Home Blog Page 27

พาลูกเที่ยว: ญี่ปุ่นครั้งเดียวไม่พอ(จริงๆ) ครั้งแรกกับโอซาก้า 4 วัน 3 คืน #1

0

ศาลเจ้าโฮโกกุ,Osaka Museum of History,พิพิธภัณฑ์โอซาก้า,วิธีซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินญี่ปุ่น,ที่พัก Airbnb,พาลูกเที่ยว,พาปันเที่ยว,เที่ยวญี่ปุ่น,เที่ยวโอซาก้า,ปราสาทโอซาก้า,ย่านโดทนโบริ,ช้อปปิ้งย่านนัมบะ,ป้ายกูลิโกะ,ตุ๊กตาดีกลอง Kuidaore,ทาโกะยากิ

อะแฮ่ม…วันนี้ทริบที่เราอยากเก็บมาเล่าที่สุดก็มาถึงแล้ว กับ First Trip in Japan พาลูกเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก และเมืองที่เราไปคือ “โอซาก้า” จึงเกิดเป็นทริป พาลูกเที่ยวโอซาก้าขึ้นมา ใครจะว่าเชยยังไงก็ยอม ประเทศญี่ปุ่นที่ใครๆก็อยากไป หรือมีใครไปแล้วก็อยากกลับไปอีก คำพูดเหล่านี้ผมล้วนแต่เคยได้ยินมาตลอด จนกระทั้งได้ไปเอง ถึงเข้าใจว่าทำไมเค้าถึงได้อยากไปญี่ปุ่นกันนักหนา และตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวในญี่ปุ่นปลดล็อคให้ ไม่ต้องใช้วีซ่าเข้าประเทศอีกต่อไป ในเมื่อมันเอื้อขนาดนี้ ไม่ไปไม่ได้แล้ว

เอาว่าเรามาดูกันดีกว่าว่า บ้านนี้เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกเป็นไงบ้าง ไปดูกันดีกว่าเนอะ

ที่บ้าน:รีวิว Grand Parano (Chiangmai)

0

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

ช่วงนี้มีโอกาสขึ้นเหนือบ่อยๆครับ ทั้งขึ้นไปเที่ยว ไปเยี่ยมญาติ และถ่ายงาน  ทำให้รู้สึกว่าเชียงใหม่ดูใกล้และไปง่ายมาก (แน่นอนเพราะบินไป) ทำให้ระยะทางกว่า 600 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ยังรู้สึกว่าใช้เวลาน้อยกว่าการขับรถจากบ้านตัวเองไปถึง สนามบินสุวรรณภูมิด้วยซ้ำไป (บ้านผมอยู่นนทบุรีครับ)  อย่างรีวิวที่บ้าน หนนี้มีโอกาสไปถ่ายห้องตัวอย่างของ คอนโดอีกครั้ง หลังจากห่างหายการถ่ายคอนโดมาพักใหญ่ บอกก่อนนะครับ ผมไม่ใช่สถาปนิก น่าจะเรียกสิ่งที่ทำได้ใกล้สุดก็คือคนถ่ายภาพ เพราะฉะนั้นขอเป็นการหยิบมาเล่าในมุมมองคนปรกติทั่วๆไป แต่จะพยายามให้รายละเอียดทั้งหมดที่ตัวเองสัมผัสมากับทุกคนได้ตัดสินใจกันดูครับ

ที่บ้านครั้งนี้ เป็นโครงการ Grand Parano ที่เชียงใหม่
ถือเป็นอีกคอนโดที่น่าสนใจและอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับโครงการแรกอย่าง Parano Condo @ Chiang Mai  ที่ใกล้จะปิดการขายเต็มที่ สอบถามจาก น้องเซลล์ เห็นว่าเหลือไม่ถึง 20 ห้องแล้ว ที่ขายดีก็น่าจะเพราะอยู่อยู่ชิดติดถนนมหิดลตรงข้าม ห้างสรรพสินค้าพรอมเมนาดา รีสอร์ท มอลล์ ถนนหน้าโครงการถือเป็นถนนเส้นใหม่ที่มีโครงการ Mega Project กำลังรอดำเนินการสร้างอยู่ในละแวกเดียวกัน เอาละมาลองเข้าไปดูด้วยกันดีกว่า

เริ่มกันที่เดินทางไปยังไงกันเลยครับ

การเดินทาง

map แผนที่ Grand Parano

ผมเริ่มต้นจากสนามบินเชียงใหม่ ตาม แผนที่ จะเห็นว่าใช้ระยะเวลา ประมาณ 12 นาที (กรณ๊ไม่ติดและใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง)โดยมุ่งหน้าตรงไปยังถนนเส้น 1141 เข้าสู่ถนนมหิดล

condo เชียงใหม่ รีวิว Grand Parano ที่พักเชียงใหม่

ขับรถผ่านแยกเซ็นทรัลแอร์พอร์ท วิ่งตรงต่อไปไม่ถึง 5 นาทีเจอ Community Mall Star Avenue แห่งแรก

Grandparano-0088

วิ่งไปเจอป้ายบอกไปทางสันกำแพงและ ทางไปเส้นซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่

ถัดไปอีกนิดจะเจอทางเข้าโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย [Montfort College] ส่วนตัวผมยังไม่เคยเห็นโรงเรียนดังแห่งนี้เลยลองเลี้ยวเข้าไปดู ใหญ่และดูทันสมัยมากสมเป็นโรงเรียนดัง

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ ที่พักอาศัยเชียงใหม่ คอนโดในเมืองเชียงใหม่

ขับมาอีกไม่ถึง 10 นาที เราก็เจอโครงการและห้างสรรพสินค้า พรอมเมนาดา รีสอร์ท มอลล์ เชียงใหม่ (Promenada Resort Mall Chiangmai) และที่ตั้งของ Grand Parano จะอยู่ฝั่งตรงข้ามกันพอดี

จากจุดนี้เพื่อเป็นการตรวจสอบดูว่าย่านนี้มีศักยภาพมากแค่ไหน เราเลยลองขับรถดูทำเลกันอีกหน่อยว่าจะมีอะไรอีกไหม ถัดไปจะเจอแยกถนนสมโภชเชียงใหม่ ลองเลี้ยวซ้ายไปดูกันครับ

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ ที่พักอาศัยเชียงใหม่ คอนโดในเมืองเชียงใหม่

ขับมาประมาณ 5 นาที จะเจอมหาวิทยาลัยของคนเชียงใหม่และคนเหนือ มหาวิทยาลัยพายัพ

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

ด้านหน้ามอ.

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ ที่พักอาศัยเชียงใหม่ คอนโดในเมืองเชียงใหม่ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่

เจอสี่แยกเชียงใหม่-ดอยสะเก็ตเลี้ยวซ้าย จะเจอเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่อยู่ฝั่งตรงข้าม

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ ที่พักอาศัยเชียงใหม่ คอนโดในเมืองเชียงใหม่

ผมลองวนกลับมาทางถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง จะเจอ ซุปเปอร์มาร์เก็ตบิ๊กซีเอ๊กซ์ตร้า และเกือบๆถึงสี่แยก จะเจอ บิ๊กซี อีก 1 แห่ง

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ ที่พักอาศัยเชียงใหม่ คอนโดในเมืองเชียงใหม่

หลังวนรถกลับมาขับมาไม่ถึงอึดใจ ผมเจอ โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่

ในระยะทาง 10 กิโลจากที่ตั้งคอนโด พบห้างสรรพสินค้าและ ซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งนับว่าเป็นทำเลที่ดีเชียวละ

ไปดูโครงการกันครับ

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

เปิดประตู Sales Office เข้าไปเจอภายในกว้างและโปร่งดีครับ จัดที่นั่งคุยงานไว้ด้านหน้าน้องๆSales ก็ยิ้มแย้มต้อนรับเราดี

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

มี Model ของทั้งโครงการ Parano Condo @ Chiang Mai ที่ใกล้จะปิดยอดเต็มที่ และ ตัว Grand Parano ก็พึ่งเปิดตัวหมาดๆ ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าอยู่ข้างๆกัน

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

ดูจาก Model สระน้ำชั้นดาดฟ้าแนวยาว การว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าน่าจะชิลล์ใช้ได้รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

หากสวนภายในโครงการเป็นอย่างใน MODEL ก็ถือว่าร่มรื่นใช้ได้เลย

มาดูขนาดห้องพักกัน

Screen Shot 2557-08-23 at 9.50.42 PM

โครงการนี้ขนาดจะไม่เท่ากันกับ Parano Condo @ Chiang Mai ที่ใกล้จะปิดเฟสแล้ว โดยมีขนาดของห้องพักที่ให้พื้นที่ใช้สอยที่หลากหลายกว่ากัน ลองดูข้อมูลจาก Fact Sheet บอกขนาดและจำนวนห้องในแต่ละแบบ

Parano-90_แก้สี

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

เอาละมาดูห้องกันครับ แบบที่เราถ่ายกันคราวนี้เป็นแบบ Type B ครับ ขนาดอยู่ที่ 42 ตร.ม.

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

ด้วยรูปแบบและขนาด ผมว่าดูจะเหมาะกับการอยู่ไม่เกิน 2 คนจะเป็นเพื่อนหรือคู่รักน่าจะเหมาะสุด เพราะ แบ่งสัดแบ่งส่วนออกมาแล้วได้เป็นห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องน้ำอีก 1

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

ขนาดพื้นที่ส่วนตัวคิดว่ากว้างมากเลย มีขนาดหลากหลายให้เลือก ห้องตัวอย่างก็ดูตกแต่งสวยงามดี เราค่อยๆเข้ามาดูข้างในกันดีกว่า

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

การตกแต่งห้องพัก

ความรู้สึกแรกที่ยืนอยู่หน้าห้องตัวอย่างรู้สึกว่ากว้างและโล่งดีมาก จากพื้นถึงเพดาน สูงโปร่ง ทำให้ห้องดูยาวขึ้น

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

การตกแต่งแบ่งเป็นฝั่งซ้ายและขวา ด้านซ้ายจะเป็นชุดทำครัวทั้งหมดและอ่างล้างจาน

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

การตกแต่งห้องฝั่งนี้ดูน่าสนใจครับ ของตกแต่งเรียกว่าน่ารัก ผสมผสานของใช้ และทำให้นึกออกได้เลยว่าควรตกแต่งประมาณไหนถึงจะเหมาะสม ตามผนังเลือกใช้กระเบื้องที่ดูเหมาะกับจุดนี้นะครับสีเทาสลับดำลวยลายช่วยให้พรางคราบต่างๆ หากเราทำอาหารบ่อยๆ ย่อมต้องมีรอยเขม่า ติดตามผนังเป็นธรรมดาการใช้กระเบื้องสีนี้ช่วยได้ดีทีเดียว

Grandparano-0159

อยู่ติดๆกันด้านข้างเป็นอ่างล้างจาน และที่ผนังก็ติดที่แขวนไว้หยิบใช้ของใช้จุกจิกได้  สังเกตดูตัว ที่ดูดควันขนาดใหญ่แบบนี้ทำอาหารก็ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นและควันที่จะติดตามผนังได้ระดับนึงทีเดียว

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่ Grandparano-0253

ด้านบนเหนือขึ้นเป็นชั้นวางของ แบบเปิด หากจะเพิ่มเติมติดฝาเปิดปิดก็ทำได้ไม่ยาก

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

ตัวเตาเป็นแบบเตาไร้ควัน เหมาะกับชีวิตคนรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องยุ่งยาก ส่วนใหญ่ Condo รุ่นใหม่เวลาแถมจะให้แบบนี้กันหมดแล้วเป็นมาตรฐานครับ

Grandparano-0161

ที่ติดกันเป็น เตาไฟฟ้า สิ่งที่ดีคือมีการคำนึงในส่วนระยะห่างระหว่างเตาไฟกับอ่างน้ำ เว้นระยะได้ดีแม้จะต้องประหยัดพื้นที่ไว้ก็ตาม บางที่ผมเห็นวางชิดกันเกินไป แบบนั้นก็ไม่เหมาะนัก ส่วนตัวคิดว่า น้ำกับไฟไม่ควรใกล้กันเกินไป หากจะให้ดีจริงๆควรแยกกันชัดเจนย่อมดีที่สุดแต่ condo ก็ต้องเข้าใจเรื่องการประหยัดพื้นที่เพราะฉะนั้นระยะห่างควรเป็นสิ่งที่คำนึงครับ อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะ

รีวิวคอนโดใหม่ คอนโดเชียงใหม่ Grand Parano Condo Chiangmai condo chiangmai

ฝั่งขวาเป็นชุดโต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้ ดูแล้วก็เหมาะจะวางเป็นโต๊ะตัวเล็กแบบนี้เหมาะแล้วนั่งกันไม่เกิน สองคนพอเหมาะครับ

เค้าตกแต่งสวยดีเชียวละ

รีวิวคอนโดใหม่ คอนโดเชียงใหม่ Grand Parano Condo Chiangmai condo chiangmai

รีวิวคอนโดใหม่ คอนโดเชียงใหม่ Grand Parano Condo Chiangmai condo chiangmai

เลยเข้ามาด้านในบ้าง วางชุดโซฟาขนาดไม่เกิน 3 ที่นั่งประเมินด้วยสายตายาวไม่น่าเกิน 1.80 เมตรกำลังดีครับและควรเป็นแบบยาวกำลังดี

รีวิวคอนโดใหม่ คอนโดเชียงใหม่ Grand Parano Condo Chiangmai condo chiangmai

LCD TV ติดผนังประหยัดพื้นที่

รีวิวคอนโดใหม่ คอนโดเชียงใหม่ Grand Parano Condo Chiangmai condo chiangmai

ด้านล่างเป็นชั้นวางติดชิดผนังกว้างไม่เกิน 80ซม.เว้นให้วางโต๊ะรับแขกกับโซฟาได้พอดีๆ ติดกันเป็นบานกระจกหน้าต่างขนาดใหญ่

รีวิวคอนโดใหม่ คอนโดเชียงใหม่ Grand Parano Condo Chiangmai condo chiangmai

สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าที่นี่ค่อนข้างใจป้ำก็คือ ประตูแบบ Digital Door Lock มีการทำงาน Function ช่วยป้องการผู้บุกรุกได้ด้วย ค่อนข้างทันสมัยมาก

รีวิวคอนโดใหม่ คอนโดเชียงใหม่ Grand Parano Condo Chiangmai condo chiangmai

มาดูในห้องนอนกันต่อ  ห้องนี้เหมาะอยู่กันไม่เกิน 2 คนเพราะงั้นห้องนอนและการตกแต่งจึงทำมาเพื่อให้เหมาะกับการอยู่เป็นคู่รัก หรือจะเป็นเพื่อน จะตั้งเตียงเดี่ยวแบบนี้ก็สบายๆ

รีวิวคอนโดใหม่ คอนโดเชียงใหม่ Grand Parano Condo Chiangmai condo chiangmai

หรือหากจะตั้งเป็นเตียงคู่ก็ยังได้

Parano-48

รีวิวคอนโดใหม่ คอนโดเชียงใหม่ Grand Parano Condo Chiangmai condo chiangmai

ตู้หัวเตียงมีสองด้านวางของ นาฬิกาปลุก หรือจะวางมือถือและของกระจุกกระจิกสารพัดได้หมดครับ

รีวิวคอนโดใหม่ คอนโดเชียงใหม่ Grand Parano Condo Chiangmai condo chiangmai

ปลายเตียงอาจจะไม่สามารถตั้งตู้หรือชั้นได้แต่วางจอ LCD TV ติดผนังได้สบายครับ

รีวิวคอนโดใหม่ คอนโดเชียงใหม่ Grand Parano Condo Chiangmai condo chiangmai

และเพื่อไม่ให้เลี่ยนเกินไป ยังตกแต่งวางภาพเขียนติดผนังได้อีก

Grandparano-0230

ตู้หัวเตียงกำลังดี คอนโดวางของตกแต่งน่ารักดีทีเดียวละ

หน้าต่างด้านข้างบานใหญ่ ถ้าอยู่ชั้นบนๆน่าจะเห็นวิวใช้ได้เลย

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่ รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

ด้านหน้าห้องตกแต่งวางโต๊ะเครื่องแป้ง ขนาดกำลังดี วางของใช้สาวๆได้ระดับนึงแต่หากจะเยอะกว่านี้ควรใช้พื้นที่ผนังเป็น Build-in จะดีกว่า

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

ห้องน้ำหนึ่งเดียวของห้อง ผมว่าขนาดใหญ่ดีเชียวละ การจัดวางให้อารมณ์เดียวกับโรงแรมดีๆได้เลย

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

ด้านซ้ายหากเรายืนจากหน้าห้องเป็นส่วนของอ่างล้างหน้า

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

อ่างล้างหน้า Cotto ใช้ทรงสี่เหลี่ยมดู Modern เข้ากันดีกับผนังปูกระเบื้องสีขาว ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นไปอีก

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

วางของตกแต่งเก๋ๆก็เท่ไปอีกแบบ

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

ด้านขวาเป็นอ่างอาบน้ำ ให้กับทุกๆห้องฝั่งเป็น Buld-in  ด้านในสุดกั้นเป็น Shower รวมๆห้องน้ำสวยขนาดกำลังดี บางที่ทำห้องน้ำเล็กแต่ไปเน้นที่ห้องนอนมากไป ของที่นี่ผมว่าเค้าจัดสรรปันส่วนออกมาได้ดีครับ

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่ Parano-4

สภาพแวดล้อม

ตรง Sales Office จะตั้งอยู่หน้าโครงการพอดีครับ อย่างที่บอกไปแต่แรก ฝั่งตรงข้ามเป็นห้างสรรพสินค้า พรอมเมนาดา รีสอร์ท มอลล์ และภายในมี ซุปเปอร์มาเก็ตขวัญใจคนเชียงใหม่อย่าง ริมปิง เรื่องช้อปปิ้ง กับซื้อของกินใช้ทั้งหลายก็มีไม่ตกหล่นตรงไหน

ส่วนอื่นๆมีร้านอาหารขนาบด้านข้างซ้ายและขวาอยู่เป็นร้านอาหารเน้นบรรยากาศตอนช่วงเย็นๆเหมือนร้านแวะกินก่อนกลับบ้านประมาณนั้น

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

ด้านหน้าโครงการขุดเป็นบ่อน้ำเอาไว้ไม่แน่ใจว่าหลังโครงการเสร็จสิ้นจะมีอะไรต่อเนื่องตรงบริเวณนี้หรือไม่ ต้องมาดูกันอีกที

ของแถม
รายละเอียดหลังจากคุยกับ Sales มีของแถมประมาณนี้เลยครับ

1. เฟอร์นิเจอร์ครบชุด

• ชุดครัว (เครื่องดูดควัน + อ่างล้าง)

• ชั้นวางโทรทัศน์

• โต๊ะเครื่องแป้ง พร้อมเก้าอี้

• โต๊ะทานข้าว พร้อมชุดเก้าอี้

• ตู้เสื้อผ้า

• โซฟา

• เตียง

• วอลล์เปเปอร์

2. เครื่องปรับอากาศทุกห้อง

เรียกว่าถือกระเป๋าเข้าพักได้เลยก็ว่าได้

รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่ รีวิว Grand Parano Condo เชียงใหม่ รีวิวที่พักอาศัยเชียงใหม่ รีวิวคอนโดในเมืองเชียงใหม่

สรุปกันหน่อย

Grand Parano ส่วนตัวคิดว่าเป็นโครงการที่คุ้มค่า ขนาดห้องมีมาให้เลือกได้หลากหลาย อย่างห้องตัวอย่าง 42 ตร.ม. ใหญ่ใช้ได้ สามารถแบ่งสัดส่วนออกมาได้กำลังดี ทั้ง 3 ห้องคือห้องรับแขก ห้องนอน ห้องน้ำ ในราคา 2 ล้านต้นๆ โครงการให้ของแถมแบบถือกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย คุ้มค่าดีครับในราคา เริ่มต้นกันตั้งแต่ 1.89 ล้าน(ห้องเล็กสุด) ไปจนถึง 8 ล้าน (ห้องใหญ่สุด) สรุปข้อดีจากสิ่งที่โครงการสัญญากับผู้ซื้อทุกคน

• พาโนราม่าสกายพูล สกายการ์เด้น บนชั้นท็อปฟลอร์ สระว่ายน้ำพร้อม

• ฟิตเนสส่วนตัว

• ที่จอดรถส่วนตัว 1:1 ห้อง/คัน

• ระบบความปลอดภัย : Digital Door Lock, ลิฟต์ล็อคชั้นจาก คีย์การ์ด,

ไม้กั้นทางเข้าออกที่จอดแบบ Access Card ปลอดภัยกับลูกบ้านทุกคน

ข้อควรพิจารณา

สุดท้ายนี้ จากการสัมผัสอยู่ 1 วันเต็มๆ ทีเรื่องที่ต้องพิจารณาประมาณนี้

Facility โดยรอบเท่าที่สอบถามจาก Sales อนาคตชั้นล่างของ Parano Condo @ Chiang Mai จะมีเปิดพื้นที่ให้เช่าทำ Retail Shop ต่างๆ นั้นแปลว่า สมาชิกทั้ง 2 คอนโดจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเปิดขึ้นเมื่อคอนโดเสร็จ คือ Mini Mart,ร้านอาหาร,Laundry  อื่นๆที่จำเป็นกับสมาชิกในคอนโด และหากอยากทานอาหารหลากหลายหรือ หากมีเวลาและอยากเดินช้อปปิ้ง ก็สามารถพึ่งพา ห้างฝั่งตรงข้าม ถ้าคุณไม่อยากขับรถออกไปทานที่ไหนไกลๆ สภาพแวดล้อมโดยรวม หากพิจารณาจาก ตัว Model ต้นไม้และสวนโดยรอบมีความร่มรื่นดี ทุกๆคนสามารถพิจารณาหลังโครงการแล้วเสร็จกันได้อีกที เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลาครับ ก่อนจบขอบอกกันก่อนรีวิวนี้เป็นเพียงมุมมองส่วนตัวของผมเท่านั้น หวังว่าจะช่วยเป็น ไกด์ไลน์ให้คุณก่อนจะตัดสินใจไปดูด้วยตัวเองกันได้ครับ

รวมๆทุกอย่างมองกันที่ความคุ้มค่าผมว่าที่นี่โอเคนะครับ ทำเลที่ตั้งก็มีศักยภาพไม่ห่างจากศูนย์กลางเมือง การเดินทางแน่นอนใครซื้อที่อยู่อาศัยในยุคนี้ ก็ควรมีรถกันไว้ ไม่งั้นเดินทางก็คงไม่สะดวกนัก และที่นี่ก็ให้สัดส่วนที่จอดรถถือว่าดีเลย 1:1 ไม่ต้องแย่งที่จอดกัน
ผมแนบรายละเอียดตาม Fact Sheet ไว้ให้อ่านดูกันนะครับ ท้ายนี้หากมีโอกาสเข้าไปถ่ายงานให้ที่โครงการไหนจะหยิบภาพมาเล่าให้กันอ่านแบบนี้อีก ครับถือเป็นการดู ก่อนไปเพื่อตัดสินใจด้วยตัวเองกันนะครับ  ทั้งหมดเป็นวิจารณญาณส่วนตัวขอให้พิจารณาด้วยตัวเองให้รอบคอบครับ

ขอบคุณมากครับ แล้วพบกันรีวิวหน้า

รายละเอียดของโครงการตาม Facst Sheet  ดังนี้

ชื่อโครงการ: แกรนด์ พาราโน่

เจ้าของโครงการ บริษัท มิตรภูมิทรัพย์ จํากัด

ที่ตั้ง ถนนมหิดล ตําบลท่าศาลา อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

พื้นที่โครงการ 1 ไร่ 2 งาน 33.5 ตารางวา

ลักษณะโครงการ อาคารชุดพักอาศัย 7 ชั้น จํานวน 1 อาคาร

จํานวนยูนิต 57 ยูนิต

สิ่งอํานวยความสะดวกล็อบบี้, สกายพูล, ห้องออกกําลังกาย, ลิฟท์โดยสารจํานวน 2 ชุด

แบบล็อกชั้น, ระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV),

ระบบรักษาความปลอดภัยด้วยระบบประตู Digital Door Lock

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม, ไม้กั้นทางเข้า-ออก แบบ

Access Card, ที่จอดรถครบทุกห้อง

เงื่อนไขการชําระเงิน เงินจองห้องชุด 30,000 บาท

เงินทําสัญญาห้องชุดจํานวน 70,000 บาท (ชําระภายใน 1 เดือน)

เงินดาวน์จํานวน 12%

– รวมเงินจอง และเงินทําสัญญาห้องชุด

– แบ่งชําระเป็น 15 งวด

โอนกรรมสิทธิ์ส่วนที่เหลือจํานวน 88% ชําระในวันโอนกรรมสิทธิ์

ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อและผู้ขาย รับผิดชอบฝ่ายละครึ่งหนึ่ง

ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง 47 บาท / ตร.ม. / เดือน (ชําระล่วงหน้า 12 เดือน ในวันโอนกรรมสิทธิ์)

เงินกองทุนส่วนกลาง 450 บาท / ตร.ม. (ชําระครั้งเดียว ในวันโอนกรรมสิทธิ์)

ติดต่อสํานักงานขาย (053) 240-666 , 084-608-3666 โทรสาร (053) 244-699

เว็บไซด์โครงการ www.paranocondo.com

** หมายเหตุ บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงราคาและเงื่อนไขต่างๆโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

 

ที่เที่ยว:กระบี่…ที่คิดถึง

1
เที่ยวกระบี่,กระบี่หน้าฝน,ที่เที่ยวทะเลกระบี่,อ่าวนาง,ทะเลแหวก,เกาะปอดะ,สระมรกต,เกาะกลาง,ร้านเรือนไม้,บ่อน้ำพุร้อน

เที่ยวกระบี่,กระบี่หน้าฝน,ที่เที่ยวทะเลกระบี่,อ่าวนาง,ทะเลแหวก,เกาะปอดะ,สระมรกต,เกาะกลาง,ร้านเรือนไม้,บ่อน้ำพุร้อน

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน
วันนี้มีทริปดีๆอีกทริปอยากมาเล่าให้ฟัง กับจังหวัดที่หากเอ่ยปากออกมาก็แสนจะที่จะคุ้นเคย อย่าง “กระบี่” จังหวัดทางใต้ที่อยู่ตรงแถวๆปลายด้ามขวานของไทยเรา

ทริบนี้เราได้รับคำชักชวนจาก ททท.จังหวัดกระบี่ที่ชวนพวกเรามาพิสูจน์ ที่เที่ยวสวยงามในช่วงกรีนซีซั่น ที่ใครจะรู้ว่า จริงๆแล้วกระบี่ ยังมีที่เที่ยวอีกมากมายที่คุณๆสามารถเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปีไม่จำเป็นต้องรอช่วง High Season อย่างเดียว
ทริปนี้ ผมจึงมีความสุขและยินดีอย่างมากที่จะได้พาคุณๆ เที่ยวจังหวัดทางทะเลที่มีชื่อเสียง แม้แต่ในช่วงเวลาที่ใครหลายคนไม่เคยคิดถึงว่ามันจะเที่ยวได้ไหม เอาว่าเรามาพิสูจน์กันดีกว่า ว่า กระบี่ในช่วงนี้เที่ยวไหนกันได้บ้าง มาครับตามผมมาเลย…

ที่เที่ยว: พาลูกเที่ยวตลาดน้ำโบราณบางพลี เที่ยวง่ายๆ ใครๆก็ไปได้

0
เที่ยวตลาดน้ำ,พาลูกเที่ยว,ตลาดน้ำบางพลี,ที่เที่ยวใกล้เมือง,ที่เที่ยวสมุทรปราการ,เที่ยวใกล้กรุง,เที่ยววัดบางพลีใน

เที่ยวตลาดน้ำ,พาลูกเที่ยว,ตลาดน้ำบางพลี,ที่เที่ยวใกล้เมือง,ที่เที่ยวสมุทรปราการ,เที่ยวใกล้กรุง,เที่ยววัดบางพลีใน

 

สวัสดีครับ มาพบกันอีกครั้ง กับรีวิวพาลูกเที่ยว วันนี้ one22 จะขออาสาพาทุกๆคนโดยเฉพาะคนเวลาน้อยๆ หรือพวกประเภทขี้เกียจเดินทางไกล (ประมาณ พัทยาก็ยังไกลไป ?)
ชวนคุณๆไปเที่ยวด้วยกันกับพวกเราในทริบพาลูกเที่ยวประจำเดือนนี้ กับเที่ยวตลาดน้ำใกล้กรุงอย่าง ตลาดน้ำบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ตลาดน้ำแห่งนี้ผมเคยไปมากับแฟนตั้งแต่สมัยยังไม่มีปันปันเลยด้วยซ้ำวันนี้อารมณ์ดีอยาก พาลูกเที่ยวใกล้ๆกรุงดูบ้างเอาล่ะอารัมพบทมาพอแล้วไปเที่ยวด้วยกันเลยดีกว่านะครับ

Journey of Western Europe เส้นทางแห่งประวัติศาสตร์และอารยธรรม ตอนที่ 2 โปรตุเกส โทมาร์ ปอร์โต้

1

Journey of Western Europe

Episode 1 Portugal Part 2 Tomar Porto

ความเดิมตอนที่แล้ว… –> http://blog.one22.com/archives/13085

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวที่โปรตุเกสกันต่อครับ โดยตอนนี้จะเล่าถึงอีก  2 เมืองที่ผมได้มีโอกาสไปมาในทริปนี้ครับ นั่นก็คือเมืองโทมาร์ และ เมืองปอร์โต้นั่นเองครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาก็ขอพาเพื่อนๆไปชมความสวยงามของเมืองทั้ง 2 นี้กันเลยครับ

034-1-

มุ่งหน้าสู่โทมาร์

สำหรับโทมาร์นั้นเป็นเมืองทางตอนกลางของประเทศโปรตุเกส เป็นเมืองเล็กๆที่มีคนอยู่เพียงประมาณ 50,000 คนเท่านั้นครับ โดยอยู่ห่างจากเมืองหลวงลิสบอนไปทางเหนือประมาณ 150 กม. แต่ผมออกเดินทางจากซินทรา ก็ประมาณ​ 160 กม. ครับ สำหรับถนนหนทางที่โปรตุเกสนั้นเท่าที่ผมขับ มันจะเป็นทางด่วนเชื่อมเมืองเกือบตลอดเส้นทางครับ โดยที่ทางด่วนนั้น เมื่อออกนอกเขตเมืองจะมี Speed Limit ที่ 110 ครับ แต่ในการขับจริงๆ สามารถขับได้ประมาณ 120 ครับ (เหมือนทุกประเทศที่ส่วนใหญ่อนุโลมให้ขับได้ +10 จาก Speed Limit) ซึ่งระหว่างทางนั้นผมเห็นรถหลายคันเลยที่ขับไป 140 ได้มั๊งครับ แต่ผมไม่เอาดีกว่า โดน Ticket ขึ้นมาไม่คุ้มอย่างแรงครับ 01-Map โดยทางด่วนที่โปรตุเกสนั้นจะมีระบบเหมือน Easy Pass บ้านเราครับ คือมีตัวรับส่งสัญญาณติดอยู่ในรถ แต่ระบบที่นี่ไฮโซกว่าคือ ถ้าเป็นด่าน สามารถใช้ความเร็วได้ถึง 60 ในการเข้าด่าน หรือบางจุดก็ไม่มีด่านเลยมีแค่ตัวอ่านอยู่ด้านบน อันนั้นขับ 120 ระบบก็ตรวจจับได้ครับ ซึ่งตอนเช่ารถ รถผมมันจะมีตัวรับสัญญาณมาในรถเลยครับ
ระยะทางจากซินทราไป โทมาร์นั้น ค่าทางด่วนจะอยู่ราวๆ 15 EUR ครับ ซึ่งตอนที่ผมคืนรถ เค้าบอกว่าเค้าจะ ชาร์จ ค่าทางด่วนมาในบัตรเครดิตเอง แต่จากวันนั้นจนวันนี้ผ่านไป 3 เดือนแล้วก็ไม่มีค่าทางด่วนเรียกเก็บมาแต่อย่างใดครับ (และหวังว่ามันจะไม่เก็บ 55)

อ้อใช่แล้ว ที่โปรตุเกสจะมีสัญลักษณ์ Speed Limit อีกอย่างนึงครับ
แต่อันนี้จะเป็น  Speed limit ว่าห้ามขับรถต่ำกว่าเท่าไหร่ ซึ่งสัญลักษณ์นี้จะอยู่บนทางด่วน จะกำกับว่าแต่ละเลนส์ต้องใช้ความเร็วอย่างน้อยเท่าไหน
รถช้าก็อยู่ข ส่วนรถเร็วก็อยู่ซ้าย และเลนส์ซ้ายสุดห้ามรถใหญ่วิ่ง (ตรงข้ามกับบ้านเรา เพราะพวกมาลัยคนละด้านกับบ้านเรานั่นเองครับ)

The Convent of the Order of Christ (Convento de Cristo)

เมืองโทมาร์แรกเริ่มทีเดียวนั้นเกิดขึ้นจากการสร้างป้อมปราการ(ปราสาท) ของอัศวินเทมพลาร์ (Knight Templar) แล้วจึงค่อยๆเกิดเมืองขึ้นมาหลังจากนั้นภายในปราสาท และเมื่อเมืองเจริญขึ้นก็ขยายออกมาภายนอกครับ

ป้อมปราการแห่งนี้ถูกสร้างในสมัยราวปี 1160 และมีบทบาทต่อการใช้เป็นที่ต่อต้านการทำสงครามของชาวมัวร์ด้วยครับ 02-01-1093_Portugal วันที่ไปตอนแรกผมไปช่วงเช้าครับ ปรากฎว่าฟ้าปิด เมฆครึ้มเลยครับ ตอนแรกว่าจะถอดใจ แล้วกลับมาแวะใหม่ในวันกลับจากปอร์โต้ เลยแวะไปหาข้าวทานในเมืองครับ แต่ปรากฎว่าพระเจ้าเป็นใจครับ หลังทานอาหารเสร็จเริ่มมีแดดออกมาบ้าง ผมเลยตัดสินใจวกกลับไปใหม่ แล้วก็คิดถูกครับ เพราะว่าฟ้าค่อยๆเปิด ครับ สำหรับที่นี่ถ้าจำไม่ผิดค่าเข้าจะอยู่ที่ 6 EUR ครับ ตอนเข้าไปเสร็จช่วงแรกผมแทบไม่สนใจภายในเลยครับ เพราะว่าแดดมันออกพอดี เลยรีบวิ่งไปด้านนอกเพื่อเก็บภาพมาครับ แล้วแต่ไปๆมาๆ เมฆครึ้มๆ ก็ค่อยๆหายไปจนหมดครับ แล้วผมจะรีบทำไมเนี่ย 555 02-02-1102_Portugal

สำหรับที่ปราสาทแห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 1983 ครับ 02-03-1159_Portugal อันนี้เป็นภาพสถาปัตยกรรมบริเวณรอบๆปราสาทนะครับ ประตูทางเข้าหลักผมว่าจากการเที่ยวพวกโบสถ์ และบรรดาสิ่งก่อสร้างของทางยุโรปเนี่ย ส่วนนึงที่ผมว่ามันจะอลังมากคือสถาปัตยกรรมบริเวณประตูทางเข้านี่หล่ะครับ

Main Entrance
Main Entrance

ทางเดินภายใน

Main Corridor
Main Corridor
Main Corridor
Main Corridor

และสิ่งที่ทางยุโรปชอบสร้างคือ บันไดเวียนครับ 03-04-1155_Portugal ที่ Convent of Christ นั้นมีที่ให้เดินชมภายในค่อนข้างกว้างครับ อันนี้เป็นกำแพงด้านหลังตัวโบสถ์ครับ 04-01-1174_Portugal

ที่นี่มีหลายห้องให้เดิน แต่ภายในจะไม่ค่อยมีอะไรแสดงมากนัก จะออกแนวว่าห้องนี้คืออะไร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ราวๆนั้นครับ อันนี้ห้องอะไรก็ไม่รู้ผมว่าแสงมันสวยดีเลยถ่ายมา 5555 04-02-1176_Portugal

Round Church of the Convent of Christ

ที่ Convent of Christ นั้นจะมีโบสถ์อยู่ภายในด้วยครับ ซึ่งจุดเด่นของโบสถ์นี้คือ มีการสร้างโบสถ์ให้เป็นรุปทรงกลมครับ ดูจากส่วนเพดานครับ จะเห็นว่าเป็นทรงกลมครับแต่ตัวโครงสร้างนั้นจริงๆแล้วมาจากกำแพงแปดเหลี่ยมนั่นเองครับ โดยกำแพงแต่ละด้านนั้นจะตกแต่งด้วยทั้งภาพวาดและการแกะสลักครับ 05-01-1190_Portugal

รูปปั้นพระเยซูที่อยู่ภายในครับ บริเวณตรงกลางของวงกลมครับ 05-02-1191_Portugal

และภาพนี้เป็นวิวจากทางเดินไปแท่นบูชาครับ 05-03-1194_Portugal

อ้อจุดเด่นอีกอย่างของวัฒนธรรมที่โปรตุเกสที่เห็นได้ชัดคือ การใช้กระเบื้องสีสดใสๆ (ส่วนมากเป็นสีฟ้า) นำมาใช้ตกแต่งทางเดินครับ

06-01-1196_Portugal

ก็ขอลา The Convent of the Order of Christ ไปด้วยภาพนี้ละกันครับ 06-02-1202_Portugal

อย่างที่บอกครับว่าผมตัดสินใจได้ถูกต้องมากที่วกกลับมาที่นี่แทนที่จะมุ่งตรงไปที่ปอร์โต้เลย เมื่อเที่ยง ดูซิครับ เมฆฝนเมื่อเช้าไม่เหลือแล้วกลายเป็นแดดออกฟ้าใสมากๆเลยครับ 07-01-1214_Portugal

ด้วยอากาศค่อนข้างดีผมเลยนั่งเล่นถ่ายภาพที่นี่อยู่อีกพักนึงครับ เพราะตรงที่อยู่นั้นเป็นบริเวณเนินเขาที่จะเห็นเมืองโทมาร์ทั้งเมืองได้แบบ 360 องศาเลยครับ 07-02-1219_Portugal-Pano

มุ่งหน้าสู่ปอร์โต้

หลังจากนั่งเล่นชมวิวอยู่พักใหญ่ผมก็ขับรถเข้าไปยังเมืองปอร์โต้ครับ โดยตอนแรกยังหวังว่าจะไปเก็บภาพช่วงแสงเย็นได้ซักจุดนึงก่อน แต่ระหว่างทางไปนั้นปรากฎว่าฝนเริ่มปรอยๆลงมาครับ และเมื่อใกล้ปอร์โต้ฝนก็ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังถือว่าโชคดีว่าตอนที่ผมไปถึง ฝนซาพอดีทำให้ตอนเข้าโรงแรมไม่เปียกฝนครับ อ้อสำหรับจากโทมาร์ไปยังปอร์โต้นั้นระยะทางอยู่ที่ราว 200 กม. ครับ แต่ใช้เวลาขับไม่ถึง 2 ชมนิดๆ เพราะตลอดทางเป็นทางด่วนตลอด ค่าทางด่วนเท่าที่ดูประมาณ 15 EUR ครับ มารถติดหน่อยตรงใกล้ๆปอร์โต้เพราะเป็นช่วงเลิกงานพอดีครับ 08-01-Map

สำหรับที่ปอร์โต้นั้นผมเลือกพักอยู่ย่านแถวๆสถานีรถไฟ Campanha ซึ่งอยู่ไปทางด้่านตะวันออกของเมืองครับ ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นจุดร่วมรถไฟฟ้าหลายสายเลยครับ ห่างจากสะพาน Dom Luís ซึ่งเป็นจุดที่ผมจะถ่าย Twilight ประมาณ 3 กม.เท่านั้นครับ (แต่ไม่แนะนำให้เดินนะครับ เพราะที่ปอร์โต้เมืองจะเป็นหน้าผา สูงชันทั้งเมืองครับ เดินๆนี่มีหอบครับ 555) 08-02-Map แต่สุดท้ายวันนี้ผมก็ไม่ได้ไปถ่ายภาพช่วงเย็นที่ไหนเพราะฝนตกครับ ก็เลยนอนอยู่โรงแรมและซักผ้าแทนครับ

Porto City Tour

สำหรับวันที่ 6 จะเป็นการเที่ยวในตัวเมืองปอร์โต้ครับ ซึ่งวันนี้ตื่นมาโชคดีมากครับ เพราะฝนที่ตกเมื่อวานหายไปหมดแล้วครับ วันนี้ฟ้าใสแบบสุดๆเลยครับ โดยวันนี้ผมซื้อตั๋ววันของปอร์โต้ครับ ซึ่งจะสามารถใช้ รถไฟ รถใต้ดิน รถเมล์ และ รถรางได้ครับ แต่ไม่สามารถใช้ร่วมกับกระเช้า ได้ครับ อันนี้เป็นแผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินครับ จะเห็นว่าที่ปอร์โต้นั้นจะมีการแบ่งเป็นโซนๆครับ โดยตั๋ววันที่ซื้อนั้นจะต้องระบุว่าเราใช้กี่โซนครับ ซึ่งที่เที่ยวที่ผมแพลนไว้นั้นอยู่ในโซน C1 เกือบทั้งหมดมีหลุดไปโซน S8 แค่จุดเดียว ซึ่ง 2 โซนนี้สามารถใช้ตั๋ววันแบบที่ถูกที่สุดได้ครับ 09-01-Map รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่นี่เลยครับ http://www.metrodoporto.pt/en/pagegen.aspx เนื่องจากผมมีเวลาเที่ยววันเดียวดังนั้นผมจึงแพลนการเที่ยวเน้นภายในตัวเมืองเป็นหลักครับ โดยยอมที่จะตัดบางจุดทิ้งไปเพื่อให้สามารถใช้เวลาในแต่ละจุดได้นาน (เพราะผมต้องถ่ายรูปและวีดีโอเพื่อเอากลับมาขายตามวัตถุประสงค์ของการเดินทางนั่นเอง) สำหรับ List ที่ผมจะไปมีตามนี้ครับ แต่จะไปได้กี่ที่มาดูกันครับ

  • Porto City hall
  • Carmo Church and Carmelitas Church (Igreja da Nossa Senhora do Carmo das Carmelitas)
  • Clerics Church (Clérigos Church)
  • Church of Saint Ildefonso
  • Porto Cathedral
  • Casa-Museu Guerra Junqueiro
  • Bolsa Palace
  • Dom Luis Bridge
  • Port Wine

09-02-Map รวมระยะทางการเดินทั้งหมดประมาณ 6-7 กม. แต่ว่าในความเป็นจริงมันค่อนข้างโหดร้ายกว่านั้นครับ เพราะว่าตัวเมืองปอร์โต้เป็นเขา โดยมีแม่น้ำผ่ากลาง ดังนั้นการเดินไปจุดต่างๆจึงไม่ได้เป็นทางราบครับ ซึ่งตอนทำการบ้านไปโดย Google map มันก็ไม่บอกซะด้วยซิ 555

Trindade Church (Igreja da Trindade)

แรกที่เดียวผมจะเริ่มจากไปเที่ยวที่ Porto City hall ก่อนครับ ซึ่งผมนั่งรถใต้ดินไปลงที่สถานี Trindade ซึ่งพอขึ้นมาระหว่างทางเดินไป City hall ก็เจอกับ Trindade Church โดยที่ Trindade Church ตั้งอยู่ที่ Trindade Square ครับ แต่ผมไม่ได้แวะเข้าไปครับได้แค่ถ่ายรูปภาพนอกมาเฉยๆครับ สำหรับโบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างในสมัย คริสต์ศตวรรษที่ 19 ครับ และเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อ มิถุนายน 1841 10-01-1233_Portugal

Porto City Hall (Municipality of Port)

เดินจาก Trindade Church มาไม่ไกลก็จะเจอ City Hall ครับ สำหรับที่ City hall แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อราวๆปี 1920 หรือเกือบๆ 100 ปีที่แล้วครับ

11-01-1249_Portugal

โดย City Hall แห่งนี้ตั้งอยู่บน จตุรัส Aliados โดยปลายสุดติดถนนจะเป็นอีกจตุรัสหนึ่งชื่อ Liberty Square ซึ่งจะมีรูปปั้นของ D. Pedro IV อยู่ครับ ซึ่งเป็นลูกชายคนที่สองของ พระราชา João VI และ พระราชินี Carlota Joaquina แต่พี่ชายของเขากลับเสียชีวิต ทำให้เขาได้รับการสืบทอดบัลลังค์แทนครับ 11-02-1266_Portugal

โดยตรงจตุรัสก็จะมีพวกรูปปั้นต่างๆอยู่ 11-03-1262_Portugal 11-04-1276_Portugal

และตึกรอบๆจตุรัสก็ดูเก่าขลังและสวยงามดีครับ 11-05-1265_Portugal

ภาพนี้เป็นภาพจากปลายจตุรัส Liberty Square ครับ จริงๆแล้วจากตรงนี้สามารถเดินไปทาง ทิศตะวันตกเพื่อไปยัง Carm0 Church และ Carmelites Church ต่อได้เลยครับ แต่เนื่องจากผมอยากได้ภาพสะพาน Dom Luis Bridge ช่วงกลางวันด้วย รวมถึงจะไปสำรวจที่ทางที่จะไปถ่ายภาพในช่วงเย็นด้วย เพื่อจะดูว่ามันเข้าได้หรือไม่ได้ยังไงผมจะได้เปลี่ยนแผนทัน ผมเลยนั่งรถไฟใต้ดินจากสถานี Aliados ไปที่สถานี Jardim do Morro ครับ จากนั้นก็เดินย้อนขึ้นเขา (อีกแล้ว) เพื่อไปยังที่จอดรถของ Monastery of Serra do Pilar ซึ่งเป็นจุดที่ผมจะมาถ่ายภาพเย็นนี้ครับ

Porto City – City of Bridges

เมืองปอร์โต้นั้นมีสมยานามอีกอย่างหนึ่งว่าเมืองแห่งสะพานครับ เนื่องจากที่นี่เป็นเมืองท่า ที่มีแม่น้ำ Duoro ผ่ากลางเมืองทำให้มีการสร้างสะพานขึ้นมามากมายครับ จากที่จอดรถของ Monastery of Serra do Pilar เราจะเห็นวิวเมืองเก่าปอร์โต้ที่อยู่ริมโค้งน้ำครับ 12-01-1341_Portugal

โดยสิ่งที่ผมเล็งว่าจะมาถ่ายภาพในเย็นนี้คือสะพานแห่งนี้ครับ สะพาน Dom Luis Bridge 12-02-1307_Portugal

และจุดเด่นของเมืองนี้อีกอย่างหนึ่งคือเรือใบโบราณครับ แล่นผ่านมาพอดีเลยเก็บภาพซักหน่อยครับ 12-03-1339_Portugal

จากนั้นก็แวะทานข้างร้านแถวๆ สถานีรถไฟนั่นหล่ะครับ เป็นร้านประมาณเสต๊คปิ้งย่างครับผมได้จานนี้มาทาน ราคาถูกมากประมาณ 6 EUR เท่านั้น ผมชอบอาหารที่นี่อย่างคือ มันมีเสิร์ฟข้าวมาด้วย แม้ข้าวจะไม่ค่อยอร่อยก็ตาม แต่ก็ทำให้หายอยากข้าวไทยได้ครับ 555 12-04-1380_Portugal ปล.เหมือนเดิมนะครับ เค้าจะเสิร์ฟพวกเครื่องเคียงมาด้วย แต่ที่นี่หนักกว่าคือเสิร์ฟ ขนมปังที่ใส้คล้ายๆกะหรี่ปั๊บมาด้วย ซึ่งถ้าใครจะไม่เอาอะไรก็แจ้งเค้าตอนมาเสิร์ฟนะครับ ไม่งั้นเค้าคิดเงินเพิ่มนะครับ

Carmo Church and Carmelites Church (Igreja da Nossa Senhora do Carmo das Carmelitas)

หลังจากทานข้าวเสร็จผมก็กลับเข้าแผนเที่ยวต่อคือไปที่ Carmo Church and Carmelites Church ซึ่งที่นี่จัดว่าเป็น Landmark ลำดับต้นๆของเมืองนี้เลยครับ โดยผมนั่งรถไฟใต้ดินกลับไปที่สถานี Sao Bento แล้วเดินย้อนขึ้นไปครับ ซึ่งแน่นอนเป็นทางเดินขึ้นเขา (อีกแล้ว) แต่เมื่อไปถึงผมกลับพบกับความผิดหวังเล็กน้อยครับ เนื่องจากโบสถ์แห่งนี้จุดเด่นคือการใช้กระเบื้องสีฟ้ามาตกแต่งผนังโบสถ์ ซึ่งโดยทั่วไปการถ่ายโบสถ์นั้นจะต้องถ่ายช่วงบ่าย แต่อันนี้ผนังฝั่งที่เป็นจุดขายกลับหันไปทางทิศตะวันออก นั่นแปลว่าตอนผมไปมันย้อนแสงเรียบร้อยครับ แต่ทำยังไงได้ไปแล้วก็ต้องถ่าย 555 13-01-1388_Portugal

ด้านหน้าโบถ์พิ้นที่ก็จะเล็กๆ ไม่มีมุมกว้างๆให้ถ่ายรูปซักเท่าไหร่ครับ 13-02-1385_Portugal

ไม่ซิต้องบอกว่ามีพื้นที่ครับ แต่พอดีว่าตรงนั้นจะมีรถรางวิ่งดังนั้นจะมีสายไฟรถรางเกะกะมากกว่า ดังนั้นก็ขอเอารถรางมาเข้าฉากด้วยซะเลย 555 13-02-1407_Portugal จากภาพนี้สังเกตุดูดีนะครับ ในภาพจะมีโบสถ์ 2 หลังครับ ทางขวาที่มีผนังสวยๆคือ Carmo Church แลโบสถ์ทางซ้ายที่มีหอระฆังคือ Carmelites Church โดยมีบ้านคั่นตรงกลาง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในบ้านที่แคบที่สุดในโลกขนาดกว้างเพียง 1 เมตรเท่านั้นครับ และบ้านหลังดังกล่าวก็มีคนอยู่อาศัยจริงจนเมื่อราว 20 ปีที่ผ่านมาเลยครับ สำหรับสาเหตุที่มีบ้านมาคั่นกลางนั้นก็เพราะว่า โบสถ์ทางซ้ายคือ Carmelites Church เป็นสำนักแม่ชี และโบสถ์ทางขวาคือ Carmo Church เป็นสำนักสงฆ์นั้น มีกฎหมายของเมืองว่าไม่สามารถใช้กำแพงร่วมกันได้ เพื่อความบริสุทธ์ในพระองค์ อะไรประมาณนั้นนั่นเองครับ ซึ่งโบสถ์ที่สร้างก่อนคือ Carmelites Church สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 17 และ Carmo Church สร้างในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 หรือราวๆปี 1756 และไปสมบูรณ์ประมาณปี 1801 ครับ

Clérigos Church and Tower (Igreja dos Clérigos and Torre dos Clérigos)

จาก Carmo Church เดินตามรถรางลงมาจะเจอกับอีกโบสถ์นึงครับนั่นคือ Clérigos Church ซึ่งที่นี่มีจุดเด่นคือมีหอคอยสูงที่ไว้สำหรับชมวิวเมืองปอร์โต้ได้ครับ (ค่าขึ้น 3 EUR) กับบันไดประมาณ 240 ขั้น ซึ่งในวันที่หอคอยนี้สร้างเสร็จในปี 1763 นั้นถือเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สูงที่สุดในโปรตุเกสเลยครับ ปัจจุบันหอคอยที่สูงที่สุดคือ Vasco da Gama Tower ที่ลิสบอนครับ แต่ตอนไปผมไม่ได้เดินขึ้นไปชมวิวนะครับ เพราะดูเวลาแล้วยังเหลืออีกหลายที่เลยครับ 14-01-1412_Portugal 14-02-1414_Portugal

Saint Ildefonso Church (The Igreja de Santo Ildefonso)

วันนี้เที่ยวกันแต่โบสถ์ครับ 555 หลังจากถ่ายรูปหอคอย Clérigos แล้วเดินย้อนลงเขามาที่ Liberty Square ก่อนเดินขึ้นเขา (อีกแล้ว) ไปทางทิศตะวันออกของถนนเดียวกัน ก็จะเจออีกโบสถ์นึงครับคือ Saint Ildefonso Church โบสถ์แห่งนี้สร้างเมื่อปี 1724-1730 ซึ่งจุดเด่นของโบสถ์นี้คือผนังบริเวณทางเข้าจะใช้กระเบื้องสีฟ้าขาวมาตกแต่งครับ Saint Ildefonso Church Porto จากประวัติแล้วจริงๆที่ตรงนี้ก่อนหน้าที่จะเป็นโบสถ์ ก็เคยเป็น วิหาร (Chapel) ที่บิชอปแห่งปอร์โต้ใช้งานมาก่อนครับ แต่ด้วยความที่มันเก่ามากจนทำให้ทางเมืองตัดสินใจรื้อและสร้างใหม่เป็นโบสถ์แห่งนี้ครับ

Porto Cathedral (Sé do Porto)

สำหรับในยุโรปแล้วแต่ละเมืองจะมีโบสถ์ประจำเมืองอยู่ ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้คำว่า Cathedral ที่ปอร์โต้ก็เช่นกันครับซึ่งโบสถ์ประจำเมืองแห่งนี้สร้างตั้งแต่ราวๆปี 1110 ครับโดยบิชอปฮิวโก้ 16-01-1460_Portugal

ซึ่งในช่วงแรกนั้นโบสถ์สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ก่อนที่จะมีการตกแต่งเพิ่มเติมด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร๊อคในเวลาต่อมา โดยหลงเหลือเพียงส่วนหน้าต่างทรงกลมเท่านั้นที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคครับ 16-02-1456_Portugal

โบสถ์ประจำเมืองนี้ปัจจุบันถือว่าเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองปอร์โต้ครับ แต่จริงๆแล้วมีอีกโบสถ์หนึ่งที่น่าสนใจครับคือ SÃO FRANCISCO CHURCH ซึ่งโบสถ์แห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ที่สถาปัตยกรรมภายในครับ แต่โบสถ์นี้ผมไม่มีเวลาที่จะแวะไปครับ ซึ่งจริงๆผมเดินผ่านไปนะครับ แต่ตอนนั้นไม่ทราบว่ามันมีอะไรน่าสนใจ โดย SÃO FRANCISCO CHURCH จะอยู่ติดกับ Bolsa Palace ครับซึ่งติดๆกันจะมีสวนกว้างๆที่มีอนุเสาวรีย์อันนี้อยู่ครับ 16-03-1488_Portugal อ้อลืมบอกไปติดกับ Porto Cathedral จะมี Porto Art Museum อยู่นะครับ แต่ผมไม่ได้แวะครับ

Porto Wine Port

หลังจากค่อยได้ลงเขาลงมาผมก็เดินลงมาสุดที่ริมแม่น้ำครับซึ่งบริเวณนี้ค่อนข้างคึกคักเลยครับ มีร้านอาหารมากมายเต็มไปหมดครับ ตรงแถวๆนี้เป็นมุมสำรองที่ผมเล็งไว้ว่าถ้าตอนหัวค่ำไม่สามารถถ่ายรูปได้จะลงมาถ่ายภาพแถวนี้ครับ แต่หลังจากที่กลางวันไปสำรวจแล้วว่าถ่ายได้ ผมเลยแวะมาที่นี่ช่วงเย็นๆแทนครับ 17-01-1510_Portugal ปล. จากรูปเมื่อกี้ที่เห็นด้านบนนั่นคือจุดที่ผมจะไปถ่ายภาพเย็นนี้ครับ หลังจากเดินเล่นเสร็จผมก็เดินไปจนถึงสะพานครับ แล้วก็ข้ามสะพานไปฝั่งตรงข้าม ซึ่งฝั่งตรงข้ามนั้นจะเต็มไปโดยโรงงานไวน์ครับ ด้วยความที่สภาพอากาศแถวนี้ค่อนข้างดีจึงเหมาะแก่การปลูกและหมักไวน์ครับ และหลังจากหมักกันเสร็จในสมัยก่อนก็สามารถส่งขึ้นเรือออกไปขายต่อได้เลยครับ 17-02-1516_Portugal 17-03-1518_Portugal

อ้อเมืองปอร์โต้นั้นที่ผมบอกว่าแบ่งเป็น 2 ฝั่งด้วยแม่น้ำ Duoro นั้น ทางเหนือที่ผมเที่ยวมาตลอดวันนั้นคือฝั่งปอร์โต้ครับ (อารมณ์อำเภอเมืองบ้านเรานั้นหล่ะครับ) ทางด้านใต้ที่ผมข้ามไปเค้าเรียกกันว่าฝั่ง Gaia หรือชื่อเต็มๆคือ Vila Nova de Gaia โดยฝั่ง Gaia จะเป็นฝั่งที่มีตึกสมัยใหม่สูงๆเต็มไปหมดครับ

ฟ้าใสมาก จนไม่น่าเชื่อว่าเมื่อวานฝนตกหนักสุดๆ 17-04-1527_Portugal

ภาพนี้ถ่ายย้อนกลับไปฝั่งปอร์โต้ครับเห็นทั้งหอคอย Clérigos และโบสถ์ประจำเมืองด้วยครับ 17-05-1532_Portugal-Pano

Dom Luis I Bridge (Ponte Luís I)

ที่แห่งสุดท้ายที่ผมจะไปถ่ายแสงเย็นคือสะพาน Dom Luis I ครับ ซึ่งจากที่เห็นการจะขึ้นไปถ่ายภาพด้านบนเนี่ยเดินขึ้นเขากันเหนื่อยแน่ๆครับ ผมเลยยอมจ่ายเงินค่ากระเช้าครับถ้าจำไม่ผิดราคาจะราวๆ 5-8 EUR ครับซึ่งราคานี้จะได้ Free Wine Test Drink แต่ผมไม่ได้ไปชิมครับเพราะเวลาไม่พอแล้วต้องรีบขึ้นไปก่อนแสงหมดครับ 18-01-1548_Portugal

สำหรับสะพานแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสะพานโครงเหล็กโค้งที่ยาวที่สุดในโลกครับ โดยโค้งที่เป็นโครงสร้างนั้นยาว 172 เมตร ส่วนความยาวของทั้งสะพานคือ 385 เมตรครับ ตัวสะพานมี 2 ชั้น ปัจจุบันชั้นล่างสำหรับรถยนต์ ส่วนชั้นบนสำหรับรถไฟฟ้าสาย D ครับ โดยคนสามารถเดินข้ามได้ทั้งข้างล่างและข้างบนครับ สะพานแห่งนี้เปิดใช้ตั้งแต่ปี 1886 ครับ 18-02-1555_Portugal

ที่ปอร์โต้จะมีสะพานที่เป็นลักษณะคล้ายๆกับอีกแห่งหนึ่งนะครับ ซึ่งบางทีคนจะสับสนกัน สะพานนั้นชื่อ Maria Pia Bridge ซึ่งสร้างก่อนสะพานแห่งนี้ 9 ปีแต่สะพานแห่งนั้นจะมีชั้นบนชั้นเดียวครับ จากรูปข้างล่างคือสะพานที่เห็นอยู่ไกลๆนั่นหล่ะครับ 18-03-1587_Portugal

วันนั้นพระอาทิตย์ตกสวยมากเลยครับก็ถ่ายรูปฟินกันไปครับ 18-04-1597_Portugal 18-05-1599_Portugal 18-06-1604_Portugal

แถมภาพ พาโนรามาให้อีกรูปครับ 18-07-1588_Portugal-Pano

หลังจากถ่ายภาพและวิดีโอจนพอใจพวกผมก็นั่งรถไฟใต้ดินกลับที่พักครับ ก็เป็นอันว่าหมดโปรแกรมสำหรับการเที่ยวโปรตุเกสของผมหล่ะครับ จริงๆแล้วใกล้เมืองปอร์โต้ ยังมีอีกเมืองหนึ่งที่น่าสนใจครับคือเมืองบราก้า ซึ่งห่างจากปอร์โต้ไปทางเหนืออีก 50 กม.โดยประมาณครับ โดยที่บราก้าจะมี Landmark หลักๆเลยคือ Bom Jesus do Monte Monastery Bom Jesus do Monte Monastery, Braga, Portugal

ซึ่งตอนแรกผมก็สองจิตสองใจว่าวันรุ่งขึ้นที่จะต้องขับรถลงไปลิสบอนเพื่อขึ้นรถไฟไปสเปนนั้นจะแวะไปที่นี่ดีมั๊ย เพราะมันต้องขับรถขึ้นเหนือไปอีกครับ แล้วที่ผ่านมาหลายวันก็ไม่ได้พักเท่าไหร่ แถมโปรแกรมที่วางไว้ก็ยังต้องขับรถโหดๆอีกมากกว่าจะได้พัก กลัวว่าร่างกายจะไม่ไหวเสียก่อน สุดท้ายก็เลยตัดสินใจไม่ไปครับ

แต่สุดท้ายกลับมาก็แอบเสียดาย 555

 

Go to Madrid – Oriente Train Station

สำหรับเช้าวันที่ 7 ผมก็นอนตื่นสายครับพักผ่อนพักร่างกาย แล้วก็เดินเล่นแถวที่พักจนเที่ยงก็ขับรถกลับลิสบอนครับ โดยวันกลับผมแวะกลับไป Belem Tower อีกรอบเพราะเช็คแล้วว่าช่วงที่ผมกลับไปเป็นช่วงน้ำขึ้นครับ จากนั้นก็ไป Drop ของที่สถานีรถไฟ Oriente แล้วก็เอารถไปคืนที่สนามบินครับ แล้วก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกลับมาที่สถานีรถไฟเตรียมขึ้นรถไฟไปสเปนครับ ที่สถานีรถไฟ Oriente ถือว่าเป็นสถานีรถไฟที่สวยงามทีเดียวครับ ถ่ายรุปสนุกเลย 555 19-01-1636_Portugal 19-02-1655_Portugal

สำหรับการจองรถไฟนั้นผมได้จองผ่านเว็บ http://www.raileurope.com ครับ ซึ่งตอนจองก็คิดว่าจะจองดีมั๊ย หรือว่าจะใช้วิธีขับรถยาวไปเลย เนื่องจากผมไปกัน 3 คนบางครั้งตั๋วรถไฟ 3 คนรวมกันอาจจะแพงกว่าค่าคืนรถต่างประเทศเสียอีกครับ แต่ช่วงที่ผมทำรูทอยู่ มันมีโปรค่ารถไฟตกคนละ 1200 บาทเองครับ ราคาปกติจะอยู่ประมาณ 4000 บาทครับ เลยไม่คิดมากจัดไปเลยครับ และรถไฟเป็นแบบ Night Train ไม่ต้องขับรถไปประมาณ 500 กม. และได้นอนพักระหว่างเดินทางอีกตะหากครับ 19-03-1671_Portugal

 

ทั้งหมดนี้เป็นการเที่ยวโปรตุเกสในช่วง 7 วันแรกจาก 32 วันในทริปนี้ ตอนนี้เหลืออีก 2 ประเทศคือสเปนและฝรั่งเศสครับ เป็นยังไงบ้างครับ ผมหวังว่ารีวิวนี้จะช่วยให้เพื่อนๆเที่ยวโปรตุเกสได้อย่างง่ายขึ้นนะครับ เพราะโปรตุเกสเองเป็นประเทศที่ผมไม่ค่อยเห็นคนมารีวิวซักเท่าไหร่ แต่อย่างที่ผมพูดตั้งแต่ตอนที่แล้วครับ ว่าที่ประเทศนี้มีประวัติศาสตร์ที่อารยธรรมที่น่าสนใจมากครับ

สำหรับค่าใช้จ่ายในการเที่ยวที่โปรตุเกสเป็นไปตามตารางนี้ครับ (ซึ่งจริงๆสามารถถูกได้มากกว่านี้อีก)
POR-EXPENSE

ตอนหน้าผมก็จะพาเพื่อนๆเข้าไปที่สเปนซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของทริปนี้เลยครับ
สำหรับวันนี้ขอบคุณที่ติดตามครับ สวัสดีครับ20-01-0269_Spain to be continue…

ที่พัก:พาลูกเที่ยว The Scent Hotel Samui สุดบูทีค ริมหาดบางรัก

2
พาลูกเที่ยวสมุย The Scent Hotel Samui ที่พักบูทีค สมุย ที่พักสมุย ที่กินสมุย ร้านแนะนำสมุย ที่พักโรแมนติกสมุย ที่พักสวยๆสมุย

พาลูกเที่ยว The Scent Hotel Samui ที่พักบูทีค สมุย ที่พักสมุย ที่กินสมุย ร้านแนะนำสมุย ที่พักโรแมนติกสมุย ที่พักสวยๆสมุย

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน วันนี้หยิบที่พัก The Scent Hotel ที่ไปมามาฝากกัน รีวิวนี้เป็นหนึ่งในทริบ พาลูกเที่ยวทะเลไทยไปเกาะสมุยทีผ่านมา ถือเป็นภาคต่อจากรีวิวที่แล้วกับ ทริบบินตรงจากกรุงเทพฯไป เกาะสมุย เกาะสวรรค์ของอ่าวไทยเรา หนที่แล้วพากลับไป ดินเนอร์สุดโรแมนติกมาแล้วกับที่ Peace Resort Samui หนนี้จะเป็นยังไงไปเที่ยวด้วยกันต่อเลยดีกว่านะ ไปครับไปๆๆ

Journey of Western Europe เส้นทางแห่งประวัติศาสตร์และอารยธรรม ตอนที่ 1 โปรตุเกส ลิสบอน ซินทรา

3

Journey of Western Europe

Episode 1 Portugal Part 1 Lisbon Sintra

สำหรับตอนที่ 2 เชิญที่นี่เลยนะครับ http://blog.one22.com/archives/13151

ก่อนอื่นต้องขอกล่าวสวัสดี เพื่อนๆที่ติดตาม Web One 22 แห่งนี้ด้วยครับ
ผมขอแนะนำตัวก่อน ผม เอ๋อ้อย จากเพจ Travel Planet by vichie81
https://www.facebook.com/Travel.Planet.By.Vichie81
ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปผมจะขอเข้าประจำการ เป็นหนึ่งใน Blogger ของบ้านหลังนี้ครับ
โดยจะเน้นข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างประเทศครับ

โดยสำหรับตอนแรกนี้ผมจะพาเพื่อนๆทุกคนไปเที่ยวทางยุโรปตะวันตก
ซึ่งประกอบไปด้วย โปรตุเกส สเปน และ ฝรั่งเศสครับ
ประเทศเหล่านี้ยกเว้นฝรั่งเศสอาจจะเป็นประเทศที่ยังไม่เป็นที่นิยม ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยมากนัก
แต่จากการที่ผมได้ไปสัมผัสทริปนี้มากว่า 32 วัน ต้องบอกเลยว่าประเทศเหล่านี้มีของครับ
หลายๆสิ่งล้วนชวนน่าหลงใหลให้กลับไปเยี่ยมเยียนอีกครั้งครับ

000-Review-Cover

 

This is Road Trip
สำหรับทริปนี้การเดินทางหลักๆของผมคือการเช่นรถยนต์เที่ยวครับ
จริงๆแล้วต้องบอกว่าเมืองในยุโรปนั้น เหมาะแก่การเที่ยวด้วยรถไฟมากกว่านะครับ
เพราะว่าแต่ละเมือง ล้วนมีรถไฟที่วิ่งถึงกันได้ และต้องบอกว่าอาจจะเร็วกว่า การขับรถเสียด้วยซ้ำครับ

แต่ของผมด้วยความที่ว่าไปหน้าร้อนซึ่ง พระอาทิตย์จะตกดึกมาก คือราว 3-5 ทุ่ม แล้วแต่เมืองครับ
ซึ่งมีสถานที่เที่ยวนอกเมืองหลายๆที่ที่ผมต้องใช้รถขับไป เนื่องจากรถสาธารณะหมดนั่นเองครับ
ในทริปนี้ผมจึงตัดสินในในการเช่ารถขับครับ

ซึ่งแน่นอนการขับรถใน EU เป็นรถยนต์พวกมาลัยซ้ายนะครับ (แต่ถ้าไปอังกฤษจะเป็นพวงมาลัยขวา)
ทั้งนี้เรื่องของการขับรถข้ามประเทศก็ไม่ต้องห่วงครับ มันเป็น Borderless ครับ
ไม่ต้องมีการเช็คอะไรใดๆทั้งสิ้น แค่ขับผ่านไปเฉยๆได้เลยครับ
แต่ที่นี้อาจจะมีบ้างเรื่องของกฎหมายของแต่ละประเทศที่แตกต่างกันไปครับ
เช่นเรื่องการจำกัดความเร็วคือ โปรตุเกส 110 สเปน 120 ฝรั่งเศส 130 อะไรอย่างนั้นครับ

สำหรับการเช่ารถ รอบนี้ผมเช่ารถแยกเป็น 2 ช่วงครับ คือที่โปรตุเกส และสเปน
โดยรถที่เช่าจากสเปน ผมเอาไปคืนที่ฝรั่งเศสเลย

แต่การคืนรถต่างสถานที่โดยเฉพาะ คนละประเทศนั้นจะค่อนนข้างแพงครับ โดยเราจะถูกชาร์จค่า One Way Fee
ซึ่งแพงมากครับ อย่างตอนเช่ารถสเปน คืนฝรั่งเศษ เช่ารถประมาณ 20 วัน
ค่าเช่ารถ 200 EUR แต่เจอค่า One Way Fee ไป 400 EUR ครับ

แต่ตอนนั้นผมดูแล้วว่าถ้าเปลี่ยนเป็นนั่งรถไฟข้ามประเทศแทน
ค่าตั๋วรถไฟมันแพงกว่าครับ

แต่ช่วงโปรตุเกสไปสเปน ผมได้ตั๋วรถไฟถูกมาก (มีโปรพอดี)
อันนั้นเลยคืนรถแล้วนั่งรถไฟข้ามประเทศแทนครับ
ซึ่งอันนี้ต้องลองดูกันเองครับ เพราะโปรมันจะมีมาเรื่อยๆครับ

สำหรับการจองรถ ถ้าจองแบบไม่ได้ข้ามประเทศ ผมชอบจองผ่านเจ้านี้ครับ http://www.erentals.co.uk
เป็นเว็บของอังกฤษ เป็น Agency ที่ให้ราคาถูกมากครับ แต่ถ้าข้ามประเทศเจ้านี้ไม่มีนะครับ
แต่ข้อเสียคือตอนจองเราจะไม่รู้ว่าเราจะได้รถจากเจ้าไหน

ซึ่งครั้งนี้ที่โปรตุเกสผมได้เจ้าที่เป็น Local ของโปรตุเกส ชื่อ Go Rent ราคาถูก รถดี
แต่ Office อยู่นอกสนามบินครับ เสียเวลาในการโทรเรียกเล็กน้อยครับ
แต่อย่างตอนผมไปอังกฤษจองผ่านเจ้านี้ ผมได้ของ Enterprise ซึ่งก็ถือว่าเป็นเจ้าใหญ่นะครับ

แต่เจ้านี้มีข้อเสียนิดนึงคือเป็นแบบ Pre Paid คือจ่ายเงินก่อน แล้วเอา Voucher ไปเอารถครับ
ซึ่งผมมีปัญหานิดนึงตอนไปอเมริกา เพราะผมจองไป 2 คัน แต่ไปถึงแล้วจริงๆ มีรถที่ใหญ่ขึ้นสามารถใช้คันเดียวได้
จึง Refund ไปใบนึงซึ่งขั้นตอนการ Refund ยุ่งยากมากๆ แล้วระบบเค้าดูงงๆครับ จนเกือบจะไม่ได้เงินคืนครับ
และบริการหลังการขายไม่ดีเท่าไหร่

แต่ถ้าจองคันเดียวอยู่แล้ว และไม่ได้ไปเปลี่ยนรถอะไรมาก เจ้านี้ถือว่าให้ราคาดีมากครับ

ส่วนที่สเปนผมจองผ่าน Expedia ไปครับ ซึ่งของ Expedia นั้นจะ List มาให้เลยว่า
รถเจ้าไหนราคาเท่าไหร่ครับ ซึ่งผมเลือกของ Hertz ไปครับ

 

GPS
สำหรับการเดินทางโดยใช้รถนั้นผมแนะนำว่าควรที่จะมี GPS เพราะว่าถนนในเมืองใหญ่ๆในยุโรปค่อนข้างที่จะวุ่นวายมากครับ
ถนนเล็กๆ ตรอกซอกซอยเยอะมากครับ หลงได้ง่ายๆเลยครับ ซึ่ง GPS เองผมแนะนำว่าเราสามารถซื้อเครื่องจากเมืองไทย
แล้วหาโหลด แผนที่ฟรีที่เป็นพวก Open Street Map ไปใช้งานได้ครับ
อย่างของผมผมซื้อ GPS ของ Garmin ตัวที่ถูกที่สุดราคาประมาณ 2500 บาท
ซึ่งถูกกว่าการไปเช่า GPS ที่นู่นเสียอีกครับ

โดยเรื่องแผนที่ผมโหลดจากที่นี่ครับ http://mapas.alternativaslibres.es/downloads.php

มีแผนที่แยกประเทศไว้ให้ แต่ถ้าจะเอาแผนที่ทั้งยุโรป
เพื่อเวลาเราข้ามประเทศจะต้องให้มัน Gen Route ระหว่างประเทศได้
เว็บนี้จากขอให้เรา Donate อย่างน้อย 16 Euro ครับ
ซึ่งผมก็ Donate ให้เค้าและโหลดแผนที่ของทั้งยุโรปมาใช้ครับ

และอีกเว็บที่ผมใช้บริการบ่อยคือเว็บนี้ครับ http://www.osmmaps.com
ของที่นี่ผมโหลดแผนที่ตอนไปเที่ยวอเมริกาและแคนาดาครับ

ซึ่งหลังจากได้แผนที่แล้วเราก็ต้องมาใส่พิกัดสถานที่ที่เราจะไปครับ
ซึ่งพวกโรงแรมส่วนมากจะมีพิกัด GPS มาให้อยู่แล้วก็ให้เราบันทึกลงไปได้เลย
พวกสถานที่เที่ยวก็เช่นกันครับ
สำหรับสถานที่บางที่ที่เราไม่ทราบพิกัด GPS แต่รู้ว่าอยู่ตรงไหนใน Google map เราก็สามารถบันทึกได้เช่นกัน

โดยให้เราคลิกขวาที่แผนที่จุดที่เราต้องการไปแล้วเลือก Waht’s Here หรือ ที่นี่คืออะไร
แล้วมันจะขึ้นพิกัดมาให้ครับ แต่ทีนี้พิกัดที่ขึ้นมาอาจจะไม่ตรง format ที่ GPS เราใช้
เราก็สามารถไปแปลงได้ที่เว็บนี้ครับ
http://www.gpsvisualizer.com/calculators

เท่านี้เราก็จะได้ GPS ไว้ใช้งานแล้วครับ

ข้อแนะนำในการใช้ GPS ผมแนะนำให้ใช้ควบคู่กับ Googel Map รวมไปถึงป้ายถนนต่างๆนะครับ
เพราะผมเคยเจอว่าบางครั้ง GPS พาผมไปผิดทาง
เนื่องจากที่ที่ผมจะไปเป็นที่เที่ยวที่อยู่บนเขา ซึ่งกินพื้นที่มาก
ปรากฎว่า GPS มันพาผมไปเข้าด้านหลังซึ่งใกล้กว่า
แต่ถนนนั้นมันปิดให้ใช้ได้เฉพาะเจ้าหน้าที่อะไรอย่างนั้นครับ

หรือบางทีมันจะพาอ้อมทางถนนใหญ่ ซึ่งอาจจะต้องอ้อมไปมากกว่า 200-300 โลก็มีครับ
ดังนั้นผมจึงแนะนำให้ใช้คู่กันทั้ง GPS และ Google map ครับ

 

การติดต่อสื่อสาร

 

005เนื่องด้วยหลังๆผมนิยมใช้ Google Map ในการพาเที่ยวดังนั้น

ผมจะต้องการอินเตอร์เนตไว้ใช้ในเมืองระหว่างเที่ยวครับ
ซึ่งการเที่ยวใน EU จะลำบากนิดนึงเนื่องจากพอเราเปลี่ยนประเทศ เราก็จะต้องเปลี่ยนซิมไปด้วย
ต่างจากการไปเที่ยวอเมริกาที่ซิมสามารถใช้งานแบบ Nationwide ทั่วประเทศครับ

ก่อนไปผมหาข้อมูลซิมประเทศต่างๆจากเว็บนี้ครับ

http://prepaidwithdata.wikia.com/wiki/Portugal
http://prepaidwithdata.wikia.com/wiki/Spain
http://prepaidwithdata.wikia.com/wiki/France

เป็นเว็บแนววิกิที่คนใช้งานทั่วไปเอาข้อมูลมาอัพเดทให้ครับ
ถ้าเพื่อนไปประเทศอื่นๆ ก็เปลี่ยนชื่อประเทศด้านท้าย Link ได้เลยครับ

ปล. ที่สนามบินลิสบอนโปรตุเกสจะมีบุทของ Vodafone อยู่ครับ
ค่าซิมพร้อมอินเตอร์เนต 1 GB ใช้งานได้ 1 เดือน อยู่ที่ 14 EUR ครับ

 

การเดินทางในลิสบอน
การเดินทางเที่ยวในลิสบอนปัจจุบันก็ง่ายขึ้นเยอะครับ
เพราะปัจจุบันมีรถไฟใต้ดินไปถึงสนามบินลิสบอนแล้วครับ (ถ้าจำไม่ผิดสายนี้พึ่งเปิดเมื่อปีที่แล้วครับ)
รวมไปถึงสถานีรถไฟ Oriente ที่จะเชื่อมไปยังเมืองต่างๆ และประเทศสเปนด้วยครับ

การใช้ Metro นั้นที่นี่จะมีการคิดค่าตั๋วกินเปล่าก่อน 0.5 EUR ครับ
ซึ่งหลังจากนั้นก็สามารถใช้ตั๋วใบนั้นในการเติมเงิน แบบเดียวกับที่สิงคโปร์ครับ
ซึ่งบัตรดังกล่าวรวมไปถึงการเติมแบบพวก Day Pass ได้ด้วยเช่นกันครับ

อันนี้เป็นแผนที่รถไฟใต้ดินฝั่งเมืองในปัจจุบันครับ
007-metro-lisboa

 

 

เอาหล่ะครับเกริ่นนำมาเยอะแล้ว…
ได้เวลาพาเพื่อนๆไปชมความงามของเมืองลิสบอนแล้วหล่ะครับ

 

Lisbon

National Sanctuary of Christ the King (Cristo Rei)

ที่แรกที่ผมไปคือที่นี่ครับ National Sanctuary of Christ the King เป็นที่ตั้งของพระเยซูคริสต์ อยู่บนยอดเขา
เป็นรูปปั้นแบบเดียวกับพระเยซูที่อยู่ที่ ริโอ เดอ จาเนโร ที่บลาซิลครับ แต่ที่นี่รูปปั้นจะเล็กกว่าครับ
และสาเหตุของการปั้นรูปปั้นนี้ขึ้นมาก็เกิดจากแรงบันดาลใจของ Cardinal Patriarch แห่งลิสบอน
ที่ได้ไปเยือยนคร ริโอ เดอ จาเนโร มานั่นเอง

 

009-1-0001_Portugal

สำหรับสถานที่ตั้งนั้นจะอยู่บนฝั่ง Almada ครับซึ่งตรงจุดนี้จะไม่มีรถไฟใต้ดินไปถึง
โดยทั่วไปแล้วจะต้องนั่งรถเมล์ข้ามไปครับ โดยรถเมล์สายที่ข้ามไปได้คือสาย 753 ครับ
บริเวณโดยรอบที่นี่จะเป็นสวนครับ

009-2-0021_Portugal
25 April Bridge (Ponte 25 de Abril)
ซึ่งจากสวนที่นี่เราสามารถชมสะพานข้ามฝั่งที่ข้ามแม่น้ำทาร์กัส หรือแม่น้ำเทโจ ของลิสบอนได้ครับ
โดยสะพานแห่งนี้มีชื่อว่า Ponte 25 de Abril หรือ 25 April Bridge นั่นเองครับ
ซึ่งสะพานแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1966 ซึ่งแต่เดิมมีแต่ถนน และมีการต่อเติมเพิ่มเป็นสะพานรถไฟในภายหลังครับ
ซึ่งถ้าดูถึงรูปลักษณ์และสีแล้วสะพานนี้จะไปละม้ายคล้ายคลึงกับสะพาน Golden Gate ที่ ซานพรานซิสโกนั่นเองครับ

Lisbon Bridge with cityscape

โดยชื่อของสะพานนั้นหมายความถึงการรัฐประหารทางประเทศที่เรียกว่า Carnation Revolution ที่เกิดขึ้นเมื่อ 25 เมษายน 1974 นั่นเองครับ

แรกทีเดียวผมแพลนว่าจะถ่าย Twilight ที่นี่ครับ
แต่ว่าเกิดปัญหาขึ้น เนื่องจากที่ตรงนี้ปิดตอน 18:30 ครับ
ซึ่งจุดที่ผมจะถ่ายก็ดันอยู่ในพื้นที่ของ National Sanctuary of Christ the King เสียด้วยครับ
ทำให้ผมต้องเปลี่ยนแพลนครับ โดยขับรถลงไปที่ด้านล่างของฝั่ง Almada แล้วถ่ายสะพานจากด้านล่างแทนครับ
ก็ได้ภาพมุมนี้มาแทนครับ
Lisbon cityscape

ตรงที่ผมถ่ายเป็นเหมือนโรงงานร้างครับ
มีชาวบ้านแถวนั้นมานั่งตกปลาเต็มไปหมดเลยครับ
แต่พวกชาวบ้านกลับกันตอนพระอาทิตย์ตก แต่พวกผมอยู่ถ่ายรูปต่อแอบเปลี่ยวและน่ากลัวอยู่เหมือนกันครับ
แต่แลกกับการได้รูปสวยๆก็โอเคอยู่ 555
Lisbon Bridge cityscape

วันแรกของทริปผมก็หมดเพียงเท่านี้ครับ
เพราะกว่าสมาชิคทั้งหมดจะมาถึงสนามบินก็บ่าย 3 แล้ว
เข้าโรงแรมประมาณ 4 โมงวันนี้ก็เลยจัดโปรแกรมสบายๆนิดนึงครับ

 

Lisbon City Tour
สำหรับวันที่ 2 วันนี้ผมจะเดินเที่ยวในเมืองลิสบอนครับ
ซึ่งวันนี้ผมจอดรถทิ้งไว้ที่โรงแรมเลยครับ แล้วใช้บริการขนส่งสาธารณะเป้นหลักครับ
โดยวันนี้ผมซื้อตั๋ว Day Pass เอาครับ ถ้าจำไม่ผิดราคาจะประมาณ 6 EUR ซึ่งขึ้นรถประมาณ 4 เที่ยวก็คุ้มแล้วครับ
อันนี้คือจุดที่ผมไปเที่ยวครับ ส่วนแรกจะอยู่ในเมืองเก่าครับ
011-1

และส่วนนี้จะอยู่โซน Belem ครับ ซึ่งสามารถนั่งรถเมล์ หรือรถรางไปได้ครับ รวมถึงรถไฟด้วย
ผมไม่แน่ใจว่ารถไฟนี่รวมอยู่ใน Day Pass หรือเปล่า
โดยรถเมล์จะไปลงแถวๆ Jerónimos Monastery ครับ
011-2

 

Ferdinand Magellan Statue

ลิสบอนเองนั้นก็มีความคล้ายคลึงกับหลายๆเมืองในยุโรปคือ ตามถนนหนทางจะมีรูปปั้นของบุคคลต่างๆมากมายครับ
รูปปั้นนี้อยู่ตรงถนนแถวๆที่พักตรงสถานีรถไฟสถานี Arroios เป็นรูปปั้นของ Ferdinand Magellan
ซึ่งเป็นผู้สำรวจโลกชื่อดังคนนึงครับ โดยการเดินเรือที่ขึ้นชื่อของ Ferdinand Magellan
คือการล่องเรือไปทวีปเอเชียโดยอ้อมทางอเมริกาครับ ซึ่งการเดินเรือของเค้าก็เป็นหนึ่งในข้อพิสูจน์ว่าโลกนี้เป็นทรงกลมครับ
011-3-0101_Portugal

Rossio Square (Praça de D. Pedro IV)

เป็นจตุรัสกลางเมืองของลิสบอนครับ มีอีกชื่อหนึ่งว่า Pedro IV Square โดยกลางจตุรัสจะมาเสาหินที่มีรูปปั้นของ King Pedra IV อยู่ครับ
ผมชอบที่นี่นะลายที่พื้นมันดูเก๋ดีครับ 555 ซึ่งถ้าสังเกตดูลายพื้นที่นี่จะเหมือนกับหลายๆสถานที่ในมาเก๊า
นั้นก็เพราะมาเก๊าเองเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกสมาก่อนนั่นเองครับ
012-1-0130_Portugal

สำหรับการเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ยากเลยครับ นั่งรถใต้ดินมาลงที่สถานี Rossio ได้เลยครับ

 

Restauradores Square (Praça dos Restauradores)
ถัดจาก Rossio Square มาไม่ไกลจะมีจตุรัสใหญ่อีกอันนึงครับ
ชื่อ Restauradores Square ซึ่งจตุรัสนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1640
หลังจากการประกาศอิสระภาพจากสเปนมาแล้ว 60 ปีครับ (เมื่อก่อนที่แห่งนี้ถูกปกครองโดยสเปนครับ)
ซึ่งที่นี่ลายพื้นก็กิ๊บเก๋อีกแล้วครับ
013-1-0161_Portugal

สำหรับที่นี้ถ้าจะไปควรไปช่วงบ่ายครับ แสงจะสวยในมุมฝั่งตรงข้าม
ซึ่งสวยกว่ามุมนี้ครับ แต่ผมไปเช้าต้องถ่ายมุมนี้แทนครับ

โดยทั้ง 2 ด้านของอนุเสาวรีย์จะมีรูปปั้นอยู่ครับ
ซึ่งรูปปั้นทั้ง 2 นั้นเป็นตัวแทนของ ชัยชนะ และ อิสระภาพครับ
013-2-0185_Portugal

013-3-0198_Portugal

 

Rua das Portas de Santo Antão

หลังจากเดินเที่ยวจตุรัสเสร็จก็ได้เวลากินข้าวครับ (เที่ยวแปร๊บเดียวกินข้าวซะละ 55)
ทริปนี้ผมจะออกจากโรงแรมค่อนข้างสายครับ
เนื่องจากส่วนมากจะเที่ยวถึงดึกเนื่องจากหน้าร้อนของยุโรปพระอาทิตย์ตกช้านั่นเองครับ

จาก Restauradores Square เดินย้อนกลับมาไม่ไกลครับก็จะเป็นถนนนึงที่เป็นร้านอาหารเต็มไปหมดครับ
ถนน Rua das Portas de Santo Antão ตรงนี้เป็นเหมือนย่าน Hangout ครับ
แต่ตอนกลางวันก็เปิดขายเช่นกันครับ โดยถนนที่นี่จะขึ้นชื่อเรื่องร้านอาหาร Seafood ครับ
014-1-0230_Portugal
โดยผมสั่งเป็นปลาย่างมาทานครับ
ที่โปรตุเกสค่าครองชีพจะค่อนข้างถูกครับ
อาหารโดยมาราคาจะอยู่ราวๆ 5-10 EUR เท่านั้นครับ

014-2-0227_Portugal
แต่ข้อควรระวังคือ ที่โปรตุเกสหลังจากสั่งอาหารเค้าจะยก พวกขนมปัง มะกอกดอง มาตั้งที่โต๊ะครับ
ซึ่งไม่ฟรีนะครับ ดังนั้นถ้าไม่กินอะไรให้คืนเค้าไป ไม่งั้นเค้าจะคิดตังค์เราครับ

 

Santa Justa Lift (Elevador de Santa Justa)

หลังจากทานมื้อกลางวันเสร็จผมก็ไปเดินเล่นในเมืองต่อครับ
โดยไปที่จุดชมวิวนึงของเมืองคือที่ Santa Justa Lift

ซึ่งตอนเดินมาถึงลิฟท์ปรากฎว่าเจอร้านอาหารจีนครับ ซึ่งจริงๆแล้วทริปนี้
ผมและเพื่อนๆจะเน้นกินอาหารจีนกัน เนื่องจากถูกและใกล้เตียงอาหารไทยครับ
โดยผมใช้ Google Map ช่วยหาโดยการ Search ด้วยคำว่า Chinese Restaurant ครับ
ซึ่งก็ช่วยได้ดีเลยครับ (แต่ผมมาใช้ทริคนี้เป็นตอนอยู่ที่ สเปนแล้วครับ)

กลับมาพูดถึงลิฟท์ต่อ
ลิฟท์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมถนน Lower Baixa กับ Carmo Square ครับ

เพราะที่ลิสบอนเองก็เป็นอีกเมืองนึงที่สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาครับ
ซึ่งหลังจากการสร้างลิฟท์ที่แห่งนี้ก็กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองไปครับ
โดยการไปเยี่ยมชมที่นี่ ถ้าขึ้นลิฟท์จะเสียค่าขึ้น 5 EUR และเสียค่าขึ้นชมวิวอีก 3 EUR
ซึ่งค่าลิฟท์ 5 EUR เราสามารถเดินขึ้นเขาเองได้ครับ ไม่สูงมากนัก แต่ต้องเดินอ้อมพอเหงื่อออกครับ

อันนี้คือ Santa Justa Lift ที่ผมถ่ายมาจากอีกฝั่งนึงครับ

015-1-0347_Portugal

ซึ่งเมื่อขึ้นไปแล้วเราก็จะเห็นวิวประมาณนี้ครับ
Lisbon Portugal

ถ้ามีเวลาผมแนะนำให้ไปชมวิวกันนะครับ
โดยโซนนี้จะเป็นโซนของเมืองเก่าของลิสบอน
ซึ่งมีจุดเด่นของเมืองอยู่ที่ตึกที่มีหลังคาสีแดงอิฐนี่แหละครับ
อ้อช่วงเวลาที่เหมาะที่จะถ่ายรูปตามแสงคือช่วงบ่ายครับ

โดยที่เห็นอยู่ไกลๆนั่นคือ Castle of São Jorge ครับซึ่งจะเป็นจุดที่ผมไปจุดต่อไปครับ

 

Castle of São Jorge (Castelo de São Jorge)

สำหรับการไปที่ Castle of São Jorge นั้นผมแนะนำให้ขึ้นรถเมล์ไปนะครับสาย 737 ขึ้นได้จากแถวๆ Rossio Square
จะไปถึงทางเข้าปราสาทเลยครับ ตอนผมไปประมาทไปหน่อย
เห็น google map มัน gen ทางมาให้ระหว่างเดินไปกับนั่งรถเมล์ใช้เวลาพอกันผมเลยเดินไปครับ
แต่เดินขึ้นเขาทำเอาเหนื่อย หอบแฮ่กๆ เหมือนกันครับ
016-1-

ซึ่งที่นี่ในปราเวณปราสาทจะออกแนวเป็นซากปรักหักพัง
และประวัติศาสตร์ต่างๆของปราสาทแห่งนี้ครับ เหมาะแก่การมาเดินเล่นชมวิวเมืองเช่นกันครับ
แต่แนะนำว่าควรมาช่วงเช้าครับ เพราะหันไปทางเมืองจะตามแสงครับ

ผมมาบ่ายก็เดินเล่นชิวๆ ชมเมืองชมปราสาทกันไปครับ
016-2-0378_Portugal

Lisbon Cathedral (Santa Maria Maior de Lisboa or Sé de Lisboa)

โดยทั่วไปแล้วสำหรับการมาเที่ยวยุโรปสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่เราไม่ควรพลาด
ในแต่ละเมืองคือ Cathedral ครับซึ่ง Cathedral ก็จะเป็นเสมือนโบสถ์ประจำเมืองนั่นเองครับ
ซึ่ง Lisbon Cathedral นั้นจะตั้งอยู่ใกล้ๆกับ Castle of São Jorge สามารถเดินลงเขามาได้เลยครับ
หรือสามารถนั่งรถรางสาย 28 ลงมาได้ครับ
017-1-0420_Portugal
จริงๆแล้วที่นี่ภายในก็ค่อนข้างสวยนะครับ
เสียดายผมมีเวลาไม่พอที่จะเข้าไปชมครับ ถ้าเพื่อนๆมาเที่ยวยังไงลองเข้าไปชมดูนะครับ

 

Commerce Square (Praca do comercio)

Commerce Square เป็นอีกจตุรัสสำคัญของเมืองลิสบอนครับ
โดยจตุรัสแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Tagus ครับ
โดยที่จตุรัสแห่งนี้มีอักชื่อนึงที่คนเรียกกันก็คือ Palace Square ครับ
เนื่องจากจุดนี้เป็นที่ตั้งของ Royal Ribeira Palace
แต่ว่าพระราชวังแห่งนี้ได้ถูกทำลายไปหลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 1755 ครับ

โดยที่กลางจตุรัสนั้นปัจจุบันจะมีรูปปั้นของ King José I อยู่ครับ
Commerce Square Lisbon

น่าเสียดายนิดนึงที่วันที่ผมไปเที่ยวนั้นเป็นวันหลังจาก การแข่งขันฟุตบอล Champion league รอบชิงเสร็จไป 2 วัน
ซึ่งที่นี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่จัดงานใหญ่ครับ วันที่ผมไปที่จตุรัสแห่งนี้เลยอยู่ระหว่างการเก็บงานอยู่ครับ และปิดไม่ให้คนเข้าไปเดินได้ครับ
ภาพนี้ผมใช้เลนส์ซูมเข้าไปถ่ายเอาครับ จะเห็นว่าที่พื้นที่พวกของที่เค้ากำลังเก็บงานกันอยู่ครับ
018-2-0424_Portugal

Belem Tower (Torre de Belém)

Belem Tower เป็นสถานที่อีกที่หนึ่งในลิสบอนที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกครับ
โดยหอคอยแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการป้องกันข้าศึกที่เข้ามารุกรานครับ
โดยตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำ Tagus ที่เชื่อมออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติคครับ
ซึ่งหอคอยแห่งนี้มีบทบาทมากในยุคแห่งการเดินเรือครับ

อ้อการเดินทางไปยัง โซน Belem นั้นจะมีรถบัส และรถราง จากแถวๆ Commerce Square ไปได้หลายสายอยู่ครับ
จริงๆแล้วแรกทีเดียวผมตั้งใจว่าจะมาถ่าย Twilight ที่นี่ครับ
แต่ว่าวันที่ผมไปช่วงเย็นของวันซึ่งในวันนั้นเป็นช่วงน้ำลงพอดีครับ ทำให้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่

Tower of Belem Lisbon
ทั้งนี้เนื่องจากตัวหอคอยนั้นตั้งอยู่ที่ ปากน้ำติดมหาสมุทรจึงได้รับผลโดยตรงจากปรากฎการณ์น้ำขึ้นน้ำลงครับ
ซึ่งเพื่อนๆสามารถเช็คตารางน้ำขึ้นน้ำลงได้ที่นี่ครับ จะได้ดูว่าวันที่ไปนั้นช่วงไหนน้ำขึ้นน้ำลงยังไงครับ
http://www.windfinder.com/tide/santa_maria_de_belem
ซึ่งผมได้กลับมาแก้ตัววันกลับ ก่อนที่จะคืนรถแล้วข้ามไปสเปนครับ

019-2-1622_Portugal
แต่ไม่สามารถอยู่จนช่วง Twilight ได้ก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกันครับ

Monument to the Discoveries (Padrão dos Descobrimentos)

เนื่องด้วยระดับน้ำไม่เป็นใจเท่าไหร่ผมเลยเปลี่ยนแผนครับ
ไปถ่ายภาพช่วง Twilight ที่ Monument to the Discoveries แทนครับ
โดยที่ Monument to the Discoveries นั้นสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการเดินเรือ และเปิดโลกครับ
เพราะอย่างที่ทราบๆกันโปรตุเกสเองเป็นชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องการเดินเรือมากๆ
และเป็นชาติที่ไปเดินทางไปยังทวีปต่างๆมากมายครับ
monument to the discoveries Panorama lisbon

ภาพแบบเต็มๆครับ ด้านหลังจะเห็นสะพาน 25 April Bridge ครับ
monument to the discoveries Lisbon

ที่อนุเสาวรีย์นั้นที่พื้นที่มีแผนที่โลกที่แสดงให้เห็นถึงประวัติการเดินเรือ
และการล่าอาณานิคมของโปรตุเกสด้วยครับ
020-3-0453_Portugal

จากนั้นผมก็ฝังตัวเองอยู่แถวๆนี้เพื่อรอเก็บแสงเย็นครับ
อันนี้พระอาทิตย์เริ่มตกหล่ะครับ
monument to the discoveries Lisbon

และก็ได้แสงเย็นสมใจครับ
monument to the discoveries Lisbon

monument to the discoveries Lisbon

หลังจากถ่ายภาพเสร็จผมก็นั่งรถรางกลับไปแถว Commerce Square เพื่อต่อ Metro กลับโรงแรมครับ
ก็เป็นอันหมดโปรแกรมในการเที่ยวลิสบอนของผมครับ
จริงๆแล้วในโซน Belem นั้นมีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่ที่น่าสนใจครับ
นั้นก็คือ Jerónimos Monastery ซึ่งที่นี่เป็นที่ฝังศพของ Vasco da Gama
ซึ่งเป็นผู้ที่โด่งดังจากการค้นพบอินเดียทางเรือครับ
ทั้งนี้เนื่อจากโปรตุเกสต้องการติดต่อค้าขายกับอินเดีย
แต่การเดินทาทางบกนั้นจะต้องผ่านดินแดนอาหรับซึ่งค่อนข้างอันตรายนั่นเองครับ
เสียดายที่นี่ผมไม่มีเวลาแวะเที่ยวครับ

อ้ออีกที่นึงในลิสบอนที่คนนิยมแวะก็คือ Parque Eduardo VII
เป็นสวนสาธารณะใหญ่กลางเมืองที่ด้านบนจะมีธงโปรตุเกสผืนยักษ์ครับ
แต่มันอยู่ห่างออกไปจากจุดที่ผมเที่ยวผมเลยไม่ได้ไปที่นี่ครับ

Sintra – The City of Palace

วันที่ 3 ของการเที่ยวผมออกจากลิสบอนเพื่อไปยังเมืองที่อยู่ใกล้ๆครับ
นั่นคือเมืองซินทรา เมืองซินทรานั้นอยู่ห่างจากลิสบอนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราวๆ 30 กม. เท่านั้นครับ
ซึ่งสามารถเดินทางจากลิสบอนไปยังเมืองซินทราได้โดยรถไฟครับ

ด้วยความที่ใกล้กับเมืองลิสบอน จึงมีหลานคนที่จัดการเที่ยว ซินทราเป็นแบบ One Day Trip ครับ

แต่ถ้าจะให้ผมแนะนำหากพอมีเวลา ผมแนะนำให้ไปค้างคืนที่ซินทราซัก 2-3 คืนครับ
เพราะที่ศินทรานั้นเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกครับ
ซึ่งที่นี่เป็นที่ตั้งจองพระราชวังจำนวนมากครับ (ผมเลยแอบเรียกเองว่า City of Palace)
ซึ่งผมว่าที่นี่สามารถอยู่เที่ยวได้เป็นอาทิตย์เลยทีเดียวครับ
021-Map

สำหรับที่เที่ยวที่ต่างๆนั้น ส่วนมากจะมีรถบัสไปถึงหมดนะครับ
ส่วนคนที่ขับรถเที่ยวนั้น จะต้องขับด้วยความระมัดระวังนิดนึงครับ
เพราะทางแถวนี้จะเป็นภูเขา และถนนค่อนข้างแคบ บางจุดแคบจนไม่สามารถสวนกันได้
แต่แม้ว่าถนนจะแคยขนาดนี้ก็ยังมีรถบัสใหญ่วิ่งนะครับ ซึ่งก็ต้องคอยหลีกทางกันไปครับ

การเที่ยวใน Sintra นั้นเนื่องจากจะมีสถานที่เที่ยวหลายแห่ง
แต่ที่เที่ยวเกือบทั้งหมดปัจจบันนั้นจะขายตั๋วร่วมกันครับ
ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าเราจะเที่ยวที่ไหนบ้าง แล้วซื้อเป้นตั๋วร่วม (เค้าเรียกว่า Conbined Ticket) ซึ่งจะได้ลดราคาครับ
โดยให้เราบอกเจ้าหน้าที่ไปว่าเราต้องการเที่ยวที่ไหนบ้างเค้าจะคิดราคามาให้ครับ
โดยสถานที่เที่ยวที่สามารถซื้อตั๋วร่วมกันได้สามารถดูข้อมูลได้จากที่นี่ครับ
http://www.parquesdesintra.pt/en

ซึ่งถ้าให้ผมแนะนำที่ที่ควรไปคือ
1. Pena Palace
2. Moorish Castle (อยู่ติดกับ Pena สามารถเดินถึงกันได้ครับ)
3. National Palace of Sintra (อันนี้ตอนไปผมทำการบ้านไม่ดีเลยไม่ได้ไปครับ)
4. Palace of Monserrate

ซึ่งโดยทั่วไปถ้าผมจำไม่ผิดจากที่ผมหาข้อมูลมา ตั๋วร่วมนั้นสามารถใช้เข้าสถานที่ต่างๆที่เราเลือกไว้ได้ในช่วงวเวลา 30 วันครับ
แต่ที่นี้ก็จะมีบางที่ที่ไม่ร่วมในตั๋วร่วมนี้ เช่น ที่ Quinta da Regaleira วันแรกที่ไปถึงผมเลยแพลนไปเที่ยวที่นี่ก่อนครับ (ซึ่งสุดท้ายแล้วก็รุ้ว่าผมคิดผิด)

Quinta da Regaleira

Quinta da Regaleira เป็นอีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมือง Sintra ครับ
ถ้ามาจากตัวเมืองจะอยู่ก่อนถึง National Palace of Sintra และ Palace of Monserrate
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.regaleira.pt ครับ
ภาพนี้เป็นส่วนของคฤหาสน์ ครับ
022-1-0653_Portugal

จากคฤหาสน์สามารถมองไปเห็น Pena Palace และ Moorish Castle ได้ครับ
022-2-0644_Portugal

022-3-0645_Portugal

จุดเด่นของที่นี่อีกอย่างหนึ่งคือ จะมีทางเดินใต้ดินที่เชื่อมไปยังจุดต่างๆได้ครับ
ซึ่งคิดว่าน่าจะใช้สำหรับการหลบภัยต่างๆ ในสมัยก่อนนั่นเองครับ

ถาพนี้ถ่ายจากใต้บ่อน้ำซึ่งมีทางเดินใต้ดินเชื่อมเช่นกันครับ
Quinta da Regaleira Lisbon Portugal.

Cabo Da Roca

Cabo Da Roca เป็นจุดที่เป็นตะวันตกสุดของแผ่นดินยุโรปครับ (แต่ไม่ใช่ตะวันตกสุดของยุโรปนะครับ)
ซึ่งจุดนี้จะอยู่ห่างจากตัวเมืองซินทราไปราวๆ 15 กม. ครับ
โดยแถวนี้ตัวภูมิประเทศไม่มีอะไรมากครับ ส่วนมากจะเป็นหน้าผาครับ
มีทางเดินให้ Trekking ได้ครับ
024-1-0719_Portugal

024-2-0725_Portugal

024-3-0739_Portugal

ปล. การเดินเที่ยวแถวนี้ควรระมัดระวังนะครับ ด้วยความที่เป็นหน้าผาสูงชัน
เมื่อ 2-3 อาทิตย์ก่อนผมพึ่งอ่านข่าวว่ามีฝรั่งคู่หนึ่งถ่าย เซลฟี่ กันแล้วผลัดตกหน้าผาเสียชีวิตมาแล้วครับ

Azenhas do Mar

Azenhas do Mar เป็นหมู่บ้านเล็กอยู่ริมหน้าผาของโปรตุเกสครับ
จริงๆแล้วที่นี่ไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอะไรมากมายครับ
แต่ตอนผมหาข้อมูลแล้วเห็นภาพของหมู่บ้านนี้เลยปิ๊งมากครับ
เลยจับใส่โปรแกรมทันทีครับ วันแรกที่ผมไปเจอฝนครับ เลยต้องถอย
และมาแก้ตัวในวันที่สองแทนครับ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลยครับ
ภาพนี้ถ่ายก่อนพระอาทิตย์ตกเลยเอา Filter ND มาเล่นให้ทะเลฟรุ้งฟริ้งครับ
Azenhas do Mar village Sintra Portugal

สำหรับที่ Azenhas do Mar นั้นถูกเว็บไซต์นึงจัดให้เป็นสถานที่ที่อยู่ในหมวด Amazing Place in the World เลยเหมือนกันครับ
โดยแถวๆนี้ของขึ้นชื่อก็คือร้านอาหารซีฟู๊ดครับ

ผมรอจนมืดได้รูปนี้มาก็ฟินล่ะครับ
Azenhas do Mar village Sintra Portugal

สำหรับคนที่ต้องการมาที่นี่ ถ้าเป็นรถสาธารณะน่าจะลำบากหน่อยครับ
เท่าที่ผมสังเกตมันจะมีรถบัสจากซินทรามาถึงเมืองที่ก่อนถึงที Azenhas Do Mar ประมาณ 1 กม.ครับ
แต่สำหรับคนที่เช่ารถขับก็จิ้มไปที่พิกัดนี้ได้เลยครับ N38°50.3679 W009°27.7851

ปล. จุดถ่ายรูปตรงนี้เป็นจุดชมวิวที่ส่ามารถจอดรถได้เลยครับ

Pena National Palace (Palácio Nacional da Pena)

เช้าวันที่ 4 ของการเที่ยว วันนี้ผมแพลนไปเที่ยวพระราชวังต่างๆครับ
แต่โชคไม่ดีเลยครับ ตื่นมาแล้วหมอกลงจัดมากครับ ซึ่งก็เพราะเมื่อคืนฝนตกมาทั้งคืนครับ
แต่ทำยังไงได้ มาแล้วยังไงก็ต้องไปเที่ยวจริงมั๊ยครับ

สำหรับที่ Pena Palace นั้นตอนขับรถไปผมเจอปัญหาเล็กน้อย
เนื่องจาก GPS มันพาไปทางลัดซึ่งไป เข้าด้านหลัง ปรากฎว่าทางนั้นเป็นทางเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่
ทำให้ผมต้องวนกลับเข้าเมืองมาใหม่ครับ

ซึ่งถนนที่ขึ้นที่ Pena Palace นั้นทางจะผ่านทางเข้า Moorish Castle ก่อน
ซึ่งพอเลยตรงนั้นมาจะมีที่จอดรถอยู่ครับให้จอดแถวนั้นเลย เพราะจะใกล้ทั้ง Pena Palace และ Moorish Castle ครับ

แว๊บแรกของ Pena Palace โอวววววว หมอกขนาดนี้… มันจะเห็นอะไรล่ะคร้าบบบบบ
026-1-0758_Portugal

นี่แหละครับที่ผมบอกไว้ข้างบนว่าผมคิดผิด เพราะถ้าผมเที่ยว Pena ตั้งแต่เมื่อวานก็จบเรื่องไปแล้ว….
แต่เอาเถอะมาแล้วยังไงก็ต้องเที่ยว 555
ตามมาเลยคร้าบบบ

Pena Palace เป็นพระราชวังที่อยู่บนเขาสูง ซึ่งในวันที่อากาศดีๆพระราชวังแห่งนี้
จะเห็นพระราชวังนี้ได้จากลิสบอนเลยครับ พระราชวังแห่งนี้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโปรตุเกส ด้วยนะครับ
และแน่นอนพระราชวังก็ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกด้วยเช่นกันครับ
ในอดีตพระราชวังถูกใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์โปรตุเกสมาตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 14
ปัจจุบันยังคงมีการใช้งานจากทางรัฐบาลเป็นครั้งคราวครับ

ที่หน้าทางเข้าจะมีรูปปั้นอันนี้อยู่ครับ
027-1-0767_Portugal

เค้าบอกว่ารูปปั้นอันนี้เป็นสัญลักษณ์ของการสร้างโลกใบนี้ครับ
แต่อะไรยังไง ผมก็งงๆเหมือนกัน 555

ตัวพระราชวังจะตกแต่งด้วยกระเบื้องลักษณะนี้ซึ่งเป็น
เอกลักษณ์ของสิ่งปลูกสร้างในโปรตุเกสอย่างหนึ่งครับ
027-2-0779_Portugal

 

และเหมือนกับปราสาทต่างๆในยุโรป ที่จะต้องมี โบสถ์ หรือ Chapel ประจำปราสาทครับ
ที่ Pena Palace ก็เช่นกันครับ

027-3-0863_Portugal
Pena’s Chapel

 

เราไปดูห้องต่างๆภายใน Pena Palace  กันครับ

ห้องอาหาร
ห้องอาหาร
ห้องดนตรี (มั๊ง)
ห้องดนตรี (มั๊ง)
The Noble Room (มันคืออะไรหว่า 555)
The Noble Room (มันคืออะไรหว่า 555)

ปล. เหมือนว่าห้องนอนเค้าจะไม่ให้ถ่ายรูปเลยไม่ได้ถ่ายมาครับ

นอกจากตัวพระราชวังแล้วที่ Pena นั้นมีสวนป่าที่ค่อนข้างกว้างใหญ่น่าดูชมครับ
สามารถมาเดินเล่นได้ แต่แนะนำให้ดูแผนที่และป้ายดีๆนะครับ เพราะเส้นทางเป็นเขา
ผมเดินผิดทางไปทีนึงหลงไปอีกเขานึงเลย… ต้องเดินอ้อมเขาแถบแย่กว่าจะหาทางออกเจอครับ

ซึ่งบริเวณสวนนั้นเมื่อเดินขึ้นเขาไปจะเป็นจุดชมวิวของพระราชวังครับ
แต่อย่างที่บอกครับ น่าเสียดายที่วันนี้หมอกค่อนข้างเยอะ
เลยไม่ได้ฟ้าใสๆสวยๆมาครับ
029-1-0898_Portugal

สำหรับการเดินเล่นที่ Pena นั้นแนะนำว่าควรมีเวลาอย่างน้อย 3 ชม.นะครับจะกำลังดี
แต่ถ้าอยากเดินชมสวนด้วยก็อาจจะต้องเพิ่มเป็น 4 ชม.ครับ
โดยที่นี่ทางเดินเป็นเขาลาดชัน และก็เป็น slope สำหรับผู้ใช้รถเข็นให้สามารถมาได้ครับ
(แต่ในปราสาท หลายๆจุดก็เป็นบันไดนะครับ)

Moorish Castle (Castelo dos Mouros)

สำหรับ Moorish Castle นั้นจะอยู่ใกล้ๆกับ Pena Palace ครับ
โดยให้เดินย้อนจากทางเข้า Pena Palace มาประมาณ 500 เมตร ก็จะถึงทางเข้าครับ
โดยที่ Moorish Castle นั้นถูกสร้างในราวศตวรรษที่ 9 ครับ ซึ่งเดิมเป็นชาวแขกมัวร์เป็นผู้ปกครองครับ
(สมัยก่อนแถบคาบสมุรนี้พวกแขกมัวร์จากทางแอฟริกาเป็นใหญ่ครับ)
จนกระทั่งราวศตวรรษที่ 12 ปราสาทนี้ก็ตกเป็นของชาวคริสต์ครับ
030-1-0919_Portugal

ตัวปราสาทอยู่บนเขาค่อนข้างสูง
จากตัวปราสาทสามารถมองลงไปเห็นเมืองซินทราได้ครับ
030-2-0934_Portugal

030-3-0929_Portugal

และสามารถมองเห็น Pena Palace ได้เช่นกันครับ
ถ้าเป็นวันที่แดดดี คงจะสวยน่าดูเลยครับ
030-4-0954_Portugal

Palace of Monserrate (Palácio de Monserrate)

อีกสถานที่ที่ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมมาคือ Palace of Monserrate
ซึ่งพระราชวังแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบอังกฤษครับ
เป็นวังที่ความโรแมนติคมากที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียวครับ
ตัววังนั้นดูแล้วจะเหมือนวิลล่าตากอากาศเสียมากกว่าครับ
031-1-0972_Portugal

จริงๆแล้วตอนผมจะเข้าไปชมนั้น ทางผู้ดูแลเค้าโฆษณาว่าจุดเด่นของพระราชวังนี้อยู่ที่สวนครับ
เค้าบอกว่าสวนของเค้าสวยที่สุดในยุโรปเลยทีเดียว
ซึ่งผมก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก เพราะตอนที่ผมไปถึงนั้นค่อนข้างเย็นแล้วมีเวลาไม่มาก
ผมจึงไม่ได้เดินเล่นในสวนเลยครับ อีกทั้งดอกไม้ (เท่าที่สังเกตุ) ก็ยังไม่บานเต็มที่ครับ

แต่สาเหตที่ผมเลือกที่จะมาพระราชวังแห่งนี้ เพราะผมชอบในส่วนของสถาปัตยกรรมภายในครับ
031-2-0973_Portugal

 

 

ไหนๆก็ชอบเป็นการส่วนตัว ขอหลายรูปหน่อยนะครับ อิอิ

032-1-0997_Portugal 032-2-0999_Portugal 033-3-1011_Portugal
เป็นยังไงบ้างครับ กับตอนที่ 1 ของทริป Journey of Western Europe ครับ
ที่โปรตุเกสอาจจะเป็นเมืองที่คนไทยยังไปเที่ยวไม่มากเท่าไหร่
แต่จริงๆแล้วที่นี่ ด้วยความเก่าแก่ของตัวเมือง
ทำให้ที่นี่ดูมีเสน่ห์น่ามาค้นหามากเลยทีเดียวครับ

สำหรับค่าใช้จ่ายเด๋วผมสรุปในส่วนของช่วงที่อยู่โปรตุเกสให้ดูในกระทู้หน้านะครับ
ซึ่งกระทู้หน้าผมจะพาเพื่อนๆไปชม อีก 2 เมืองที่ผมได้มีโอกาสไปเยือนมาครับ
นั่นก็คือ เมือง Tomar และ Porto นั่นเองครับ

to be continue… วันนี้เอาปกตอนหน้ามาจำนำไว้ก่อน 555|
สำหรับตอนที่ 2 เชิญที่นี่เลยนะครับ http://blog.one22.com/archives/13151
034-1-

สำหรับวันนี้ขอลาไปแต่เพียงเท่านี้
ขอบคุณ และ สวัสดีครับ

Let’s go South พาลูกเที่ยว นอนชิดสนิทดาวที่ พังงา

0

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ
พาลูกเที่ยวประจำเดือนสิงหาคมนี้ ในเดือนที่แสนชุ่มช่ำไปด้วยสายฝน ที่ใครๆก็เรียกช่วงเวลานี้กันว่า กรีนซีซั่น หนนี้ ครอบครัวเราขออาสาพาลงใต้ไปทำความรู้จักจังหวัด พังงา ให้คุณๆได้รู้ว่าจังหวัดนี้เที่ยวได้เที่ยวดี ขอให้มีแรง มีไอเดีย ขยันหาข้อมูลแล้วจะรู้ว่าเที่ยวใต้เที่ยวได้ทั้งปีจริงๆ แฮ่ม…หนนี้ครอบครัว one22 มีโอกาสได้รับคำชวนจากการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา ในโปรเจ็ค Let’s Go South ไปทำความรู้จัก พังงาในแง่มุมที่คุณๆอาจจะยังไม่เคยได้เที่ยวกันมาก่อน มาครับ..มาเที่ยวกับปันปัน กับทริบพาลูกเที่ยวหน้าฝนกัน

การเดินทาง

บางกอกแอร์เวย์ bangkok airways พาลูกเที่ยว เที่ยวพังงา เที่ยวภาคใต้ ที่เที่ยวหน้าฝน
บางกอกแอร์เวย์ สนามบินสุวรรณภูมิ

มาเริ่มกันตั้งแต่กรุงเทพฯกันเลยดีไหมครับ เที่ยวนี้เราบินไปลงภูเก็ต กับสายการบินสุดแสนบูทีคกันอีกครั้งกับ บางกอกแอร์ ผมไปถึงก่อนเวลาเพื่อจะได้มีเวลาชิมอาหารของว่างนานาสารพัดจากสายการบินนี้ ช่วงนี้ใครไปแล้วอยากเข้า Lounge ของบางกอกฯ เป็นช่วงปิดปรับปรุงพอดีครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะอดกินข้าวต้มมัดในตำนานหรือ ขนมของว่างต่างๆ

บางกอกแอร์ bangkokair บูทีคแอร์ไลน์ พาลูกเที่ยว เที่ยวพังงา เที่ยวใต้ ที่เที่ยวหน้าฝน ที่พักหน้าฝน ที่กินหน้าฝน
จุดแวะพักบางกอกแอร์แทน Lounge ที่กำลังปิดปรับปรุง

ที่ช่วงระหว่าง Gate A7-A9 เป็นจุดแวะพักของเค้าอยู่ใครที่บินกับที่นี่สามารถมานั่งแวะพักรอขึ้นเครื่องกันได้

อาหารว่างบางกอกแอร์เวย์

อาหารเยอะเหมือนเดิมครับ

บางกอกแอร์ bangkokair บูทีคแอร์ไลน์ พาลูกเที่ยว เที่ยวพังงา เที่ยวใต้ ที่เที่ยวหน้าฝน ที่พักหน้าฝน ที่กินหน้าฝน
อาหารว่างบนเครื่องบางกอกแอร์เวย์

ผมนั่งเล่น นั่งหม่ำจนพอใจแล้ว ก็ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้วครับ ระหว่างบนเครื่องหากยังไม่อิ่มจากข้างล่างเค้ายังจัดอาหารบนเครื่องได้อีก ชั่วโมงนี้บอกตง อิ่มมากกกก

บางกอกแอร์ bangkokair บูทีคแอร์ไลน์ พาลูกเที่ยว เที่ยวพังงา เที่ยวใต้ ที่เที่ยวหน้าฝน ที่พักหน้าฝน ที่กินหน้าฝน
วิวหมู่เกาะทะเลพังงา

การบินช่วงกลางวันในวันที่ทัศนวิสัยดีๆ บินกันแป๊บๆเข้าเขตพังงา-ภูเก็ต เราสามารถชมวิวหมู่เกาะเบื้องล่างที่สวยงามกันได้เลยแบบนี้ละ ชอบจริงๆทะเลไทยสวยไม่แพ้ใครเลย

ThaiRentAcar สนามบินภูเก็ต พาลูกเที่ยว เที่ยวพังงา เที่ยวใต้ ที่เที่ยวพังงาหน้าฝน ที่พักพังงาหน้าฝน ร้านแนะนำพังงา
ThaiRentACar ที่สนามบินภูเก็ต
ThaiRentAcar สนามบินภูเก็ต พาลูกเที่ยว เที่ยวพังงา เที่ยวใต้ ที่เที่ยวพังงาหน้าฝน ที่พักพังงาหน้าฝน ร้านแนะนำพังงา
รถคันโตที่จะพาครอบครัวเราเที่ยวตระเวณไปให้ทั่วพังงา

หลังลงเครื่องผมได้จองรถไว้กับทาง ThaiRentAcar เรียบร้อย การรับ-คืนรถก็แวะรับที่สนามบินภูเก็ตได้เลย ที่สนามบินมีหลายเจ้าให้คุณเลือก คุณๆสามารถเลือกสนนราคาได้ตามกำลังทรัพย์ หนนี้ผมอยากลองขับรถใหญ่ๆดูบ้าง กับทริบหน้าฝน ผมว่ามันมั่นใจดีครับ หวยเลยไปตกที่ PajeroSport เครื่อง 2.5 ลิตรดีเซล ทริบนี้ก็ใช้เจ้านี้จนคุ้มเลย หลังจบทริบบอกเลยว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดเพราะเราตระเวณไปซะทั่วพังงาเลย
และเดี๋ยวนี้ตั้งแต่มีลูกมีครอบครัว ผมจะซื้อประกันอุบัติเหตุเพิ่มเติมไว้ด้วยในทุกๆกรณีที่เราไม่อาจจะรู้ได้ เรื่องนี้ไม่ว่าคุณจะเช่ารถกับเจ้าไหนสมควรนะครับ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เราไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้ ไม่งั้นเสียค่า ACCEPT กันอ่วมเลยนะ อันนี้ขอให้เป็นวิจารณญาณส่วนตัวครับ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

ที่เที่ยว
พังงาในช่วงกรีนซีซั่น หาใช่จะไก่กา เรามาเริ่มกันที่เกาะที่ยังมีความเป็นส่วนตัวและธรรมชาติอยู่สูงมากที่สำคัญเป็นเกาะคู่แฝดที่เที่ยวกันได้ทั้งปี ที่พูดถึงคือ เกาะยาวน้อย-เกาะยาวใหญ่ ฝั่งเกาะยาวใหญ่จะมีขนาดใหญ่กว่าแต่สาธารณูปโภคและหน่วยงานราชการแทบทั้งหมดจะอยู่ทีเกาะยาวน้อยเป็นหลัก ทั้งโรงพยาบาล สถานีตำรวจ โรงเรียน 7-11 ก็อยู่ที่นั้น เรียกว่าความเจริญจะไปรวมศูนย์ที่เกาะยาวน้อยแต่ ใช่ว่าเกาะยาวใหญ่จะไม่มีอะไรเลย อย่างน้อยๆ ธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ก็ยังมีมากมายเกินหน้าตาเกาะยาวน้อยทีเดียวครับ

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว
ท่าเรือบางโรงกับเรือธรรมดาที่กลายร่างเป็นเรือขนสินค้าชั่วคราว
พาลูกเที่ยว เที่ยวพังงา เที่ยวใต้ ที่เที่ยวพังงาหน้าฝน ที่พักพังงาหน้าฝน ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย
รถประจำทางมาที่ท่าเรือบางโรง

การเดินทางมายังเกาะยาวใหญ่
สำหรับใครที่ออกเดินทางจากในตัวเมืองภูเก็ต หากไม่มีรถยนต์ส่วนตัว เราสามารถใช้บริการ รถสองแถว สาย ภูเก็ต – ป่าคลอก – บางโรง โดยรถจะออกจากแถวๆตลาดสดเทศบาลภูเก็ตตรงแถวๆสี่แยกระนองครับ รถเที่ยวแรก จะออกตอน 8.20 น และจะออกกันทุกๆ 30 นาที ส่วนรถคันสุดท้าย ออกเวลา 16.30
สามารถขึ้นเรือกันได้ที่ท่าเรือบางโรง(ภูเก็ต)จะมีเที่ยวเรือ 13 เที่ยว(ปรับลดเพิ่มตามช่วงเวลาในแต่ละฤดู) จะมีทั้ง Speed boat และเรือหางยาว ค่าโดยสาร ก็คนละ 200 สำหรับ speed boat และ 120 บาทสำหรับ เรือหางยาว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที
ส่วนหากอยากเอารถขึ้นไปที่เกาะ สามารถทำได้แต่ต้องไปขึ้นที่ท่าเรือเจียรวานิช (ภูเก็ต) มีทั้งเรือ speed boat .11.00 วันศุกร์เรือออก 10.30 น., เรือเฟอรรี่เอารถยนต์ลงเรือได้ 14.00,17.00 จะมาเทียบท่าที่ ท่าเรือโล๊ะจาก เกาะยาวใหญ่ (ขอบคุณข้อมูลจาก Wikipedia ครับ)

คนบนเกาะเป็นมุสลิมเกือบ 100% ความสนิทสนมกลมเกลียวในชุมชนจึงมีมาก เรียกว่ารู้จักกันแทบทุกบ้านทีเดียว ที่เกาะยาวใหญ่การก่อเหตุและคดีอาชญากรรมถือเป็นศูนย์กันเลย มีเรื่องเล่าที่ไม่น่าเชื่อว่า เวลาคนบนเกาะจะเข้าเมืองหรือข้ามไปเกาะยาวน้อยเค้าจะขับมอเตอร์ไซต์มาจอดไว้ที่ท่า และไม่เอากุญแจติดตัว เสียบคาไว้ที่รถนั้นล่ะ จะจอดข้ามวันยังไงรถก็ไม่มีวันหายถือเป็นเมืองที่ปลอดภัยจริงๆครับ  และแน่นอนคนพุทธหากอยากสั่งอาหารประเภทหมูไม่มีนะครับทั้งสองเกาะเลย อย่าเผลอสั่งกันเชียวละ

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ
กระชังปลาหน้าเกาะยาวใหญ่

บนเกาะยาวใหญ่ผมมีโอกาสแวะไปอยู่หลายจุดเริ่มที่กระชังปลา จริงๆกระชังปลาจะอยู่ตรงแถวๆท่าเรือพอดี มีโอกาสไปคือตรงกระชังปลา อยู่กลางทะเล ที่นี่จะเป็นทั้งที่ซื้อขายปลาสดๆและสามารถไปศึกษาดูปลาแปลกๆสวยงามที่เจ้าของกระชังเค้าเลี้ยงไว้ให้แขกและนักท่องเที่ยวมาชมได้ แถวๆนี้มีหลายกระชังทีเดียวถือเป็นการศึกษาธรรมชาติและได้ความรู้ไปพร้อมกัน

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

นี่เลยครับพระเอกของกระชังเป็นกุ้งมังกรเจ็ดสี สีจะสดใสสวยมากๆเลย ที่นี่มีหลายขนาด ราคาเริ่มต้น กิโลละ 2000 กว่าขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาดและฤดูกาลของการวางไข่

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

ส่วนนี้ปลาฉลามครับ แต่เป็นพันธ์ไม่ดุร้าย (ฉลามในเมืองไทยส่วนใหญ่ไม่ใช่พันธ์ในแบบหนังฝรั่งที่เราได้ดูกัน) เค้าเลี้ยงไว้ 2 ตัวขนาดใหญ่เกือบ 2 เมตรเลยเชียวละ

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

มาถึงนางเอกแล้วกับปลาปักเป้า ครับตัวนี้ยังเป็นลูกปลาอยู่ เวลาบัง(เจ้าของกระชังเราเรียกเค้าบังและตามด้วยชื่อครับ) เค้าปลุกปลามันจะค่อยๆพองและมีหนามออกมา บังเค้าแค่สาธิตให้เราเห็นเฉยๆ แป๊บๆก็ปล่อยลงน้ำมันก็จะคลายลงเป็นตัวลีบๆปรกติไป

จริงๆยังมีอีกนะครับแต่ผมถ่ายไม่ทันเลยว่ายเร็วมาก

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

ไปเที่ยวกันต่อขอกลับขึ้นบกกันหน่อยเราจะไปดูวิธีการกรีดยางกัน สำหรับคนกรุงแบบผมแล้วถือว่าเป็นเรื่องใหม่มากๆที่พึ่งรู้กันเลย ที่ไร่ยางที่เห็นเป็นของทางรีสอร์ทที่ผมไปพักคือเกาะยาวใหญ่วิลเลจ ทางรีสอร์ทมีการจัดทริบทัวร์พาแขกและนักท่องเที่ยวที่สนใจไปดูกรรมวิธีการทำยางแบบรู้ลึกรู้จริงกันเลย

กรีดยาง เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

ปรกติการกรีดยางเค้าจะเริ่มกันตั้งแต่เช้า ตอน 6 โมงเช้าเพื่อความชัดเจนและทัศนวิสัยการทำงาน แต่หากจะเอาเวลาที่กรีดยางได้คุ้มค่าที่สุดจริงๆคือตอน 1.00-4.00 น เพราะต้นยางจะให้น้ำยางได้มากที่สุดในแต่ละวันเราอาจจะเคยผ่านตามาบ้างที่ชาวสวนยางจะสวมหมวกที่มีไฟฉายที่หัวเหตุผลก็เพราะแบบนี้ละครับ

การกรีดยางให้ถูกตรงต้องใช้ความชำนาญมากตัวมีดกรีดยางปลายแหลมต้องคมจริงๆเพื่อจะได้กรีดเป็นแนวเฉียงจากบนลงล่างโดยมีกระเปาะรับน้ำยางรออยู่ที่ปลายทาง ตัวใต้ผิวยางจะมีท่อน้ำยางอยู่และใต้ท่อน้ำยางจะมีเยื่อเจริญพันธ์อีกทีตัวเยื่อเจริญพันธ์มีความสำคัญมากเพราะต้นยางต้นนึงจะสามารถกรีดเพื่อเอาน้ำยางได้ ถึง 30 ปี ตัวเยื่อนี้เองที่เป็นตัวผลิตท่อน้ำยางขึ้นมาชดเชยอยู่ในทุกๆวันเพื่อแทนท่อเก่าที่สูญเสียไปในแต่ละครั้ง

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

ผมได้ลองกรีดเองดูแล้วยอมรับเลยว่ายากมากหากไม่ชำนาญเพราะมันจะมีขนาดบางๆติดกันเพียง 6-10มิลลิเมตรเท่านั้นหากเราไปโดนตัวเยื่อเจิรญพันธ์ก็จำทำให้ไม่สามารถผลิตท่อน้ำยางได้อีกนั้นเอง

การกรีดยาง เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

เสร็จจากการกรีด เรามาดูวิธีการรีดยางกันดีกว่า สวนยางบนเกาะยาวใหญ่นี้จะมีการลงทุนอยู่ 2 แบบคือเจ้าของไร่ทำเองทั้งหมดคือลงยาง จ้างลูกจ้างมาทำให้จนไปถึงนำส่งขายที่โรงยางซึ่งบนเกาะก็มีอยู่หลายแห่ง
แต่อีกแบบเป็นแบบที่พบกันมากบนเกาะ(ตามข้อมูลที่ไกด์ว่ามานะครับ)คือเจ้าของกับ คนงานแบ่งกำไรกันโดยที่เจ้าของไร่จะมีหน้าที่ลงยางทั้งหมด ดูแลลงปุ๋ยเลี้ยงจนมันโตจากนั้นคนงานจะเข้ามาทำหน้าที่กรีดและรีดยางไปจนถึงส่งขายโดยแบ่งกำไรกันตามตกลง แบบนี้เจ้าของก็ได้ผลผลิตและไม่ต้องเหนื่อยแรง ดูๆไปแบบนี้ถือว่า win win ทั้งสองฝ่ายนะครับ

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

ฝั่งคนงานก็จะมีprocess อย่างที่เห็นในภาพหลังผสมน้ำยาให้ยางจับตัวกันแล้วก็จะพักไว้จนยางเริ่มจับตัวในกระบะแล้วนำมารีด อย่างที่เห็นใช้ท่อนเหล็กกลมยาวค่อยๆตีจนแบนราบระดับนึง

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

จากนั้นจึงนำเข้าเครื่องรีดอย่างที่เห็นเครื่องรีดยางหากเป็นการลงทุนแบบคนงานกันเองเค้าจะใช้เครื่องรีดแบบมือ แต่จริงๆหากเราไปที่โรงรับซื้อยางแล้วเค้าจะเป็นเครื่องกันเลย เราแค่ป้อนแผ่นยางเข้าเครื่องจากนั้นเครื่องจัดการให้เสร็จเลย

เครื่องรีดยาง เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

อย่างที่เห็นนี้เป็นที่โรงเก็บยางที่จะรับซื้อน้ำยางแล้วจึงนำมาทำแบบที่บอกไปแต่เครื่องมือเค้าจะใหญ่และใช้ระบบอัตโนมัติกว่าไม่ใช้แรงมือเท่าไหร่

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

กรรมวิธีก็อย่างที่เห็นเลยครับมีคนนึงคอยทุบและป้อนเข้าเครื่อง ส่วนที่ปลายทางมีคนรับจากกาละมังน้ำเพื่อนำไปตากต่อ สะดวกกว่าและเร็วกว่า

การกรีดยาง เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

ส่วนที่สำคัญที่เป็นตัวชี้วัดน้ำยางว่ามีคุณภาพและผสมน้ำเยอะน้อยไปแค่ไหนอยู่ที่เจ้าแท่งเหล็กนี้เลย วิธีการเค้าคือตัวเหล็กตัวนี้จะเป็นตัวถ่วงน้ำหนักใส่ในน้ำยาที่นำมาขายให้โรงเก็บ

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

หากยางมีความหนาแน่นสูงเมื่อถ่วงลงไปตัววัดจะจมลึกแต่หากน้อยตัววัดจะลอยขึ้นมามากหน่อย สุดท้ายตัวเลขนี้จะถูกนำไปคำนวนเป็นราคาได้กลับมาอีกที

ผมมาทริบนี้จึงได้รู้ขั้นตอนตั้งแต่ต้นยันจนปลายทางส่งขายกันเลย รู้สึกดีใจที่ได้มาครับ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

มากันต่อที่ของดีของเด่นแห่งเกาะยาวใหญ่กันบ้าง มีขนมยอดนิยมกันที่สุดของเกาะนั้นคือขนมบ้าบิ่น เกาะยาว เห็นถาดขนาดใหญ่สองถาดนี้ไหมครับนี้ละ ที่จะเป็นแหล่งผลิตของชาวบ้านส่งออกไปขายไกลถึงกระบี่ พังงา ภูเก็ตกันเลยด้วย รสชาติหวานมันกำลังดี เนื้อขนมไม่หยาบแบบที่เคยกินในกรุงเทพฯ ที่สำคัญหอมมาก

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

เค้าทำกันแบบในครัวเรือนแต่บอกได้เลยว่าสามารถเลี้ยงคนในบ้านแบบไม่ต้องทำอาชีพอื่นๆเสริมเลยเพราะ Order แน่นทุกวันส่งขายไปทั่วอย่างที่บอกทุกวันกันเลย

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ
และนี้คือโฉมหน้าเจ้าของล่ะครับ(พี่ที่โผกผ้า) ตอนไปซื้อพี่เค้าแถมให้ผมหยิบกินสดๆได้ไม่อั้นเลย ใจดีมากผมซัดซะเอาอิ่มกันเลยนะครับ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

บอกเลยว่าใครเคยกินเจ้าที่ว่าอร่อยๆมา ต้องลองที่นี่ผมเองซื้อกลับไปเป็นของฝาก เกือบสิบถุงเลย ราคาก็ไม่แพงถุงละ 50 บาทเท่านั้น

ที่เที่ยวเกาะยาวน้อย ที่เที่ยวพังงา ที่พักพังงา ที่กินพังงา ทริบพังงา

มาเที่ยวกันต่อจริงๆเกาะยาวยังมีจุดเที่ยวรอบเกาะอีกแต่เนื่องจากช่วงที่ผมไปเป็นช่วงเดือนรอมฏอน ทั้งที่เที่ยวและที่กินหลายๆทีจะเปิดเช้าปิดเร็วหรือไม่ก็เปิดค่ำไปเลยเลยทำให้รอไม่ไหว เอาว่าหากมีโอกาสมาช่วงเวลาอื่นจะเก็บมาเล่าให้กันฟังอีกนะครับ คราวนี้เราจะข้ามไปเกาะยาวน้อยกันบ้าง

ที่เที่ยวเกาะยาวน้อย

ฝั่งเกาะยาวน้อยอย่างที่บอกไปตอนต้นที่นี่จะเป็นที่รวมความเจริญทุกอย่างมาไว้ ทำให้ผู้คนและชุมชนบนเกาะนี้จะคึกคักกว่าอย่างเห็นได้ชัด

การเดินทางมาเกาะยาวน้อย
วิธีการเดียวกันกับเกาะยาวใหญ่หากมาจากภูเก็ตให้มาที่ท่าเรือบางโรง เรือจะมีทั้งเรือธรรมดาและ Speed boat บางครั้งเรือก็จอดแวะส่งที่เกาะยาวใหญ่ก่อนจึงไปต่อที่ท่าเรือมาเน๊าะบนเกาะยาวน้อย ส่วนขากลับจากเกาะยาวน้อยมีตั้งแต่เวลา 6.30 น. ไปจนถึงรอบ 17.30 น. สามารถติดต่อสอบถามกับทางเรือก่อนได้ที่ 089-4731951, 081-7479025, 081-9692368

ที่เที่ยวเกาะยาวน้อย ที่เที่ยวพังงา ที่พักพังงา ที่กินพังงา ทริบพังงา

ระหว่างนั่งรถแท๊กซี่บนเกาะซึ่งก็คือรถกระบะดีๆนี่เอง ที่เราต้องตกลงราคากับเค้าว่าจะไปกี่จุดบ้างและตีราคาเหมากันไป และนี้คือโฉมหน้าพี่พลขับวันนี้ของเรา

kohyaonoi-0907

หลังตกลงกันได้เราก็ไปผ่านจุดแรกก่อนคือตลาดครับ ตลาดที่นี่จะอยู่ริมฝั่งสองข้างทางห่างจากท่าเรือมาไม่ไกล ถือเป็นตลาดสำคัญทีเดียวเพราะมี 7-11 อ่ะอ่า อย่างงว่าทำไม 7-11 ถึงสำคัญ เพราะทั้งสองเกาะนี้มีเพียงแค่ทีเดียวเท่านั้น น้องไกด์เค้าเล่าว่าสมัยหลายปีก่อนตอนที่มาเปิดใหม่คนมายืนรอเข้าคิวแต่งตัวกันสวยงามเหมือนเวลาห้างสรรพสินค้าในเมืองที่เปิดตัววันแรกยังไงยังงั้นเลย และเรียกว่าของขายหมดกันตั้งแต่วันแรกที่เปิดกันเลย อันนี้ไม่รู้จริงหรือเท็จเพราะฟังเค้ามาอีกที ถ้าจริงก็น่ารักกันมากเลยครับ

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย

หลังรถมาจนถึงหาดที่ถือเป็นหาดสำคัญของเกาะยาวน้อยคือหาดป่าทราย ชายหาดยาวกว่า 400 เมตร ที่หาดทรายเนื้อค่อนข้างละเอียดและสีออกขาวอมเหลืองนิดหน่อย

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย
เด็กๆที่เกาะยาวน้อย

ที่นี่ถือเป็นหาดที่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ เท่าที่ดูมีร้านอาหารอยู่2-3ร้านเปิดอยู่ริมหาด และที่นี่ผมได้เจอเด็กๆเล่นทรายกันอยู่เลยขอเก็บภาพใสๆของเด็กๆมาฝากกันด้วย

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย

เด็กๆที่นี่สดใสและเป็นกันเองบอกยิ้มหน่อยยิ้มให้ผมซะจนเขินเองเลย 555

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย
เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าโกงกาง สร้างโดย SixSense Yaonoi

มาถึงส่วนสำคัญอีกส่วนที่ถือว่ามาเกาะยาวน้อยไม่มาที่นี่ไม่ได้คือเส้นทางเดินธรรมชาติป่าจาก ที่นี่จะอยู่ติดกับ Resort หาไม่ยากครับ
เส้นทางนี้ได้รับการสนับสนุนจากรีสอร์ท ที่ถือว่าดังที่สุดของเกาะยาวทั้งคู่เลยก็ว่าได้คือ SixSense Yaonoi รีสอร์ทที่ถือเป็น Destination ที่ใครๆฝันถึงรวมผมด้วยนะ ^0^

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย

เส้นทางเดินชมธรรมชาติยาวน้อย สามารถเดินชมได้ง่ายมาก ป่าจากถือเป็นป่าเกษตรกรรมสำคัญอย่างที่รู้กันต้นจากถือเป็นพันธุไม้ทางเกษตรที่เรานำมาทำได้หลายอย่างที่รู้จักดีๆเลยก็คือขนมจากนั้นไง

เส้นทางเดินชมธรรมชาตินี้เดินง่าย มีป้ายบอกทางชัดเจน

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย

เดินไปเรื่อยๆ เราจะขึ้นไปถึงจุดชมวิวเกาะยาวน้อย ที่นี่สมกับที่เป็นจุดชมวิวเราจะเห็นป่าเกาะอยู่ตรงหน้ากันเลย

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ Sixsense Yaonoi เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย

ตรงนี้ถูกดำเนินการสร้างโดยทาง SixSense ทั้งหมด ทุกเช้าที่นี่จะถูกใช้เป็นที่ออกกำลังและโยคะของรีสอร์ท

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ Sixsense Yaonoi เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย

มีรูปปั้นที่ผมถามจากไกด์เองก็ยังไม่ทรบว่าเป็นรูปปั้นของใครกันที่มาสร้างไว้ แต่น่าจะเป็นคนสำคัญไม่ทาง SixSense เองก็ต้องของคนเกาะเพราะสร้างอยู่ในพื้นที่ของโรงแรมครับ
เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ Sixsense Yaonoi เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย
ใครทราบว่าคนที่เป็นแบบปั้นคือใครช่วยมาเล่าให้ฟังหน่อยนะครับ
เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ Sixsense Yaonoi เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย เดินลงมาผมจะเห็นหาดส่วนตัวของ Sixsense Yaonoi เห็นแล้วอยากพักจริงๆไว้วันนึงจะมาเยือนให้ได้สักครั้งครับ

พาลูกเที่ยว เที่ยวเกาะยาวน้อย บ่อน้ำจืดศักดิ์สิทธิ์เกาะยาวน้อย ที่เที่ยวหน้าฝนพังงา ที่พักเกาะยาวน้อย ที่เที่ยวภาคใต้
บ่อน้ำจืดกลางทะเลเกาะยาวน้อย

มาเที่ยวกันต่อจุดต่อมาที่ใครไปใครมาต้องแวะคือ จุดบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่หาดบ้านอันเป้า

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ Sixsense Yaonoi เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย

ที่นี่ถือเป็นมหัศจรรย์ธรรมชาติสร้างเพราะบ่อน้ำผุดนี้จะมีลักษณะเป็นบ่อตาน้ำตื้น 4 บ่อ เป็นบ่อน้ำจืดริมทะเล

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ Sixsense Yaonoi เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย

เวลาน้ำทะเลขึ้นมาเราจะไม่สามารถเห็นบ่อน้ำผุดเหล่านี้ได้ แต่เมื่อน้ำลดน้ำจากตาน้ำจะผุดออกมาเรื่อยๆ

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ Sixsense Yaonoi เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย

เดินลงไปไม่ไกลครับก็เจอเลย  พี่ๆจากรีสอร์ททดสอบชิมให้ผมดู หันมาบอกกันว่าจืดจริงๆด้วย ผมชิมเองก็ใช่เลย

ชาวบ้านเองเค้าเชื่อว่าหากได้มาอาบมากินน้ำที่นี่จะช่วยทำให้โรคภัยไข้เจ็บรักษาหายได้ จนทางการต้องมาติดป้ายเตือนว่าห้ามมาอาบน้ำกันที่นี่กันเลย ถือเป็นอีกจุดน่าแวะเพราะใช้เวลานิดเดียวเราก็ได้เจอความมหัศจรรย์จากธรรมชาตินี้ได้เเล้ว

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ Sixsense Yaonoi เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย

รถพาเรามาต่อที่ตรงนาข้าวแห่งเดียวของเกาะไม่สิของทั้งสองเกาะเลยก็ว่าได้ เพราะที่นี่ปลูกข้าวกินเองกันมานานกว่า 200 ปีแล้ว

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ Sixsense Yaonoi เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย

จนเราได้เจอกับเกษตรกรตัวอย่างทั้งลุงอสัน บัวทองและป้าน่ารักมาก พี่ไกด์เล่าว่าทั้งลุงและป้าออกรายการทีวีมาหลายรายการแล้วด้วยนะครับ

เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ Sixsense Yaonoi เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย
มาถึงแกต้อนรับเราด้วยน้ำมะพร้าวสดๆที่ผ่าให้ชิมกันตรงนั้นเลย แกเล่าให้ฟังว่า นาข้าวที่เห็นนี้ปลูกกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว เป็นแปลงนาข้าวที่ยังคงอนุรักษ์ใช้ควายไถนาอยู่

แปลงนาเกาะยาวน้อย เที่ยวพังงา เกาะยาวใหญ่ Sixsense Yaonoi เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ เกาะยาวน้อย

มองไปก็เห็นจะจริงเพราะเราเห็นควายเดินเล็มหญ้ากินอยู่ในนาข้าวด้วย ที่นี่ปลูกข้าวปีละ 2 ครั้งหลังปลูกข้าวก็จะลงผลไม้ต่างๆตามฤดูกาลสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปถือเป็นการทำไร่ไถนาที่ยังอนุรักษ์และเคารพดินอย่างมาก

ผ่านตรงนี้ได้เวลากลับฝั่งกันแล้วครับ สิ่งนึงที่ผมประทับใจคือผู้คนที่มีอัธยาศัยใจคนน่ารัก และเป็นกันเอง พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว เรียกว่าไงดีละน่ารักเป็นธรรมชาติก็ว่าได้นะครับ

เกาะห้อง

ที่เที่ยวย่านนี้ยังไม่หมด เรามาเที่ยวกันต่อที่เกาะที่ถือเป็นญาติสนิทมิตรสหาย ของเกาะยาวทั้งสองกันอย่าง “เกาะห้อง” กันครับ ด้วยระยะทางไม่ไกลกันมากจากเกาะยาวทั้งสอง ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงคุณๆก็สามารถมาเที่ยวเกาะสวรรค์แห่งนี้ได้

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

เกาะห้องเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่ง ชาติธารโบกขรณี มีอีกชื่อหนึ่งว่า เกาะเหลาบิเละ ประกอบไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยจำนวน 12 เกาะ ซึ่งเกาะที่มีขนาดใหญ่สุดในบรรดาหมู่เกาะทั้งหมดนี้ก็คือ “เกาะห้อง”เป็นเกาะที่มีทัศนียภาพสวยงาม มีทั้งกัลปังหาและปะการังรอบเกาะ

เกาะห้อง กระบี่ เที่ยวหมู่เกาะทะเลกระบี่ เที่ยวพังงา

หากคุณๆมาเที่ยวทั้งที่เกาะยาวน้อยหรือเกาะยาวใหญ่ สามารถซื้อแพ็กเกจ  1 Day Tripหรือ 1/2 Day Trip เพื่อไปดำน้ำดูปะการังที่เกาะยาววิลเลจ หรือจะโรงแรมบนเกาะได้เลย

เที่ยวเกาะห้อง อ่าวห้อง อ่าวปิเละ เที่ยวกระบี่ เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ
นักท่องเที่ยวในวันแดดร่มลมสงบ บนชาดหาดโค้งเกือบเหมือนวงพระจันทร์

โดยมีจุดที่น่าสนใจได้แก่ อ่าวบิเละ เป็นอ่าวที่มีหาดทรายโค้งเป็นรูปนกบิน ทรายละเอียดขาว น้ำทะเลใส มีจุดเด่นอีกอย่างที่ไม่เหมือนใครก็คือ ด้วยชายหาดด้านหน้าเกาะที่โค้งเกือบจะเป็นครึ่งวงกลม ร่มรื่น ด้วยแนวป่าชายหาดด้านหลัง น้ำทะเลที่นี่เป็นสีเทอคอยส์ ใครเห็นก็อยากลงไปว่ายกันทั้งนั้น ส่วนตัวผมยังไม่เคยมาเกาะห้องเสียดายอย่างเดียวตอนไปไม่มีแดดกับฝนพึ่งตกไปหมาดๆ บรรยากาศน้ำทะเลเลยไม่ใสมาก ถามไกด์เค้าก็บอกว่าหากมีแดดจะสวยกว่านี้หลายเท่าทีเดียว

เที่ยวเกาะห้อง เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

เกาะห้อง กระบี่ เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

การเดินทางมาเที่ยวเกาะห้อง

สามารถซื้อแพ็คเก็จ ทัวร์เกาะห้องและเกาะใกล้เคียงกันอย่าง “เกาะเหลาลาดิง” หรือ “เกาะพาราไดซ์” โดยสามารถหาซื้อได้จากรีสอร์ทที่คุณเข้าพักได้ทั้งแบบเต็มวันและครึ่งวัน ที่นี่ฝรั่งน่าจะชอบไม่แพ้คนไทย เพราะมีบรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ และไม่พลุกพล่าน ที่สำคัญเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปีแต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นตั้งแต่ พย-พค ครับ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

ที่พักเกาะยาวใหญ่

มาถึงที่พักบนเกาะยาวกันบ้างทริบนี้ผมมีโอกาสเข้าพักที่เกาะยาวใหญ่วิลเลจ ที่พักแสนธรรมชาติและน่ารัก ประทับใจกันตั้งแต่ก้าวย่างมาถึงแล้ว นั้นคือที่ เกาะยาวใหญ่วิลเลจ (KohYaoyai Village) ดูแลกันตั้งแต่ลงเรือกันเลยมีรถที่ดูเข้ากันดีกับบรรยากาศของเกาะมารับถึงที่รถแบบนี้เค้าเรียกว่า รถโพถอง มีให้เห็นได้ในจังหวัดทางใต้ที่ผมคุ้นๆก็คือที่พังงานี่กับภูเก็ตละครับ

อ่อทุกโรงแรมที่ผมเข้าพักรวมถึงที่ เกาะยาวใหญ่วิลเลจ อยู่ในโครงการ นอนติดดาวราคาติดดิน ทั้งนั้น เป็นความร่วมมือร่วมใจของโรงแรมและรีสอร์ทที่จะช่วยกันโปรโมทให้คนมาเที่ยวพังงาในช่วงกรีนซีซั้นแบบนี้ อย่างที่นี้ราคาห้องพัก 1999 บาท ใครอยากทราบว่ามีโรงแรมไหนบ้างลองเข้าไปดูรายละเอียดกันได้ที่หน้า facebook ของ TAT PHANGNGA กันได้ที่นี่เลยครับ http://s.one22.com/1t9iX1a

 

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ
น้ำกระเจี๊ยบแช่เย็นพร้อมกับน้ำแข็งป่นเป็น Welcome Drink ที่ชื่นใจดีครับ ชอบขันดูทั้งมีบุคคลิกและน่ารักมาก

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

หลังรถพามาถึงที่พักก็ต้องร้องว๊าวกันเลยแบบนี้ละครับต้องรสนิยมผมสุดๆ ส่วนตัวเป็นคนรักรีสอร์ทที่รักษ์ธรรมชาติ การได้อยู่ท่ามกลางต้นไม้รายล้อม

ด้านหน้าติดทะเลยังไม่พอยังเห็นพระอาทิตย์ขึ้นตรงหน้าได้เลยแบบนี้ถูกใจสุดๆ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ
เครื่องดื่มเย็นๆ เป็น Signature ของที่นี่เลย

หลัง Checkin เรียบร้อยผมมีโอกาสไปทานอาหารที่ ห้องอาหาร Alfresco ห้องอาหารวิวงามๆแบบนี้เลย

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

อยู๋ชิดติดริมสระน้ำสวยๆที่มองเห็นวิวป่าเกาะจากขอบสระกันได้เลย

มาดูอาหารกันก่อน อาหารทั้งหมดทางโรงแรมจัดเลี้ยงรับรองให้ทั้งหมด ก่อนทานผมถามว่าปรกติหน้าตาอาหารที่สั่งมาจะหน้าตาแบบนี้หรือไม่ ทางโรงแรมยืนยันว่าแขกทุกคนที่สั่งไม่ว่าจะเป็นใครทั้งรสชาติและการตกแต่งแบบเดียวเหมือนกันหมด เพราะฉะนั้นทุกๆคนที่มาทานที่นี่รับรองครับว่าตรงตามภาพแน่นอน

ทั้งหมดนี่ผมว่าเค้าทำอาหารไทยเป็นไทยแท้มาก รสชาตินี่ใช่เลย ทั้งแกงส้มหรือที่ใต้เรียกแกงเหลืองกันนี้จัดจ้านมากก

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

ไก่สะเต๊ะก็ใช้ได้ครับ มาตรฐานโรงแรมดีๆเลย

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

รวมๆอาหารทุกอย่างอร่อยมาก บางอันอาจจะถูกปากน้อยบ้างมากบ้างเป็นธรรมดา แต่รวมๆผมว่าโอเคเลยสำหรับคนไทยที่ชอบรสจัดจ้าน อันนี้ตบท้าย ด้วยของหวาน พานาค้อต

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ
บริเวณ Counter Checkin ของ Village

มาดูบรรยากาศรีสอร์ท หรือจะเรียก Village กันก็ได้ ทางรีสอร์ทมีการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ รวมถึง Concept ใหม่หมดเรียกตัวเองว่า Village ให้พนักงานทุกคนปรับเปลี่ยนมุมมองว่าโรงแรมก็เหมือนหมู่บ้าน พนักงานทุกๆคนคือลูกบ้าน แขกที่มาพักก็เหมือนญษติพี่น้องที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียน ผู้บริหารโรงแรมเปรียบไปก็เหมือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่คอยดูแลลูกบ้านและญาติสนิทมิตรสหายที่มาแวะเวียนกัน

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

มาดูตอนค่ำๆกันบ้าง บรรยากาศดีเหลือหลาย

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

Reception ก็เหมือนห้องรับแขกที่รอต้อนรับ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

ห้องนี้คือห้องสมุท ทุกๆจุดตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติที่สวยงามมากครับ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

มาดูห้องพักกันหน่อยส่วนตัวไม่คิดว่าห้องที่เราเห็นจะดูใหญ่โตจนกระทั้งเดินพ้นประตูห้องเข้ามาก็ต้องอุทานกันเลย กว้างและใหญ่โตเหลือเกินจริงๆ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

หันไปทางขวาเจอห้องน้ำที่เค้าทำเก๋คือกั้นประตูและมีหน้าต่างเปิดได้ด้านหลังเป็นโต๊ะทำงานสามารถนั่งทำงานไปดู LCD TV ไปพร้อมๆกันได้ชอบครับเก๋มาก

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

ด้านหน้าห้องพักทำเป็นที่นั่งพักผ่อนทุกหลัง ผมชอบนะครับแต่พอใกล้ๆค่ำไม่แนะนำต้นไม้ในรีสอร์ทเยอะยุงก็ต้องเยอะตามไปด้วยแต่กลางวันโอเคเลยเชียวละ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

มองจากมุมด้านหลังเข้าไปจะเห็นว่าเค้าให้พื้นที่เหลือเฟือครับ ที่เห็นนี้เป็นห้องธรรมดาที่สุดของโรงแรมแล้วนะเนี่ย

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

ยิ่งช่วงใกล้ค่ำ เวลาแห่งการ Dinner บรรยากาศดีสุดๆ โรแมนติกมากกก

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

บรรยากาศยามค่ำแขกจะมานั่งสนทนากันที่บริเวณร้านอาหาร  มีบรรยากาศทั้งครอบครัวและคู่รักรายล้อมไปทั่ว

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

มาดูยามเช้ากันหน่อยผมตื่นแต่เช้าเพราะอยากมาเห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่ขอบฟ้า เพราะได้เห็นรีวิวหลายๆคนที่เคยมาก่อนหน้าถ่ายภาพตรงนี้ให้ชมมาแล้วมาเองแบบนี้ไม่พลาดแน่นอนครับ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

มาตอนเช้าพนักงานทุกคนขยันขันแข็งมาทาเตรียมห้องอาหารกันแต่เช้าเลยครับ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

วิวตรงห้องอาหารในเวลานี้บอกเลยหลงรักสุดๆ ท้องฟ้ายามนี้กำลังเริ่มเผยความงามออกมาแล้ว

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

พระอาทิตย์ขึ้นที่เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

ผมเดินเปลี่ยนมุมถ่ายไปมาบอกตรงๆมีความสุขมากในฐานะคนถ่ายภาพ วิวจากสระน้ำตัดกับเกาะหินปูนกลางทะเลยามนี้มีแสงไล่จากขอบฟ้าดูงดงามจริงๆ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

เดินลงมาด้านล่างก็ยิ่งงดงามมากๆเลย

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ
บอกเลยว่าหลงรักวิวแบบนี้จริงๆครับ อยากกลับมาที่เกาะยาวใหญ่วิลเลจอีก ชอบมากๆ ปีก่อนผมติดใจ เกาะจำที่กระบี่ ปีนี้ผมยกให้ที่นี่เลยสำหรับที่พักรักษ์ธรรมชาติและวิวสวยๆตรงหน้ากับราคาที่พักคุ้มสุดๆเลย

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

ใครจะว่าผมอวยก็ยอม เพราะคุณๆสามารถดูจากภาพที่ผมถ่ายมากันเองได้เลย ของจริงนั้น งดงามกวาภาพถ่ายหลายพันเท่าหากคุณไม่ขี้เกียจเกินไป ตื่นเช้าๆในเวลามาเที่ยว สำหรับผมแล้วมันคือกำไรของชีวิตทีเดียว

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

หลังจากเก็บภาพอยู่นานก็ได้เวลาเสริฟอาหารเช้าเข้าตัวแล้ว อาหารเช้าที่นี่เค้าจัดเป็น Set แบบ Alacart ให้เราเลือก จะมี Set อาหารเช้าแบบไทย

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

หรือ ABF ของทานเลือกประกอบได้เองว่าจะเอาแบบไหนเช่นเอาไส้กรอก แต่ไข่ขอเป็น ไข่แบบนั้นนี้ อะไรแบบนี้ และสามารถสั่งได้เพิ่มหากยังไม่อิ่มจริงๆ อย่างผมเลือกเป็น ABF+ข้าวต้มหมู

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

วิวยามเช้ากับกาแฟยามเช้าน่าหลงไหลจริงๆ

เที่ยวพังงา ขนมบ้าบิ่นเกาะยาว  เกาะยาวใหญ่ เที่ยวพังงาหน้าฝน เที่ยวภาคใต้หน้าฝน เที่ยวหมู่เกาะยาว ร้านแนะนำพังงา เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

เอาละได้เวลาไปต่อกันแล้ว แต่…สำหรับตอนแรกนี้คงต้องขอจบกันตรงนี้ก่อน รีวิวนี้ชักยาวแล้ว ไม่อยากให้ Scroll กันมาก ตอนหน้าเป็นตอนจบแล้วครับ  ที่เที่ยวของดีเมืองพังงายังไม่หมด อย่าพึ่งไปไหนเดี๋ยวมาต่อกันได้เลย  ตอนนี้ขอขอบคุณการท่องเที่ยวจังหวัดพังงาที่เชิญผมไปเปิดหูเปิดตารู้จักพังงาในช่วงเวลาที่หลายๆคนมักไม่รู้ว่ามันมีที่เที่ยวแบบนี้กันด้วยเหรอ ขอบคุณที่พักดีๆอย่างเกาะยาวใหญ่วิลเลจ ที่จัดทริบพาผมไปรู้จักเกาะยาวทั้งสอง จนหยิบมาฝากทุกๆคนได้ ตอนหน้าพาเที่ยวบนฝั่งกันแล้วโปรดติดตามครับ

 

พาลูกเที่ยว :สุกันทรา แคสเคด รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่ ธรรมชาติเกินจินตนาการที่แม่ริม

0

 

รีวิวที่พักริมน้ำ สุกันทราคาสเคด รีสอร์ทแอนด์สปา เชียงใหม่
รีวิวที่พักริมน้ำ สุกันทราคาสเคด รีสอร์ทแอนด์สปา เชียงใหม่

เสียงน้ำตกไหลเย็นๆ…ดังแข่งไปพร้อมๆกับเสียงริ่งเรไร ที่แข่งกันร้องให้ดังลั่นป่า …ในขณะที่ผมเองกำลังขยับขาตั้งไปมา…

รีวิวที่พักโรแมนติก ริมน้ำตก สุกันทรา คาสเคด รีสอร์ทแอนด์สปา ที่พักเชียงใหม่
ที่พักโรแมนติก ริมน้ำตก สุกันทรา คาสเคด รีสอร์ทแอนด์สปา ที่พักเชียงใหม่

เพื่อให้มั่นใจว่าวิว สายน้ำตรงหน้าในรีสอร์ทสวยๆกลางป่าเขาลำเนาไพร อย่าง สุกันทรา แคสเคด รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่ ตรงหน้าผมตอนนี้จะสวยงามได้มากเท่าที่ตาผมเห็นในขณะนี้

รีวิวที่พักริมน้ำตก สุกันทราคาสเคด รีสอร์ทแอนด์สปา
ที่พักริมน้ำตก สุกันทราคาสเคด รีสอร์ทแอนด์สปา

เสียงฝนที่เริ่มตกปรอยลงมาเรื่อย ยิ่งทำให้การทำงานของผมวันแรกนี้ลำบากขึ้นไปอีก…แต่มันก็ไม่สามารถจะหยุดความตั้งใจบันทึกภาพตรงหน้าผมได้เลย

รีวิวที่พักริมน้ำตก สุกันทราคาสเคด รีสอร์ทแอนด์สปา
ที่พักริมน้ำตก สุกันทราคาสเคด รีสอร์ทแอนด์สปา

การออกจากเมืองมาไกลหลายสิบกิโล หรือจะว่าไป จากกรุงเทพฯเกิน 700 กิโลเมตร หนนี้คิดยังไงก็คุ้มค่ามากมาย ที่จะได้นั่งชมวิวตรงหน้าแบบนี้

เสียดายที่ฤดูนี้ ฝนมาพร้อมเมฆหนามาก จนไม่สามารถมองทะลุขึ้นไปเห็นดาวได้เลย

รีวิวที่พักริมน้ำตก สุกันทราคาสเคด รีสอร์ทแอนด์สปา
ที่พักริมน้ำตก สุกันทราคาสเคด รีสอร์ทแอนด์สปา Sukantara Cascade Resort and Spa Chiangmai

ยิ่งมาในฐานะนักรีวิวกิตติมศักดิ์ของโครงการประกวดสุดยอดโรงแรมบูติคของไทย ในชื่อ ”Thailand Boutique Awards Season 3 (2014-2015)” หรือเรียกย่อๆว่า TBA

โครงการนี้มีบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นแม่งาน  และ one22.com ได้รับเกียรติเชิญให้ร่วมเป็น 1 ของนักรีวิวในโครงการนี้ จากนักรีวิวชั้นแนวหน้าร่วม 10 กว่าท่าน ต้องบอกว่านับเป็นเกียรติ์มากๆ

และยังมีพันธมิตรที่เข้าร่วมสนับสนุนอย่าง สายการบิน Bangkok Air ในการเดินทางจากกรุงเทพฯ มาเชียงใหม่

รวมถึงการสนับสนุนการเดินทางภาคพื้นดินจาก บริษัทรถเช่า Thai Rent A Car  ปีนี้เป็นปีที่ 3 ที่จะจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี

สุกันทรา แคสเคด รีสอร์ท แอนด์ สปา

เอาละก่อนจะเดินทางข้ามวันเวลากลับไปผมขอกลับ ไปเริ่มต้นการเดินทางจากกรุงเทพฯกันต่อก่อนดีกว่า มาครับตามผมมากันได้เลย กับ รีสอร์ทริมธารน้ำตกสุกันทรา คาสเคด รีสอร์ท แอนด์ สปา

ใครอยากชม Gallery  Resort Romantic ของรีวิวนี้ติดตาม linkกันไปได้เลย ภาพทั้งหมดที่มีนอกเหนือจากในรีวิวอยู่ที่นี่เลยครับ
http://blog.one22.com/pics/relax/north/gallery_sukantara_cascade_resort_and_spa_chiangmai

และอย่าพลาดติดตามทุกรีวิว และการเคลื่อนไหว ของเรื่องราวของครอบครัวนักเดินทางที่พร้อมแบ่งปันเรื่องราว รีวิว ที่พัก ที่กิน ที่เที่ยว ที่เหมาะกับครอบครัว เชิญแวะเวียนกันมาที่ Fan Page ของเราที่นี่เลยครับ https://www.facebook.com/likeone22