แรกที่เดียวผมจะเริ่มจากไปเที่ยวที่ Porto City hall ก่อนครับ ซึ่งผมนั่งรถใต้ดินไปลงที่สถานี Trindade ซึ่งพอขึ้นมาระหว่างทางเดินไป City hall ก็เจอกับ Trindade Church โดยที่ Trindade Church ตั้งอยู่ที่ Trindade Square ครับ แต่ผมไม่ได้แวะเข้าไปครับได้แค่ถ่ายรูปภาพนอกมาเฉยๆครับ สำหรับโบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างในสมัย คริสต์ศตวรรษที่ 19 ครับ และเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อ มิถุนายน 1841
Porto City Hall (Municipality of Port)
เดินจาก Trindade Church มาไม่ไกลก็จะเจอ City Hall ครับ สำหรับที่ City hall แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อราวๆปี 1920 หรือเกือบๆ 100 ปีที่แล้วครับ
โดย City Hall แห่งนี้ตั้งอยู่บน จตุรัส Aliados โดยปลายสุดติดถนนจะเป็นอีกจตุรัสหนึ่งชื่อ Liberty Square ซึ่งจะมีรูปปั้นของ D. Pedro IV อยู่ครับ ซึ่งเป็นลูกชายคนที่สองของ พระราชา João VI และ พระราชินี Carlota Joaquina แต่พี่ชายของเขากลับเสียชีวิต ทำให้เขาได้รับการสืบทอดบัลลังค์แทนครับ
โดยตรงจตุรัสก็จะมีพวกรูปปั้นต่างๆอยู่
และตึกรอบๆจตุรัสก็ดูเก่าขลังและสวยงามดีครับ
ภาพนี้เป็นภาพจากปลายจตุรัส Liberty Square ครับ จริงๆแล้วจากตรงนี้สามารถเดินไปทาง ทิศตะวันตกเพื่อไปยัง Carm0 Church และ Carmelites Church ต่อได้เลยครับ แต่เนื่องจากผมอยากได้ภาพสะพาน Dom Luis Bridge ช่วงกลางวันด้วย รวมถึงจะไปสำรวจที่ทางที่จะไปถ่ายภาพในช่วงเย็นด้วย เพื่อจะดูว่ามันเข้าได้หรือไม่ได้ยังไงผมจะได้เปลี่ยนแผนทัน ผมเลยนั่งรถไฟใต้ดินจากสถานี Aliados ไปที่สถานี Jardim do Morro ครับ จากนั้นก็เดินย้อนขึ้นเขา (อีกแล้ว) เพื่อไปยังที่จอดรถของ Monastery of Serra do Pilar ซึ่งเป็นจุดที่ผมจะมาถ่ายภาพเย็นนี้ครับ
Porto City – City of Bridges
เมืองปอร์โต้นั้นมีสมยานามอีกอย่างหนึ่งว่าเมืองแห่งสะพานครับ เนื่องจากที่นี่เป็นเมืองท่า ที่มีแม่น้ำ Duoro ผ่ากลางเมืองทำให้มีการสร้างสะพานขึ้นมามากมายครับ จากที่จอดรถของ Monastery of Serra do Pilar เราจะเห็นวิวเมืองเก่าปอร์โต้ที่อยู่ริมโค้งน้ำครับ
โดยสิ่งที่ผมเล็งว่าจะมาถ่ายภาพในเย็นนี้คือสะพานแห่งนี้ครับ สะพาน Dom Luis Bridge
โบสถ์ประจำเมืองนี้ปัจจุบันถือว่าเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองปอร์โต้ครับ แต่จริงๆแล้วมีอีกโบสถ์หนึ่งที่น่าสนใจครับคือ SÃO FRANCISCO CHURCH ซึ่งโบสถ์แห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ที่สถาปัตยกรรมภายในครับ แต่โบสถ์นี้ผมไม่มีเวลาที่จะแวะไปครับ ซึ่งจริงๆผมเดินผ่านไปนะครับ แต่ตอนนั้นไม่ทราบว่ามันมีอะไรน่าสนใจ โดย SÃO FRANCISCO CHURCH จะอยู่ติดกับ Bolsa Palace ครับซึ่งติดๆกันจะมีสวนกว้างๆที่มีอนุเสาวรีย์อันนี้อยู่ครับ อ้อลืมบอกไปติดกับ Porto Cathedral จะมี Porto Art Museum อยู่นะครับ แต่ผมไม่ได้แวะครับ
ที่แห่งสุดท้ายที่ผมจะไปถ่ายแสงเย็นคือสะพาน Dom Luis I ครับ ซึ่งจากที่เห็นการจะขึ้นไปถ่ายภาพด้านบนเนี่ยเดินขึ้นเขากันเหนื่อยแน่ๆครับ ผมเลยยอมจ่ายเงินค่ากระเช้าครับถ้าจำไม่ผิดราคาจะราวๆ 5-8 EUR ครับซึ่งราคานี้จะได้ Free Wine Test Drink แต่ผมไม่ได้ไปชิมครับเพราะเวลาไม่พอแล้วต้องรีบขึ้นไปก่อนแสงหมดครับ
ที่ปอร์โต้จะมีสะพานที่เป็นลักษณะคล้ายๆกับอีกแห่งหนึ่งนะครับ ซึ่งบางทีคนจะสับสนกัน สะพานนั้นชื่อ Maria Pia Bridge ซึ่งสร้างก่อนสะพานแห่งนี้ 9 ปีแต่สะพานแห่งนั้นจะมีชั้นบนชั้นเดียวครับ จากรูปข้างล่างคือสะพานที่เห็นอยู่ไกลๆนั่นหล่ะครับ
หลังจากถ่ายภาพและวิดีโอจนพอใจพวกผมก็นั่งรถไฟใต้ดินกลับที่พักครับ ก็เป็นอันว่าหมดโปรแกรมสำหรับการเที่ยวโปรตุเกสของผมหล่ะครับ จริงๆแล้วใกล้เมืองปอร์โต้ ยังมีอีกเมืองหนึ่งที่น่าสนใจครับคือเมืองบราก้า ซึ่งห่างจากปอร์โต้ไปทางเหนืออีก 50 กม.โดยประมาณครับ โดยที่บราก้าจะมี Landmark หลักๆเลยคือ Bom Jesus do Monte Monastery
25 April Bridge (Ponte 25 de Abril)
ซึ่งจากสวนที่นี่เราสามารถชมสะพานข้ามฝั่งที่ข้ามแม่น้ำทาร์กัส หรือแม่น้ำเทโจ ของลิสบอนได้ครับ
โดยสะพานแห่งนี้มีชื่อว่า Ponte 25 de Abril หรือ 25 April Bridge นั่นเองครับ
ซึ่งสะพานแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1966 ซึ่งแต่เดิมมีแต่ถนน และมีการต่อเติมเพิ่มเป็นสะพานรถไฟในภายหลังครับ
ซึ่งถ้าดูถึงรูปลักษณ์และสีแล้วสะพานนี้จะไปละม้ายคล้ายคลึงกับสะพาน Golden Gate ที่ ซานพรานซิสโกนั่นเองครับ
แรกทีเดียวผมแพลนว่าจะถ่าย Twilight ที่นี่ครับ
แต่ว่าเกิดปัญหาขึ้น เนื่องจากที่ตรงนี้ปิดตอน 18:30 ครับ
ซึ่งจุดที่ผมจะถ่ายก็ดันอยู่ในพื้นที่ของ National Sanctuary of Christ the King เสียด้วยครับ
ทำให้ผมต้องเปลี่ยนแพลนครับ โดยขับรถลงไปที่ด้านล่างของฝั่ง Almada แล้วถ่ายสะพานจากด้านล่างแทนครับ
ก็ได้ภาพมุมนี้มาแทนครับ
ลิสบอนเองนั้นก็มีความคล้ายคลึงกับหลายๆเมืองในยุโรปคือ ตามถนนหนทางจะมีรูปปั้นของบุคคลต่างๆมากมายครับ
รูปปั้นนี้อยู่ตรงถนนแถวๆที่พักตรงสถานีรถไฟสถานี Arroios เป็นรูปปั้นของ Ferdinand Magellan
ซึ่งเป็นผู้สำรวจโลกชื่อดังคนนึงครับ โดยการเดินเรือที่ขึ้นชื่อของ Ferdinand Magellan
คือการล่องเรือไปทวีปเอเชียโดยอ้อมทางอเมริกาครับ ซึ่งการเดินเรือของเค้าก็เป็นหนึ่งในข้อพิสูจน์ว่าโลกนี้เป็นทรงกลมครับ
Rossio Square (Praça de D. Pedro IV)
เป็นจตุรัสกลางเมืองของลิสบอนครับ มีอีกชื่อหนึ่งว่า Pedro IV Square โดยกลางจตุรัสจะมาเสาหินที่มีรูปปั้นของ King Pedra IV อยู่ครับ
ผมชอบที่นี่นะลายที่พื้นมันดูเก๋ดีครับ 555 ซึ่งถ้าสังเกตดูลายพื้นที่นี่จะเหมือนกับหลายๆสถานที่ในมาเก๊า
นั้นก็เพราะมาเก๊าเองเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกสมาก่อนนั่นเองครับ
Monument to the Discoveries (Padrão dos Descobrimentos)
เนื่องด้วยระดับน้ำไม่เป็นใจเท่าไหร่ผมเลยเปลี่ยนแผนครับ
ไปถ่ายภาพช่วง Twilight ที่ Monument to the Discoveries แทนครับ
โดยที่ Monument to the Discoveries นั้นสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการเดินเรือ และเปิดโลกครับ
เพราะอย่างที่ทราบๆกันโปรตุเกสเองเป็นชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องการเดินเรือมากๆ
และเป็นชาติที่ไปเดินทางไปยังทวีปต่างๆมากมายครับ
ภาพแบบเต็มๆครับ ด้านหลังจะเห็นสะพาน 25 April Bridge ครับ
Quinta da Regaleira เป็นอีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมือง Sintra ครับ
ถ้ามาจากตัวเมืองจะอยู่ก่อนถึง National Palace of Sintra และ Palace of Monserrate
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.regaleira.pt ครับ
ภาพนี้เป็นส่วนของคฤหาสน์ ครับ
Azenhas do Mar เป็นหมู่บ้านเล็กอยู่ริมหน้าผาของโปรตุเกสครับ
จริงๆแล้วที่นี่ไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอะไรมากมายครับ
แต่ตอนผมหาข้อมูลแล้วเห็นภาพของหมู่บ้านนี้เลยปิ๊งมากครับ
เลยจับใส่โปรแกรมทันทีครับ วันแรกที่ผมไปเจอฝนครับ เลยต้องถอย
และมาแก้ตัวในวันที่สองแทนครับ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลยครับ
ภาพนี้ถ่ายก่อนพระอาทิตย์ตกเลยเอา Filter ND มาเล่นให้ทะเลฟรุ้งฟริ้งครับ
สำหรับที่ Azenhas do Mar นั้นถูกเว็บไซต์นึงจัดให้เป็นสถานที่ที่อยู่ในหมวด Amazing Place in the World เลยเหมือนกันครับ
โดยแถวๆนี้ของขึ้นชื่อก็คือร้านอาหารซีฟู๊ดครับ
ผมรอจนมืดได้รูปนี้มาก็ฟินล่ะครับ
สำหรับคนที่ต้องการมาที่นี่ ถ้าเป็นรถสาธารณะน่าจะลำบากหน่อยครับ
เท่าที่ผมสังเกตมันจะมีรถบัสจากซินทรามาถึงเมืองที่ก่อนถึงที Azenhas Do Mar ประมาณ 1 กม.ครับ
แต่สำหรับคนที่เช่ารถขับก็จิ้มไปที่พิกัดนี้ได้เลยครับ N38°50.3679 W009°27.7851
เป็นยังไงบ้างครับ กับตอนที่ 1 ของทริป Journey of Western Europe ครับ
ที่โปรตุเกสอาจจะเป็นเมืองที่คนไทยยังไปเที่ยวไม่มากเท่าไหร่
แต่จริงๆแล้วที่นี่ ด้วยความเก่าแก่ของตัวเมือง
ทำให้ที่นี่ดูมีเสน่ห์น่ามาค้นหามากเลยทีเดียวครับ
หากคุณๆมาเที่ยวทั้งที่เกาะยาวน้อยหรือเกาะยาวใหญ่ สามารถซื้อแพ็กเกจ 1 Day Tripหรือ 1/2 Day Trip เพื่อไปดำน้ำดูปะการังที่เกาะยาววิลเลจ หรือจะโรงแรมบนเกาะได้เลย