส่วนของน้ำตกที่ไหลลงมาจากพิพิทธภัณฑ์ครับ
ซึ่งก็เช่นกันตอนผมไปเค้าปิดน้ำตกไปเรียบร้อยแล้วแต่ก็ดีครับทำให้ผมได้ถ่ายภาพมุมสะท้อนน้ำแทน 555

101-2570_Spain 100-2567_Spain

ส่วนภาพนี้เป็นภาพที่ถ่ายจากหน้าพิพิทธภัณฑ์ครับ
มองลงไปข้างล่างจะเห็นเสาโรมัน และเห็นไกลไปถึง Plaza Espanya เลยครับ

099-2320_Spain 098-2312_Spain

 

แล้วจากหน้าพิพิทธภัณฑ์ถ้าเราหันหน้าเข้าให้เดินไปทางซ้ายก็จะเป็นจุดชมวิวเมืองบาเซโลน่าครับ
มองไปจะเห็นโบสถ์ Familia Sagarada โดดเด่นเป็นสง่าอยู่ในเมืองครับ

Barcelona Spain

Parc Guell

GPS : N41°24.87012 E002°9.1623
Metro Station : Lesseps (L3) หรือ Vallcarca (L3) แล้วเดินไปอีกประมาณ 1.5 km (จะมีบันไดเลื่อนขึ้นเนินให้ครับ)
Ticket : 7 EUR

Parc Guell เป็นสวนสาธารณะบนเนินครับซึ่งที่แห่งนี้ก็จะมีอาคารที่เกาดี้เป็นผู้ออกแบบอีกเช่นเคยครับ
ซึ่งด้วยรูปทรงและจินตนาการในการออกแบบของเกาดี้ก็ทำให้ที่นี่เป็นอีกที่ที่นักท่องเที่ยวตำนวนมาหลั่งไหลมาเที่ยวกันครับ
โดยที่นี่ควรจองตั๋วออนไลน์มาครับ เนื่องจากเค้ามีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้เข้า  400 คนทุกครึ่งชั่วโมงครับ
ซึ่งช่วงที่ผมไปผมไม่ได้จองทำให้ผผมต้องรอเพื่อเข้าที่นี่นานประมาณเกือบๆ 2 ชม.เลยครับ

ตึกทรงแบบนี้นี่แหละครับเป็นสัญลักษณ์ของเกาดี้เค้าเลย

084-2327_Spain

แต่วันที่ไปที่นี่ผมค่อนข้างเหนื่อยมากครับ แถมแดดยังแรงอีกด้วยครับ
เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมาเท่าไหร่ แต่ที่นี่ก็ถือเป็นสถานที่นึงที่มีจุดให้ถ่า Protrair ได้เยอะเลยครับ
วันที่ไปผมเห็นคนมาถ่ายภาพ  Pre Wedding กันด้วยครับ

085-2353_Spain 086-2373_Spain 087-2384_Spain

 

 

บทสรุปประเทศสเปนและค่าใช้จ่ายต่างๆ

ทั้งหมดนี้คือสถานที่เที่ยวในประเทศสเปนที่ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวมาในช่วงเวลาประมาณ 12 วันครับ
ซึ่งความรู้สึกส่วนตัวแล้วผมว่าสเปนเป็นประเทศที่น่าทึ่งนะครับ จากเดิมทีที่คนส่วนมากรวมทั้งผมเองด้วย
จะคิดว่าประเทศในยุโรปที่สวยๆนั้นต้องไปเที่ยวอิตาลี ฝรั่งเศส เป็นหลัก แต่หลักจากการที่ผมได้มาเที่ยวที่สเปนแล้ว
ผมกลับรู้สึกว่าด้วยประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมและอารยธรรมต่างๆแล้ว ประเทศสเปนมีอยู่ครบถ้วนจริงๆครับ

ส่วนตัวแล้วโดยภาพรวมผมว่าที่เที่ยวสวยและเยอะกว่าฝรั่งเศสอีกครับ
ยกตัวอย่างเช่นพระราชวังที่มาดริดก็สวยงามชนะเลิศกินขาดพระราชวังแวร์ซายน์ไปเยอะเลยครับ
แต่ฝรั่งเศสนั้นมีดีที่มีหอไอเฟล และมีพิพิทธภัณฑ์ลูฟเป็นจุดเด่นให้คนอยากไปครับ

สำหรับค่าใช้จ่ายไม่รวมตั๋วเครื่องบินที่ประเทศสเปน 11 วันกว่าๆ ทั้งหมดก็อยู่ที่ 43,000 บาท
ซึ่งถ้าหักค่ารถแบ่งไปเป็นค่าใช้จ่ายของตอนอยู่ที่ฝรั่งเศสด้วยก็จะอยู่ที่ราวๆ  38,000 บาท (ตอนที่ไป EUR ละ 45 บาท)
(ผมเช่ารถช่วงนี้ 20 วันใช้ทั้งสเปนและฝรั่งเศส) หรือถ้าเช่ารถแล้วคืนรถในสเปนเองด้วยจะยิ่งถูกไปกว่านี้
เพราะว่าผมโดนค่าคืนรถต่างประเทศไปหลายบาทอยู่ครับ

ซึ่งถ้าเราเที่ยวเฉพาะสเปนในระยะเวลา 12 วันแล้วรวมค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับผมคิดว่าไม่เกิน 55,000 บาท
สามารถเที่ยวได้อย่างสบายๆเลยหล่ะครับ ซึ่งถือว่าถูกมากสำหรับการเที่ยวในยุโรปครับ

104-Spain-Expense

 

สำหรับวันนี้ต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ติดตามรับชมรีวิว ชุด Journey of Western Europe มาตลอดทั้ง 5 ตอนครับ

ซึ่งจริงๆแล้วทริปนี้ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ฝรั่งเศสด้วยครับ
แต่สำหรับฝรั่งเศสนั้นเป็นประเทศที่ผมได้มีโอกาสไปมาหลายครั้งครับ
แต่ส่วนมากแต่ละครั้งจะอยู่ไม่นานเท่าไหร่
หรืออยู่นานก็เป็นลักษณะเที่ยวแบบ Slow Life ชิวๆแทน ไว้ผมจะมารีวิวแบบรวบยอดอีกทีนึงนะครับ

หวังว่ารีวิวทั้ง 5 ตอนนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆได้ออกไปชมโลกกว้างสีน้ำเงินใบนี้ในเร็ววันนะครับ
และหวังว่าประเทศสเปนและโปรตุเกสจะเป็นประเทศทางเลือกให้เพื่อนไปเที่ยวในการเดินทางไปเที่ยวยุโรปครับ

เพราะ 2  ประเทศนี้ก็ถือว่าเป็นประเทศที่ค่าครองชีพค่อนข้างถูกครับ
เรียกว่าถ้านับๆรวมกันแล้วผมเที่ยวที่ประเทศสเปนและโปรตุเกส 19 วัน
ผมใช้เงินไปเพียง 56,000 บาท ถ้าสามารถหาโปรตั๋วเครื่องบินซักหมื่นกลางๆ
ก็เท่ากับว่า 19 วันใน 2  ประเทศนี้จะใช้เงินเพียง 70,000 บาทเท่านั้นครับ
ซึ่งนี่เป็นราคาสมัยที่ EUR ละ 45 บาทนะครับ
แต่ปัจจุบัน EUR ตอนนี้ตกเพียง 37 บาทหรือถูกไปจากนี้ราว 15% เลยครับ

สำหรับวันนี้ขอลาไปแต่เพียงเท่านี้
ขอบคุณ และ สวัสดีครับ

พาลูกเที่ยว: Taiwan Trip#1Novotel Taipei Taoyuan Airport เหมือนติดเกาะอยู่กลางสนามบิน

0
พาลูกเที่ยว,ไต้หวัน,ที่พัก,Novotel Taipei Taoyuan Airport ,โปรโมชั่น,accor,ที่พักใกล้สนามบิน,ที่เที่ยวในไต้หวัน

พาลูกเที่ยว,ไต้หวัน,ที่พัก,Novotel Taipei Taoyuan Airport ,โปรโมชั่น,accor,ที่พักใกล้สนามบิน,ที่เที่ยวในไต้หวัน

ช่วงนี้พาออกต่างประเทศบ่อยๆนะครับ ครอบครัวนี้มีนักเดินทางตัวเล็กตัวน้อยเที่ยวเก่งกันทั้งบ้าน รอบนี้พาทุกคนไปเที่ยวไต้หวันกัน และไหนๆแล้ว ทริปนี้มีโอกาสเข้าพักที่ดี๊ดีจนอยากหยิบมาแนะนำกันเผื่อใครอยากจะตามรอยครอบครัวเราก็ได้เลยที่นี่คือ Novotel Taipei Taoyuan Airport ที่พักที่ใกล้สนามบินที่สุด ของไต้หวัน เอาล่ะจะเป็นไงslide ลงไปดูกันเลยดีไหมครับ ตามปันมาเลย

ปั่นตะโกนบอกฟ้าที่ผาบอกรัก พิษณุโลก – เพชรบูรณ์

0

Vol10-15

สวัสดีครับ วันนี้ Tummeng Travel กลับมา ชวนเพื่อนๆ ไป ปั่นจักรยาน ชิลล์ๆ กันอีกครั้งนะครับ

วันนี้ เป็นการ ไปปั่น ที่ จังหวัด พิษณุโลก และ เพชรบูรณ์ กับ ทริปของ นกแอร์ ที่จัดขึ้นเมื่อเดือน เมษายน

ที่ผ่านมา ครับ โดยใช้ชื่อทริปว่า ปั่นตะโกนบอกฟ้า ที่ผาบอกรักครับ

เส้นทางปั่น จะโหด มันส์ ฮา ขนาดใหน ตามมาชมกันได้เลยครับ

หาก ท่านใดต้องการ ติดตามชมรีวิวเก่าๆของผมสามารถเข้าไปดูได้ที่ http://pantip.com/profile/243129

ส่วนใครอยากติดตามผลงานแบบอัพเดตทันใจ เชิญได้ที่ แฟนเพจ https://www.facebook.com/TummengMagazine

page

จากที่หลายๆทริปที่ผ่านมา นกแอร์ มักจะจัดทริป ปั่นจักรยาน ตามหลายๆจังหวัด ตามคำเชิญของแต่ละพื้นที่ มาคราวนี้

ก็ออกมาปั่น กันที่ พิษณุโลก – เพชรบุรณ์ โดยมี เส้นทางการปั่นๆ หลักๆ อยู่ที่อุทยาน แห่งชาติภูหินร่องกล้า ครับ

และผม ในฐานะ ที่ติดตามทริปปั่นจักรยาน มากับนกแอร์แทบทุกทริป ก็เลย ได้ โอกาส มาร่วมทริปครั้งนี้ด้วยอีกครั้ง

map

เส้นทางปั่นหลักๆของทริปนี้ ก็ตามในแผนที่นี้เลยครับ เผื่อใครสนใจจะไปปั่นตามรอย ครับ

_MG_3574

มาเริ่มกันที่ สนามบินดอนเมืองครับ เช็คอิน โหลดกระเป๋า และโหลดจักรยานขึ้นเครื่องฟรี กับนกแอร์ ครับ แต่ต้องห่อ และ ปล่อยลมยางให้เรียบร้อยก่อนโหลดขึ้นไป

_MG_3584

กทม-พิษณุโลก ใช้เวลาเดินทางไม่นานครับ ประมาณ 45 นาที เท่านั้น เราก็มายืนอยู่ที่สนามบิน พิษณุโลกกันแล้ว

_MG_3587

หากใครต้องการไป สุโขทัย อุตรดิตถ์ ก็ต่อรถไปได้เลยครับ นกแอร์มีบริการ

_MG_3588

จุดหมายแรก เราไปแวะ เปลี่ยนเสื้อผ้า และ รับประทานอาหารว่างกันที่ ร้านกาแฟ และ รีสอร์ท ชื่อดังเมืองพิดโลก คือ เรนฟอร์เรส ครับ

_MG_3590

มีอาหารว่าง ชากาแฟ เตรียมพร้อม เพราะ ต้องนั่งรถออกมานอกเมืองเพื่อไปยังจุดเริ่มปั่นจุดแรกครับ นั่งรถออกมาเป็นชั่วโมง เหมือนกันครับ

_MG_3592

และแล้วก็มาถึงยังจุดเริ่ม ปั่นจักรยานครับ ครั้งเรา เริ่มต้นกันที่ “วัดสามแสงธรรม” ห่างจากทางเข้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ประมาณ 10โล 

_MG_3596

นักปั่นก็เอาจักรยาน ที่ใส่มาในรถหกล้อ ลงมา ประกอบ เติมลมยางอีกครั้ง เพื่อเตรียมพร้อมปั่นกันวันนี้

_MG_3602

ทริปนี้มีแขกรับเชิญ พิเศษ คือ ครูแนท the voice ครับ ขวัญใจ ผม ตอนนั้น ผมอุส่าเชียร์ โหวต ไป 1 ครั้ง อิอิ ครั้งมาเจอเลยขอถ่ายรูปคู่ซะหน่อย  โดยครูแนท ก็ชอบปั่นจักรยานด้วยครับ ครั้งนี้ เอาจักรยานมาเองเลย

_MG_3620

ส่วนแขกรับเชิญอีกท่าน เป็นผู้ชายครับ คุณหมอล๊อต สัตว์แพทย์ ผู้โด่งดัง ที่ชื่นชอบในการปั่นจักรยาน เช่นกัน

_MG_3607

หลักจากจัดแต่งจักรยานกันแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะปล่อยตัวแล้วครับ มาถ่ายรูปหมู่กันก่อน จะเริ่มปั่นครับ

_MG_3623

เมื่อเริ่มปั่น ทุกคนก็ ควบจักรยานคู่กาย ออกมาปั่น ทันที นำขบวนโดยหมอล๊อตสุดหล่อขวัญใจสาวๆ

_MG_3628

จริงๆ ตามกำหนดการ จะเริ่มปั่น 4 โมงเย็น แต่ เนื่องจาก ความล่าช้าหลายอย่าง กว่าจะปั่นได้จริงๆ ปาเข้าไปเกือบ 5 โมงเย็นครับ

โดยระยะทางในช่วงแรกๆ เป็นทางเรียบผ่านหมู่บ้าน เล็กๆ ทุกคนก็ปั่นกันสบายๆ ครับ

_MG_3640

ปั่นไปได้ ระยะนึง ก็เริ่มจะมีลงเนิน ขึ้นเนิน บ้างละครับ นักปั่นหลายคน ที่ร่างกายไม่พร้อม ก็เริ่มจะหมดแรง

_MG_3642

ส่วน คนที่ ฟิต มาดีก้ยังปั่นได้แบบสบายใจครับ มีเนิน เล็กๆ ไม่กี่เนิน  แต่ เวลาก็เริ่มผ่านไปเร็ว

_MG_3635

ปั่นกันยังไม่ถึงจุด พักแรก พระอาทิตย์ก็เริ่มจะลับขอบฟ้าซะแล้ว

_MG_3637

ถึงแม้จะเริ่มมืด แต่ก็ยังคงปั่นกันได้ ยังพอมองเห็นทาง อีกอย่างเส้นทางนี้ รถวิ่งไม่ค่อยเยอะ

ถือว่ายังปลอดภัยระดับนึง และยังมีรถนำขบวนคอย แจ้งเป้นระยะ ว่ามีรถสวนทางมา

_MG_3669

ในที่สุดก็มาถึง จุดพักจุดแรกครับ ที่ ปากทางเข้า อุทยานภูกินร่องกล้า  แวะพักดื่มน้ำ พักขากันก่อน เพราะ หลังจากนี้ จะเป็นการปั่นขึ้นเนิน อย่างเดียว เพรียวๆ เลยครับ จากปากอุทยาน ไปยังที่ว่าการอุทยาน

_MG_3687

 

ยกที่สองเริ่มต้นขึ้นแล้วครับ เป้นการปั่นขึ้นเนิน ในเวลาพลบค่ำ จักรยานต้องเปิดไฟ ที่ติดมากับรถด้วยครับ เพื่อความปลอดภัย

นักปั่นหลายๆคน ปั่นขึ้นมาได้ ไม่ถึงครึ่งทาง ก็ต้องยอมแพ้ ขึ้นรถเซอร์วิส แทนครับ เพราะ เส้นทาง โหดมาก ครับ

_MG_3694

แต่หลานคนก็ยัง ตั้งใจปั่น ขึ้นไปให้ไกลที่สุด ด้วยกำลังใจอันแน่วแน่ ส่วนใหญ่จะปั่นขึ้นมาได้แค่ครึ่งทางเท่านั้นครับ ก้ต้องยอมแพ้ไปเพราะ หมดแรง และ เส้นทาง ก็มืดเกินไปด้วยครับ เนื่องจากเราเริ่มปั่นกันช้าไปหน่อย

สุดท้ายมีคนปั่นถึง ที่ว่าการอุทยานแค่ 4 คนเท่านั้นครับ และคืนนั้น เราเข้าพักกันที่ บ้านพักเรือนรับรองของอุทยาน มีปารืตี้มื้อค่ำกันเล็กน้อยเป็นการ โชว์ร้องเพลงจาก ครูแนท เดอะว๊อยซ์ ครับ ก่อนจะกลับมานอนกันด้วยความอ่อนเพลีย

 

_MG_3704

ตื่นเช้าขึ้นมา วันที่ 2 อากาศดีมากครับ ทั้งที่ ช่วงที่ไปเป็นเดือน เมษายน แต่ อากาศ ที่ภูหินร่องกล้า ในตอนเช้า อุณหภูมิแค่ 20 องศา นิดๆ เท่านั้น บางคนก็ออกมาปั่น ชมวิว ชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้ากัน  บางคนก็ออกมานั่งทานอาหารเช้า ที่ร้านค้าสวัสดิการ

_MG_3712

หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จแล้ว เราก็ มานั่งฟังวิทยากร พูดถึงความเป้นมาคร่าวๆ ของภูหินร่องกล้า กันสักนิดนึงครับ

_MG_3721

หลังจากฟังเสร็จแล้ว ก็ออกมาเตรียมพร้อมปั่นเสตรจ ที่ 2 ของทริปกันครับ โดย ช่วงที่สองนี้ จะเป้นการปั่น ภายใน อุทยานภูหินร่องกล้า  จะมี ขึ้นเนินลงเนินบ้าง แต่ไม่ได้ขึ้นหนักเหมือน เมื่อวานเย็น

_MG_3727

จุดแรกที่ไป ก็คือ ลานหินแตกครับ ปั่นออกจาก ที่ว่าการแปบเดียว ลงเนินซะส่วนใหญ่

_MG_3731

เมื่อมาถึงก็เอาจักรยานจอดไว้ด้านนอก แล้วเดินเข้าไปครับ

_MG_3734

ปัญหานิดหน่อย ตรงนี้ คือ นักปั่นหลายท่านใส่รองรองเท้าสำหรับปั่นจักรยาน ทำให้เดินลำบาก อยู่บ้าง สำหรับที่นี่ บางคนถึงขั้นถอดรองเท้าเดิน แต่หินก็ร้อนซะ เท้าเกือบสุก

_MG_3740

เดินเข้าไป 400 เมตร ก็ถึง ลานหินแตก ซึ่งเป็น สมรภูมิรบ ที่โชกโชน ในสมัยก่อน หากใครอยากรู้ประวัติลองไปหาอ่านดูได้ครับ ให้เล่าตรงนี้ สามวันอาจจะไม่จบ 555

_MG_3747

จุดที่สองที่ไปคือ ลานหินปุ่ม ครับ แต่เนื่องจาก เวลามันกระชั้นมาก เลยไปถึงแค่ ทางเข้า แล้ว ก็ต้องรีบปั่นออกมา เพราะ จุดหมายหลักของวันนี้ อยู่อีกที่ หนึ่ง รอบนี้ มีปั่นย้อนขึ้น มาบ้างแล้วครับ

_MG_3749

บางคนที่ร่างกายไม่พร้อม ก็ขึ้นรถ เซอร์วิส ไปครับ

_MG_3798

และแล้ว ก็มาถึงจุดหมายสุดท้าย ของการปั่นทริปนี้ ครับ คือ จุดชมวิวแห่งใหม่ ของ อุทยานภูหินร่องกล้า  นั้นคือ ผาบอกรักครับ

_MG_3789

เป็นจุดชมวิว ที่ มีผาหิน ยื่นออกไป มองเห้น ทิวป่า และยอดดอย สวยงาม ครับ

_MG_3810

จริงๆ น้องจากผาบอกรัก ยังมีอีกหลายผา นะครับ ไกล้ๆ กัน แต่ละผาก็มีชื่อ ต่างกันไป ทั้งผาคู่รัก ผาไททานิค และอีกหลายผา ต้องลองไปดูกันเองครับ

_MG_3801

ใหนๆ ก็มาแล้ว ก้ต้องตะโกน ให้สมกับชื่อทริป ปั่นตะโกนบอกฟ้า ที่ผาบอกรักสักหน่อย

_MG_3823

 

_MG_3824

หลังจากออกจาก อุทยานภูหินร่องกล้า คณะเราก็ นั่งรถไปยังเขาค้อ เพื่อที่จะไป ทานอาหารเที่ยง ซึ่งเลทมาจนเกือบ บ่ายสองโมง ที่ เขาค้อทะเลภู

ทานข้างเสร็จ ก็ เดินทางไปยัง วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว วัดชื่อดัง ของเขาค้อครับ

_MG_3831

หลายๆคนคงเคยมาที่นี่กันแล้ว ตอนผมมาครั้งแรก และ ครั้งที่ สอง พระเจ้า 5 พระองค์ นี้ ยังสร้างไม่เสร็จ เลยนะครับ แต่ตอนนี้ สร้างเสร็จแล้ว

_MG_3838

มากี่ครั้งก้ยังคนเยอะเช่นเดิม สำหรับวัดนี้ ครับ แต่ความสวยงามก็ยังคงมี เสมอ

_MG_3842

_MG_3848

_MG_3854

แดดออก สลับกับเมฆ ครึ้ม เล่นเอาถ่ายภาพยากเอาการครับ

_MG_3857

_MG_3862

ใช้เวลา อยู่ที่วัด ประมาณ 1 ชั่วโมง เราออกเดินทางไปยัง ร้าน story of cup อีกหนึ่งร้านดัง ของเขาค้อครับ เพราะ แวะ จิบกาแฟ น้ำชา ยามบ่ายๆ เย็นๆ

_MG_3882

_MG_3875

ก่อนจะตรงดิ่ง กลับเข้าไปยังที่พัก ที่ตัวเมืองพิษณุโลก อีกครั้ง

_MG_3886

เช้าวันสุดท้ายของทริป เรามีโปรแกรมนั่งรถรางชมเมือง พิษณุโลกกันครับ

_MG_3917

ก็นั่งกันชิลล์ๆ แดดออก สลับกับ ฟ้าตรึ้ม ชม เมือง และ ประวัติศาสตร์ของเมือง สองแคว จาก ทีมงาน ททท พิษณุโลก ครับ

_MG_3891 _MG_3899

_MG_3913

แล้วรถก็มาจอดที่ ..พระราชวังจันทน์ตั้งอยู่ติดกับค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองทัพภาคที่ 3 ถ.วังจันทน์ โดยเป็นที่ตั้งศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งในอดีตยังเคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม …

…ในปัจจุบันนี้ผู้คนมากมายก็ยังเดินทางมากราบไหว้ศาลสมเด็จพระนเรศรวรมหาราชกันอยู่ไม่ขาดสาย และในวันนี้ก็เป็นโอกาสดีที่พวกเราได้แวะมากราบไหว้ที่พระราชวังจันทน์นี้เช่นกัน

_MG_3940

หลังจากทาน ข้าวเที่ยงแล้ว ทีมเราก็ แวะไป ชมพิพิธภันฑ์ พื่นบ้านจ่าทวี ครับ โชคดี วันนี้ ลุงจ่าแกอยู่ด้วยเลยมีโอกาส เก็บภาพบุคคลสำคัญ คนนึงของบ้านเมืองเราครับ

_MG_3941 _MG_3943

เพราะ ที่นี่ จ่าทวี เก็บรักษา ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เป้นของไทย ของพื้นบ้าน เพื่อให้ลูกหลานเราได้เรียนรู้สืบต่อกันเรื่อยไปครับ

_MG_3960

ช่วงบ่ายๆ ก่อนค่ำ แวะไปไหว้พระ พุทธชินราช สักหน่อยครับ เพื่อเป้น สิริมงคล ในชีวิต

_MG_3954 _MG_3984

_MG_4007

พอถึงตอนค่ำก่อนขึ้นเครื่องกลับ คณะเรา ได้มายัง ถนนคนเดิน พิษณุโลกครับ เพื่อ มาร่วม งาน รำวง ย้อนยุค กับ พี่น้องชาวพิษณุโลก งานนี้ ทั้งหนุ่ม ทั้งแก่ รำวงกันอย่างสนุกสนาน

_MG_4000 _MG_4019 _MG_4034

ชาวพิษณุโลก กับชาวนกแอร์ออกสเต็ปกันเต็มที่ เพราะไฟล์ต กลับ สามทุ่ม เลย ไม่ต้องรีบร้อน

_MG_4037 _MG_4046

สุดท้าย งานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกลาครับ

ทุกคนกลับบ้าน กันด้วย รอยยิ้ม และ สุขภาพ ที่แข็งแรง หลังจาก ออกทริปปั่น ท่ามกลางธรรมชาติ ที่สดชื่น ในครั้งนี้

 

และผมก้ขอลา การรีวิว ทริป ปั่นตะโกนบอกฟ้า ที่ผาบอกรักไว้ ตรงนี้ ด้วยครับ พบกัน ในรีวิว หน้าครับ

 

ขอบคุณครับ

 

พาลูกเที่ยว:SINGAPORE, UNIVERSAL STUDIOS,WATERPARK,AQUARIUM,ฟิน,ฟัน สุดมันส์ แสนสนุก

0
รีวิว universal studios,singapore,sea aquarium,Adventure Cove Waterpark,สิงคโปร์,ที่เที่ยว,ที่กิน,ที่พัก,ที่เที่ยวครอบครัว

รีวิว universal studios,singapore,sea aquarium,Adventure Cove Waterpark,สิงคโปร์,ที่เที่ยว,ที่กิน,ที่พัก,ที่เที่ยวครอบครัว

 

ฮัดช่า!!!

ทักทายแบบคึกคัก เพราะรอบนี้  พาลูกเที่ยว รอบนี้ ครอบครัวเรา พกพาความมันส์ สนุก สนาน จากทริป สิงคโปร์ ล่าสุด ที่ได้ไปตะลุย อาณาจักรแห่งความสนุกสนานที่คนไทย หรือจะว่าไปทั้งโลกล้วนรู้จักกันดี อย่าง Universal Studios Singapore  สวนสนุกระดับโลกที่อยู่ใกล้ๆบ้านเรา (อยากให้มันมาเปิดประเทศเราบ้างจัง)และยังได้เที่ยวเต็มที่ตลอด 3 วัน 2 คืนบน Sentosa World (เกาะเซ็นโตซ่า)  เอาว่ามันสนุก สนาน ขนาดไหน เชิญตามไปด้วยกันครับ อีกนิด หากจะเอากันจริงๆเผลอๆ 3 วันอาจจะไม่พอด้วยซ้ำ ไม่เชื่อๆตามมาเลยครับ