Home ที่เที่ยวหลายๆวัน **ไปกี่ทีไม่มีเบื่อ ที่เที่ยว: ไปกี่ทีไม่มีเบื่อ ตอนที่ 1…ไปลุย KL กัน

ที่เที่ยว: ไปกี่ทีไม่มีเบื่อ ตอนที่ 1…ไปลุย KL กัน

0

ชอบช่วยเราแชร์นะคะ

malaysia_air_cover

อะแฮ่ม ช่วงนี้ขยันเป็นพิเศษ มาเจอกันเดือนนึงมากกว่า1ครั้งสำเร็จแล้ว จากนี้ก็จะรักษาเวลาในการพาคุณๆไปเที่ยวกันทุกเดือนแบบนี้ไปเรื่อยๆนะครับโปรดติดตามกันได้

………………………………………………………………………………………………….

หนที่แล้ว ผมพาทุกคนไปเที่ยวมาเลเซียกับปันปันมาแล้ว ในซี่รีย์ The New world with Pun Pun เพิ่งจบตอนที่ 2 ที่เมือง KL (Kuala Lumpur)ไปหมาดๆ
ที่แรกว่าจะพาไปเที่ยวตอน 3 กันต่อเลย แต่..ทบทวนความคิดไปมา
ยังมีเรื่องเล่าที่ยังอยากเล่าต่อของเมืองนี้อีก  เลยได้ไอเดียในการสร้างซี่รีย์เรื่องเล่าใหม่มาฝากเพื่อนๆกันครับ

ซี่รี่ย์ “ไปกี่ทีไม่มีเบื่อ” เป็นการนำเมือง หรือสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจที่ทำให้เรา หรือใครสามารถเดินทางไปซ้ำได้ไม่มีเบื่อ ถือเป็นซีรี่ยแยก ออกมาอีกหนึ่งซี่รี่ย และเป็นรีวิวคู่ขนานกับ The New world with Pun Pun  ในประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่าง “มาเลเซีย” ที่มีสีสันและที่เที่ยวมากมายไม่แพ้บ้านเราทีเดียว

ตอนแรกของ ซี่รีย์ ไปกี่ทีไม่มีเบื่อขอพาทุกๆคนกลับไปยังเมืองแห่งสีสันที่ชื่อ Kuala Lumpur
เป็นทริบพิเศษที่ไปกับทาง มาเลเซียแอร์ไลน์ เมื่อปีก่อน (ดองนานไปไหม)ต้องยอมรับว่าเป็นทริบที่เช้าที่สุดในชีวิตการเดินทางเครื่องบินกันเลย

kl-kinta-5777

เที่ยวบินของ Malaysia Airline เที่ยวนี้เป็นเที่ยวบินแรกของวันกันเลย

ข้อดีคือเที่ยว 6.00 น.นั้นคือคุณสามารถจะเดินทางแต่เช้าเพื่อไปเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจได้ง่ายขึ้น เพราะจะไปถึงมาเลเซียประมาณ9.10 ชีวิตการเดินทางต่อจากเวลานั้นสบายแล้วแน่นอน ส่วนข้อเสียคือร่างกายในวันเดินทางมันไม่ยอมจะเช้าด้วยซักเท่าไหร่นะสิ คิดแล้วแอบง่วงมากมายทีเดียว แต่เพื่อการเที่ยวแล้วเที่ยวนี้เหมาะสุดๆครับ

kl-kinta-5779

ทริบเราเองก็เริ่มต้นตั้งแต่มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่ตี 4.30 เราเผื่อเวลาไว้สำหรับการตรวจสอบเอกสาร และ การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองด้วย

ในภาพเป็นบรรยากาศยามเช้าของ Gate เรา เงียบมากมาย

kl-kinta-5783

หลังขึ้นเครื่องของ มาเลเซียแอร์ไลน์ ประทับใจนี่เลยครับ LCD TV ส่วนตัวของใครของมัน ที่เริ่มเล่ากันตั้งแต่การเตรียมพร้อมต่างๆในการใช้อุปกรณ์และถุงลมนิรภัยซึ่งปรกติเราจะเห็นจากการที่แอร์ฯ จะเป็นผู้สาธิตให้เราได้ชม แต่ความนี้มาแบบ Digital กันเลยรวมทั้งหนังหรือบริการต่างๆก็สามารถสั่งผ่านหน้าจอนี้ได้เช่นกัน ด้านล่างจอเป็น Remote ครับใช้ Control TV

อากาศดีทีเดียวครับวันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสเหมาะแก่การเดินทางไกลเชียวละ

หลังลงเครื่องที่สนามบิน KLIA ( Kuala Lumpur International Airport) สนามบินแห่งชาติของมาเลย์เค้าครับ มาถึงคิวค่อนข้างยาวใช้ได้เลย แต่ก็ใช้เวลาไม่นานเท่าทริบก่อนที่ไปลงสนามบิน Low cost carrier terminal (LCCT ) Lowcost  ของ แอร์เอเชียเค้า อันนั้นคนมหาศาลกว่าเยอะรอกันเกิน 40 นาทีกันเบย อันนี้แป๊บเดียวก็ผ่านได้แล้ว ขั้นตอนผ่านด่านคนเข้าเมืองของบ้านเค้าไม่ยุ่งยาก คล้ายๆกันกับบ้านเราทุกอย่าง แค่กรอกๆเอกสารแล้วก็ยื่น Passport ก็จบครับ บ้านใกล้เรือนเคียงแถมยัง ใกล้จะเป็น AEC เข้าไปทุกทีการเดินทางในอนาคตจะยิ่งง่ายขึ้นไปอีกแน่นอน

map_transit

สำหรับการเดินทางต่อจากสนามบินนี้เข้าเมือง เอาตารางรถไฟมาให้ดูแล้วกันนะ การจะไปจุดต่างๆในบริเวณใกล้ไกลสนามบิน จะไปต่อที่สนามบิน LCCT  จะไป KL Centralก็ได้ ให้เลือกใช้บริการรถไฟฟ้าเข้าเมือง สะดวกสุดครับ แน่นอนในเรื่องเวลาไม่มีพลาด เราสามารถเลือกบริการรถไฟความเร็วสูง (KLIA Ekspres )หรือธรรมดา(KLIA transit)ก็ได้ขึ้นอยู่กระเป๋าสตางค์คุณๆ   สามารถดูราคาการเดินทางกันได้ที่นี่จ๊ะ http://www.kliaekspres.comอ่อสำหรับถ้าใครไปลงที่ LCCT จะไปรถไฟฟ้าต้องนั่งรถบัสไปต่อนะครับอย่างใน MAPเลย ราคาไม่ต้องจ่ายแต่อย่างใด รวมอยู่ในค่ารถไฟฟ้าหมดแล้ว
พึ่งนึกออกจริงๆมีอีกวิธีคือ การใช้บริการ SKY BUS แต่เคยอ่านมาว่าหากไปช่วงเวลาเร่งด่วนอาจจะLate ได้ไม่เหมาะสำหรับขากลับมาที่สนามบินหากคุณไม่เผื่อเวลาไว้มากกว่า 1 ชั่วโมงนะครับ แต่ขาเข้าเมืองก็ยังไหวหากอยากประหยัดจ๊ะ

หลังเข้าเมืองจุดแรกที่เราต้องแวะเที่ยวก่อนเลย และเป็นอีกครั้งได้กลับมาที่นี่ หนนี้สมใจตรงที่ว่าคราวก่อนไม่ได้เข้าไปด้านในของ มัสยิดสีชมพู (มัสยิดปุตราจายา)หนนี้สามารถแล้วครับไปดูกันดีกว่า

วันนี้อากาศแจ่มสุดๆ ร้อนมากมายจริงๆ  มุมสะพานสวยๆ ที่เมืองนี้มีหลากหลายสะพานมากมายครับ

kl-kinta-5801

มองจากมุมไหนก็เด่นมากๆครับ มัสยิดปุตราจายา สีชมพูหวานมาก ยิ่งอากาศดีๆแบบนี้ด้วย สวยงดงามทีเดียว ตัวมัสยิดครึ่งนึงสร้างยื่นลงไปในน้ำ มองบางมุมจะรู้สึกเหมือนมัสยิดลอยอยู่บนน้ำเลยทีเดียว

kl-kinta-5835

kl-kinta-5878

kl-kinta-5879

แล้วเราก็ได้มายืนตรงหน้าแล้วครับ อย่างที่บอกไปหนก่อนไม่ได้เข้าชมด้านไหน หนนี้จึงมีเวลาเก็บภาพได้พักใหญ่เลยครับก่อนเข้าไปมารู้จักที่นี่สักนิด ค้นๆข้อมูลจาก WIKI มาฝากครับ

kl-kinta-5839

เป็นมัสยิดที่สำคัญในปุตราจายา ประเทศมาเลเซีย มัสยิดเริ่มก่อสร้างเมื่อปี 1997 จนแล้วเสร็จอีก 2 ปีถัดมา ตั้งอยู่ข้างกับเพอร์ดานาปุตรา ซึ่งเป็นทำเนียบรัฐบาลของมาเลเซีย

มีทะเลสาบปุตราจายา ทะเลสาบที่สร้างโดยมนุษย์ ล้อมด้านหน้าของมัสยิด

kl-kinta-5849

ภายในงดงามมากๆ สีชมพูดูแปลกตา ขณะเดียวกันลวดลายและสถาปัตยกรรมภายในตกแต่งประดับประดาดูวิจิตรงดงาม เห็นแล้วก็ต้องทึ่งทีเดียว

kl-kinta-5848

สีชมพูภายในสวยงามมากครับแหงนมองด้านในเป็นโดมทรงกลม ด้วยลวดลายและสีสันทำให้มีมิติที่สวยงามและอลังการมากๆ

อยากให้ทุกคนเข้าไปด้านในกันครับรูปที่ถ่ายมาดูไม่อลังการเท่าของจริงเลย

kl-kinta-5890

ออกมาจากมัสยิดเราไปชมเมืองปุตรากันดีกว่า มุมนี้สามารถเห็นเมืองทั้งเมืองได้เลย เผื่อใครยังไม่ทราบ ผมไปค้นข้อมูลมาฝากกันจาก WIKI เช่นเดิมตามนี้นะครับ

kl-kinta-5894

ดร.มหาเธร์ บิน โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย สร้างเมืองปุตราจายา เกิดขึ้นจากแนวความคิดที่จะสร้างเมืองเพื่อเป็นที่ตั้งของฝ่ายบริหาร และประมุขของประเทศ อยู่ทางตอนใต้ของกรุงกัวลาลัมเปอร์

ปุตราจายาเป็นความตั้งใจของผู้นำมาเลเซีย (ดร.มหาเธร์ ในสมัยนั้น)ที่ต้องการจะเนรมิตรเมืองใหม่ขึ้นมา เมื่อปี 2538 โดยกำหนดแผนการพัฒนา 3 ระยะ คือ ระยะ 1A แล้วเสร็จในปี 2542 ระยะ 1B แล้วเสร็จในปี 2544 และระยะ 2 แล้วเสร็จในปี 2553 เพื่อเป็นศูนย์การบริหารและปกครอง แยกออกจากกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวง เพื่อต้องการควบคุมปัญหาการเจริญเติบโตที่รวดเร็วและต้องการแก้ไขปัญหาการจราจรใน เมืองหลวงด้วย นอกจากนี้ จะเป็นความพร้อมในทุก ๆ ด้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของคนมาเลเซีย

kl-kinta-5901

ออกจากเมืองปุตราจายาเราเข้าเมือง KL (กัวลาลัมเปอร์) กันแล้วครับ แวะไปย่านช้อปปิ้งที่ฮิตสุดๆของเค้าคือ ย่านบูกิตบินตัง (Bukit Bintang)

เปรียบๆไปก็เหมือนสยามสแควร์บ้านเราแบบนั้นเลย

kl-kinta-5932

มีแหล่งช้อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้า มีรถไฟฟ้าโมโนเรลวิ่งผ่าน รถราก็แน่นๆคล้ายๆกันทุกอย่าง

kl-kinta-5928

อย่างวันนี้เรามาฝากท้องกันที่ ห้างดังอย่าง PAVILLION  เทียบๆไปผมว่าคล้ายๆ พารากอนบ้านเราครับ

kl-kinta-5924

ชั้นใต้ดินนี้อาณาจักรแห่งอาหารเลย บอกแล้วคล้ายๆกัน ทุกอย่าง มี Food Republic ด้วย

kl-kinta-5922

ส่วนคณะเรามาฝากท้องที่ร้าน Madam Kwans   ร้านอาหารมาเลย์ จีน แบบfusion คือปรับปรุงรสชาติให้ทันสมัยไม่ใช้มาเลย์แบบดั้งเดิมหรือจีนแท้ๆ ตอนไปทางเจอตัวเป็นๆ แต่งเหมือนในโลโก้ร้านแบบเป๊ะๆเลยครับ ตัวจริงอัธยาศัยดีครับ ยิ้มแย้มกันเองดี เราเห็นคุณป้าแกเป๊ะเลยจับถ่ายรูปด้วยกันซะเลยกับกลุ่มของเรา

kl-kinta-5910

มาดูอาหารกันอย่างนี่ ผมสั่งมา โอเคเลย จานใหญ่ยักษ์กินกันไม่หมดทีเดียว รสชาติเมนูนี้ไม่ได้เผ็ดอะไรมากครับ ถือว่าผ่านเหมือนกัน ให้มาเยอะสะใจสมราคานะผมว่า

kl-kinta-5911

เพื่อนร่วมทริบก็สั่งนี่ครับ

kl-kinta-5912

และก็นี่เกี๊ยวน้ำ รสชาติทุกอย่างอร่อย ข้าวอาจจะแพ้บ้านเราบ้างแต่รสชาติโอเค

kl-kinta-5982

หลังอิ่มกันดี เราแวะไปที่ศูนย์ฝึกบินของสายการบิน Malaysia Airline เพื่อไปฝึกบินด้วยเช่นกัน อันนี้ผมตื่นเต้นที่สุดแล้วของทริบวันนี้

kl-kinta-5967

จะมีคนธรรมดากี่คนกันที่ไม่ใช่นักบินที่มีโอกาสได้เข้ามายังศูนย์แห่งนี้

ตามมาครับ เราจะได้ลองเข้าไปในห้องบังคับการบินจำลอง ที่ทางสายการบินเตรียมไว้ให้คือห้องบังคับการ BOING 737
เป็นโอกาสสักครั้งที่จะได้กุมบังเหียนนักบินครับ

kl-kinta-5942

ทั้งผมและเพื่อนร่วมทริบทุกคนตื่นเต้นทีเดียว เพราะเวลาที่เราบังคับในห้องนี้เหมือนกับเราบินจริงๆบนท้องฟ้าเลย

ทยานขึ้นแล้วตื่นเต้นจริงๆ เพราะทุกคนได้รับประสบการณ์ร่วมกันหมดตัวเครื่องจำลองมาทุกอย่างเหมือนจริงมากกกก

kl-kinta-5975

เรียงคิวกันถ้วนหน้า ผมเป็นคนสุดท้าย ที่เลือกเป็นคนสุดท้ายเพราะตื่นเต้นฝุดๆ เห็นเค้าบินกันดี๊ดี เวลาเราบังคับห้องทั้งห้องจะหมุนตามไปพร้อมๆกัน

kl-kinta-5965

คิวผมบังคับบ้างน้องๆบอกว่ายังกับนั่งอยู่บนเครื่องบินเจ็ต เพราะหมุนสุดๆ จะอ้วกกันไป 555

kl-kinta-5986

นับเป็นประสบการ์ณที่ดีมากๆครั้งนึงในชีวิต ที่มีโอกาสได้สัมผัสและบังคับเครื่องที่เค้าใช้ฝึกนักบินกันเลย ก่อนที่จะไปปฎิบัติการจริงๆทุกคนต้องผ่านห้องแบบนี้กันมาทั้งนั้น

ส่วนอันนี้ผมไม่ได้เข้าไปครับเป็นห้องฝึกบินสำหรับ airbud A380 ลำใหญ่นั้นล่ะ น่าเสียดายเหมือนกัน อยากรู้ว่าจะเดิ้นมากขนาดไหน

kl-kinta-5998

จบจากสำนักงานฝึกนักบินของทางมาเลเซียแอร์ไลน์ เราเข้ามาเช็คอินกันก่อนครับ

รวมๆห้องพักไม่เก่าไม่ใหม่มาก พอใช้ได้ดีมีเน็ตให้ใช้แต่เสียตังนะครับ อื่นๆ อาหารมื้อเช้าไม่อร่อยเท่าไหร่ พอทานได้ครับ

kl-kinta-6007

เก็บของเข้าที่พักเสร็จ เจอกับบล็อคเกอร์อีกท่านที่พึ่งจะมาถึงช่วงบ่าย “ดีบุก” เลยชวนกันไปถ่ายภาพตึกแฝดเที่ยวก่อนถ่ายภาพกลับมายังไม่สะใจหนนี้มีซ้ำกันครับ

kl-kinta-6016

ตึกยังสวยและดูอลังการงานสร้างเหมือนเช่นเคย งดงามมากครับ ที่นี่ถือเป็นสถปัตยกรรมมนุษย์สร้างอีกแห่ง ที่สวยและน่าภูมิใจแทนบ้านเมืองเค้านะครับ

kl-kinta-6055

เดินหมนกันไปมาซักพัก เราตั้งใจไปต่อกันในตลาด และย่านของกินที่ใหญ่อย่างถนนจาลัน อาลอร์ ของ KLขึ้นแท๊กซี่กันไป บอกเค้าผิดๆถูกเลยมาลงซะห่างเลมาถึง Cemtral Market แทน

kl-kinta-6042

ด้านข้างจะเป็น Walking Street เลยชวนกันแวะเลย เห็นสัญลักษณ์ด้านบนมองดูมีเสน่ห์ดีครับเลยไม่ลังเลจะเข้าไปเดินกัน

kl-kinta-6047

Walking Street ที่ขายของเยอะทีเดียวครับ ดูอารมณ์แล้วทำให้ผมนึกถึงห้างที่ดูคล้ายๆกันอย่าง ดิโอลด์สยามบ้านเรา แต่มีของกินของฝากเยอะหน่อย สนุกดีครับ

kl-kinta-6048

ผลไม้ทั้งแบบสดและดอง มีให้เลือกเยอะเลย

 

kl-kinta-6051

ด้านหลังเค้าเป็นรวมร้านอาหารน่านั่งหลายๆร้าน

kl-kinta-6053

ในส่วนห้างด้านบนจะแยกเป็นเสื้อผ้าแต่ละชาติกันไป ของขายเน้นนักท่องเที่ยวจริงๆ คนเดินก็เป็นต่างชาติซะเยอะด้วย

kl-kinta-6058

เดินกันช่ำใจ ออกมาต่อเราเปลี่ยนมาไปย่าน China Town กันแทน เดินไปถนนเส้นนี้เพลินมาก จากด้านที่เราเข้าไปจนถึงตรงกลางๆ ตลอดสายเต็มไปด้วยของกิน ของใช้มากมาย

kl-kinta-6064

มาถึงร้านที่ดีบุกแนะนำแล้วครับ อาหารเป็นประเภทต้มๆ ในน้ำเดือดปุดๆเชียว เรียกว่า “lok lok ” เวลากินจะต้องมีหม้อสไตล์แบบหม้อสุกี้ที่ต้มน้ำเดือดๆ จากนั้นก็เอาอาหารเสียบไม้ทั้งหลายไปแช่หรือจะเรียกว่าจุ่มกันก็ได้ นะครับ สนนราคาก็เริ่มตั้งแต่ไม้ละ 10-50 บาทแล้วแต่ประเภทของเนื้อสัตว์นั้น ๆ เค้าเสริฟพร้อมน้ำจิ้มสไตล์คล้ายสะเต๊ะบ้านเรา แต่อร่อยมากๆเลย

kl-kinta-6065

นี้ละครับมีทุกอย่างเลย เราจะได้จานมาจากนั้นก็หยิบเลือกได้เอง สนุกและอร่อยมากๆ ใครมามาเลเซียห้ามพลาดกันเลย

kl-kinta-6067

มีเนื้อทุกแบบ เสียบไม้ไว้รอเราเลือกได้เลย

kl-kinta-6069

จุ่มกันในน้ำเดือดๆแบบนี้ละครับ

kl-kinta-6070

kl-kinta-6072

อันนี้เป็นสะเต๊ะนะครับอร่อยมากๆ เลย และที่นี่ก็เป็นที่ปิดท้ายของพวกเราในค่ำคืนแรกใน KL กันพรุ่งนี้จะพาตะลุยที่เที่ยวหนุกๆในเมืองกันต่อครับ

kl-kinta-6120

ยามเช้าตรู่มาถึงผมเดินออกมาแต่เช้า แวะเก็บภาพตึกแฝด ปิโตนัสอีกรอบ มองจากมุมไหนๆใน KL เราก็เห็นที่นี่เสมอ

kl-kinta-6089

kl-kinta-6093

ข้อดีของโรงแรมที่เราพักคือใกล้ๆกับถนนแห่งของกินมาก ถนน  “จาลัน อาลอร์ (Jalan Alor )” ในระดับเดินถึงกันเลยครับ
(พึ่งมารู้ตอนเช้าว่าโรงแรมอยู่ใกล้เกิ๊นน เพราะถามจากพนักงานโรงแรม เค้าชี้ไปหน้าโรงแรมเลย
น่าเขกหัวตัวเองจริงๆครับ 555 )

ถนนจาลัน อลอร์ตั้งอยู่ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ แถวนี้นอกจากความหลากหลายของอาหารในยามค่ำแล้ว

ยังเป็นย่านที่พักราคาถูกของ กัวลาลัมเปอร์ ตั้วอยู่ไกล้ๆกับสถานีขนส่งพูดูรายา (pudulaya)

เดินๆไปเลี้ยวขวาจะเจอร้านขายนั่งฟังเพลง พับบาร์ น่าจะเหมาะสำหรับใครที่อยากได้แสงสียามค่ำคืน ก็แวะมาเที่ยวย่านนี้ได้

kl-kinta-6101

ถนนเส้นนี้พอเป็นตอนเช้าดูเหงาลงไปถนัดตา ผมเดินเก็บภาพไปเรื่อยๆ อย่างที่เคยเขียนถึงไปจาก ซี่รี่ย์ The New World with Pun Pun

ถนนเส้นนี้มีอาหารนานาชาติของแท้ครับ มีตั้งแต่ไทย  เวียตนาม จีน ฝรั่ง มาเลฯ ครบเลย

kl-kinta-6102

ร้านเปิดประมาณครึ่งนึงนะครับแต่คนน้อยมาก

kl-kinta-6094

เนี่ยละครับร้านไทยดูเขียนอ่านอาจจะแปลกๆหน่อยแต่ได้เห็นภาษาไทยในต่างแดนแบบนี้ก็เก๋ไปอีกแบบครับ

kl-kinta-6114

หลังมื้อเช้าพวกเรา Check out กันเลยเพื่อเตรียมตัวที่เย็นวันนี้เราจะบินกันต่อแล้ว ก่อนไปเลยเข้าไปในเมืองแถวๆบูกิตบินตังอีกรอบ แวะเดินเล่นกันอีกนิดดูความเจริญของเค้ากันหน่อย

kl-kinta-6134

และที่ผมอยากลองอีกซักครั้งก็คือขึ้นรถไฟ โมโนเรล (Monorail) อีกซักที ไปใกล้ๆ2 สถานีก็ถึงแล้วครับจากที่เราอยู่กัน

kl-kinta-6143

kl-kinta-6141

แวะเดินห้างเค้าก็ไม่ต่างกันมากนะครับ คล้ายกับห้างบ้านเราอยู่ในบริเวณเดียวกันกับ บูกิตบินตังห่างมา 1 สถานีรถไฟฟ้า
จริงๆช่วงนี้เดินเล่นรอเวลาไปยังเป้าหมายใหญ่ของวันนี้ใน KL ครับ….

kl-kinta-6146

และที่นั้นก็คือ Aquaria KLCC Kuala Lumpur สวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดของ KL ครับ ที่นี่ถือว่าดังมาก เพราะมีพันธ์ปลาหายากในโลกมารวมไว้มากมายที่สุดในโลกที่นึงเลยที่เดียว

kl-kinta-6273

Aquaria KLCC อยู่ที่ชั้นใต้ดินของ Kuala Lumpur Convention Centre Complex อยู่ใกล้ๆ Suria KLCC Shopping Centre ที่เป็นห้างสรรพสินค้า ที่อยู่ใต้ ตึก ปิโตนัสนั้นเอง

สามารถเดินลงมาที่ชั้นใต้ดินของตึกได้เปิดตั้งแต่ 10.30am – 8.00pm ทุกวัน ราคาค่าเข้าชม ดูจากในภาพได้เลยครับ

kl-kinta-6149

kl-kinta-6152

เข้ามาปุ๊บก็ต้องประทับใจกับปลาที่ผมเคยดูแต่ในหนังเท่านั้นอย่าง ปิรันย่า (Piranha Tank)

เค้ามีภาพจำลองสถานการณ์ที่ปิรันย่าเข้าไปรุมสกัมอาาหารแบบสดๆกันได้ ปลาอะไรฟันแหลมสุดๆเลยครับ

kl-kinta-6157

ถัดมาเป็นปลาดุกไฟฟ้า เค้าจัดมุมไว้ได้เร้าใจตื่นเต้นดีมากๆ ปลาไหลไฟฟ้ามีชื่อเรียกทางการว่า (Electric Catfish) มารู้จักมันก่อนจะดีกว่าครับ (ขอบคุณข้อมูลจาก WIKIPEDIA ครับ)
ปลาดุกไฟฟ้า พบเฉพาะในทวีปแอฟริกาตอนเหนือ และตะวันออกบริเวณแม่น้ำไนล์ มีทั้งหมด 2 สกุล ตัวปลามีลำตัวมีรูปร่างกลมป้อม หัวหนา ตามีขนาดเล็ก มีครีบ 7 ครีบ แต่ไม่มีครีบหลัง มีเพียงครีบไขมัน ขนาดใหญ่ อยู่ด้านหลังใกล้โคนหาง ครีบอก 1 คู่ ไม่มีเงี่ยง ครีบท้อง 1 คู่มีขนาดเล็ก ครีบก้นอยู่ตรงข้ามกับครีบไขมัน หางมีขนาดใหญ่เป็นรูปพัด มีหนวด 3 คู่ รอบริมฝีปากมีหนังหนา มีอวัยวะสร้างไฟฟ้า 1 คู่โดยฝังอยู่ใต้ ผิวหนังที่หนาบริเวณลำตัวข้างละอันการปล่อยกระแสไฟฟ้าอยู่ภายใต้การควบคุม ของระบบประสาท โดยปกติจะปล่อยกระแสไฟฟ้าเวลาหาอาหารหรือป้องกันตัวเท่านั้น ปลาที่มีขนาดใหญ่สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าขนาด 1 แอมแปร์ และแรงคลื่นกว่า 100 โวลท์ได้ ซึ่งกระแสไฟฟ้าขนาดนี้ในน้ำสามารถ ทำอันตรายต่อศัตรู หรือแม้กระทั่งมนุษย์ได้
…………………น่ากลัวสมกับตัวกราฟิกที่ทำล้อมตู้เลยครับ

kl-kinta-6156

ปลาดุกดูตัวยาวและน่าเกรงขามมาก ถึงไงเห็นตัวก็ไม่น่าเข้าใกล้อยู่แล้วละครับ

kl-kinta-6173

kl-kinta-6171

ตัวนี้น่าสนใจมากครับ(ผมจำชื่อแม่นๆไม่ได้ แต่จำได้ว่าขนาดมันใหญ่มากๆเป็นปลาน้ำจืด ดูขนาดเลยครับเทียบกับคนชี้ดูได้เลย)

kl-kinta-6177

แท็งค์น้ำขนาดใหญ่อันนี้ชอบมากครับเวลาปลาว่ายไปมาดูสวยงามมากครับ

kl-kinta-6182

ทางเดินลอดโดมใต้น้ำผมชอบมากๆเลย เห็นปลาหลากหลายว่ายไปมาตื่นตาตื่นใจสุดๆเลย

kl-kinta-6191

เจอกระเบนยักษ์ว่ายไปมาตื่นเต้นสุดๆ

kl-kinta-6195

และที่อยากเห็นแบบเต็มๆตามานานแล้วก็มาหากันจนเจอฉลามครับ

kl-kinta-6196

ว่ายไปมาปราดเปรียวสุดๆเลย

kl-kinta-6211

มุมแบบนี้ละครับที่เห็นในหนังกันบ่อยๆ ฟันเยอะเชียวเธอ

kl-kinta-6213

 

kl-kinta-6217

ได้เห็นฉลามว่ายไปมาบนหัวตัวเองนี้เกินจะคาดเดาจริงๆเลยครับ

kl-kinta-6219

มาดูกันต่อครับ ปลาสวยงามเค้าก็มีครับ ถึงแม้ว่าผมเองจะไม่ค่อยได้ไปเที่ยวสวนน้ำตามที่ต่างๆมากนัก แต่ผมว่าที่นี่ปลาเยอะจริงๆครับ และทางเดินลอดใต้น้ำที่นี้ก็ยาวและน่าอัศจรรย์มากๆ

kl-kinta-6224

เด็กๆมาต้องชอบแน่ๆครับ หลายๆครอบครัวจูงเด็กๆมาเที่ยวที่นี่ถือว่าคุ้มค่ามากๆ ยอมรับเลย Aquarium ที่นี่ทำดีมากๆ

kl-kinta-6236

kl-kinta-6238

เห็นลายหอยพันธ์นี้แล้วนึกถึงหนังพวกจูราสิคพาร์คเลย

kl-kinta-6240

kl-kinta-6242

แมงกระพรุนสีสดมากๆ

kl-kinta-6243

ปลาดาวในมุมที่ไม่ค่อยคุ้นเคยนักดูแปลกสุดๆ

kl-kinta-6251

kl-kinta-6256

เวลาประมาณชั่วโมงเศษๆ พวกเราก็ออกมาตรงส่วนสุดท้าย หากใครประทับใจกับสวนน้ำแห่งนี้สามารถอุดหนุนเค้าได้นะครับ มีตุ๊กตาน่ารักราคาก็ว่าไปตาม size ตามรายละเอียดของงาน

kl-kinta-6268

ก่อนจะจากเลยชักภาพกันซักหน่อยเก๊กหล่อกันสุดๆกินกันไม่ลงเลยเนอะ เอิ๊กกก (ไม่อยากกินละมากกว่า 555 )
นับเป็นทริบที่ได้ทั้งความบันเทิงและสาระมากครับ

kl-kinta-6279

หลังออกมาจาก Aquaria พากันมาแวะซื้อของฝากกันเล็กน้อย ใครมา KL ไม่แวะซื้อช็อคโกแล็ตอาจจะเรียกว่ามาไม่ถึง(จุดเสียตังค์) กันเลย อิอิ ที่เห็นนี้เครื่องทำช็อคโกแล็ตครับ ถ่ายภาพคู่กับลูกทีมเรา

kl-kinta-6286

ที่นี่ทุเรียนเป็นผลไม้ที่นิยมมากๆเพราะผมไปจุดไหนก็เจอทุเรียนอยู่ทุกที ไม่แปลกเลยจะมาเจอในร้านนี้

kl-kinta-6282

ที่นี่มี Chocolate Shop หลากหลายยี่ห้อมาก เที่ยวก่อนผมมาก็แวะซื้อแต่เป็นอีก Shop นึงที่นี่เค้านิยมผลิตกันมากกว่าบ้านเราอีก เพราะดูจากที่จอดรถ รถทัวร์จอดกันแน่นเลย เรียกว่านักท่องเที่ยวคงถูกทุกทัวร์พามากันแน่นอน

และผมเองก็เสียตังที่นี่ละครับของฝากทั้งนั้นเลย ^ ^”

kl-kinta-6295

จากจุดนี้พวกเราต้องแยกย้ายกันไปต่างRoute แล้วครับ ชักภาพกันก่อนจากชั่วคราวอีก2-3 วันจะมาเจอกันอีกครั้ง จากซ้ายไป ขวา เป็นลุงเด้งจาก Hongkong Fan Club ,ผม,และดีบุก Blogger ชื่อดังแห่งพันทิบ

kl-kinta-6328

และแล้วก็ได้เวลาผมต้องบินอีกรอบเพื่อไปยังเป้าหมายสำคัญที่ผมเองก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้ไป นั้นคือ โคตาคินาบาลู แห่งเกาะบอร์เนียว จะเป็นไงโปรดติดตามตอนหน้าจะพาไปเที่ยวยอดเขาที่สูงที่สุดใน South East Asia กันแบบเบาๆครับ

เป็นอีกที่ๆผมอยากมาที่สุดแห่งนึงของเอเชียบ้านเรา

ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณสายการบินแห่งชาติมาเลเซีย “มาเลเซีย แอร์ไลน์” ที่จัดทริบดีๆนี้และเชิญเรามาเที่ยวเปิดหูเปิดตาขนาดนี้ ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างมาเลเซียมีอะไรให้น่าค้นหา น่าเที่ยวเยอะเลยครับ

เร็วๆนี้มาติดตามกันต่อนะครับไม่ช้าแล้วววว เชื่อผมเต๊อะ ตอนนี้ขอลาก่อนครับ สวัสดี…

Comments