Home Blog Page 31

“Chocolab” มีให้มากกว่าคำว่า “ช็อกโกแลต”

4
ร้าน Chocolab มีให้มากกว่าแค่ Chocolate
ร้าน Chocolab มีให้มากกว่าแค่ Chocolate

chocolab_cover

สวัสดีคะ

คิดถึงเพื่อนๆ มากมาย ขอทักทายแบบหวานๆให้เข้ากับร้านที่มาแนะนำในวันนี้ไม่ใกล้ไม่ไกล ร้านนี้มีนามว่า Chocolab (ช็อกโกแล็บ) เป็นร้านเล็กๆ แต่ตกแต่งได้น่ารักมาก บรรยากาศดี แอร์เย็นสบาย มีหนังสือหลายประเภทให้นั่งอ่านแบบชิวๆ เรื่องของจำนวนโต๊ะนั่งนั้น มีประมาณ 4-5 โต๊ะ มีทั้ง”ด้านในร้าน”และ”ด้านนอกร้าน” Chocolab นี้ตั้งอยู่ชั้น1 ในโรงแรม Sofitel So Bangkok (สาทร) ชื่อร้านขอแปลตรงๆ >แล็บช็อกโกแลต< เอะยังไงกันนี่เดาเองล้วนๆ จริงๆแล้วร้านนี้เค้าไม่มีแค่ขายความอร่อยของนานาช็อกโกแล็ต,ขนมเค้ก,อาหาร,เครื่องดื่มต่างๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่สอน “workshop” ของเหล่าสาวก sweet lover ทั้งหลาย

ครั้งแรกที่เดินเข้าไปร้านนี้สะดุดตามากกับห้องกระจกใสขนาดใหญ่ด้านซ้ายมือ พร้อมอุปกรณ์มากมาย และเห็นคนท่าทางเหมือนกำลังกวนเช็อกโกแลต เราก็มองผ่านห้องกระจกแบบเต็ม 2 ตา ว้าวๆคิดแล้วยังอยากเข้าไปในห้องนั้นท่าทางจะสนุก 555+ ร้านนี้เค้ามีความคิดสร้างสรรค์ในการตกแต่ง นำช็อกโกแลตมาทำเป็นรูปร่างเก๋ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นลายการ์ตูน ในรูปแบบเป็นของขวัญแทนคำว่า”รัก” ได้เลย รวมถึงลวดลายตัวอักษรต่างๆมากมายให้ดูเป็นอาหารตากันเลย

Chocolate ลายการ์ตูน
Chocolate ลายการ์ตูน
Chocolate at Chocolab
Chocolate at Chocolab
So'Tea So'Thai
So’Tea So’Thai at Chocolab
Gift for Chocolab
Gift for Chocolab

 

เพื่อนๆที่นอกจากจะชื่นชอบช็อกโกแลต แล้วยังมีความสนใจแบบเจาะลึกถึงวิธีการทำ ก็สามารถลง course เรียนได้ที่ Chocolab ทางร้านเค้ามีบริการสอน (Chef มาจากประเทศเปรู) เห็นมีป้ายบอกเรื่องราคากับช่วงเวลาอยู่นะ เห็นราคาประมาณ 1,900++ กับ 2,200 ++ ต่อคน รายละเอียดถ้าสนใจก็ติดต่อสอบถามกับทางร้านโดยตรง รายละเอียดที่ดาวให้ไว้ด้านล่างนะจ้า

มาแนะนำแต่ละเมนูที่รับประทานกันไปวันนั้น ส่วนใหญ่เท่าที่ดูเมนูทางร้านเค้ามีแต่ช็อกโกแลต แบบว่าเอาใจ sweet lover จริงๆ นอกจากความอร่อยที่เราสัมผัสได้”ด้วยลิ้น” แล้วยังสัมผัสได้”ด้วยตา” นั่นคือความสร้างสรรค์ในการ create แต่ละเมนูด้วยความตั้งใจจริงของพนักงาน

มาถึงภาพเมนูที่เราหม่ำกันไปวันนั้นทั้งของหวานและเครื่องดื่มที่เป็นของคู่เราแบบขาดมะได้

ประเภทของหวานมีหลากหลายแบบมาดูกันเลยจ้า…

 

หวานแบบที่1 : So’Royal ราคาชิ้นละ 145 บาท ชิ้นนี้เหมาะกับกับคนชอบๆๆเค้กช็อกโกแลต เพราะมันเป็นเนื้อเค้กช็อกโกแลตทั้งชิ้น ตกแต่งด้วยเม็ดช็อกโกแลตสีสันน่ารับประทาน 6-7 เม็ด เพิ่มความอร่อยถึงขั้นสุด (ช็อกโกแลต เข้มมันสุดๆไปเลย) ภาพจากรูปดูกันเต็มๆ

So'Royal at Chocolab
So’Royal at Chocolab
So'Royal  145 Baht
So’Royal 145 Baht

 

หวานแบบที่2 : White So’ Berry  Cake ราคาชิ้นละ 145 บาท ชิ้นนี้ กลมกล่อมมากไม่ว่าจะเป็นความเปรี้ยวของ สตอเบอรี่ลูกโตๆและความหวานในชั้นของเบอรี่และน้ำราดเบอรี่ บวกกับความนุ่มของเนื้อเค้ก ชิ้นนี้มันชั่งลงตัวจริงๆ นับชั้นของเค้กชิ้นนี้ 6-7 ชั้นเลย

White So'Berry
White So’Berry at Chocolab

 

หวานแบบที่3 :  Macaron ชิ้นละ 30 บาท มีด้วยกันหลากหลายรสชาติ (Green Tea-Cocao-Wood Pepermints-Chili) กลิ่นหอมมากๆใครที่ชื่นชอบ macaron ขอให้แวะไปลองกันได้เลย รับรองที่นี่ไม่มีใครเหมือน โดยเฉพาะกลิ่นชาเขียว หุหุ (อ้วนไม่กลัว กลัวไม่อ้วน)

Macaron at Chocolab
Macaron at Chocolab
Macaron
Macaron at Chocolab

 

หวานแบบที่4 : Volcano Cake ชิ้นละ 220 บาท ไอศครีมมีให้เลือก 2 รส คือ Vanilla หรือ Strawberry จานนี้เสริฟพร้อมเค้กและไอศครีม ราดด้วยช็อกโกแลต อร่อยมั๊กๆ

 

Volcano Cake
Volcano Cake at Chocolab

 

หวานแบบที่5 : Chocolate Crunch ต่อชิ้นหนัก 100 g ราคา 160 บาท มี 4 รส อันนี้ใครไปหม่ำก็เลือกตามที่ชื่นชอบกันได้เลยเค้ามีให้เลือก โดยส่วนตัวแล้วเรียกได้ว่า”ชิม”ไปนิดหน่อยในแต่ละแบบ เพราะออกรสหวานเรียกได้ว่า”เมาของหวาน” คริคริ

 

– Dark Chocolate

– White Chocolate

– Milk Chocolate

– Raspberry Yogurt

Chocolate Crunch
Chocolate Crunch
White Chocolate Crunch
White Chocolate Crunch

 

ประเภทของเครื่องดื่ม  ต้องบอกว่าเลิศมาก โดยเฉพาะแก้วที่1 นอกจากความหอมที่เตะจมูกโตๆของเราแล้ว รสชาติไม่ทำให้ผิดหวังเลย ขอบอกนะคะ ไม่ต้องกลัวว่าจะแก้วนี้ออกหวานเกินความจำเป็น ไปสั่งดื่มกันได้รับรองไม่หวานเหมือนชื่อ 555+

 

แก้วที่1 :  Hot Chocolate Vienna 200 บาท มาแบบอุ่นๆ พร้อมดื่มกันเลยทีเดียว แก้วนี้รสชาติกลมกล่อมเข้ากันได้สุดๆของ Chocolate Vienna เด็กดื่มได้ผู้ใหญ่ดื่มดี

 Hot Chocolate Vienna
Hot Chocolate Vienna

ภาพอีกมุมสูงของ เครื่องดื่มแก้วที่1 นี้ Hot Chocolate Vienna (ช้อนน่าใช้มาก อิอิ)

Hot Chocolate Vienna at Chocolab
Hot Chocolate Vienna at Chocolab

 

แก้วที่2: So Nutty White Chocolate Latte 180 บาท แก้วนี้ออก “หอม”+ “หวาน”+”มัน” มาแบบผสมทั้ง ช็อกโกแลตและกาแฟ ราดด้วยคาราเมล รสชาติกาแฟแบบเบาๆไม่เข้มมาก อาจถูกกลมด้วยช็อกโกแลตจนหมด  แต่ถ้าเพื่อนๆไม่ผสมกาแฟลงไป ก็สั่งได้เลย (บอกพนักงานก่อนสั่งนะจ้า) ขอบอกว่าแก้วใหญ่มาก ดูภาพประกอบ 555+ ถ้าสั่งมาแล้วแนะนำให้รีบดื่มนะคะ เพราะละลายเร็วมากซึ่งจะทำให้รสชาติความอร่อยลดลง ประมาณว่าสั่งมาแล้วดื่มก่อนแล้วค่อยเม้าส์กับเพื่อนๆ

So'Nutty White Chocolate Latte
So’Nutty White Chocolate Latte at Chocolab

ร้าน Chocolab นี้เค้ามีทานแบบ All You Can Eat แบบว่าเอาใจคน love ช็อกโกแลตแบบสุดๆ ไม่ค่อยเห็น concept แบบนี้เท่าไหร่ เค้าเปิดเป็นช่วงเวลานะคะ ในวันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ ช่วงเวลาประมาณ 16.00-17.30 น. รู้สึกว่าวันธรรมดากับวันเสาร์อาทิตย์ เวลาจะเหลื่อมกันเล็กน้อย ราคาต่อคนประมาณ 750 บาท ++

มาดูกันด้วยภาพบรรยากาศและช็อกโกแลตในรูปแบบอื่นๆภายในร้านกันต่อเลยจ้า

Cupcake at Chocolab
Cupcake at Chocolab

ด้านมุมขวาของภาพนี้คือ “เครื่องหั่นช็อกโกแลต” เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเลย

การตกแต่งเมนูร้าน Chocolab
การตกแต่งเมนูร้าน Chocolab
การตกแต่งเมนูต่างๆ Chocolab
การตกแต่งเมนูต่างๆ Chocolab
Macaron เก๋ๆ
Macaron เก๋ๆ
อีก 1 เมนูที่ Chocolab
อีก 1 เมนูที่ Chocolab
Sweet Lover Chocolab
Sweet Lover Chocolab
Cookie Chocolab
Cookie Chocolab

 

หากเพื่อนๆอยากกิน-อยากดื่ม ลิ้มลองช็อกโกแลตหลากหลายแบบให้เลือก พร้อมบรรยากาศชิวๆสบายๆ แบบเราบ้าง !! พิเศษ !! เฉพาะสมาชิกบัตรถือบัตร The 1 Card สามารถใช้คะแนนในบัตร The 1 Card ไปแลกแล้วมา”กินฟรีไม่อั้น” ที่ร้าน Chocolab เพียง 4,900 คะแนน แค่นี้ก็รับสิทธิ์ทันที รีบไปเช็คคะแนนจากบัตร The 1 Card กันได้แล้วง่ายๆ 3 ที่

1.http://www.the-1-card.com/

2.Mobile Application (The-1-Card) ทั้ง iso & android & windows > รองรับเกือบทุก platform ที่เป็นโทรศัพท์ smartphone

3.ในห้างที่เป็นจุดเช็คคะแนน

สถานที่ตั้งของร้านนี้ ที่เกริ่นไปข้างต้น ว่าตั้งอยู่ที่ชั้น1 ด้านในโรงแรม Sofitel So Bangkok ตรงถนนสาทร เดินทางสะดวก หากเพื่อนๆชื่นชอบ “ช็อกโกแลต” “เครื่องดื่มประเภทที่มีส่วนผสมของช็อกโกแลต” หรือ “เค้กขนมต่างๆ” ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นมันมี…..ช็อกโกแลตล้วนๆ ก็แวะไปลองหม่ำกันได้คะ ^ ^

ภาพโต๊ะภายใน-ภายนอก “ร้าน Chocolab ที่ Sofitel So Bangkok”

ในร้าน Chocolab
ในร้าน Chocolab
บรรยากาศใน Chocolab
บรรยากาศใน Chocolab
โต๊ะนั่งด้านนอก Chocolab
โต๊ะนั่งด้านนอก Chocolab
Chocolab Sofitel So BKK
Chocolab Sofitel So BKK

 

Sofitel-So-Bangkok-Map
Map การเดินทางไปค่ะ

 

วันและเวลาปิด-เปิดร้าน : 07.00-20.00 ของทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์

 เบอร์ติดต่อ : 02-624-0000 ต่อ ห้องอาหาร Chocolab

 สถานที่ตั้ง : โรงแรม Sofitel So Bangkok ถนนสาทร ชั้น1 (ร้านตั้งอยู่ในโรงแรม)

เว็บไซต์โรงแรม Sofitel So Bangkok :http://www.sofitel.com/gb/hotel-6835-sofitel-so-bangkok/index.shtml

 ที่จอดรถ : ในโรงแรม Sofitel So Bangkok ถนนสาทร

 อื่นๆ : มีค่าบริการ  7%

 

 

 

ที่เที่ยว+ที่พัก LOGOS HOPE&CAPE DARA RESORT PATTAYA ทริบนี้ “สุขใจ”

0

ช่วง นี้ฝนตกถี่สมกับเป็นฤดูฝนจริงๆ เผลอเเป๊บๆ เราก้าวกันมาเกินครึ่งปีแล้วนะครับ เวลาผ่านมาและผ่านไปเร็วเหลือเกินนะ ใครมีความตั้งใจจะทำอะไรแล้วยังไม่ได้ทำ Admin ขอเป็นกำลังใจให้ไปลงมือทำกันซะนะครับก่อนจะบ่นจนลืมเบยยย นะ

เที่ยว นี้ one22.com จะทั้งพาเที่ยวและ พาไปพักที่ใกล้ๆกรุงอย่างพัทยา ชลบุรี หนนี้ไปกันทั้งบ้านอีกแล้วละ ทริบนี้มีความพิเศษในการเดินทางพอสมควร เพราะบ้านเราจะแวะเที่ยวแบเก็บตก “ห้องสมุดลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่าง “เรือ LOGOS HOPE” ก่อนจะไปจบที่ปลายทางอย่าง Capedara Pattaya Resort เอาละไม่เปลืองตัวหนังสือใดๆทั้งสิ้น เราเข้าไปชมกันพร้อมๆกันเลยนะคร้าบบบ

ขับ รถออกจากบ้านขึ้นทางด่วนมาลงคลองเตยใช้เวลาไม่นานก็ถึงแล้ว วันนี้แดดดีมากกกกก และอากาศร้อนสุดๆ เด็กยักษ์(ปันปัน) พอรู้ว่าจะพาไปขึ้นเรือ วันนี้เลยร่าเริงมากเป็นพิเศษ คึกคักตั้งแต่นั่งอยู่ในรถ

หลังจากนั่งปุเลง ปุเลง มายืนเกาะบันไดเรือแล้ว ยังไม่พอพยายามดึงมือแม่กับพ่อให้พาขึ้นเร็วๆอีกต่างหาก =_=”


” เรือ LOGOS HOPE  เป็นร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ถือเป็นครั้งแรกที่เรือลำนี้ เข้าสู่น่านน้ำไทย หลังจากที่ ล่องไปเยือนมากว่า 43 ประเทศแล้ว จากระยะเวลากว่า 43 ปี และเปลี่ยนเรือเดินสมุทรมาแล้ว 3 ลำ โดย “Logos Hope” เป็นเรือลำใหม่ล่าสุดของ GBA Ship องค์กรการกุศลนานาชาติที่ริเริ่มโครงการนี้ครับ เรือลำนี้ได้รับขนานนามว่าเป็นร้านหนังสือลอยน้ำใหญ่ที่สุดในโลก มีหนังสือกว่า 5,000 รายการ ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ นอกจากนี้ยังมีห้องนิทรรศการถาวร จัดแสดงสิ่งที่มนุษย์ควรทำหรือไม่ควรทำ เพื่อนำไปสู่การใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าร่วมกับเพื่อนมนุษย์บนโลกนี้ และห้องอาหาร เครื่องดื่มไว้สำหรับบริการบนเรืออีกด้วย

capedara1

มาดูข้างในกันเข้ามาคนเยอะมากวันนี้ อ่อค่าเข้าเรือ คนละ 20 บาทเองนะ เด็กเล็กๆไม่คิดค่าเข้าด้วย

เข้า มาทางเจ้าหน้าที่จะจัดที่ไว้ให้ทุกๆคนได้ฟังเรื่องราวและที่มาที่ไปของเรือ พร้อมทั้งอธิบายโซนต่างๆของเรือก่อนจะเข้าไปช้อปปิ้งหนังสือกันได้

มี Simulator จำลองการขับเรือให้เด็กๆ มะรุมมะตุ้มกันน่าดูรวมทั้งเด็กยักษ์ของเราก็ใช่ เรียกว่าแทบจะไม่อยากปล่อยมือกันเลยเชียวละ ซนฝุดๆอ่ะ  =___= ”

ฟังบรรยายกันจบเราเข้าไปลุยดูของกันดีกว่าเนอะ

เข้า มาเห็นคนแสนแปดมากกก ดีใจจริงๆที่คนไทยชอบอ่านหนังสือกัน แบบนี้ใครจะเชื่อที่ว่าคนไทยอ่านหนังสือปีนึงไม่เกิน 6 บรรทัด ไม่จริงเลยเนอะ เนอะ ^ ^

อัน นี้เป็นหน่วยแลกเงินนะครับ บนเรือจะคิดเป็น UNIT เพราะเรือต้องไปหลายประเทศ มันง่ายกว่าการเป็นเปลี่ยนหน่วยเงินที่หนังสือนะ รวมๆราคาหนังสือไม่แพงเลยครับ เพราะหนังสือส่วนใหญ่ ได้มาจากการบริจาคจากทุกๆประเทศที่เรือไปเยือนหรือไม่ก็ได้ในราคาพิเศษ จริงๆเพราะเห็นประโยชน์ของการส่งต่อ รู้สึกดีทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเลยนะครับ ^ ^

เด็กยักษ์ วิ่งกันจ้าละหวันกันเลยล่ะ หนุกหนานสุดๆ

ข้างในเต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือ จัดหนังสือแยกหมวดหมู่ไว้อย่างดี

หนังสือเกือบทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษนะครับมีไทยผสมอยู่บางหมวด ส่วนใหญ่เป็น อาหาร+ท่องเที่ยวและหนังสือภาพ สำหรับภาษาไทย

งานนี้เราเตรียมตัวมาช้อปหนังสือเด็กจึงสนใจมุมนี้เป็นพิเศษครับ

capedara2

นอกจากหนังสือแล้วยังมีของ souvenir ที่ระลึกของเรือให้ซื้อเป็นที่ระลึกด้วย ผมเอาแก้วมัคกลับมาด้วย

อันนี้หวงและห่วงของมากนั่งเฝ้ากันเลยล่ะ เหมือนจะรู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นของเค้าเลยยย ^ ^

เดิน ออกมาเจอโซนจัดนิทรรศการ มีภาพประกอบสวยงามทีเดียว เด็กๆชอบกันมาก และมีเจ้าหน้าที่อาสาบรรยายให้ฟังพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาของคนไทยคอยแปลให้ เด็กๆฟัง ด้วยน่ารักจริงๆ

capedara3

เดินเลยมาอีกนิดเจอของเล่นถูกใจเด็กยักษฺฝุดๆเบย เป็นกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ที่คนเข้าไปอยู๋ได้เลย

สนุกเค้าละ เปิดๆปิดๆพักใหญ่เลยนะนั้น สนุกมากกกก เหมือนจะไม่อยากพรากจากจุดนี้เลยเชียว กว่าจะยอมออกจากเรือได้  =___=”

หลัง จากพยายามเข็นเด็กยักษ์ จนออกมาได้แล้ว เพราะยังมีจุดหมายปลายทางให้ไปต่อ ก่อนจาก เลยขอเต๊ะท่าซักนิด ประมาณเค้าได้มาแล้วน่าาา เอออ

หลังจากแวะทานข้าวระหว่างทาง อีก 2 ชั่วโมงกว่าๆเราก็มาเยือนที่พักที่เป็นเป้าหมายของเราได้แล้ว “Cape Dara Resort Pattaya”

map

การ เดินทางมาไม่ยากเลยครับ วิ่งรถดิ่งตรงเข้าพัทยาถ้ามาจากมอเตอร์เวย์ หลังเลี้ยวรถเข้าเส้นทางพัทยาแล้ว วิ่งยาวไปพัทยาเหนือแล้วเลี้ยวขวา จากนั้นมาสุดทางเจอวงเวียน ปลาโลมา ให้เลี้ยวซ้ายไปอีก ไม่ถึง 100 เมตรก็ถึงแล้วละครับ มีป้ายบอกชัดเจน

รีสอร์ทในวิวสูงระดับ 26 ชั้น ที่กำลังมาแรงและเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

ผม ว่าช่วงหลัง ที่พัทยาหลายๆ Chain ขยันเปิดกันมาก สำหรับที่นี่ถือเป็นน้องใหม่ไซต์ไม่ธรรมดาครับ ตอนผมไปยังสร้างและต่อเติมส่วนของ Villa บางส่วนริมหน้าหาดอยู่เลย เอาล่ะไปดูข้างในกันดีกว่านะ

เข้ามามีส่วนล็อบบี้ต้อนรับอยู่ชั้นใน เดินผ่านส่วนด้านหน้าเข้าไปกันครับ

ส่วนล๊อบบี้ครับ ผมเดินเลยทะลุไปดูถึงบริเวณสระน้ำ เราไปดูกันครับ

มุมนี้หันกลับมาที่ล็อบบี้นะ

บริเวณส่วนโถงกว้างรับแขก สวยใช่ได้เลย น่านั่งดีทีเดียว ตรงเพดานเจาะฝั้งหลอดไฟ เข้าไปกลางคืนเปิดสวยดีครับ

อันนี้จากอีกฝั่งครับมองเห็นทั่วทั้ง Floor

อีกมุมนึง โซฟานั่งสบายครับผมลองแล้ว วันที่ไปเป็นวันศุกร์คนน้อยมากๆ เดินถ่ายรูปสบายๆครับ

เราเลยมาสระน้ำกันต่อ สระน้ำกว้างดีมากๆ และไม่ได้ลึกอะไรอยู่ชั้นสองก่อนเดินลงหาดด้านหน้าได้
สามารถมองวิวริมทะเลได้ชิลดีครับ ที่สำคัญหาดนี้หันหน้าออกทิศตะวันตก จะมาว่ายน้ำชมพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย

มีส่วน pool Bar ชื่อ “Twingle”  ตอนครอบครัวเราไปเจอฝนตอนกลางวัน มาสงบเอาเย็นๆ เลยไม่ได้ใช้ pool bar เลยเสียดายเนอะ

ถัดมาในบริเวณใกล้ๆ กันเป็น ห้องอาหารที่เรามาใช้บริการ ทั้งเช้าและเย็นครับ ห้องอาหารที่ว่านี้คือ ” RADIUS” ผมมีโอกาสเก็บภาพทั้งตอนเช้าตรู่และใกล้ๆค่ำลองมาชมกันดู

ช่วง ที่ผมเข้ามาใช้งาน และถ่ายภาพจะเป็นช่วงใกล้ๆค่ำพอดี จริงๆเจตนาช่วงเวลานี้เพราะอยากเห็นพระอาทิตย์ตกด้วยละครับ จินตนาการเองว่าต้องสวยแน่ๆ และมันก็สวยมากกกด้วย

ห้อง อาหารนี้เสริฟอาหารนานาชาติ แต่ที่ผมว่าเด่นจริงๆคืออาหารประเภท พิซซ่าและ อาหารอเมริกันพวกเบอร์เกอร์ทั้งหลายนะครับที่ผมติดใจ  ส่วนของอาหารญี่ปุ่นประเภท ซูชิก็ไม่เลวเดี๋ยวๆๆค่อยดูไลน์อาหารกันนะจ๊ะ ใจเย็นๆ เดินดูรอบๆพร้อมผมกันก่อนนะ

มาดูบรรยากาศยามเช้าบ้าง คนเค้ายังไม่ตื่นกันเท่าไหร่เหมาะมากที่จะเดินเก็บภาพแบบไม่รบกวนใคร และที่นีั้ก็เปิดตั้งแต่ 6 .00 น นะครับ

capedara-0738

ห้อง อาหารของที่นี่ตั้งอยู่ชิด ได้วิวทะเลดีมากครับ ตำแหน่งจะอยู่ชั้นสอง ชั้นล่างจะเป็นชายหาดด้านหน้า วิวที่ได้ไม่ธรรมดาเลยครับ นั่งทานอาหารตรงนี้ชิล สุดๆ

บริเวณไลน์อาหารเช้าครับ เดี๋ยวมาไล่ดูอาหารกัน น่ากินทุกอย่าง

อากาศก็ดีไม่แพ้บรรยากาศ แถมเย็นๆเมื่อคืนมีฝนโปรยปรายมาเป็นระยะๆ นอนกัน 3 คนพ่อแม่ลูกไม่อยากตื่นกันเลย

มา ไล่ดูอาหารกันบ้าง เริ่มกันตั้งแต่อาหารค่ำ เนื่องจากมาถึงก็เย็นย่ำค่ำแล้วละครับ เลยสั่งอาหารกินกันที่นี่เลยเริ่มกันที่ออเดริฟกันก่อน

อัน นี้เบอร์เกอร์เนื้อครับ (ขออภัยไม่ได้ถ่ายเมนูอาหารมาจะจำชื่อไมไ่ด้นะครับ หากใครเห็นแล้วอยากทานบ้างเปิด เว็บนี้ชี้รูปให้เค้าดูเลยน่า  ^ ^)

อาหาร ฝรั่งที่นี่รสชาติดีนะผมว่าดีกว่าอาหารไทยเพราะรสชาติดูจะเอาใจชาวต่างชาติ มากกว่า ทานแล้วรสชาติไม่เข้มข้นนักถ้าเป็นอาหารไทย

ถัดมาเป็นแซนวิชครับ เสริพพร้อมผักและน้ำสลัด

ร้านอาหาร “RADIUS” เปิดตั้งแต่เช้ายันมืดคุณๆสามารถเข้ามาลิ้มชิมรสกันได้ตลอดเวลาครับ

มา ถึงของโปรดผมแล้วละครับ เมนูซูชิทั้งหลาย ถือว่าสดและอร่อยใช้ได้เลย ถ้าไม่นับเรื่องราคานะครับ ที่สูงเอาการแต่ถ้าอยากทานอาหารเคล้าวิวทะเลงามๆก็ไม่เลวครับ

เครื่องดื่มครับ

ถัด มาที่อาหารเช้ากันบ้าง ผมว่าไลน์อาหารที่นี่เยอะใช้ได้เลยครับ มีหลากหลายและดูสดใหม่ดีมากเลย ที่เห็นนี่ผักสำหรับสลัดทั้งหลายนะครับ ช่ำดีทีเดียว

ผักโอเคเลยครับ ทานกับน้ำสลัดที่มีให้เลือกหลายๆแบบรสชาติดีทีเดียวครับ อย่างที่บอกที่นี้อาหารฝรั่งดีทีเดียว

ผลไม้บ้างมีให้เลือกใช้ได้เลยเช่นกัน

capedara4

ดูแบบรวมผักผลไม้ทั้งหลาย จริงๆมีมากกว่านี้นะครับแต่พอดีเริ่มมีแขกลงมาทานอาหารกันแล้ว ทัวร์จีนเค้าตื่นกันเช้ามากครับ

มาดูอาหารเช้าพวก ABF รสชาติก็อร่อยดีนะครับเค้าเลือกใช้วัตถุดิบดี ไม่เสียชื่อระดับโรงแรม 4-5 ดาว สู้ได้สบายๆครับ

เด็กยักษ์นี่ enjoy eating ดีมาก ถามเค้าว่าอร่อยไหมคร้าบบบ เด็กยักษ์ไม่ตอบแต่เคี้ยวตุ้ยๆ ไม่พูดไม่จาเบยอ่ะ ^__^”

อันนี้ผมไปตักจากไลน์มาครับผัดหมี่หมูกรอบ อร่อยมาก

มาดูประเภทขนมหวานบ้างโดยเฉพาะเบเกอร์รี่ ที่นี้ถือว่ามีหลากหลายดีครับ และอร่อยด้วยสิ

capedara5

ดูแบบรวมเลยนะครับ

ดูอาหารกันมาขนาดนี้ขอพาไปดูให้หมดเลยดีกว่า วันกลับมีโอกาสไปทานขนมและเครื่องดื่มที่ร้าน “Mellow Cafe” อยู่ทางด้านหน้าขึ้นลงลิฟท์ ร้านเล็กๆไม่ใหญ่โตอะไรเสริฟขนมเค้กเป็นหลัก

capedara-0928

ผมว่าตัวเค้กมะพร้าวของที่นี่เนื้อเนียนและนุ่มลิ้นดีครับ เป็นเมนูเด่นของร้านทีเดียว

ตามด้วยบูลเบอร์รี่ครับ

และมาพร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ ผมสั่งชาเขียวมา ชื่นใจดี อินเทรนด์สุดๆ อิอิ

และ ยังมีช็อคเค้กรสชาติดีไม่หวานเกินไปด้วยรวมๆผมว่าอร่อยมากครับ อันนี้ไม่ได้ยอเค้านะจริงๆ ราคาไม่ถูกไม่แพงเกินร้านเค้กดีๆในกรุงเทพฯครับ อยู่ราวๆ 100 ต้นๆครับ

อันนี้เป็นพวกขนมปังอบทั้งหลาย เราไม่ได้สั่งกันมานะครับ

เอาล่ะพาดูรอบๆแล้วไปดูหัวใจของทริบนี้กัน คือผมอยากมาที่นี่้เพราะเห็นรีวิวหลายๆคนที่มาก่อนหน้าเรา ได้เห็นวิวพัทยาในมุมสูงและผมก็ได้ห้องที่สูงดังตั้งใจห้อง “TOP STAR DUPLEX SUITE” อยู่ชั้น 25 ถือเป็น TYPE ที่น่าจะอยู่บนสุดของที่นี่แล้วละครับ

เปิดเข้ามาเราจะพบโซนตรงกลางห้องมีโซฟาหนังหลังใหญ่ตั้งอยู่ และมี LCD จอใหญ่ราวๆ 40 นิ้วขึ้นแขวนอยู่กลางห้อง

ด้านหลังมีเตียงขนาด 6 ฟุต หลังใหญ่น่ากระโดดลงนอน พร้อมหมอนขนเป็ด แบบนอนแล้วยุบลงไปทั้งหัว ชอบหมอนแบบนี้มากๆครับ

มาดูวิวริมทะเลกันบ้าง ห้องนี้ปูกระจกแผ่นเต็มจากพื้นถึงเพดาน ทำให้สามารถเห็นวิวพระอาทิตย์ตกได้สวยๆเลย

หรือ จะเปิดรับลมเย็นๆ เข้าห้องแบบไม่ใช้แอร์ก็ได้ครับ อากาศดีไม่ร้อนเลย แต่ต้องเป็นช่วงเวลาใกล้ๆค่ำนะครับกลางวันไม่ Work เพราะร้อนครับ

พระอาทิตย์กำลังตกเลยครับจังหวะที่เรามา บรรยากาศดีไหม..ตามภาพเลยครับ

พระอาทิตย์ยามเย็นดูกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อเลยครับสำหรับผม เป็น Moment ที่พยายามหาให้เจอทุกครั้งที่เราออกทริบ

เด็กยักษเห็นพ่อสนใจพระอาทิตย์เลยอยากจะตะกายขึ้นไปดู บ้างดีว่ากระจกสูงเกินตัวเยอะนะเนี่ย ไม่งั้นอันตรายมากๆเลย

วางเก๋ให้ได้ถ่าย 555

วิวไม่ธรรมดาเลยครับ มองเห็นไปสุดหาดพัทยาได้สบายๆ บรรยากาศยามเย็นดูสวยมาก

ถอยกลับมาในห้องต่อ ตัวโซฟาหนังอย่างดีขนาดใหญ่นอนให้ เด็กยักษ์ก่ายไปมาได้สบายมั่กๆ นี่ก็จับจองที่เรียบร้อยแล้ว

อ่ะเราไปดูข้างบนกัน อย่างที่เห็นห้องนี้เป็น Type ใหญ่สุดครับ มีสองชั้น สามารถนอนได้ 4 คน ทำเล่นระดับได้ดีและเก๋ครับ

ขึ้นมาเจอโต๊ะทำงานวางอยู่ ชิดผนัง ด้านข้างเห็นวิวทะเลและพระอาทิตย์ตกได้เลย แชนเดอเลียอยู่ใกล้แค่เอื้อมเลย

ส่วนตัวผมว่ามุมนี้สวยครับ นั่งทำงานจริงๆจะไม่มีสมาธิได้ เพราะนั่งมองวิวเพลิน เกิ๊นนน 555

มองจากหน้าห้องนอนชั้น 2 ครับ

ด้านหลังเป็นตู่เสื้อผ้าแบบ Build-in กับผนัง

มองลงมาด้านล่างครับ

เข้าห้องนอนชั้นบนกัน ห้องนี้วาง ทุกอย่างเรียบง่าย แต่ผมว่าก็เท่ดีครับ เน้นสีไม้ทั้งห้อง ส่วนตัวชอบสีแบบนี้อยู่แล้วยิ่งชอบใหญ่

เจอเตียง ดูดวิญญานขนาด 6 ฟุตเข้าไป น่าโดดเล่นกับ ปัน มากๆเลย

วิว งามเช่นกัน มองจากเตียงเห็นทะเลสวยๆได้เลย  หรือจะนอนดู LCD TV ก็ชิลดีครับ ส่วนตัวชอบห้องนอนนี้มากกว่าชั้นแรกดูลงตัวกว่ามาก และ ขนาดก็ไม่เล็กไม่ใหญ่กำลังดีครับ

ด้าน ซ้ายเปิดประตูบานเลื่อนเป็นห้องน้ำครับ ขนาดห้องน้ำใหญ่ กินพื้นที่เกือบครึ่งนึงของห้องเลย และมีอ่างจากุชชี่ ให้นอนแช่สบายใจ ( หลังจากถ่ายเสร็จ เราสองพ่อลูกกระโดดเล่นน้ำจนแฉะไปทั้งห้องเบยล่ะ ^ ^” )

ดูห้องน้ำกันดูครับ ว่าน่าเล่นจริงๆอย่างที่ผมบอกไหมล่ะ

มองออกไปตรงทางเข้าครับ

ของใช้ในห้องน้ำเป็นของดีมียี่ห้องทีเดียว และก็หอมดีมากครับชอบกลิ่นนี้

ทิ้งท้ายด้วยวิวงามๆ ของพัทยายามค่ำครับ บรรยากาศยามเย็น เลยจนค่ำในห้องนี้คุ้มค่าจริงๆที่จะอยู่นอนเฝ้ารอชมนะครับ

วันกลับตอนเช้าๆเค้าก็มาดูทะเลด้วยยยยดูจิ๊ พึ่งตื่นจริงๆนะเนี่ย หัวฟูมากก เด็กยักษ์

วันนี้พาเด็กยักษ์ มาเล่นที่ Kid Room ของโรงแรมด้วย

แม่เค้าตามเข้าไปเล่น(หรือจะเรียกว่าเฝ้าดีละ 555)ด้วยพ่อเลยแอบเก็บภาพจังหวะเผลอๆทั้งคู่เลย

ระยะ เวลาเปิดปิดของที่นี่ครับ ไม่ต้องห่วงครับหากใครอยากฝากเด็กๆไว้ที่นี่เค้ามีคนดูแลให้นะครับ และพี่เลี้ยงก็ใจดีมากๆ เด็กยักษ์ของผมสนุกกับพี่เลี้ยงน่าดู เค้าดูแลเด็กๆดีมากๆไว้ใจได้ครับ

มาดูหน้าหาดกันบ้าง ผมมาเดินถ่ายตอนวันกลับ เพราะกลางวันวันแรกอากาศไม่ดีเท่าไหร่ บันไดที่นี่มันดีครับ

ตรงนี้จะทำเป็นทางเดินยื่นออกมาให้ชมวิวได้อีก สเต๊บก่อนลงไปข้างล่าง หาดทราย

มองมาข้างขวาเป็นโซนวิลล่านะครับถ้าจำไม่ผิด ยังสร้างกันอยู่เลย

สระด้านล่างเปิดให้เล่นได้ปรกตินะครับ กว้างระดับว่ายน้ำสนุก แม้จะไม่เท่าสระใหญ่ด้านบน เห็นฝรั่งมานอนกันเต็มเลยตอนสายๆ

หน้าหาดพัทยาทรายไม่ขาวแน่นอน แต่หาดนี้โรงแรมก็ดูแลรักษาความสะอาดได้ดีทีเดียว

ผมเดินเรื่อยๆจนแอบเก็บภาพหนูน้อยชาวต่างชาติที่กำลังขะมักขะเม้นเล่นทรายอยู่น่ารักดีเนอะ

มองย้อนกลับไปที่ตึกที่เราพักรู้สึกว่ามันสูงใช้ได้เลย และตรงที่ยื่นออกมาก็ดูจะเป็น Landmark ที่มีคนมาถ่ายรูปกันเยอะเหมือนกันครับ

สรุปกันหน่อย

ทริ บนี้ผมพักแค่ 2 วัน 1 คืน ก็นับว่าเป็นที่พักอีกที่ของพัทยาที่กำลังมาแรงพักใหญ่ๆแล้วครับ ดูจากรีวิวที่เริ่มเห็นกันบ่อยๆ ส่วนตัวห้องที่ผมพักถือว่า วิวระดับ top ของพัทยาสมชื่อ TOP STAR DUPLEX SUITE และวิวตอนพระอาทิตย์ตกสวยงามมากครับ ส่วนห้องพักก็เหมาะกับครอบครัวใหญ่ที่อยากมาพักผ่อน เพราะห้องมี 2 ชั้นนอนได้ถึง 4 คนหรืออาจจะไปถึง 6 หากมีเตียงเสริมอันนี้ต้องสอบถามกับทางโรงแรมอีกที การตกแต่งถือว่าเน้นความเรียบเป็นหลักใช้ผิวและวัสดุเป็นลามิเนตลายไม้ ดูสบายตาและผมก็ชอบแนวๆนี้อยู่แล้วด้วย  จริงๆอยากให้มีของตกแต่งมากกว่านี้อีกสักหน่อย จะช่วยให้ห้องมีเสน่ห์มากขึ้นอีก เพราะด้วยขนาดของห้องที่ใหญ่และได้เปรียบอยู่แล้วละครับในการวางของตกแต่ง เพิ่มเสน่ห์ได้อีกนะครับ

ส่วนของอาหารมีดีมีด้อยเป็นบางประเภทครับ อย่าง อาหารฝรั่งนี้ใช้ได้เลย รสชาติตามสเป็คกันทีเดียวแต่อาหารไทยผมยังเฉยๆอยู่นะครับ รสชาติทำเอาใจต่างชาติมากกว่าคนไทยเพราะไม่จัดจ้านเท่าไหร่

สำหรับ อาหารญี่ปุ่นโอเคครับใช้วัสดุดีรสชาติสู้ร้านในกรุงเทพฯได้ไม่ยาก ขนมโดยเฉพาะเค้กมะพร้าวหอมและอร่อยสมชื่อเสียงที่เคยอ่านจากรีวิวมาก่อน เค้กอื่นๆก็ไมเลว ราคาอยู่ระดับเดียวกันกับร้านเค้กดังในกรุงเทพฯทั้งหลาย เฉลี่ย 100 กว่าบาทครับ

รวมๆ ผมว่าที่นี่เหมาะจะมาพักผ่อนช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่น่าจะทำให้เด็กๆชอบกันได้ไม่ยาก ตัวสระใหญ่ว่ายสนุกและกว้างเห็นวิวทะเลสวยๆได้เลย สำหรับครอบครัว เล็กๆ(แต่ตัวใหญ่กันหมดเลย 55) ของเราสนุกมากครับ แม้วันแรกจะเจออากาศไม่เป็นใจนักแต่ก็สนุกสนานและอิ่มหน่ำกันดีสมกับความ ตั้งใจมาพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์

หวังว่ารีวิวนี้น่าจะช่วยให้ตัดสินใจ ได้ไม่ยากนะครับสำหรับใครที่กำลังสนใจอยากพัก ลองพิจารณากันดูหากมีข้อสงสัยตรงไหนฝากคำถามไว้ที่ Comment กันได้เลยครับยินดีมาตอบทุกๆคนนะคร้าบบ

วันนี้ต้องลากันแล้วรีวิวหน้าจะพาไปไหนกันอีกเช่นเคย…โปรดติดตามครอบครัวเราครับ สวัสดีทุกๆคนครับ

ลัดฟ้าพาเที่ยว “เชนไน” เสน่ห์อินเดียใต้

0
สวัสดีครับเพื่อนๆ รีวิวนี้ อาจจะแปลกตาไปกว่ารีวิวอื่นๆที่ผ่านมาเล็กน้อยนะครับ
เพราะรีวิวนี้ ผมจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวต่างประเทศกันครับ ประเทศที่ผมจะพาไปนั้นก็คือ ประเทศ อินเดียนั้นเอง
สำหรับ ประเทศอินเดียนั้น เพื่อนๆบางคนพอได้ยินชื่อ ก็ ไม่ค่อยอยากไปเที่ยวแล้ว เพราะอินเดียขึ้นชื่อเรื่องความสกปรก แต่กลับกัน อินเดียก็มีชื่อเสียงด้านศาสนา และ เรื่องวัฒนธรรมอันเก่าแก่ เช่นกัน
สำหรับการ เดินทางมาอินเดียคราวนี้ ผมได้การสนับสนุน จากสายการบิน แอร์เอเชียครับ ทำให้เรามีโอกาสมา เมืองเชนไน(บางคนออกเสียงว่าเจนไน) …ขอ เกริ่นนิดๆ หลายๆท่านอาจจะยังไม่รู้จัก เมืองเชนไน ครับ เชนไน ชื่อเดิมว่า มัทราส เป็นเมืองทางใต้ของอินเดียครับ ซึ่งจะอยู่อยู่ในรัฐ ทมิฬนาฑู นั้นเอง

12

     เนื่องจาก ผมเดินทางมาวันศุกร์ตอนกลางคืน พอมาถึงก็ นอนพักที่ รร เล็กๆในเมือง หนึ่งคืน เรื่องโรงแรมที่เชนไน ผมขอไม่แนะนำนะครับ เพราะคืนแรก ของผมไม่ประทับใจเลย น้ำก็ไม่ได้อาบ เพราะน้ำในห้องน้ำสกปรกมาก สีเหลืองๆ มีกลิ่นอีกต่างหาก ผักบัวก็ใช้ไม่ได้ มีแต่ที่ฉีดก้นเท่านั้น คืนแรกของเราจึงผ่านไปแบบ แย่ๆ
       ยามเช้าของคนอินเดียในวันเสาร์ ก็จะเห็นได้ว่า ผู้คนออกมาเล่นกีฬา กันเยอะมากที่อินเดีย กีฬา ที่ฮิตๆกัน หนีไม่พ้น กีฬาคริกเกต ถือเป็นกีฬาที่คนเล่นมากที่สุดในประเทศด้วยครับ จากใน วิกิพีเดีย คริกเกต (อังกฤษ: cricket) เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง มีคนเล่นทีมละ 11 คน ทีม ก จัดให้คนหนึ่งเป็นผู้ขว้างลูก เรียกว่า bowler ทำการขว้างลูกไปยังไม้ที่ตั้งไว้บนสนามสามอัน เรียกว่า wickets ซึ่งทีม ข จัดคนมารักษา คนที่รักษา wickets เรียกว่า batsman และไม้ที่ถือตีลูกเรียกว่า bat ถ้าตีถูกลูกก็วิ่งวนไปเพื่อเอาแต้ม เรียกว่า runs จนกว่าพวกของทีม ก ที่อยู่ในสนาม คือ fielders จะนำลูกกลับมาได้  ต้องขอบคุณ เวป วิกิพีเดีย ด้วยครับ3
5
หลังจากเดินเล่น แล้วดูกีฬา คริกเกต แล้ว ก็เห็นว่าข้างๆ มีร้านอาหาร เล็กๆอยู่ ผมเลย ไปขอถ่ายรูป การทำ อาหารของคนที่นี่มาให้ ดูครับ โดยตอนเช้าคนอินเดียจะนิยมกิน แป้ง กับแกง ครับ ในรูป มีชื่อว่า อิดลี (idli) เป็นแป้งสีขาว ถือเป็นอาหารยอดนิยมของ อินเดียใต้เลย ก็ว่าได้    แต่ ก็จะมีแป้งอีกแบบคล้ายโดนัท มีสีน้ำตาล แต่มีรสเค็ม ชื่อ วาดะ (vade) ปกติตามร้านทั่วไป จะมีขายพร้อมกัน

 8

หลังจากที่เราเดินเล่นแถวๆที่พักคืนแรกแล้ว ก็ถึงเวลานัดที่เรานัดกับคนขับรถไว้ สถานที่แรกที่เราจะไปกัน คือkapaleeshwar Temple เป็นวัดที่สำคัญแห่งหนึ่งในเมืองเชนไน
        จะเห็นได้ว่าทางเข้า มีการวาดลายไว้ที่พื้น ลายตรงนี้ ที่เค้าวาดกันเรียกว่า รังโกลี ที่อินเดียใต้จะเรียกว่า โกลัม(kolam)วาดขึ้นจากผงแป้ง หรือทรายย้อมสี โดยเฉพาะในเทศกาลดิวาลี รังโกลีมีบทบาทสำคัญซึ่งในทุกๆ วันก็จะต้องมีการล้างทำความสะอาดพื้นลานหน้าบ้านและวาดรังโกลีลวดลายใหม่ในตอนเย็นเสมอ เพื่อต้อนรับการมาเยือนของพระแม่ลักษมี เทวีที่จะนำโชคลาภและความสมบูรณ์มาสู่ครอบครัว จึงไม่แปลก ถ้าเราจะเห็นตามวัดและตามบ้านของทุกๆคน
12
11
มาถึงจุดที่สองครับ เรามาที่โบสถ์ชื่อดัง คือโบสถ์เซนต์โธมัส ที่ว่าสำคัญคือ เป็นโบสถ์ที่ ยอมรับว่าเป็นที่ฝั่งศพของสาวกพระเยซู ซึ่งจะมีแค่ สามที่ในโลกเท่านั้น เนื่องจากวันที่ผมไป ไม่อนุญาติให้ถ่ายภายในได้นะครับ เลยไม่ได้เก็บภาพมาให้ชมกัน
   โบสถ์สามแห่งในโลกมีที่ไหนกันบ้าง ก็มี เซนต์เจมส์ที่สเปน โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ที่โรม และก็ที่เชนไน ครับ 
16
18
19
    จากนั้นเรามาแวะบ้าน ของคนอินเดียสมัยก่อนกันครับ ค่าเข้าคนละ 25รูปี ภายในจะมี การจำลองความเป็นอยู่ของคนอินเดียสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นห้องเด็กอ่อน ห้องครัว ห้องนอน และห้องต่างๆ
23
24
26
ภายในรอบๆ บ้านยังมีที่อาบน้ำ ห้องครัว โต๊ะรับแขกให้เรา ได้เห็นว่าคนสมัยก่อนนั้น เค้าใช้ชีวิตกันแบบไหน
29
ากบ้านเก่าของคนอินเดีย เรานั่งรถมาอีกไม่ไกล มาที่จุดสำคัญ ของเมืองกาญจีปุรัม คือ เทวาลัยไกรลาสนาถ 
  ถ้าสังเกตุดีดี เราจะเห็นว่ามีวัวนอน อยู่ หน้าวัด หรือ หน้าพระพุทธรูปเสมอ วัวตัวนี้ เค้ามีความเชื่อว่า ถ้าเราสัมผัสจุดไหน เราจะได้ ข้อดีของตรงที่เราสัมผัสนั้นมา เช่น แตะหัว หมายถึงความฉลาด และที่สำคัญ เราจะเห็นว่า วัวจะนั่งเสมอ เพราะ ถ้าเป็นวัวยืน คนอินเดีย ต้องปั้นสองตัว แยกเพศ แต่ถ้านั่งจะไม่จำเป็นต้องปั้นสองตัว วัวนั่งเราจะไม่เห็นอวัยวะเพศ ครับ 
31
32
เทวาลัยไกลาสนาถ เป็น เทวาลัยที่เก่าที่สุดในเมือง มีอายุ ราวๆ  1200กว่าปี ก่อสร้างด้วยหินทรายครับ และ ยังคงความสวยงามอยู่ทุกวันนี้
    ภายในจะมีการแกะสลักหินไว้อย่างสวยงาม และตามช่องต่างๆยังมีสลักเทพ ต่างๆ ไว้ด้วย แต่รูปสลักส่วนใหญ่ภายในเทวลัยจะเป็นรูปสลักพระศิวะ เป็นส่วนมาก
33
35
36
ภายในรอบๆ ผมมาเจอรูปที่ลงสีไปแล้วด้วยแม้จะลอกไปแล้ว แต่ก็ทำให้รู้ว่าเมื่อ 1200กว่าปีที่แล้วคงจะมีการลงสีที่สวยงามมากๆ เสียดายที่ภาพเหล่านั้นได้จางหายไปเยอะมาก ถ้าผมหรือใครได้มาเห็นภาพพวกนี้ในสมัยก่อน คงจะสวยมากๆแน่นอน
ถ้าเราอยากได้ข้อมูล เยอะๆ จากคนที่รู้จริงที่นี่มีไกค์รับจ้างนะครับ ตกราคา ที่ 200 รูปี เท่านั้นเอง เราก็จะได้ข้อมูลที่เยอะมากครับ 
38
เพิ่มเติม รูปปั้นที่เห็นชื่อ “วยาล” ซึ่งก็ดูเหมือนรูปสัตว์ประหลาดสมัยทวารวดีที่วงการโบราณคดีและพระเครื่องพระบูชาไทย เรียกกันว่า “พนัสบดี” จะมีมากมาย เป็นสัตว์ในจิตนาการนะครับ 

37

   จากที่เทวาลัยไกลาสนาถ เรามาต่อที่เทวลัย ที่สำคัญอีกที่หนึ่ง ชื่อว่า เทวาลัยเอกัมพเรศวร มีอายุประมาณ 1200กว่าปีแล้วเช่นกัน ที่วัดนี้มีที่สำคัญอีกอย่างนึงคือต้นมะม่วง ที่มีประวัติ เล่าขานกันซึ่งเดียวผมจะมาเล่าอีกทีครับ
  ทางเข้าด้าน ระหว่างเลือกดูของฝาก มีพ่อลูกน่ารัก ขอให้เราถ่ายรูปให้ ผมเลยได้ภาพนี้มา
40
41
มาดูภายในของเทวลาลัยที่นี่ครับ เราจะเห็นภาพวาดสีสดๆ สวยๆอยู่ตามพื้นนะครับ เป็นภาพเขียนลายสวยมากๆครับ 

   ภายในนี้ถ้าเรามองไปรอบๆจะเห็นหินแกะสลักหลายๆจุด  และยังมีพราหมณ์ทำหน้าที่ รอบๆอยู่หลายจุด 

   

42
 
43
      ขอต่อเรื่องมะม่วงนะครับ ตามประวัติแล้ว เกิดจากที่นาง ปารวตี นึกสนุกอยากหยอกล้อสามีคือพระศิวะ การหยอกล้อนั้นคือการปิดตา แต่หารู้ไม่ว่าการปิดตานั้นทำให้เกิด ความมืดมนไปทั่ว การกระทำครั้งนี้ ทำให้พระศิวะโมโห เป็นผลให้ พระศิวะ สาปนางปารวตีและไล่ไปอยู่ที่โลกมนุษย์ แต่ด้วยความรัก พระนางปารวตีได้ก่อ ศิวลึงค์ แทนตัวพระศิวะขึ้นมา เพื่อกราบไหว้ บูชา แต่กระนั้น พระศิวะได้ทดสอบและลองใจอยู่หลายครั้ง จนสุดท้ายยอมใจอ่อน กลับมาสมรสกับนางที่ใต้ต้นมะม่วงนี้ และรับพระนางกลับขึ้นสวรรค์ จึงเป็นที่มา ในปัจจุบัน
46
47
เรามาต่อที่ เทวลัย ที่สุดท้าย วรทะราชาเปรุมาล Varadaraja Perumal Temple50เนื่องจากเรามีเวลาไม่มากนัก เพราะต้องกับไปที่โรงแรม เพื่อเตรียมตัวไปรับประทานอาหารเย็นต่อ ผมเลยใช้เวลากับที่นี่ได้ไม่นาน51 

ตกเย็นหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน ผมก็พาเพื่อนๆ มาชิมอาหาร อินเดียกันครับ อาหารอินเดียที่นี่ส่วนใหญ่มักจะ มีแต่เนื้อไก่ ไม่ก็กุ้งนะครับ เนื้อหมู กับเนื้อวัวแทบไม่เห็น รสชาติก็ออกแนวเครื่องเทศเยอะๆ กลิ่นแรงๆ แต่ก็อร่อยไม่เบานะครับ

 

53

54

ร้านอาหารยามดึก คนเยอะพอสมควรเยอะ และจะเห็นได้ว่าคนอินเดีย นิยมยืนทานมากกว่า หาโต๊ะนั่งนะครับ 

55

 

 

 

56

 

สุดท้ายก่อนจะปิดรีวิวแรก ของผม ผมก็ขอพามาชิม น้ำผลไม้อร่อยๆสดๆ กันเลย น้ำผลไม้ที่นี่ ทั้งหอม หวาน อร่อยมากๆครับ ที่สำคัญไม่แพงเลย แก้วละ 2o บาทเท่านั้นเอง 

59

 

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะเข้ามาชม เชนไน นะครับ ถ้าสนใจจะชมภาพเพิ่มเติม ได้ ที่ www.facebook.com/yhibklong

ที่บ้าน: รีวิว IDEO สาธร-ท่าพระ

0

ideo_cover

วันนี้จั่วหัวรีวิวไว้อาจจะไม่คุ้นเคยเท่าไหร่สำหรับ คนที่เคยผ่านตารีวิวของ one22 มานะครับ ปรกติจะเห็นผมเขียนถึงแต่ที่พัก ที่กิน ที่เที่ยว หรือหนังเท่านั้น
ถือเป็น section เก่าเอามาเล่าใหม่ของ one22 ก็ได้นะครับ สมัยที่เปิดเว็บแรกๆเมื่อหลายปีก่อนเคยเขียนไว้บ้าง และ  มีความคิดมานานแล้วว่า เราไปเที่ยวบ่อยๆ พักบ่อยๆ ทำไมไม่เคยแนะนำ บ้านและคอนโดบ้าง คิดเสมอว่าการแนะนำที่อยู่อาศัย น่าจะเป็นความสนใจนึงของหลายๆคน ที่อยากเห็นก่อนตัดสินใจเช่นเดียวกับที่พัก และวันนี้ผมก็มีโอกาสได้กลับมาทำ Section นี้อีกครั้ง  ยังไงลองอ่านและพิจารณากันดูครับว่าชอบไม่ชอบอย่างไรติชมกันได้นะครับ  หลังบรรทัดนี้เป็นความคิดเห็นแบบบ้านๆ ขอตากล้องบ้านๆ ครับ ^ ^

The Dewa Koh Chang ความสุข…มีได้ที่นี่

0

thedewa_cover
เดือนแห่งฤดูฝนโดยแท้…
สัมผัสได้ถึงความชุ่มช่ำของบรรยากาศ
อาจจะดูมืดและครึ้มไปบ้าง สำหรับคนขี้เหงา

แต่… รีวิวนี้จะพาเพื่อนๆหนีฝน กลับไปคลุกทราย หาไอแดด สัมผัสสายลมอุ่นๆ ที่พัดกระทบหน้า

ย้อนเวลา…กลับไปช่วงหน้าร้อน ให้หายคิดถึง..กันซักนิด
หน้าร้อนที่อากาศเป็นใจ ให้ออกทะเล ฤดูที่แสงแดดแรงถึงใจ
ว่าแล้วก็ เชิญเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนแวะเข้ามาเที่ยวกับ ทริบสุขสันต์ในสไตล์ครอบครัว one22 กันนะฮับ

ทริบนี้ เด็กซน ลันลาสุดๆเบยล่ะ เชิญครับ เชิญมาเที่ยวทะเล สุดเขตแดนตะวันออกของไทยกันกับ The Dewa Koh Chang

ที่เที่ยว:ที่สุด…สุโขทัยจาก one22

0

sukhothai_cover

อะ แฮ่ม…จั่วหัวไว้แบบออกตัวแรง.. ขนาดนี้เป็นเพราะว่ารีวิวหนนี้ เป็นการรวมอะไรๆที่มันพิเศษ ที่สุด จากทริบ เดือนก่อนที่มีโอกาสได้รับคำชวน จากททท.สุโขทัยให้ได้ไปสัมผัสประสบการณ์ ท่องเที่ยวในหลายๆอำเภอ และก็ต้องนับว่าเป็นทริบที่พิเศษ เหนือการคาดหมายอยู่พอสมควรครับ เพราะตัวผมเองไม่ได้ไปสุโขทัยนับนิ้วไปมาแล้วได้เกือบ 2 รอบหนนี้ จึงเป็นการกลับไปสัมผัสรอยต่อจากอดีตมาถึงปัจจุบันที่ยาวนานมากกกกก
เกริ่นมาขนาดนี้เพื่อจะบอกว่ารีวิวหนนี้จะขอนำเอาทุกสิ่งที่ประทับใจจากทริบนี้มาแบ่งเป็นหมวดๆให้เป็นแรงบันดาลใจออกเดินทางกันดูครับ

สุโขทัยไปไม่ยากเลย ว่าแล้วก็เริ่มกันเลยดีไหม?

sukhothai2

เริ่มที่สุดแรกก่อนกับ ที่สุดในการเดินทาง

หาก จะเดินทางไปสุโขทัยนั้นมีทั้งเส้นทางทางรถยนต์ รถโดยสาร และสุดท้ายทางเครื่องบิน และแน่นอน แบบหลังคือวิธีที่ดีที่สุดที่ผมเลือกใช้เดินทางมาสุโขทัย ประหยัดเวลาและ สะดวกจริงๆ ที่นี่มีสายการบินเดียวเท่านั้นเป็นของ Bangkok Air Way  เริ่มกันที่ Louge ของ Bangkok Airway ที่สุวรรณภูมครับ ขึ้นชื่อมานานแล้วกับ Louge ที่นี่ ของกินและที่พักน่านั่งมาก ครบถ้วนดีครับ

sukhothai-3991

เผื่อใครไม่รู้ ที่นี่มีบินทุกวันครับวันละ 2 เที่ยวบินเช้ากับเย็น และลำนี้ก็เป็นลำที่เรากำลังจะได้ใช้บริการกันครับทั้งไปและกลับ
sukhothai3

สนาม บินที่นี่น่ารักมากๆ เป็นของ Bangkok Air Way เองมีสวนสัตว์ พิพิทธภัณฑ์จำลองของนครวัตร และที่เด็ดที่ประทับใจคือ สวนเกษตรอินทรีย์ จนไม่แน่ใจว่าสนามบินเหรอเนี่ย ไม่อยากบอกเลยว่าสุโขทัยหากใครมาใช้บริการ อยากให้เผื่อเวลามาเที่ยวชมสนามบินกันดูครับ รับรองเก๋ไมเหมือนสนามบินไหนๆที่เคยบินมาแน่นอน

sukhothai-4484

ที่สุดแห่งที่พักผ่อนแสนสบาย

อย่าง ที่จั่วหัวครับ หนนี้ผมมีโอกาสได้พัก 2 แบบ 2 อารมณ์ เนื่องจากไปหลายอำเภอจะได้เป็นการง่าย
สำหรับการไปที่เที่ยวในยามเช้า เริ่มที่แรก ที่นี่อยู่ใกล้สนามบินที่สุด เรียกว่าขับรถออกมาจากสนามบิน 10 นาทีก็ถึงเลย กับ สุโขทัย เฮอริเทจ (Sukhothai Heritage)

sukhothai-4083

สุโขทัย เฮอริเทจ มีพื้นที่กว้างขวาง มีสระว่ายน้ำใหญ่ถึง 2 สระ

sukhothai-4476

บรรยากาศที่นี่สวยมากครับ เหมาะกับใครที่มาเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ได้อย่างดีทีเดียว

sukhothai-4109

ห้องพักก็มีหลาย Type หลายราคาให้เลือก ตามกำลังทรัพย์ อย่างห้องนี้เป็น Type Royal Suite Room:  กว้างและแบ่งสัดส่วนต่างๆได้อย่างดี
sukhothai-4112
ตกแต่งสไตล์ Oriental Thai ประยุกต์ สวยงามน่าพักผ่อนมาก

sukhothai-4460

ห้องที่ผมพักเป็น Type Deluxe ธรรมดาที่สุดก็ยังมีทุกอย่างครบถ้วน

เครื่อง เล่น dvd ก็มีนะครับมีหนังให้ยืมดูได้ที่ Counter ด้านหน้า เสียแต่ว่าหนังส่วนใหญ่จะเก่ามากกก แนะนำหากพกพามาเองก็ได้อยู่นะครับ
ติดต่อกันได้ที่เบอร์ Tel:  055647 567

sukhothai4

อีกที่พักในอีกอารมณ์ สำหรับใกล้ๆอำเภอเมือง เป็น Guest House น่ารักๆ อยู่ในตลาดหลังอำเภอเมือง Lotus Village  Guest House

sukhothai-5415

ที่นี่ร่มรื่นเกินคาด มีบ้านสไตล์ไทยประยุกติ์หลายขนาด เพื่อรองรับลูกค้าได้หลากหลาย
ชอบมากกับรีสอร์ทที่พักเล็กๆไม่ใหญ่ เจ้าของอัธยาศัยดี มีอะไรเข้าถึงกันได้ง่าย บริการด้วยความเป็นกันเอง

sukhothai-5322

มีโอกาสแวะไปสุโขทัย และอยากพักในเมืองที่นี่เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจครับ
ติดต่อกํนก็ที่นี่เลยครับ : Phone:055 621 484

sukhothai-1385

ที่สุด..แห่งบุญและความงดงามของไทย

ตลอดระยะเวลาหลายวันที่เดินทางไปมา สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดของทริบก็คือ วัดวาอารามทั้งหลาย ศิลปะยุคสุโขทัยที่อ่อนช้อย งดงาม ถูกถ่ายทอดออกมาทั้งสถาปัตยกรรมรวมถึงพุทธศิลป์ในองค์พระพุทธรูป โชคดีที่สุโขทัยก็มีอุทยานประวัติศาสตร์ อยู่ถึง 2 แห่งด้วยกัน ขอเริ่มกันที่แรกก่อนครับ

sukhothai-4233

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

ใน อุทยานศรีสัชนาลัยจะมีวัดอยู่รวมกันทั้งหมด 9 วัดครับคือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร วัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดชมชื่น  วัดเขาพนมเพลิง  วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่  วัดนางพญา วัดเขาสุวรรณคีรี  วัดสวนแก้วอุทยานน้อย  วัดช้างล้อม
วัดที่ผมถือว่าเป็นที่สุดที่ได้สัมผัสและประทับใจมีอยู่ 4 วัดครับมาลองดูไปพร้อมๆกัน

sukhothai-4231
วัดแรกอยู่รอบนอกกำแพง แต่..ไม่พูดถึงคงไม่ได้ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร  หรือวัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง ค้นๆประวัติจากใน wikipedia สรุปได้ดังนี้ครับ
เป็นวัดที่อยู่นอกกำแพงชั้นนอกของอุทยาน แต่สถานะของวัดในปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร สังกัดมหานิกาย วัดมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า วัดพระปรางค์ ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองเก่าศรีสัชนาลัย ลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ และเป็นพระอารามหลวงชั้นราชวรวิหาร

sukhothai-4238

มี โบราณสถานที่สำคัญภายในวัด ได้แก่ ปรางค์ประธาน ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน ลักษณะรูปแบบเป็นสถาปัตยกรรมจัดอยู่ในสมัยอยุธยา บริเวณเรือนธาตุด้านหน้ามีบันไดขึ้นองค์ปรางค์สู่ซุ้มโถง ผนังภายในองค์ปรางค์พบว่ามีร่องรอยจิตรกรรมฝาผนังแต่ลบเลือนไปมาก  ด้านหน้าองค์ปรางค์มีวิหาร ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางมารวิชัย และทางด้านขวามีพระพุทธรูปปูนปั่นปางลีลาที่มีลักษณะงดงาม

sukhothai-4243

ในอดีตองค์พระประธานในพระปรางค์ต้องงดงามมากแน่นอนครับ ร่องรอยอดีตที่ประกฎตรงหน้าก็เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดี

sukhothai-4217

ผมแวะเข้าไปกราบองค์พระประธานด้านในโบสถ์

sukhothai-4218

 

sukhothai-4227

เป็น พระพุทธรูปขนาดใหญ่ ปางมารวิชัย เป็นศิลปะสมัยสุโขทัย เบื้องหน้าพระประธานมีพระพุทธรูปยืนปูนปั้นศิลปะสุโขทัย ยิ่งดูยิ่งงดงามครับ

sukhothai-4272

มาถึงวัดที่สองกัน “วัดช้างล้อม”

ตั้ง อยู่ภายในกำแพงเมืองเกือบกึ่งกลางตัวเมืองศรีสัชนาลัย บริเวณที่ราบด้านเชิงเขาพนมเพลิงด้านทิศใต้ ในแนวเดียวกันกับวัดเจดีย์เจ็ดแถว

sukhothai-4279

มี เจดีย์ทรงลังกาที่ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีช้างปูนปั้นเต็มตัวล้อมรอบ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อโดยรอบฐานทั้ง 4 ด้าน รวม 39 เชือก ช้างปูนปั้นที่วัดนี่มีลักษณะเด่นกว่าช้างปูนปั้นที่วัดอื่นๆ คือ ยืนเต็มตัวแยกออกจากผนัง มีขนาดสูงใหญ่เทียบเท่าหรือใหญ่กว่าช้างจริง

sukhothai-4281

ดูแปลกตาและน่าถ่ายรูปมากๆเลย นี่ถ้าช้างปูนปั้นที่ล้อมรอบยังสมบูรณ์ต้องสวยมากๆแน่เลยครับ sukhothai-4250

วัดถัดมาต้องออกแรงกันนิดนึงครับเพราะเป็นวัดที่อยู่บนเขานั้นคือ “วัดเขาพนมเพลิง”

sukhothai-4261
วัดตั้งอยู่บนเขาพนมเพลิง สูงประมาณ 25 เมตร ใกล้กำแพงเมือง ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ

ทางขึ้นวัดมีสองทาง คือ ทางด้านหน้าวัด และข้างวัดซึ่งทำเป็นบันไดศิลาแลงขนาดกว้างขวางประมาณ 6 เมตร
ในอดีตเคยมีการกล่าวไว้ในพงศาวดาร ว่าเคยมีการใช้เขาพนมเพลิง เป็นแหล่งประกอบพิธีบำเพ็ญพรต แล้วจุดอัคคีบูชาเทวะเป็นเจ้า

เจดีย์ประธานทรงลังกาก่อด้วยศิลาแลง ตั้งแต่ก้านฉัตรขึ้นไปพังทลายหมด และมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปที่ยังมีความสมบูรณ์อยู่พอสมควร

sukhothai-4262

จุด เด่นผมก็ว่าอยู่ที่พระพุทธรูป นี่เองละครับ ที่ยังสมบูรณ์อยู่มาก โดดเด่นแก่การเดินขึ้นบันไดไปชมนะครับ รับรองหายเหนื่อย (เมื่อยๆก็พักได้นะ)

sukhothai-4293

วัดสุดท้ายที่อยากให้ไปชมกันคือ “วัดเจดีย์เจ็ดแถว” วัดนี้อยู่ด้านล่างไม่ต้องปีนบันได ขึ้นเขาแต่อย่างใด

sukhothai-4295
สาเหตุความเป็นมาของชื่อวัดคือว่าชื่อนี้เป็นชื่อที่เรียกขึ้นภายหลังโดย ราษฎรในท้องถิ่น สาเหตุที่เรียกเนื่องจากพบเจดีย์จำนวนมากมายหลายแถวภายในวัด
ตัววัดตั้งอยู่ด้านหน้าวัดช้างล้อม หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ วัดนี้ มีเอกลักษณ์โดดเด่นกว่าวัดอื่นๆ

ในเมืองศรีสัชนาลัย เพราะมีเจดีย์แบบต่างๆ กันมากมาย รวมทั้งหมดแล้ววัดเจดีย์เจ็ดแถวมีเจดีย์รายและอาคารขนาดเล็กแบบต่างๆ กันถึงเกินกว่า 30 องค์

ใครอยากดูพุทธศิลป์แบบหลากหลายวัดนี้มีให้ได้เดินชมคุ้มค่าทีเดียวครับ

sukhothai-5049

มาถึงอุทยานประวัดิ์ศาสตร์สุโขทัย ครับ ความเป็นมาแบบย่นย่อเข้าใจง่ายๆคือ

sukhothai-5287
ในอดีต ที่นี่ถือเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัย ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19 ซึ่ง  ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองเก่า (เขตเทศบาลตำบลเมืองเก่า) อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ห่างจากตัวเมืองสุโขทัยปัจจุบัน (เขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี) ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 12 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ถนนจรดวิถีถ่อง) และที่นี่ได้รับการจัดตั้งให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO มาตั้งแต่ปี 2537 แล้ว มีประตูเมืองอยู่ตรงกลางกำแพงเมืองแต่ละด้าน ภายในยังเหลือร่องรอยพระราชวัง และวัดอีก 26 แห่ง

sukhothai-5039
หากเลือกวิธีการเที่ยวชมแบบขับรถเที่ยว เมื่อเข้าเขตเมืองเก่า คุณๆจะเห็นยอดพระเจดีย์แบบต่างๆ ชวนชม แต่แนะนำให้ปั่นจกรยานเที่ยวจะดีที่สุด บางครั้ง Slow Life ก็ช่วยให้เราเห็นอะไรๆมากยิ่งขึ้นนะครับ ที่นี่เปิดบริการตั้งแต่เวลา 8.30-16.30 น. อัตราค่าเข้าชมท่านละ 20 บาท

sukhothai-5057

วัดที่ใหญ่ที่สุดคือ “วัดมหาธาตุ” และ วัดนี้ก็คือวัด ที่ผมประทับใจที่สุดของสุโขทัยหนนี้เลยทีเดียว

sukhothai-5047

ถือ เป็นวัดสำคัญที่สุดของอุทยานฯแห่งนี้ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ มีพระเจดีย์ต่างๆ นับรวมได้ถึง 200 องค์ นับเป็นวัดสำคัญประจำกรุงสุโขทัย มีพระเจดีย์มหาธาตุ ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ศิลปะแบบสุโขทัยแท้ตั้งเป็นเจดีย์ประธาน ล้อมรอบด้วยเจดีย์ 8 องค์ บนฐานเดียวกัน  มีแท่นซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือ พระศรีศากยมุนี ปัจจุบันได้รับการเคลื่อนย้ายไปอยู่ที่วัดสุทัศน์ฯ กรุงเทพฯ

sukhothai-5036
สรุป:พระพุทธรูปที่นี่ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้ผมอยากมา เพราะในอุทยานทั้งหมดของจังหวัด พระพุทธรูปทุกๆองค์มีความอ่อนช้อย ตั้งแต่การขึ้นรูปหน้าของพระและส่วนของสรีระที่เน้นความเป็นโค้งเหวาดูแตก ต่างจากพระพุทธรูปสมัยอยุธยาที่มีความถูกต้องของร่างกายมนุษย์มากกว่าอย่าง เห็นได้ชัดเจน งดงามและอ่อนช้อย..นี่แหละครับนิยามของศิลปะสุโขทัยแบบสั้นๆที่ผมคิดถึงทุก ครั้ง

sukhothai-1528

มาถึงวัดที่อยู่ใกล้ๆบริเวณอุทยานฯสุโขทัยครับแต่ประทับใจสุดๆเช่นกัน คือ “วัดศรีชุม”

sukhothai-4682

ประทับใจในความงดงามอ้อนช้อย ขององค์พระอัจนะมากมายครับ

sukhothai-4671

ความ เป็นมาของวัดนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “วัดฤๅษีชุม” เป็นโบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ตัววัดเป็นโบราณสถานตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ นอกกำแพงเมืองสุโขทัย วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ซึ่งมีนามว่า “พระอจนะ” องค์พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในมณฑป พระพุทธอจนะ เป็นที่เลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์และมีมนต์เสน่ห์และเอกลักษณ์ชวนให้นัก ท่องเที่ยวมาเที่ยวชมและสักการะอย่างไม่ขาดสาย

sukhothai-4673

ระหว่างที่ถ่ายภาพมีประชาชน พุทธศาสนิกชนแวะเวียนมาไว้องค์ท่านไม่ขาดเลย

sukhothai-4680

มี เรื่องเล่าเมื่อครั้ง สมเด็จสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประกาศอิสรภาพในปี พ.ศ. 2127 ที่และ พระองค์ทรงนำทัพเสด็จมาปราบเมืองเชลียง และได้มีการมาชุมนุมทัพที่วัดศรีชุมแห่งนี้ก่อนที่จะไปตีเมืองเชลียง และด้วยการรบในครั้งนั้นเป็นการรบระหว่างคนไทยกับคนไทยด้วยกัน ทำให้เหล่าทหารไม่มีกำลังใจในการรบไม่อยากรบ สมเด็จพระนเรศวรจึงได้วางแผนสร้างกำลังใจให้กับทหาร โดยการให้ทหารคนหนึ่งปีนบันไดขึ้นไปทางด้านหลังองค์พระ และพูดให้กำลังใจแก่เหล่าทหาร ทำให้ทหารเกิดกำลังใจที่จะต่อสู้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดตำนานพระพูดได้ที่วัดศรีชุมแห่งนี้ และพระนเรศวรยังได้มีการทำพิธี “ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา “ขึ้นที่วัดแห่งนี้ด้วย

 

sukhothai6

ที่สุดของอาหารการกิน

ทริบนี้จะไม่สมบูรณ์ทุกประการ หากขาดความอิ่มหน่ำสำราญในการกินไป สุโขทัยใครจะคิดว่าจะมีอาหารหลากหลายและขึ้นชื่อระดับที่หนึ่งของประเทศอยู่ หลายเมนู หนนี้ไปมาหลายอำเภอของเลือกเอาที่ผมถูกใจมาแนะนำกันนะครับ

sukhothai-4156

ที่แรกเปิดด้วยอ.สวรรคโลก
อำเภอไม่ใหญ่ไม่เล็ก แต่ซ่อนของดีไว้หลายอย่าง และหากใครมาสุโขทัยไม่หา ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยกินนั้นเรียกว่ามาไม่ถึง เพราะเอกลักษณ์ของก๋วยเตี๋ยวที่นี่ไม่มีใครเหมือน และได้รับความนิยมจนเดี๋ยวนี้มีให้ชิมกันเยอะไปหมด มาเรามาลองชิม 1 ในตำนานก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยกันดูครับ เม้งประหมี่ 100ปี จุดเด่นนอกจากเส้นบะหมี่ที่ทำกันเองมานานหลายสิบปีตั้งแต่รุ่นเตี่ย มาจนถึงรุ่นลูกของคุณป้า พี่น้องทั้งสอง

sukhothai-4165

ชาม แรกเย็นตาโฟต้มยำสูตร LA. ชื่อสูตรเพราะไปปรุงและทำกันที่เมืองนอกตามชื่อนั้นละครับ แต่คนทำนำกลับมาทำให้ได้ชิมกันที่สวรรคโลกต่อ และขอให้ลองกันทีเดียว ห้ามพลาด เด็ดที่รสชาติยำแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มกันเลย  สังเกตุได้ ร้านไหนทำได้แบบนี้ ร้านนั้นขายดีแน่นอน ครับ

sukhothai-4158

ต่อด้วยบะหมี่น้ำ หน้าตาดีและรสชาติดีกว่าที่เห็นอีก จริงๆ

sukhothai-4167

และนี่

sukhothai-4172

และ สุดท้ายปิดท้ายด้วย บูลเบอร์รี่ชีสเค้ก ใช่แล้วอ่านไม่ผิดครับ บูลเบอร์รี่ชีสเค้กจริงๆ มีในร้านก๋วยเตี๋ยวเก่าแก่ของอ.สวรรคโลก เนี่ยละ ปรกติผมจะไม่ค่อยชอบทานเค้กแบบนี่นัก เพราะตัวเนื้อแป้งที่เคยกินมามักจะทำแข็งหรือไม่ก็ จะลุ่ยๆหน่อย ไม่ค่อยชอบเคี้ยว แต่ร้านนี้ Confirm ครับแป้งนุ่มและเหนียวกำลังดี กัดแล้วประทับใจตั้งแต่คำแรก บูลเบอร์รี่ที่ราดมาก็หวานอมเปรี้ยวกำลังดีเชียวละ
ที่ตั้งร้านอยู่ในถนนสายหลักของ อำเภอ หากคุณขับรถมาจนถึงสถานีรถไฟ แสดงว่าใกล้แล้วจะจอดรถไว้ที่สถานีแล้วเดินต่อมาอีกไม่ถึง 200 เมตรก็ถึงแล้วร้านมีป้ายชัดเจน เป็นตึกแถวอยู่ฝั่งเดียวกันครับ

sukhothai-5513

ก๋วยเตี๋ยวต่อครับ กับ “ร้านไม้กลางกรุง” ร้านดังของอำเภอเมืองสุโขทัย เปิดมานานแล้ว
ร้านตกแต่งสไตล์ไทยล้านนา ผสมผสานความเป็นล้านนาแบบเหนือเข้าไปในทุกๆพื้นที่ของร้าน และอาหารที่นี้ เน้นวาไรตี้มาก มีเมนูหลากหลายให้ลิ้มลอง และแน่นอนก๋วยเตี๋ยวก็ถือเป็นเมนูหลักของร้านที่ใครไปใครมาก็สั่งกัน ร้านนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ ผมสังเกตุได้จากที่มีข้าราชการมาแวะทานกันด้วย ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวอย่างเรา

sukhothai-5495

 

เริ่ม กันที่ ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย มีทุกอย่างครบ ถั่วคั่วเอง ถั่วฝักยาวหั่นเฉียงอันเป็นเอกลักษณ์ของก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอยู่แล้ว มีน้ำซอสของร้านเป็นตัวสร้างความแตกต่าง

sukhothai-5475

น้อง ที่ร่วมทริบไปด้วยกัน แกอาจจะไม่ถูกใจนักเพราะเห็นว่าอมรสหวาน แต่ส่วนตัวผมกลับชอบแม้จะไม่ใช่คนกินหวานเท่าไหร่เพราะรสชาติของการปรุงเป็น ต้มยำได้ครบเครื่องดีครับ ในภาพเป็นข้าวผัด รสชาติโอเค

sukhothai-5482

นอกจากก๋วยเตี่ยวยังมีผัดซีอิ้ว  ก็มีนะครับ ส่วนตัวผมชอบที่ผสมกากหมูเข้าไปให้ให้ความกรุ๊บกรอบดี เวลาเคี้ยว

sukhothai-5488

สุกี้แห้งใช้ได้เช่นกัน รสชาติที่ปรุงมาเข้ากันดีเผ็ดกำลังดีไม่หวานและเลี่ยนเกินไป

sukhothai-5469

มา เมนูทานเล่นบ้างก๋วยเตี๋ยวปากหมอ สไตล์สุโขทัย ที่เค้าทำเป็นนำกะทิราด ตัวแป้งของเค้าจะมีสีสันมากกว่าของในกรุงเทพฯ อย่างม่วงก็ประมาณได้จากดอกอัญชัน เขียวก็ประมาณใบเตยอะไรประมาณนี่ครับ

sukhothai-5480

ตบ ท้ายด้วยพาเหรดน้ำหวานหอมชื่นใจ ที่ใส่ใจกับการ Package ที่พร้อมเสริพมากเลยครับ สวยงามน่าดื่มจริงๆทั้งน้ำเก๊กฮวย น้ำมะตูม ชาดำเย็น ทำมาสวยงามมาก

sukhothai-5356

ร้านถัดมาไม่รู้จะเรียกว่าร้านดีไหมน่าจะเป็นมื้อดีกว่าครับ มาจากมื้อเช้าสุดแสนอลังการจาก Guest House Lotus
ชอบที่สุดก็เมนูที่เค้าเสริพเป็นแพนเค้กอันใหญ่อันโตที่สุดที่เคยกินมา อร่อยและนุ่มมาก

sukhothai-5351

กินกับโกโก้ร้อนเค้ากันดีเชียวละ หรือจะราดด้วยน้ำผิ้งก็ก็ไม่เลวอร่อยมากๆครับ

sukhothai-5349

เมนูอย่าง ไข่ลวกสีสันสวยงามน่าหม่ำสุดๆ
sukhothai-5369
พร้อม ABF ที่เราเลือกเอาได้ว่าอยากทานอะไรบ้างเมนูบางวันอาจจะไม่ซ้ำกันนะครับ

กินในบรรยากาศสีเขียวๆของรีสอร์ทร่มรื่นดีมาก  ถือเป็นมื้อเช้าที่ประทับใจที่สุดของทริบเลยทีเดียว

sukhothai-5597

ร้าน สุดท้ายถือเป็น HILIGHT สำหรับทริบนี้กันเลย มีโอกาสไปพร้อมๆกับ blogger ท่านอื่น คือ ร้านอาหารใน “โครงการเกษตรอินทรีย์ สุโขทัย” อยู่ไม่ห่างจากสนามบินเท่าไหร่ครับ
ที่นี้ถือเป็นอีกที่ๆ เซอร์ไพรส์มากๆเพราะจากเดิมที่คิดว่าจะมาชมวิถีการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์เท่า น้ั้นที่ไหนได้ มีอาหารมากมายให้ลองชิมกันเอาอิ่มได้เลย

sukhothai-5589

หลักๆ ที่นี่ถือการปลูกข้าวเป็นหลักมีแปลงนาทดลองพันธ์ข้าว และปลูกผักแบบอินทรีย์ ซึ่งขั้นตอนการปลูกข้าวอินทรีย์นั้น ยุ่งและยากกว่าการปลูกข้าวแบบปรกติอย่างที่เราคุ้นตาอยู่พอควรทีเดียว

เพราะหัวใจหลักคือการไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และยาฆ่าแมลงแม้แต่นิดเดียวเป็นการปลูกข้าวโดยใช้วิถีแบบธรรมชาติโดยแท้

sukhothai-5545

ผม เองก็พึ่งมาทราบเอาที่นี่จากพี่ๆวิทยากรที่ช่วยอธิบายให้ทราบความต่าง ระหว่าง ผักหรือผลไม้อินทรีย์และข้าวปลอดสารผิด ภาพนี้น่าจะช่วยอธิบายความแตกต่างไว้ทั้หมดครับ

sukhothai-5572

เข้า เรื่องกันเลยอาหารที่นี่ผักและข้าว ทั้งหมดล้วนมาจากการปลูกแบบอินทรีย์ทั้งหมด อย่างนี่ ครับเมนูข้าวสามสี กับพะโล้ไข่เค็มแปลกและอร่อยมากๆมีรสชาติพะโล้ผสมกับไขเค็มกลมกล่อมจนอยาก ให้คนที่บ้านลองทำให้ทานบ้างจริงๆ

sukhothai-5552

ต่อด้วยหมันโถวทอด อร่อยเทพมากๆ เคยทานคล้ายๆกันแต่เล็กกว่าในกรุงเทพฯ รสชาติยังสู้ไมไ่ด้น่าจะเป็นที่แป้งที่เอามาทำนั้นละครับ

sukhothai-5565

ต่อ ด้วยเมูน ใบข้าวทอด อันนี้ทั้งเก๋และมีประโยชน์มีคุณค่า ใครจะติดว่าใบข้าวเอามาทำอะไรได้หลายอย่างมาก ไอเดียเมนูนี่เกิดจากการที่ได้ใบอ่อนมาจากการดำนา และเสียดายไม่อยากทิ้ง สุดท้ายหาทางทำจนได้เป็นเมนูนี้ขึ้นมา อร่อยฝุดๆเบย ทั้งเก๋ทั้งอร่อย

sukhothai-5559

ปิดท้ายกับข้าวด้วยขาหมู รสชาติแบบที่เราคุ้นเคยกันดี

sukhothai-5570

มาที่ของหวานกันบ้าง สระลอยแก้ว มาพร้อมน้ำแข็งแช่เย็นชื่นใจ

ที่นี้มีแต่อาหารไม่ธรรมดาที่สำคัญ ทั้งผักหรือน้ำต่างๆล้วนปลอดสารพิษ แบบ 100%

sukhothai-5563

ตบท้ายด้วยน้ำใบข้าว รสชาติหวานสดชื่นหอมใบข้าวผสมกลิ่นใบเตยกันเลย

sukhothai-5595

ผม ซื้อของฝากเป็น ต้นอ่อนข้าวพร้อมปลูกอยู่ในกระถางเล็กๆ เก๋น่ารักมาก เหมาะมาตั้งไว้หน้าคอมดูดรังสีป้องกันตัวเราจากรังสีจากหน้าจอคอม ไอเดียดีเลิศประเสริฐศรีมากมาย ที่ผ่านมาผมเคยเห็นเค้าเอาพวกตะบองเพชรแคระ ทั้งหลายมาทำ เพิ่งเคยเห็นเค้าใช้ต้นข้าวมาทำแบบนี้ นี่ละครับไอเดียเกษตรกรไทยจากสูโขทัย ไม่ธรรมดาเลยนะครับ

sukhothai-5605

ก่อน กลับขอแวะไปซื้อข้าวเกษตรอินทรีย์กลับบ้าน เลยได้เห็นกรรมวิธีการขัดแยกข้าวแบบ “ทำมือครับ” ไม่แปลกที่ข้าวจะมีคุณภาพมาก เค้าจะใช้คนเป็นคนคัดเกรดข้าวแบบเมล็ดต่อเมล็ด กันเลย ราคาข้าวแบบอินทรีย์จึงถือว่ามีราคาสูงกว่าข้าวแบบอื่นๆ ไล่ไปตามประเภทของข้าวเช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้อง ฯลฯ

หนหน้าหากใครไปเดินงานบ้านและสวนหรือ otop อย่าลืมแวะไปที่บู๊ทจังหวัดสุโขทัยนะครับ หาข้าวแบบนี้ไปทานกันดูแล้วคุณจะ ได้ทั้งสุขภาพดีและความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ กันครับ

จริงๆนอกจากจังหวัดสุโขทัยยังมีอีกหลายๆจังหวัดที่เริ่มวิถีการเกษตรแบบนี้นะครับ

อยากให้เราช่วยกันสนับสนุนเพื่อให้ชาวนา ชาวไร่ไทยเราปลูกข้าว และพืชผักที่ไม่พึ่งพิง เคมีภัณฑ์ทั้งหลายเพื่อให้คนไทยได้กินข้าวดีๆถูกสุขภาพทั่วหน้ากันครับ แล้วราคาก็จะค่อยๆลดลงตามกลไกของตลาดเอง

sukhothai-4615

มาถึงของฝากก่อนกลับกันบ้าง กินจริงกินจังมาหลายมื้อ ขอพาชิมขนมทานเล่นที่ถือว่ามีอยู่เฉพาะที่สุโขทัยเจ้าเดียวของประเทศ นั้นคือ

“เหลียงหุ้น” เป็นขนมจากเมืองจีนเส้นเหนียวๆยาวสีเหลือง  ดูๆไปคล้ายที่ผสมอยู่ในทับทิมกรอบแต่รสชาติไม่ใช่ครับจะหนากว่าและเหนียว เคี้ยวจะนุ่มกว่า เวลาทำเสร็จต้องมาตัดเป็นเส้นเล็กเพื่อตักขายใส่แก้วใส่น้ำเชื่อมกินสดชื่น คล่องคอ

sukhothai-4614

โชคดีของผมและน้องที่ร่วมทริบไปด้วยกันที่ไปเจอเข้า เพราะเค้าจะขายเฉพาะวัน เสาร์-อาทิตย์และไม่ขายเป็นหลักเป็นแหล่งจะขับรถวนขายทั่วไปใน อำเภอศรีสำโรงเท่านั้น พี่เค้ายืนยันว่ามีขายที่เดียวที่เค้าเท่านั้นแต่ก่อนเตี่ยของพี่เค้าจะเป็น คนขายตอนนี้มาถึงรุ่นพี่เค้าแล้ว หน้าตาตอนเสร็จพร้อมดื่มมีช้อนไว้ให้ตักกินได้ อร่อยดีครับ

sukhothai-4590

และ ของฝากขึ้นชื่นที่สุดของอ. ศรีสำโรงและของจังหวัดจะเป็นอะไรไปไม่ได้ถ้า ไม่ใช่ ถั่วทอด ที่ขายส่งกันทั่วประเทศ มาถึงทั้งทีจะพลาดซื้อกลับบ้านได้ไงจริงไหมครับ
อำเภอนี้เดินไปตรงไหนก็จะเจอถั่วทอดแทบทั้งนั้น ร้านที่เราเลือกมาจาก คนในพื้นที่เป็นพี่สองคนแนะนำให้เราไปซื้อ เป็นของ “ร้านถั่วทอดครูสายหยุด”

sukhothai7

เท่าที่ดูร้านของครูมีหลายร้านเหมือนกันนะครับ แต่ร้านนี้เป็นร้านต้นกำเนิดและเจอคุณครูด้วย แกอนุญาติให้เราเข้าไปดูหลังร้านให้เห็นกรรมวิธีการทำ กว่าจะมาเป็นถั่วทอดกรอบๆที่เรากินกัน ทุกอย่างทอดด้วยน้ำมันที่เปลี่ยนทุกวันไม่ทอดซ้ำ อย่างที่เห็นนี่เป็นแป้งที่ ทอดเพื่อให้เกาะกัน จากนั้นต้องนำไปทอดต่อให้กรอบด้วยน้ำมันอีกกระทะครับ  สุดท้ายออกมาให้เราได้กินกันอย่างที่เห็นเรียงรายไปทั่วอำเภอ และเพราะเรามาร้านนี้ละครับทำให้เราเจอ ขนมเหลียงหุ้น เพราะพี่เค้าขับรถมาจอดหน้าร้านครูสายหยุดพอดีเลย โชคดีมากๆครับ

 

ส่วนสุดท้ายแล้วครับเป็นที่เที่ยวสุดประทับใจ

sukhothai-4570

เริ่ม ที่อำเภอศรีสำโรง อำเภอเล็กๆที่มีโอกาสแวะไปเที่ยว ที่วัดโสภาราม มีพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดก็น่าจะใช่ และได้รับพระราชทานนามว่า “พระพุทธบารมีศรีสุโขทัย”

sukhothai-4567

เรียกว่าขับรถผ่านยังไงก็ต้องแวะครับ โชคดีมากๆที่เราได้รู้เพราะมีพี่ใจดีสองคนที่เราแวะถามทาง เป็นคนแนะนำพาไป
แค่เค้ารู้ว่าเรามาทำรีวิวจังหวัด และอำเภอเค้าๆก็ยินดีช่วยเต็มที่เลย คนสุโขทัยมีน้ำใจมากๆครับ

sukhothai-4586

นี่ละครับหน้าตาพี่ทั้งสอง ขอบคุณพี่ๆในน้ำใจครั้งนี้นะครับ

sukhothai-4851

และที่สุดท้ายที่เป็นที่สุดของที่เที่ยวของทริบนี้ ที่ผมภูมิใจนำเสนอจริงๆ นั้นคือ “ตลาดน้ำริมยม พศ.2437”  อยู่ใน อ.กงไกรลาศ

sukhothai-4790

ผมไปตั้งแต่ยังไม่เปิดตลาดเลยมีโอกาสได้เที่ยวรอบๆตลาดก่อนโดยมีนายช่างใหญ่ อาสาเป็นไกด์พาเราเที่ยว เลยทำให้เราได้ความรู้มากมายจากการท่องเที่ยวในอำเภอนี้นะครับ

sukhothai-4718
มีหลายที่ๆอยากแนะนำ ตั้งแต่วัดที่เป็นที่นับถือของคนทั้งอำเภอ “วัดกงไกรลาศ” อยู่ใน ต.บ้านกง วัดแห่งนี้มีพระประธานคือหลวงพ่อโตวิหารลอย  เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย สร้างขึ้นมาหลายร้อยปีตั้งแต่ประมาณปี 2333 ที่วัดนี้มีเรื่องเล่าที่ถ่ายทอดกันมาถึงความศักดิ์สิทธ์ขององค์หลวงพ่อว่า ในอดีต สมัยที่พม่ายกทัพมาตีเมืองพิษณุโลกได้เดินทัพผ่านและพักแรมที่ บ้านกงแห่งนี้ ด้วยความคึกคะนองและอยากลองดีของทหาร จึงยิงปืนใหญ่ถล่มวิหารหลวงพ่อจนพังเสียหาย แต่ไม่โดนองค์พระ มีเพียงรอยกระสุนทะลุจีวรด้านซ้ายให้เห็นเท่านั้น

sukhothai-4715

เล่า ต่อกันมาว่าความเสียหายของวิหารในครั้งนั้น ทำให้หลวงพ่อโตต้องตากแดด ตากฝนอยู่นานหลายสิบพรรษา จนกระทั่งคืนหนึ่งของวันเพ็ญเดือนสาม ชาวบ้านที่อยู่ใกล้วัดนั้น ได้ยินเสียงแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากทางวัด แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งรุ่งเช้า ต่างพบว่าหลวงพ่อโตได้แสดงปาฏิหาริย์เคลื่อนองค์ท่าน จากที่เดิมไปประทับใต้ต้นคูน ซึ่งอยู่ห่างจากที่เดิมราวสามวา

sukhothai-4720

และ สำหรับคำ ว่า “วิหารลอย” นั้น มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ทุกปีที่น้ำท่วมล้นขอบตลิ่งแม่น้ำยมซึ่งติดกับวัด ศาลาและกุฏิต้องทำการยกสูงมากกว่าหกศอกเพื่อหนีน้ำ แต่วิหารหลวงพ่อโตอยู่ในบริเวณเดียวกันนั้น กลับดูเสมือนลอยพ้นน้ำ เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นอีกในปี พ.ศ.2485 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ วิหารลอยก็ไม่ถูกน้ำท่วม ชาวบ้านเชื่อว่าใต้วิหารหลวงพ่อ อาจมีเรือสล่าเงินและสล่าทองหนุนค้ำให้วิหารลอย

บรรยากาศรอบๆในวันแสนร้อนแต่ก็

sukhothai-4966
ตลาดริมยมเป็นตลาดน้ำแห่งใหม่ที่พึ่งเปิดตัวไม่นาน แต่มาจากความรักและแสนภาคภูมิใจของชาวบ้านในอำเภอ กงไกรลาศ ที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้การสนับสนุนเต็มที่
ส่วน 2 ปีก่อนตอนน้ำท่วมครั้งใหญ่ล่าสุด วิหารแห่งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่พิสูจน์ถึงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์หลวงพ่อที่ น้ำท่วมขนาดไหนแต่กลับไม่ไหลเข้าไปในโบสถ์ขององค์หลวงพ่อ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมได้ฟังจาก นายช่างใหญ่ ที่อาสาเป็นไกด์แนะนำให้เรารู้จักบ้านกงแห่งนี้นะครับ

sukhothai-4950

นับ เป็นโชคดีที่ผมไปสัปดาห์นั้นพอดี ตลาดเเห่งนี้ จะพาเราย้อนยุคกลับไปยังเมืองไทยในอดีต ดึงเอาการแต่งกายและวัฒนธรรม การละเล่นรวมถึงอาหารที่น่ารับประทานของไทยเรากลับมา เป็นตลาดเล็กๆแต่เต็มไปด้วยความน่ารัก ในแบบที่เราหาได้ยากยิ่งจากตลาดน้ำทั่วไป

sukhothai8

อาหารก็น่าแวะชิมเต็มไปหมด ก๋วยเตี๋ยวกะลา ขนมผิงโบราณ ข้าวเกรียบปากหม้อ และอีกหลากหลาย หาชิมได้ที่นี่ครับ

sukhothai-4958

ยิ่งใกล้ค่ำถนนยิ่งคราคร่ำไปด้วยผู้คนที่พากันมาเที่ยวชมที่นี่ คึกคักมาก

sukhothai-4916

การแสดงก็มีมาโชว์กัน ผมชอบเด็กๆมากสดใส และน่ารัก วันนี้มีการประกวดของเด็กๆด้วย

sukhothai-4934

ภาพนี้จับได้พอดีตอนกำลังแต่งหน้าให้เด็กๆ น่ารักจริงๆ

และสุดท้ายก่อนผมจะลากลับ

ตลาด ริมยม ๒๔๓๗ ตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อดาบทอง หรือ บริเวณทางเข้าวัดกงไกรลาศ  เปิดให้บริการทุกวันเสาร์แรกของเดือน ตั้งแต่ 16.00-21.00 น. โดยมีรถรับ-ส่งฟรี จากบริเวณหน้าสำนักงานการท่องเที่ยว จังหวัดสุโขทัย เวลา 17.00 น.และออกจาก กงไกรลาศ เวลา 19.30 น. เรียกว่า 1เดือนจะมีเพียงคร้้งเดียว

sukhothai9

ที่สุด…สุดท้ายก่อนลา

สิ่งหนึ่งที่ประทับใจผมมากนั่นคือ รอยยิ้มครับ
ตลอดการเดินทางของผม สิ่งที่ประทับใจนั้นคือรอยยิ้มแบบไทยๆ ที่หาได้เกลื่อนกราดไปทั่วทุกๆที่qผมไป เป็นความประทับใจที่เรียบและง่าย เพียงแค่เปิดมุมปากของเราก็ได้สัมผัสรอยยิ้มพิมพ์ใจกลับจากผู้คน

ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มจากเด็กๆในตลาด อ.สวรรคโลก…

จากพี่ๆคนขับสามล้อในตลาด

จากคุณป้าแม่ค้าในตลาดริมยม

จากคุณตาในตลาดริมยม …

และจาก….

ทุกๆ รอยยิ้มทุกคนตลอดการเดินทาง ล้วนแต่มาจากเราที่มีรอยยิ้มเช่นเดียวกันยื่นให้ หวังว่ารีวิวนี้สุดท้ายจะสร้างรอยยิ้มให้ทุกๆคนที่แวะมาเที่ยวด้วยกันนะครับ ^___^

เป็นไงบ้างครับกับที่สุดของ ผมในทริบสุโขทัยที่ผ่านมา ยอมรับว่าประทับใจมากๆครับกับจังหวัดที่ไม่ได้แวะเวียนไปมาเกือบจะยี่สิบปี ได้ ดีใจที่ได้รับคำเชิญและชักชวนจาก ททท.สุโขทัยในครั้งนี้ครับ

sukhothai-4440

จังหวัด ที่น่าสนใจแห่งนี้ยังมีอีกมากที่รอคุณเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง หวังว่าที่สุดจาก one22.comน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณๆได้เดินทางท่องเที่ยว กับจังหวัดที่ไม่ไกลเลยเมื่อเทียบกับ ความงดงามและแหล่งท่องเที่ยวอีกมากที่รอคุณไปเยี่ยมเยือนครับ

คนสุโขทัยใจดี มีน้ำใจไม่แตกต่างกัน ครั้งนี้ขอลากันด้วยภาพประทับใจสุดท้ายของอาทิตย์ลับขอบฟ้า ที่ผมไปเก็บได้ที่สนามบินสุโขทัย

ภาพแบบนี้ทำให้ผมนึกถึงภาพเขียนสีน้ำมันสมัยเด็กๆที่ตัวเองเคยเห็นในรถสองแถวก็ดี หรือตามฝาบ้านก็ได้ แต่อันนี้มาจากภาพถ่าย ครับ

ทริบหน้าจะพาคุณๆไปไหนอีกโปรดติดตามนะครับ ไม่นานครับ ^___^

ที่พัก:X2 กุยบุรี กับชีวิตสบายๆชายทะเล

0

DSC_4081

 

    ถ้าใครได้เคย ได้แวะเวียนมาเที่ยวที่ีกุยบุรี แล้ว ผมว่า คงต้องหลงรักที่นี่แน่นอน และเช่นกันกับการเดินทางครั้งนี้ของผม เพียงแค่ครั้งแรก ก็ทำให้ผม หลงรักที่นี่ซะแล้ว

 

DSC_4083

    ความเงียบ สงบ แบบไร้ผู้คน มันทำให้ เราหลุดกับความวุ่นวายต่างๆ ที่เคยพบเจอทุกวันออกไป จนหมด

DSC_4219

 

                                    สถานที่หนึ่งที่ ทำให้ผมประทับใจ คือที่นี่ครับ X2 ถ้าใครรู้จัก X2 ก็จะทราบว่าในเครือนี้ เค้าจะเน้น การบริการ  ความสะอาด และ การเอาใจใส่ลูกค้า เรียกว่าเมื่อย่างก้าวเข้ามาที่นี่ ก็ เรียกว่า เป็น ราชา ของรีสอร์ทนี้เลยครับ

DSC_4179

มาดูห้องพัก ของที่นี่กันครับ ภายใน เน้นเรียบๆ แต่หรู ครับ เตียงนี่X2 นุ่มนิ่มมากครับ หมอน นิ่มสบาย

DSC_4173

DSC_4183

เบื้องหน้า ปลายเตียง ก็จะมองเห็นสระว่ายน้ำ ส่วนตัว

DSC_4193

สำหรับใคร ที่เอางานมาทำ ก็มีมุมเล็กๆ ให้วาง notebook ไว้ทำงานได้

DSC_4191

มาดูมุมสระว่ายน้ำกันครับ สระกว้างมาก ว่ายไปกลับไม่กี่ครั้งก็เหนื่อยได้แล้วครับ

DSC_4196

สำหรับใคร มาเที่ยว ที่ X2 ผมแนะนำให้ หาเวลามาซัก 2วันนะครับ รับรองว่า จะกลับไปลุยงานอย่างสดชื่นแน่ๆ

DSC_4201

DSC_4205

ช่วงเย็นเราออกไป เดินเล่นกันรอบๆ กันบ้าง ครับ

DSC_4223

DSC_4221

DSC_4243

พอเดินเล่น ซักพัก ท้องก็เริ่มร้อง ผมเลยขอพาไปต่อที่ห้องอาหาร ของที่นี่ครับ

DSC_4242

โซนห้องอาหาร จะมี 2 ส่วน ส่วนที่เป็นบาร์ กับ ส่วนที่เป็นโซนห้องอาหาร

DSC_4232

ถ้าเรามา ช่วงโปรโมชั่น ก็จะคุ้มมากๆครับ จะมีโปร แถมเยอะมากมาย

DSC_4239

ที่นั้งของเราเย็นนี้ ช่วงเย็นของที่นี่วันเสาร์อาทิตย์จะมี วงดนตรีมาร้องเพลงให้ฟัง พร้อมเสียงคลื่นเบาๆ

DSC_4249

สำหรับคนที่ไม่อยากออกไปหาร้านอาหาร กินที่อื่นก็มาอุดหนุนได้ที่นี่เลยครับ เป็นบุฟเฟ่ อาหารทะเลมีให้เลือกมากมาย

DSC_4250

DSC_4256

ปูตัวโตๆ 

DSC_4262

เมื่อ อิ่มแล้วก็ขอตัว เข้าไปนอนพักผ่อนก่อนนะครับ

DSC_4264

ตื่นเช้ามา ก็มาทานอาหารเช้าก่อนกลับ 

   [nggallery id=164]

อาหารเช้าที่นี่มีให้เลือกเยอะ พอใช้ได้เลย 

สุดท้าย หากเพื่อนๆคนไหน อยากไป ปลดปล่อยอารมณ์ เบื่อๆเซ็งๆ อยากไปพักผ่อน ผมแนะนำที่นี่เลยครับ แม้ราคาจะค่อนข้างสูงแต่ สิ่งที่ได้รับคุ้มค่ามากครับ

ใครสนใจชมผลงานอื่นๆของผม กดlike ที่ https://www.facebook.com/yhibklong

  ใครสนใจจอง หรือ ชมรูป X2 เพิ่มแวะเข้าไปที่ https://www.facebook.com/X2resort

หรือที่เวป ของ X2  http://x2resorts.com/

All World Coffee ร้านกาแฟที่มีมากกว่า”กาแฟ”

0
ปกภาพร้าน allworldcover
ปกภาพร้าน allworldcover
ปกภาพร้าน allworldcover
ปกภาพร้าน allworldcover

สวัสดีแฟนๆเพื่อนๆชาว one22 (วันทเวนตี้ทู) เราได้มีโอกาสไปดื่มและกินที่ร้านกาแฟถนนนาคนิวาส ก็อดไม่ได้ที่ต้องมาแนะนำร้านโปรดอีกร้านก็ว่าได้ เพราะไม่จำเป็นต้องเป็นมื้อหนักๆ แต่ร้านนี้เอาใจมื้อแบบเบาๆ ที่มีหลายๆเมนูผสมผสานกันไป แต่ขอบอกเลยว่าร้านนี้มีมากกว่าคำว่า”กาแฟ” ไม่ว่าจะทั้งเมนูเครื่องดื่มหรือเมนูของทานเล่นและเมนูของหวานเองก็ตาม

ร้านนี้มีนามว่า All World Coffee ร้านนี้มีสาขาเดียวปัจจุบันที่ตั้งอยู่ถนนนาคนิวาส อยู่ริมถนนร้านนี้อยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านกลางกรุง ลาดพร้าว (นาคนิวาส) เปิดบริการมาได้ 2 เดือนเต็ม (ร้านเปิดมาวันที่ 24 มีนาคม 2013) โดยส่วนตัวได้มีโอกาสแวะไป 2 ครั้ง เจอพี่รุฬ พี่เจ้าของร้านทั้ง 2 ครั้ง เลยขอแอบถาม”แรงบันดาลใจ”ในการเปิดร้านนี้ได้ฟังแกแล้วรู้สึกดีใจที่มีคนพิถีพิถันในทุกๆอย่างกว่าจะได้เป็น”กาแฟ”ให้เราดื่มกัน เริ่มแรกเลยแกเล่าว่าพี่อยู่ในธุรกิจกาแฟมานานกว่า 10ๆปี คือแกทำกาแฟส่งออกทั้งในประเทศและต่างประเทศ เลยเป็นที่มาของคำว่า All World Coffee สถานที่ปลูกแน่นอนว่าอยู่ตอนเหนือประเทศไทยเรา คือตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

ภาพบริเวณหน้าร้าน การตกแต่งเป็นโมเดล แบบว่ากระจกใสทั้งร้านทำให้เห็นถึงบรรยากาศร้านและการตกแต่งข้างในร้านกันเลยทีเดียว

หน้าร้าน All World Coffee
หน้าร้าน All World Coffee

มาว่ากันต่อถึงเมนูที่กินไปวันนั้นมีทั้งเครื่องดื่มและของว่างแบบจัดเต็ม แน่นอนว่าต้องมี”กาแฟ” มันขาดไม่ได้จริงๆ เรามันจัดอยู่ในประเภททั้งรักทั้งหลงในกลิ่น&รสชาติ กาแฟประมาณว่าถ้า”กาแฟเป็นคน”ระก็เรียบร้อย 555+

เมนูแก้วที่1 : Ice Latte ลาเต้เย็น ราคา 70 บาท > หอมเข้มมัน ไม่หวาน < แต่ถ้าเพื่อนๆต้องการเพิ่มความหวานก็เติม syrub กันได้ตามใจชอบ คอกาแฟขอแนะนำเมนูนี้เลยด่วนๆ

ลาเต้เย็น
ลาเต้เย็น
บาร์ที่เติม syrub
บาร์ที่เติม syrub

เมนูแก้วที่2 : Ice Chocolate ช็อกโกแลตเย็น ราคา 70 บาท > หอมช็อกโกแลตและความมันควิปครีม เต็มๆปากสุดยอด ไม่กลัวน้ำหนักขึ้นแต่อย่างใด 555+ เออเมนูนี้ไม่หวานอย่างที่คิดไว้นะจ้า

ช็อกโกแลตเย็น
ช็อกโกแลตเย็น

เมนูแก้วที่3 : Ice Green Tea ชาเขียวเย็น ราคา 70 บาท ใครชื่นชอบชาเขียวจัดไปโลด

ชาเขียวเย็น
ชาเขียวเย็น

ร้านนี้เค้ามีประเภทเครื่องดื่มอยู่ 3 แบบนะคะ ใคร อยากทานแบบไหนก็สั่งกันไปตามใจชอบ และยังมี smoothie อีกมากมายเช่น strawberry,berry,kiwi,green apple soda,mix berry smoothie เมนูแบบเอาใจให้คลายร้อนกันเลยทีเดียว

– เครื่องดื่มแบบร้อน

– เครื่องดื่มแบบเย็น

– เครื่องดื่มแบบปั่น (ราคาจะแพงกว่าแบบเย็นประมาณ 10 บาท)

มาต่อกันที่อาหารว่าง ขนมปังสารพัดหน้า และของหวานประเภทเค้กๆกันต่อเลยจ้า

กระเพาออลเวิร์ดเบรด : 75 บาท ขอบอกว่าถ้าเปลี่ยนจากขนมปังมันคือ ข้าวกระเพาไก่ อาร่อยๆ 1 จาน กันเลยเพราะไม่ใช่แค่ชื่อว่ากระเพาหรือกลิ่น แต่มันเป็นกระเพาจริงมีทั้งกระเทียม ใบกระเพา ไก่สับ โว้วกินครั้งแรก ถึงต้องถามว่าใครคิดเนี่ย ช่างแตกต่างแบบอร่อยเสียด้วย ใครแวะไปร้านนี้ขอแนะนำว่า”ต้องสั่ง”

กระเพาออลเวิร์ดเบรด
กระเพาออลเวิร์ดเบรด

ขนมปังชานม : 70 บาท เมนูนี้เคยได้หม่ำมาแล้วในร้านอื่นๆ แต่ร้านนี้ถูกใจเรามั๊กๆ เพราะไม่หวานเหมือนร้านที่เคยได้ทานมา ประกอบกับความกรอบของขนมปัง ไม่นิ่มจนเกินไปซึ่งเราก็จัดไปอีกจาน

ขนมปังชานม
ขนมปังชานม

ครัวซองปูอัดไข่กุ้ง : 70 บาท ครัวซองชิ้นนี้อุดมไปด้วยผัก ปูอัด ไข่กุ้ง น้ำสลัดครีม ประกบกันแล้ว > เข้าปาก สุดบรรยาย 555+

ครัวซองปูอัดไข่กุ้ง
ครัวซองปูอัดไข่กุ้ง

โรตีพิชซ่าแฮม : 70 บาท ชื่อก็บอกชัดเจนว่าเป็นโรตีแบบพิชซ่าและใส่แฮม เหมาะกับคนรักแฮมแบบแป้งของโรตี บางๆกรอบๆ

โรตีพิชซ่าแฮม
โรตีพิชซ่าแฮม

ขนมปังหน้าอัลมอนด์นม : 35 บาท เมนูนี้ก็เอาใจคนรักอัลมอนด์แบบว่าเต็มไปด้วยอัลมอนด์ล้วนๆแล้วราดหน้าด้วยนมข้นหวาน แต่ถ้าใครไม่ชอบน้ำข้นหวานทางร้านก็มีหน้าช็อกโกแลตด้วยคะ

ขนมปังอัลมอนด์นม
ขนมปังอัลมอนด์นม

ขนมเค้ก : กรีนทีลาเต้ ชิ้นละ 95 บาท เค้กชิ้นนี้กินเข้าไปแล้วมีความเย็นและหนึบของเนื้อเค้กความเข้มข้นของชาเขียวแบบไม่เหมือนใคร แถมหน้าโรยด้วยผงชาเขียว เอาใจคอชาเขียวกันจริงๆ (รสชาติไม่หวานมาก)

เค้กกรีนทีลาเต้
เค้กกรีนทีลาเต้

ขนมเค้ก : เบอร์รี่ช็อก ชิ้นละ 95 บาท เค้กชิ้นนี้นับๆดูแล้วมี 6 ชั้น แล้วราดหน้าด้วยเบอร์รี่ น่าจะถูกใจคนรักเค้กรสชาติจะออกหวานๆนะคะ

เบอร์รี่ช็อก
เบอร์รี่ช็อก

ชื่นชมกับทั้งเครื่องดื่มและเมนูอาหารว่างสารพัดหน้าและเค้กกันแล้ว ที่ขาดไม่ได้สำหรับร้านกาแฟที่หลายๆคน ต้องการและมองหามากกว่ากาแฟ คือที่นั่งของร้าน บรรยากาศ และที่สำคัญมี wifi ให้ใช้หรือเปล่าแน่นอนคะ ว่าร้าน all world coffee มี

โต๊ะ-เก้าอี้ ภายในร้าน
โต๊ะ-เก้าอี้ ภายในร้าน

 

บรรยากาศในร้าน
บรรยากาศในร้าน
บรรยากาศในร้าน
บรรยากาศในร้าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การตกแต่งในร้าน
การตกแต่งในร้าน
บรรยากาศในร้าน
บรรยากาศในร้าน
บรรยากาศร้าน
บรรยากาศร้าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บรรยากาศรวมๆ
บรรยากาศรวมๆ
บรรยากาศรวมๆ
บรรยากาศรวมๆ

 

บรรยากาศรวมๆ
บรรยากาศรวมๆ

เพื่อนๆใครที่กำลังมองหาร้านนั่งดื่มกาแฟ พร้อมบริการดีๆบรรยากาศสบายๆ มี wifi ใช้ฟรี และที่สำคัญรสชาติของกาแฟหรือเครื่องดื่มและอาหารทานเล่นร้าน All World Coffee จะเป็นอีกร้านประจำของท่านแบบเราอีกร้านแน่นนอนจ้า

หากใครไปลองแล้วถูกปากถูกใจ ก็ติดต่อพี่เจ้าของร้านได้นะคะ จากที่พี่เจ้าของร้านเล่าๆมาเป็นไปได้ว่าเค้าจะเปิดบริการเฟรนไชส์ด้วยนะคะ

 

ชื่อร้าน : All World Coffee

เวลาเปิด-ปิด : 7:00-18:00 ทุกวัน (ปิดวันอาทิตย์)

สถานที่ตั้ง : ซอยนาคนิวาส ถนนลาดพร้าว กรุงเทพฯ

สถานที่ตั้งhttps://www.facebook.com/AllWorldCoffee/page_map

เบอร์โทรติดต่อร้าน : 02-932-4188 (มีบริการโทรสั่ง)

ที่จอดรถ : ไม่มี ใช้จอดริมถนน

Facebookhttp://www.facebook.com/AllWorldCoffee

 

Retro Beach Party Fancy Festival ปีแรกของ สิชล

1

การเดินทาง ทุกคนย่อมมีจุดหมาย หลายๆครั้ง เราอยากเดินไปหาจุดหมายใหม่ๆ ในชีวิตบ้าง การเดินทางครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่ทำให้ผมได้พบ ได้เจอ อะไรที่แปลกใหม่ …ย้อนเวลากลับไปก่อนที่ผมจะเดินทาง มีสายโทรศัพท์ ดังขึ้น เสียงพี่คนนึงที่ผมนับถือ ปลายทางบอกว่าอยากให้ไปร่วมงาน นึงที่ นครศรีธรรมราช งานปาร์ตี้ ที่ไม่เหมือนใครและเป็นงานใหญ่ครั้งแรก!!! ของอำเภอสิชล

               ในใจ ผมตอนนั้น คิดอยู่นาน นับ ชัวโมง สุดท้าย ลงตัวด้วยการตอบว่าไป ไม่น่าเชื่อว่าคำตอบ เล็ก ๆ จะสามารถ นำพาให้ผม ไปพบกับสิ่งแปลกใหม่ที่ ไม่เคยเจอที่ไหน เป็นครั้งแรก

ครั้งแรกกับสิชล ครั้งแรกที่มีโอกาสในการร่วมงานใหญ่ งานที่สงบๆ อีกไม่กี่ขั่วโมงต่อจากนี้ จะปรับเปลี่ยนเป็นหาดแสนสนุก แทบไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ว่าเราจะได้เห็นอีกมุมนึงของคนที่นี่ ระหว่างการเดินเล่นรอบๆ หาด สายตาก็พลันมองขึ้นไปบนฟ้า และสิ่งที่ได้เห็นคือ โชว์แปลกตาที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ หรือพบเห็น ที่ไหนๆ  การโชว์โดดร่มจากฟ้า ผมว่าการที่คนเราจะโดดร่มแบบนี้ได้ คงต้องผ่านการฝึกมานานมากแน่ๆ คงต้องยกนิ้วให้กับนักโดดร่มเหล่านี้ที่ทำให้การแสดงนี้ตื่นเต้นแต่น่าติดตามตลอด

2

 

1

 

DSC_3773

 

 

การเดินริมทะเล ครั้งนี้ไม่เหมือนกับทุกครั้ง ผมสัมผัสลมทะเล เย็นๆที่ค่อยๆพัดมากระทบหนา หาดทรายที่นุ่มละมันเท้า และเสียงเพลงเบาๆ ริมทะเล เมื่อเดินมาซักพัก กลิ่นหอมๆ ของไก่ย่างก็มาแตะจมูก เหลือบมองไปเห็นไก่ย่างตัวโตๆ ที่แม่ค้าย่างริมทะเล กลิ่นหอมของมันชวนให้ ซื้อมาทาน ไม่แปลกใจทำไมผู้คนถึงแวะเวียนมาซื้ออาหาร กันมากมาย เพราะหอม สะอาด และอร่อยนี่เอง

 

DSC_3782

 

DSC_3791

 

 

งานปาร์ตี้ที่สิชล ไม่ใช่มีแค่ อาหาร และดนตรีเท่านั้น ยังมีการแสดงต่างๆอีกมากมาย ทำเอาผู้คนที่ไม่เคยได้สัมผัสงานแบบนี้ ตื่นเต้นกันหลายต่อหลายคน การแสดงมีทั้งฉายหนังกลางแปลง ดนตรีโดยน้องๆ ร้องเล่นเต้นกัน ริมทะเล อีกทั้งศิลปะที่วาดกันสดๆ ก็มีให้ชมกัน และอีกหลายๆการแสดงที่มีมาแสดงให้ชมอีกมากมาย

DSC_3806

 DSC_3812

DSC_3832

DSC_3856

ด้วยท่ารำที่สวยงามดนตรีประกอบที่ลงตัว  ไม่ว่าใครจะเดินผ่านไปผ่านมาแค่ไหน ก็ต้องหยุดมอง และหลงรัก การรำของ คนกลุ่มนี้ การรำอ่อนช้อย ค่อยๆร่ายรำ มันช่างลงตัวเสียกระไร เสียงคลื่นเสียงดนตรี มันช่างเข้ากันเสียจริง

DSC_3881

DSC_3884

ตกดึก เสียงพลุดังขึ้น คงหมายถึง คอนเสริตกำลังจะเริ่มแล้ว พิธีเปิดสิ้นสุดลงพร้อมพลุสวยๆ บนท้องฟ้า

DSC_3910

นักร้อง แต่ละวง เล่นแบบเต็มที่ ทำเอาคนในงาน สนุกและปลดปล่อยอารมณ์อย่างเต็มที่ ระหว่างถ่ายรูปหันไป ด้านหลัง ผู้คนกว่า3000คน โดด โลดเต้นกันเต็มที่

DSC_3939DSC_3957DSC_3947

คำคืน ของวันนั้น ทำเอา ผม แทบหมดแรง เพลงแต่ละเพลงดนตรี ที่ ส่งเสียง พร้อมจังหวะ มันๆ ทำเอาผมและคนรอบข้างสนุกแบบไม่เคยเป็นมาก่อน

DSC_3998

DSC_3999

สุดท้ายคงต้องขอ ขอบคุณ ทีมงาน หลายๆคนที่ จัด งานดีดีแบบนี้ งานเพื่อคนสิชล เพื่อคนในจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอบคุณที่พาผมให้มา เปิดชีวิตในงานแบบนี้