Home Blog Page 36

ที่พัก:Tamarind Village มะขาม200(กว่า)ปีกับครอบครัวตัวดี…ที่เชียงใหม่

3

สมัยเด็กๆ….

ตอนไปเที่ยวบ้านปู่ที่สุพรรณฯ ผมจำได้ว่ามีต้นมะขามต้นใหญ่ต้นโตมากๆอยู่ตรงหน้าบ้านเป็นต้นไม้แสนสนุกสำหรับผม และ เพื่อนๆมาก

หนังสะติ๊กอันแรกในชีวิต ก็ทำจากไม้มะขาม และมานั่งคิดๆดู ต้นมะขามก็เป็นต้นไม้ต้นแรกๆในชีวิตที่เคยปีนป่าย

วันเวลานั้นผมและเพื่อน จึงผูกพันอยู่ที่ต้นมะขามหน้าบ้านต้นนี่เสมอ…

ความทรงจำดีๆในวัยเด็กแม้มันจะผ่านไปนาน นานจนเหมือนมันหล่นหายไปตามวัน(วัย)เวลา
แต่..อยู่ๆมันก็หวนกลับมาในความทรงจำอีกครั้ง หลังจากได้เข้าพักที่ Tamarind Village พบปู่มะขามที่ใหญ่โตที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา

เรื่องราวหลังจากบรรทัดนีเป็นประสบการณ์ดีๆ อีกครั้งของครอบครัวเล็กๆที่มีโอกาสหนีน้องน้ำไปที่ไหนซักที่  หลังน้องเค้ามาเยือนบ้านได้ครบสัปดาห์

โชคของผมยังดีที่มีโอกาสคลายเครียด พาตัวเองหนีไปเชียงใหม่  ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ที่สุดในชีวิตที่เคยประสบมาก

ที่สำคัญหนนี้เป็นครั้งแรกที่เจ้าหนูตัวดีที่จะได้เดินทางไกลด้วย (ไม่นับตอนยังกลิ้งไปมาในท้องแม่เค้าเมื่อตอนไป Sripanwa ) ต้องขอบคุณ www.tatcontactenter.com ที่มอบรางวัลจากการประกวด “Blog สุด Chic ลุ้นรับ Hip Package”  จนได้บินฟรีบวกได้ที่พักดีๆอย่าง Tamarind Village นั้นเอง

เช่นเคยดู Gallery รามภาพทริบนี้ได้ที่นี้ครับ ภาพชุดนี้ตั้งใจถ่ายเป็นพิเศษเพราะมีเวลาในการเข้าพักหลายวันชอบมากๆครับ
http://s.one22.com/u0BiCH

** อย่าแปลกใจในตัวเลข vol.22 จริงๆถ้านับจริงนับจังอาจจะน้อยหรือมากกว่านี้

อะแฮ่ม อย่ากระนั้นเลย ไหนๆ 1 ไม่เน้น ผมขอตั้งหลักที่เลขสำคัญส่วนตัวเองอย่าง 22 ดื้อๆเลยแล้วก้นนะครับ  ^ 0 ^

แวะชิมเมนูแซ่บเว่อร์ อาหารทะเลสดอร่อย ที่เมืองสมุทรฯ

1

สมุทรสงครามเป็นอีกจังหวัดที่ไม่ไกลกรุงเทพฯมากนัก และที่เมืองแม่กลองมีร้านอาหารทะเลที่คุณสามารถเดินทางมาวันเดียวก็อิ่มอร่อยได้ “แดงอาหารทะเล” คือร้านที่ผมไปเสาะหามาประเดิมให้บรรดาชาวแก็งค์นักชิมได้แซ่บกันถ้วนหน้า …อย่าช้าเลยมาดูแซ่บส์เว่อร์เมนูแรกกันกับ “หมึกนึ่งมะนาว” ที่รับรองว่าเว่อร์ทั้งรสชาติ เว่อร์ทั้งปลาหมึก เพราะจานนี้เค้าไม่มีอั้นจริงๆ หมึกชิ้นใหญ่โตเต็มจาน ราดหน้าด้วยพริกสด รสชาติออกเปรี้ยวของมะนาวนำโดดมาเลย แถมใครยังไม่สะใจก็มีเสริมน้ำจิ้มถ้วยเล็กมาให้อีก ที่รับรองว่าแซ่บมาก แต่ก็น่าแปลกที่ถึงแม่จะเปรี้ยวโดดแต่อร่อยจัดจ้าน หมึกจานโตแบบนี้ราคาอยู่ที่ 130 บาทเอง

หมึกนึ่งมะนาว

ต่อมาขอแนะนำเมนูออกหวานดับเปรี้ยวกับ “ปลาทูตาเตี๊ยะ” ที่สำคัญคือเหลือบไปเห็นเกือบทุกโต๊ะ ก็เลยขอแจมอีกสักโต๊ะ ตอนเด็กเดินมาเสิร์ฟผมถึงกับอึ้ง …จะไหวไหมเนี่ยเสิร์ฟปลาทูมาให้ 4 ตัวโตๆ จานนี้คำแรกรู้เลยว่าปลาเนื้อแน่นและสดมาก รสก็ออกหวาน แต่แอบมีเค็มนิดๆ เพื่อให้กลมกล่อมมากขึ้น และอย่าลืมทานคู่กับพริกสดและกระเทียมโทนที่มาใจจานจะอร่อยยิ่งขึ้น และสำหรับน้องปลาทั้ง 4 ตัวที่นอนเรียงกันมาในจานราคา 120 บาทเองครับ

ปลาทูตาเตี๊ยะ

สำหรับเมนูนี้ผมมาใกล้ดอนหอยหลอดซะขนาดนี้จะไม่สั่งเมนูหอยหลอดคงจะไม่ได้เลยจัด “หอยหลอดผัดฉ่า” มาอีกจาน รสชาติออกเค็มเผ็ดไม่มาก ต้องทานคู่กับข้าวรสจะพอดี และที่สำคัญใครชอบสมุนไพรจานนี้ใส่ทั้งพริก ทั้งกระเทียม ทั้งโหระพาแน่นไม่แพ้หอยเลย ส่วนราคาก็อยู่ที่ 120 บาท

หอยหลอดผัดฉ่า

ใครยังไม่อิ่ม…หยิบช้อนเตรียมรอ “ข้าวผัดกุ้ง” ที่เค้าว่าเป็นจานเล็กสำหรับ 2 ที่กันได้เลย จานนี้อิ่มกันแน่เพราะลองนับในจานดูแล้ว กุ้งที่นอนอัดกันมาในมีถึง 10 ตัวโตๆ ข้าวหอมมันกุ้งและไข่ ที่สำคัญไม่แฉ่ะ แน่ะนำว่าให้แอบไปตักน้ำจิ้มจากหมึกนึ่งมะนาวมาราดที่ตัวกุ้ง มันจะอร่อยคูณสองครับ จานนี้เจ๊เจ้าของร้านบอกว่าขาย 100 เหมือนเมื่อก่อนไม่ไหวขาดทุน ผมก็ว่าคงไม่ไหวแน่นอน แก่เลยต้องขอปรับเป็น 150 บาท แต่ผมก็ยังว่าคุ้มอยู่ดีครับ

ข้าวผัดกุ้ง

จานสุดท้ายขอจัดหนักๆให้เลยก็แล้วกัน “ปูเนื้อผัดผงกะหรี่” ราคาขีดละ 100 บาท ซึ่งเด็กเสิร์ฟบอกว่าแต่ละตัวไม่ต่ำกว่า 8 ขีด เรื่องรสชาติที่นี่ผมชอบตรงที่เค้าทำไม่มัน ผงกะหรี่ไม่ใส่สี แล้วก็ไม่เลี่ยนด้วย และความสดแน่นของเนื้อปูผมเลยต้องยกให้จานนี้เป็นพระเองของโต๊ะ และราคาก็พระเอกมากๆ 1,000 บาทพอดิบพอดี

ปูเนื้อผัดผงกะหรี่

ใครที่จะมาลิ้มลองความสดอร่อยของร้าน “แดงอาหารทะเล”  แนะนำว่ามาสองคนไม่พอนะครับ เพราะแต่ละเมนูที่นี่ไซส์บิ๊กทั้งนั้น ครั้งนี้ผมมาเพียงแค่สองคน แต่พอเห็นเมนูตรงหน้าที่สั่งมาถึงกับตกใจกันเลย ไม่เพียงเท่านี้ทางร้านยังมีเมนูอีกเพียบให้เลือกด้วยครับ

เมนู แดงอาหารทะเล

เมนู แดงอาหารทะเล

แดงอาหารทะเล

เรื่องการเดินทางก็ไม่ยากถ้ามาทางเส้นพระราม2 ให้ตรงมาเรื่อยๆ ผ่านมาทางมหาชัย สมุทรสาคร สมุทรสงคราม จนเห็นป้ายดอนหอยหลอดอยู่ทางซ้ายมือ แต่เราไม่เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าดอนหอยหลอดนะครับ เราต้องกลับรถใต้สะพานและให้สักเหตุซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางไปสมุทรสงครามให้เลี้ยวซ้าย ตรงไปน่าจะไม่เกิน 300 เมตร ร้านจะอยู่ทางขาวมือสังเกตดีๆนะครับ เพราะป้ายไฟค่อนข้างเล็กเขียนว่า “แดงอาหารทะเล” หรือจะโทรไปสอบถามก่อนได้ที่ 034-712077, 034-769765 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 น. – 20.00 น.

อุ่นไอหมอกที่ ภูทับเบิก

0

มีใครสักคนเคยกล่าวไว้ว่า”คนเรามักมองข้ามสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเสมอ” ผมเองก็ยอมรับครับว่าเคยมองข้ามสิ่งต่างๆที่อยู่ใกล้ตัวและละทิ้งบางอย่างไปโดยที่ไม่รู้ตัวก็มาก แม้แต่บ้านเกิดของตัวเอง ผมจากบ้านมาอยู่ในเมืองใหญ่เมืองนี้เป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว ต้วยความฝันที่ว่าจะต้องได้ดี จะต้องไปให้ไกลสุดความฝัน บางครั้งล้ม บางครั้งท้อ …แต่ก็หน้ามึมสู้ เดินหน้าต่อเรื่อยไป เรียกได้ว่าไม่เคยกลับบ้านเกิดเลยอย่างมากก็ปีใหม่ แล้ววันหนึ่งก็มีเพื่อนนักเดินทางของผม มาเล่าให้ผมฟังถึงสถานที่ต่างๆที่เขาเคยไปเยือนมา แล้วถามถึงบ้านเกิดของผมว่ามีที่ไหนสวยๆบ้างไหม ในตอนนี้ผมพยามยามนึกย่อนกลับไปสมัยผมเป็นเด็กเล็กๆ ใส่ชุดเอี้ยมสีแดง กำลังรอคุณครูขานชื่อ เด็กชายยุทธการผู้ปกครองมารับแล้วค่ะ ผมดีใจโดดตัวลอย รีบวิ่งไปหาคุณตา ที่มาจอดรถรออยู่ที่หน้าโรงเรียน Datsun 120y คันแดง คุณตามักจะพาผมไปขับรถเล่นเสมอก่อนเข้าบ้านผมจะเปิดหน้าต่างแล้วยื่นหน้าออกไปรับลม กว่าจะกลับถึงบ้านก็หลับปุ๋ยทุกครั้งไป วันนั้นพอกระโดดขึ้นรถ ตาผมบอกว่าวันนี้ตาจะพาไป ขึ้น ภูทับเบิก กัน

ภูทับเบิกอยู่ห่างจากตัวอำเภอหล่มเก่าเพียง 25 กิโลเมตร ใกล้ๆครับแต่…เส้นทางนั้นเป็นทางลาดชันและคดเคี้ยวครับ เป็นสวรรค์ของนักเดินทางที่ชอบ off road เลยทีเดียว

ตลอดเส้นทางเราจะพบเห็นทิวทรรศน์ที่สวยงามมากขึ้นเรื่อยๆตามระดับความสูงเลยก็ว่าได้ครับ  ก่อนถึงภูทับเบิกเราก็จะต้องผ่านหมูบ้านม้งก่อนนะครับ เป็นชุมชนน่ารักครับ คนที่นี้จะปลูกกะหล่ำปลีและเก็บเกี่ยวในช่วงปลายปีครับ เป็นภาพที่สวยงามทีเดียว

 

 

 

 

พอมาถึงที่ภูทับเปิกก็จะมีจุดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวของสหกิจภูทับเบิกครับ ให้เช่าเต็นท์ ให้เช่าเตาครับ บริการดีมีรอยยิ้มทุกคนครับ

 

 

พอตกเย็น นอกจากภาพท้องฟ้ายามอาทิตย์อัศดงแล้ว ที่นี้ยังมี ดาวบนดินให้เราได้ชมด้วยครับสวยงามมากๆครับ แต่เสื้อกันหนาวหนาๆผ้าพันคอต้องไม่ลืมนะครับ เพราะที่นี้อากาศเย็นสุดอาจถึง ศูนย์องศาเซลเซียสได้ครับ

ถ้ามาที่นี่ในช่วงก่อนปีใหม่นักท่องเที่ยวอาจไม่เยอะมากครับเราก็จะได้กางเต็นท์แบบสบายๆไม่ต้องเบียดเสียดครับ

มาภูทับเบิกตื่นเช้าๆหน่อยก็ดีนะครับ เพื่อที่จะได้สัมผัสไอหมอกที่ออกมาทักทาย และชมทะเลหมอกที่สวยงามไม่พี่ที่อื่นด้วย

เรื่องอาหารการกินที่นี่ก็พร้อมนะครับแต่ถ้าเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวเตรียมมาเองบ้างก็ดีครับ จะได้ไม่ต้องไปเบียดใคร

 

การมาภูทับเบิกในสมัยที่ผมเป็นเด็กๆนั้นถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากครับ ทางก็คดเคี้ยว ถนนหนทางก็ยังไม่ดี แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วครับ ถนนนั้นเรียบสนิทชนิดว่าเอาสเก็ตบอร์ดเล่นลงมาได้เลย (ถ้ากล้านะ)

นอกจากภูทับเบิกแล้วก่อนจะกลับกันผมแนะนำให้ไปทานขนมจีนหล่มเก่าก่อนนะครับเพราะขนมจีนที่นี่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหนครับ ร้านไหนก็ได้ครับอร่อยเหมือนๆกันครับ เพราะเป็นวัฒนธรรมของคนหล่มเลยครับว่า ตื่นเช่าจะต้องไปนั่งกินขนมจีน เมื่อก่อนร้านขนมจีนจะเป็นเพิงหมาแหงนที่นั่งจะเป็นแคล่ทุกคนจะนั่งรวมๆกันพูคุยกันมีควันๆจากเตาถ่านที่ใช้ต้มเส้นขนมจีนลอยตลบ

 

ภูทับเบิก ไง ผมตอบเพื่อนนักเดินทางของผม แววตาเปล่งประกายเจิดจรัดของเขา เหมือนไฟลุกโชน ช่วงเวลาแห่งการเดินทางของเขา เหมือนว่า กำลังจะเริ่มต้นอีกครั้งที่ ภูทับเบิก

หาเรื่องเที่ยว… เชียงคาน

0

ผมยังคงจำการเดินทาง ครั้งแรก ของผมได้เสมอ ตอนนั้นผมอายุ 15 ปี นั่งรถ บขส.หวานเย็น จาก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ไป เชียงใหม่ ผมตื่นเต้นกับทุกอย่างที่เคลื่อนผ่านไป อากาศเย็นช่วงฤดูหนาว ช่วยทำให้ความทรงจำของการเดินทางครั้งแรกฝักแน่นจนกลายเป็นความประทับใจ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมหาทาง หรือเรียกได้ว่า ” หาเรื่องเที่ยว ” ทุกครั้งที่หยุดงาน บางทีงานไม่หยุดก็แอบเที่ยวเอา

ล่าสุดที่ตัวผม หาเรื่องเที่ยว ก็ครั้งที่กรุงเทพเจอกับ น้ำท่วม ผมเลยสั่งตัวเองให้หยุดงาน แล้วพาตัวเองออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่กำลังทรัพย์พอมี

ผมขับรถไปเรื่อยๆ อ้อมผ่านจังหวัดที่โดนน้ำถ่วมไปเรื่อยๆ ในใจก็คิดตลอดเลยว่าเราจะไปที่ไหนดี อยากอยู่เงียบๆ นั่งมองแม่น้ำ บ้านพักแบบโฮมสเตย์ และราคาถูกมากๆเลย เพราะคนอยากจะอยู่หลายๆวัน หรือไม่ก็อยากจะไม่กลับ กรุงเทพ อีกเลย  

เชียงคาน ภาพบ้านเก่า แม่น้ำโขง หมอก คุณยายใจดี แว่บเข้ามาในหัว ผมเคยไปที่นั้นมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ที่นั้นเงียบสงบมาก ในฤดูหนาว เช้าๆจะมีหมอกหนา พระจะออกมาบินทบาตร ตรงเวลาทุกวัน ที่แม่น้ำ คนหาปลาจะแจวเรือออกไปเก็บปลาที่ดักไว้ ตอนกลางวันพวกเขาก็จะเข้าบ้าน ทำงานของตนเอง ตอนเย็นก็จะออกมาขายของกัน ที่ตรงหน้าบ้านของตน

  

รถคันน้อยของผมแล่นไปเรื่อบๆ ตามคันเร่งที่เบาเอื่อย เมื่อไปถึง พระอาทิตย์ก็กำลังจะลาเชียงคานไปแล้ว ผมเดินดุ่มเข้าไปยังบ้านที่ผมคุ้นเคย ทุกคนจำผมได้และยิ้มทักทานเสมอแม้ผมจะเพิ่งมาได้เพียง สามครั้ง ในระยะสองปีที่ผ่านมา

ผมพักที่ บ้านชานเคียง ของพี่เต้ย และพี่อิงน้องสาว ที่ทำเครื่องดื่มอร่อยอร่อยให้เราเสมอ

ที่พักที่ บ้านชานเคียง ราคาถูกมาคนเดียวก็อยู่ได้หลายวัน วิวจากห้องพักผมก็สามารถมองเห็นแม่น้ำโขงได้กว้างมาก และที่สำคัญมีโต๊ะทำงาน พร้อมกับ wifi internet ฟรี 24 ชม.ครับ

อาหารหลักของผม ทุกๆเช้าก็จะเป็น ข้าวเปียกเส้น ผมอยากจะตั้งชื่อให้มันใหม่ว่า อุด๊งเชียงคาน

 

ร้านที่อร่อย จำอเาไว้นะครับ ส่วนใหญ่ จะต้องบ้านๆ มาเที่ยวแบบนี้ถ้าอยากทานอาหารพื้นถิ่นอร่อยๆจริงๆต้องร้านบ้านๆครับ ถ้าร้านดีๆสวยๆsetๆ แพงและไม่อร่อยครับ ร้านที่อร่อยมานานแล้วจะติดกับร้าน สามตำลึง นะครับ

แต่ในตลาดเชียงคาน อาจน่าสนใจกว่าครับ มีทั้งอาหารสด กาแฟปาท่องโก๋ แบบเชียงคานเชียงคาน ให้เราเลือกมากมายเลยครับ แถมยังถูกมากกว่าในถนนคนเดินอีกครับ

ปาท่องโก่ยัดไส้ แปลงดีครับ มีสองจ้าวในตลาดครับ ลองชิมดู รสชาติ ไม่เหมือนกันครับ

 

ต่อ ตอนที่2 เที่ยวรอบเชียงคาน

 

 

 

ไปเดินเล่นกัน ที่ สวนจตุจักร

0

บ่ายอ่อนๆของวันอาทิตย์ ผมจำใจต้องปล่อยเจ้าแมวน้อยของผมให้อยู่ที่ห้องตัวเดียว วันนี้อากาศดีฟ้าเป็นใจ ผมและหวานใจเตรียมกล้องและอาหารใส่กล้อง(แฟนผมทำเอง)

เพื่อออกไปกินข้าวนอกบ้าน หาร่มไม้ใหญ่ๆสนามหญ้าเขียวๆ ปูเสื่อกินข้าวกัน  ไม่ใกล้ไม่ไกลครับ สวนจตุจักร ของเรานี่เองครับ เราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินไปโผล่ที่สถานี จตุจักร

รวดเร็วทันใจมากครับ แต่ถ้าใครจะเอารถไปก็มีที่จอดรถนะครับอยู่ด้านหลังของสวนครับ ภายในสวนจะมีมุมสวยให้เราได้เลือกมากมายครับ บอกได้เลยครับว่าสวยมาก แต่วันอาทิตย์คนจะเยอะหน่อยนะครับ

พอออกจากรถไฟฟ้าใต้ดิน พวกเราก็ เดินเล่น กันไปเรื่อยๆครับวันหยุดสุดท้ายของสัปดาห์อย่างนี้อย่ารีบร้อนครับ อากาศก็ไม้ร้อนจนเกินไป ต้นไม้ก็เยอะมาก

ที่ผมชอบเป็นพิเศษคือสีของต้นไม้ในช่วงหน้าฝน เปลือกมันจะดำตัดกับสีเขียวอ่อนของใบดูสดชื่นจริงๆครับ

นั้นไง ถูกใจเค้าครับ ด้านหลังติดภูเขาด้านหน้าติดทะเล อุ้ย!! ไม่ใช่!!  เราได้ทำเลดีครับ มองเห็นสะพายข้ามคลองเล็กๆภายในสวนและได้ร่มไม้ด้วยครับ

เหมาะกับการ ปิคนิค มากๆครับ คลาสิค

สวนจตุจักร นั้นก็เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติเหมือนกันนะครับ ฝรั่งเค้ามักจะมานอนอ่านหนังสือ อาบแดดและออกกำลังกายกันมากครับ

อันนี้น้องเค้าไปเนียนถ่ายกับชาวต่างชาติครับ ดูว่าจะกลมกลืนกันมั้ย

สวนจตุจักร ของเราร่มรื่นมากและไม่ค่อยพรุกพล้าน แถมไม่มีจักรยานอีกด้วย เพราะที่นี่เค้าห้าม เอาจักรยานเข้ามาปั่นและห้ามนำหมาเข้ามาด้วยครับ

 

นี่คือไฮไลท์เลยครับ เรือพาย เรือถีบ ราคาค่าเช่าเค้าคิดไม่แพงครับ แต่วันนั้นเราไม่ได้ลองกันครับ เพราะว่าไม่มีใครว่ายน้ำเป็นกันเลย

 

นอกจากจะมีต้นไม้ร่มรื่น สะพานสวย เรือถีบ สวนจตุจักร ก็ยังมีส่วนย่อยๆที่ตกแต่งไว้หลากหลายสไตล์ รวมทั้งสวนสุขภาพ

ที่รวมเครื่องออกกำลังกายไว้อีกเพียบเลยครับ เป็น fitness ย่อมๆเลย

เรื่องการรักษาความปลอดภัยก็ถือว่ากวดขันกันดีครับ แต่ ก็ไม่ควรอยู่กันจนค่ำมืดนะครับโดยเฉพาะสาวๆ และ คนที่แบกกระเป๋ากล้องไปถ่ายรูปเล่น

เพราะมิจฉาชีพเค้าอยู่ทุกที่แหละครับ ควรป้องกันตัวเองไว้ก่อน และที่สำคัญ มาสวนจตุจักร ก็ช่วยกันรักษาความสะอาดนะครับ เอาของเข้ามาทานกันได้แต่ก็ต้องเก็บไปทิ้งถังขยะด้วยนะครับ เราจะได้มีสวนสวยๆแบบนี้นานๆนะครับ

เดินเล่นกันจนหิวอีกรอบซะแล้ว ไปเดินตลาด รัชดาไนท์ กับ ตลาดรถไฟ ต่อดีกว่า ทั้งสองที่ มีของกินอร่อยๆเพียบเลย เดี๋ยวคราวหน้า จะมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ 

 

 

ตกหลุมรัก “คีรีวง”

0

 

น้อยครั้งที่ผมจะได้เดินทางลงใต้ ช่วงชีวิตที่ผ่ามมาการเดินทางส่วนใหญ่ มักจะขึ้นไปทางเหนือตลอด อาจเป็นเพราะครอบครัวของผมอยู่ที่นั่น แต่ด้วยลมแห่งโชคชะตาหรือสิ่งใดไม่ทราบได้ ก็พัดพาผมให้ได้ไปเยือนที่ อันสงบเงียบ และ อบอุ่นราวกับครอบครัว “คีรีวง” หมู่บ้านเล็กๆใน ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช

 

ช่วงที่ผมเดินทางไปคีรีวงเป็นช่วงฤดูร้อนครับ แต่ด้วย เทือก เขาหลวง ที่โอบคีรีวงไว้ และ มีลำธารท่าดีไหลหล่อเลี้ยงตลอดสี่ฤดูเลยทำให้ หน้าร้อนที่นี่ เย็นสบายและมีฝนโปรบปายเป็นระยะๆให้เราได้ชุ่มฉ่ำเล่นอีกด้วย

วิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่เรียบง่ายครับ ช่วงเช้าตรู่ผู้ชาย ก็จะออกไปทำสวนบนภูเขา ลืมบอกไปนะครับ ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่นี่ประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ครับ จำพวก มังคุด ทุเรียน ลองกอง  เท่าที่สอบถามรายได้ของพวกเขาถ้าเฉลี่ยเป็นเดือนแล้ว สูงเท่าระดับผู้บริหารของบริษัทเอเจนซี่ใหญ่ๆเลยครับ แต่คนที่นี้เค้าสนใจเรื่องปุ๋ยเรื่องดินมากกว่าเรื่องราคาทองคำและตลาดหุ้นครับ เรื่องเงินจึงตกลงไปครับ ฮ่าๆ ส่วนพวกผู้หญิง ก็จะอยู่บ้านเลี้ยงลูก หรือไม่ก็นำหมากพรูมาตากหรือไม่ก็ทำผ้าครับ เพราะที่นี้มีชื่อเสียงมากๆเรื่อง ผ็ามัดย่อมครับ

 

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาที่นี่ก็จะพักเกสเฮ้าส์กันนะครับ ราคาเรียกได้ว่าถูกมาๆ เพราะชาวคีรีวง ใรดีมากๆ จริงๆครับสัมผัสมาแล้วครับ ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน คนที่นี่เค้าจะยิ้มให้เราก่อนเสมอครับ ใครที่มาที่คีรีวง ก็จะต้อง “ตกหลุมรัก คีรีวง” เหมือนผมเช่นกันครับ

ที่คีรีวงผู้คนที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นเครือญาติกันหมด

อุดมสมบูรณ์มาก มีลำธารให้เด็กๆได้ว่ายน้ำเล่นตลอดทั้งปี

และที่สำคัญ คลองท่าดี(เมื่อก่อนเป็นลำธาร) ยังเป็นเขตอภัยทาน ห้ามจับปลาครับ ให้อาหารได้อย่างเดียว ปลาจึงเยอะมากๆครับ

คลองท่าดี เป็นหัวใจสำคัญที่เป็นตัวดึกดูดนักท่องเที๋ยวให้มาสัมผัสความสงบร่มเย็นของที่นี่

คนที่คีรีวง จะเลี้ยงวัวครับ ขุนกันซะสวยเลยนะครับ ไม่ได้เอาไว้กินนะครับ เอาไว้แข่ง ประกวดความสวยงามด้วยครับ

ตัวนี้สวยมากครับ เจ้าของพาเดินออกกำลังกายทุกเช้าครับ ผมมาพักที่นี่ สี่วันเห็นทุกวัน

ชุมชนที่นี่ถือว่าเก่าแก่ทีเดียวครับ ดูจากสถาปัตยกรรม ของบ้านเรือนแทบทุกหลังจะเป็นแบบนี้ทั้งนั้นเลยครับ

พิเศษสำหรับคนที่หลงไหลมอเตอร์ไซค์ แนะนำว่า คุณจะได้พบกับเหล่านักบิดตัวจริงครับ คนคีรีวงขี่มอเตอร์ไซค์เก่งมากครับ ผมยอมรับ เพราะที่นี่เค้าขี่ขึ้นไปเก็บผลไม้ถึงบนเขาชันครับ ตอนแรกผมก็คิดว่า คงมีแค่ผู้ชาย แต่ไม่เลยครับ ผู้หญิงก็ขี่ ทองอยู่ยังขี่เลยครับแล้วเป็นมอเตอร์ไซคืวิบากด้วยนะครับที่สำคัญ

ชันมากๆครับ ผมเคยขี่มอเตอร์ไซค์ทั้งขึ้นปางอุ๋ง ไปปาย คันเดียวมาแล้ว มาเจอคนที่นี่ ต้องบอกได้คำเดียวครับ ตะลึง ครับ ผู้หญิงท้องขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นเขา แบบในภาพครับ แถมมีผลไม้เต็มสองตะกร้าอยู่ท้ายรถครับ ในภาพคือรถที่ผมขี่แต่ต้องจอดครับเพราะชันมากขี่ต่อไม่ไหวครับ กลัวว่าจะทำมอเตอร์ไซค์ของเค้าร่วงลงเขาครับ หวาดเสียวจริงๆ

กาเดินทางมาที่นี่ไม่อยากครับ ถ้าขับรถมาเองก็ถือว่าไม่ไกลครับประมาณ 800 กิโลเมตรครับ ถ้าเป็นเครื่องบิน ของการบินไทย ก็ต้องไปต่อรถตู้สนามบินสุราษธานีมาที่นครศรีธรรมราช 2ชั่วโมง  แล้วนั่งรถสองแถวจากนครไปคีรีวงอีก 30นาที ก็ถึงเลยครับรถสองแถวจะมาจอดที่สะพานคลองท่าดี ข้างๆมีร้านน้ำชาครับ ชิวมากผมไปจิบทุกเช้า ถ้าใครว่างติดกันหลายวันผมแนะนำที่นี่ครับ ให้คุณได้ลองมาสัมผัสกับความสงบและเรียบง่ายของที่นี่ แล้วคุณจะ “ตกหลุมรัก คีรีวง”

 

เรื่องวันวัน: ย้อนหลังรายการ Blue Planet กับ 1twenty2

0


อะแฮ่ม…เรื่องวันวันวันนี้ จะว่าแปลกๆำสำหรับตัวเองก็ว่าได้ปรกติมีแต่เขียนถึงที่เที่ยว ที่พัก ที่กิน ต่างๆหรือนำเรื่องราวรอบๆตัวเรามาแบ่งปันให้ได้อ่านหรือเล่าสู่กันฟัง จะมีสัมภาษณ์ก็เป็นคนที่น่าสนใจ มาบอกเล่าเรื่องราวดีๆทีคิดว่าเป็นประโยชน์กับหลายๆคนเสมอๆ
แต่หนนี้เป็นเรื่องของตนเองเลยดูแหม่งๆสำหรับผมหน่อยที่จะเขียนถึง เอาว่าผมเองอาจจะเขียนไปเขินไปหน่อยนะครับ ตามประสาคนไม่คุ้นกับการออกสื่อซักเท่าไหร่

ที่เที่ยว:ไปเที่ยวกันมั้ย…สังขละบุรี 2

0

สองอาทิตย์ให้หลัง ผมยังนึกถึงสังขละบุรีอยู่เสมอ ถึงจะเป็นครั้งแรกที่ผมไปเยือนที่แห่งนั้น เชื่อว่าความสงบชุ่มฉ่ำของสังขละบุรีในช่วงฝนปีนี้ อาจทำให้หัวใจที่ว้าวุ่นของใครหลายๆคนสงบนิ่งลงได้บ้างไม่มากก็น้อย

 

(สะพานไม้ ได้รับการซ้อมแซมทุกๆปีครับ สองปีที่ผ่ามมาสะพานไม้เก่าๆที่เราเคยเห็นตามสื่อต่างๆ ตอนนี้ไม่มีแล้วครับ กลายเป็นสะพานไม้ใหม่และแข็งแรงมั่นคงกว่าเดิมมากครับ)

 

(ที่นี่เด็กเล็กๆจะเยอะมากๆครับ)

 

(เก่ง ด้วย)

 

 

 

อาจเนื่องด้วยช่วงเวลานี้ของปี ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมกันการท่องเที่ยว ไม่มีวันหยุดยาวติดกันหลายวัน เมฆฝนสีเทาปกครุมไปทั่วฝืนฟ้า อากาศก็ไม่เชิงร้อนเชิงหนาว ออกจะอบอ้าวและชื้นแฉะ จึงไม่มีนักท่องเที่ยวมาที่สังขละบุรีเลย แต่ มันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหลับบางคนที่กำลังมองหาที่สงบ และไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ใช่เวลาพักผ่อนในช่วงวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ ได้โดยไม่เหนื่อยกับการเดินทางไปกลับ ไม่สิ้นเปลืองในเรื่องที่พัก อาหารการกิน และที่สำคัญ ผู้คนที่นี้เป็นมิตร อัธยาศัยดี

 

 

ผมได้เดินเล่น ข้ามสะพานไม้ไปนั่งดื่มกาแฟในตลาดมอญ ทานขนมจีนหยวกกล้วย ก๋วยเตี๋ยวน้ำพริกกะเหรี่ยง อ่านหนังสือเล่มโปรดบนเรือนแพที่เช่าในราคาที่ถูกมาก ลมพัดเอื้อยๆพัดมา เด็กๆกระโดเล่นน้ำกัน อยากให้ไปกันจริงๆครับ ไม่ต้องรอ ไม่ต้องกลัวฝน ถ้าอยากจะไป ต้องไปเลยครับเก็บกระเป๋าแล้ว  ออกเดินทาง

 

สวัสดี แล้วเจอกันใหม่ ที่ใด สักแห่ง

 

 

 

 

 

 

ไปเที่ยวกันมั้ย…สังขละบุรี 1

0

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องทำงานอยู่ในเมืองใหญ่ เมืองที่อะไรอะไรก็ดูจะเร่งรีบไปซะทุกอย่าง รีบตื่น รีบแต่งตัว รีบไปทำงาน(ส่วนใหญ่จะสายกันนะ) รีบทานข้าว รีบประชุม รีบกลับบ้าน(ไปดูละคร) แถมอะไรอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด จะออกจากบ้านแต่ละที หมดเงินเป็นพัน ลองนั่งนึกกันดูเล่นๆนะครับ เอาง่ายๆครับ คืนวันศุกร์สิ้นเดือน คุณทำอะไรกันบ้างลองคิดออกมาเป็นตัวเลขนะครับ เริ่มจากเลิกงาน คนมีแฟนก็ต้องไปดูหนัง ทานข้าว ต่ำๆ คนละหนึ่งพันบ้าน ดูหนังเสร็จไปส่งแฟนเสร็จ เพ่ือนซี้ของคุณก็ดันมาโพสที่ facebook ว่าจัดหนักกันอยู่ที่ RCA หมดไปอีกต่ำๆคนละหนึ่งพันบาท ถ้าถูกหวยโดนเป้าอีก ก็ สองหมื่นนะครับ แค่วันศุกร์วันเดียว คุณโดนไปแล้ว 22,000 บาทครับ แถมต้องไปบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมอีกเป็นเดือนๆ เห็นมั้ยครับว่า เราเสียเงิน เสียเวลาไปมากมายขนาดไหนเพียงแค่คืนเดียวในเมืองใหญ่เมืองนี้ เอาอย่างนี้มั้ยครับ ในเมื่อเราจะต้องเสียเงินทั้งที เราก็เลิกเสียให้กับอะไรที่มันคุ้มเงินและให้คุณค่ากับชีวิตเราและคนที่เรารักกันดีกว่าครับ ออกเที่ยว กันดีกว่าครับออกเดินทางไปเที่ยวเอาแค่ในประเทศไทยของเรานี่แหละครับ ครบรสแล้ว ถ้าครบแล้วยังรู้สึกว่าไม่ Fin ค่อยดอดไปเที่ยว ต่างประเทศก๋ได้ครับ แล้วแต่เงินในกระเป๋ากับรสนิยม

เริ่มแรกผมอยากจะพาไปเที่ยวใกล้ๆก่อนครับ คุณแถมยังจะได้บรรยากาศแบบต่างประเทศเลยครับ ราคาก็ถูกมากๆด้วยครับ แต่ต้องสัญญาก่อนนะว่าจะทำตัวเป็นเด็กวัยรุ่นอายุซักประมาณ 18-19 เพราะทริปของเราจะไปกันแบบ Back Packers เท่ๆครับ ทริปแรกนี้คือ สังขละบุรีครับ อยู่จังหวัดกาญจณบุรีครับ ห่างจาก กรุงเทพไม่เกิน 400 กิโลเมตรครับ ไม่เกินจริงๆ ถ้าไปกันน้อย แบบเราสองสามคนเนี้ยะ แนะนำครับว่า นั้งรถตู้จากอนุสเสาวรีย์ไปจะดีกว่าครับ แต่ต้องนั่งสองต่อนะครับ เริ่มที่คิวรถตู้ที่อนุสเสาวรีย์ข้างห้าง Century ครับ ที่มีโลโก้ Smillie นะครับ คนละ 110 บาทไปลงที่ขนส่งจังหวัดกาญจณบุรี ใช้เวลาประมาณเกือบสองชั่วโมงก็ถึงตัวเมืองกาญ แล้วครับ พอถึงแล้วก็ต่อรถตู้อีก 110 บาทไปสังขละอีกที รถจะออกทุกๆ 15 นาทีครับ แต่ถ้าหิว ผมแนะนำร้าน ข้าวมันไก่ “ต้นแบบ” ครับ อยู่ใกล้ๆกับที่รถตู้จอดครับ

 

ราคาถูกมากแค่จานละ 10 บาทแต่รสชาติอร่อยเกินตัวครับ จากกรุงเทพถึงสังขละไม่เกิน 4 ชั่วโมงครับ จากดงตึกในเมืองใหญ่คุณก็มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และวิถีชีวิตอันเงียบสงบของชาวสังขละบุรีและชาวมอญ และห้อมล้อมไปด้วยสายน้ำและขุนเขา ด้วยเงินเพียง 220 บาทเท่านั้นเองครับ (ผมนั่งแท็กซี่จากลาดพร้าวไปเอกมัยคืนวันศุกร์ต่ำๆก็ 150 แล้วครับ)

ถามว่า “ที่สังขละ มีของดีอะไรบ้างเหรอถึงต้องไป” คำตอบคือ “ผมไม่รู้หรอกครับ” การออกเที่ยวในที่ต่างๆนั้นมันให้ความรู้สึกไม่เหมือนกันทุกคนนะครับ ไปสังขละบางคนอาจชอบ สะพานมอญ วิถีชีวิตชาวบ้าน อาหาร อากาศ ที่พัก มีสัญญาณ 3G เอ้ย!! ต้องลองไปดูครับ อิอิ

ทริปสังขละทริปนี้ผมไปกันเพื่อนนักเดินทางของผมคนหนึ่งครับ พอผมบอเขาว่าผมอยากไปสังขละบุรีนะ อยากไปเห็นสักครั้ง ไอ้ สะพานพังๆอะ สะพานอะไรนะ สะพานมอญน่ะ  เขาก็อาสาจะพาไปทันทีครับเขาบอกผมว่า ไปมาสามครั้งแล้วสังขละบุรีเนี้ยะ ชอบมาก ใกล้ดี  ที่พักที่นี้ ราคาไม่แพงครับแถมมีให้เลือกหลายสไล์มากๆครับ

ตั้งแต่เกสเฮ้าส์ เรือนแพ รีสอร์ทริมน้ำระดับหนึ่งดาวยันห้าดาวครับ แต่ไปช่วงนี้ดีครับ ช่วงหน้าฝน ค่าที่พักก็จะถูกลงเป็นเท่าตัว แถมนักท่องเที่ยวก็ไม่เยอะครับ เงียบสงบดีมากๆครับ ทริปนี้ เป็นทริป สามวันสองคืนครับ คืนแรกเราพักกันที่ แพลุงเณร ราคาถูกมากครับ คืนละ 500 บาทได้แพทั้งหลังเลยครับ คืนที่สอง อยากนอนรีสอร์ทเลยพักกันที่ ซองกาเรีย รีสอร์ท ครับวิวสวยมากครับ สามารถมองเห็น สะพานมอญ ได้จากหน้าต่างห้องพักเกือบทุกห้องเลยครับ

มาที่นี้ตื่นเช้าสักหน่อยนะครับ มานั่งจิบกาแฟริมน้ำ ที่ร้าน Blend Coffee อยู่ตรงสะพานเลนครับ เช้าๆ พระจะเดินข้ามสะพานมาบิณทบาตร เป็นภาพสดที่หาดูยากครับ สวยดี สายๆสักหน่อย สวยชาวมอญก็จะเดินข้ามสะพานเอาของมาขายในตลอดฝั่งไทย สาวมอญจะเอาของหนักๆเทินไว้บนหัวทุกคนเลยครับเป็นภาพสดๆที่หาดูยากอีกแล้วครับ สวยดีครับ ถ้าหิวกันแล้ว ไม่แนะนำให้สั่งกระเพาหมูกินนะครับ มาสังขละ ต้องไปหา “ขนมจีน หยวกกล้วย” ทานกันให้ได้นะครับ

ไม่เหมือนที่ไหนเลยครับ เด็ดมาก เส้นจะคล้ายก๋วยจั๊บ แต่ เล็กว่า แล้วคนมอญที่นี่จะใส่กระเทียมเจียว และ มะขามเชียกเป็นฝักๆเลยครับ น้ำยาก็จะมันๆตัดกันดีมากกับรสเปรี้ยวลิ้นของมะขามเปียก แถมมีหยวกกล้วยเป็น”ฮไลท์ของงานครับ สุดยอดมากถ้วยละ 15 บาทจุกไปเลย ร้านดังที่ฝั่งมอญก็คือร้าน ป้าหยิน อยู่ที่ปลายสะพานเลยครับ ติดโลโก้ชวนชิมช่องโน้นช่องนี้เต็มร้านไปเลยครับ แต่ผมแนะนำให้ลองเดินเข้าไปลึกๆแถวๆตลอดครับ ของจริงอยู่ในซอยครับ และอีกเมนูที่ต้องลองอีก ก็คือ ก๋วยเดี๋ยวไก่ตุ๋น น้ำพริกกะเหรี่ยงครับ

สุดจริงๆครับ ถ้าไม่กินเผ็ดอย่าใส่เยอะนะครับ นำ้พริกกะเหรี่ยงเผ็ดร้อน อย่างแรง ราคาชามละไม่เกิน 20 บาทครับทุกร้าน

หลังจากท้องอิ่มกันแล้ว ต้องไปไหว้ขอพรหลวงพ่ออุตตะมะ และดูเจดีย์พุทธคะยา ศิลปะแบบพม่าเลยครับ สวยงามมากเลย ถ้าเดินจากสะพานมอญก็ไกลหน่อยครับแต่ได้สุขภาพ ถ้าเดินไม่ไหวก็มีวินมอเตอร์ไซค์นะครับ สิบบาทถึงวัดเลยครับ แล้วอย่าลืมเหมาเรือหางยาวออกไปดูวัดจมน้ำด้วยนะครับ เพราะครั้งแรกที่ผมเห็นวัดจมน้ำ ผมมีความรุ้สึกว่า ชาวบ้านที่นี่ศัทธาในพุทธศาสนา และก็ยังเสียสละมากๆด้วย เพราะยอมให้สร้างเขือนทั้งๆที่วัดที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจต้องจมอยู่ใต้น้ำ เพื่อประโยชน์แก่คนทั้งประเทสที่ได้จากการสร้างเขื่อน ต่างจากการเมืองที่เอาผลประโยชน์นองคนกลุ่มเดียวมาสำคัญกว่าปากท้องของคนทั้งประเทศ อายมอญมั้ยล่ะ

ผมและเพื่อนนักเดินทางของผมออกเดินทางจาก กรุงเทพมาสังขละบุรีตอนเช้าวันศุกร์และเดินทางกลับกันตอนเช้าวันอาทิตย์ เพ่ือจะได้กลับถึงกรุงเทพตอนบ่ายเผื่อเวลาสำหรับพักผ่อน จะได้มีพลังในการฟาดฟันกับงาน จะได้เก็บเงิน เพื่อ ออกเที่ยว อีกครั้ง….